คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่354)
คุณเคยหมดไฟ((Burnout) ไหม?
“แต่ตัวท่านเองเดินเข้าถิ่นทุรกันดารไปเป็นระยะทางวันหนึ่ง
ท่านมานั่งอยู่ใต้ต้นซากที่มีเพียงต้นเดียว และทูลขอให้ตัวท่านตายเสียทีว่า
“พอกันที ข้าแต่พระยาห์เวห์ บัดนี้ขอเอาชีวิตข้าพระองค์ไปเสีย
เพราะข้าพระองค์ก็ไม่ดีไปกว่าบรรพบุรุษ!””
~1 พงศ์กษัตริย์ 19:4 THSV11
“while he himself went a day’s journey into the wilderness.
He came to a broom bush, sat down under it and prayed that he might die.
“I have had enough, Lord,” he said.
“Take my life; I am no better than my ancestors.””
~1 Kings 19:4 NIV
ผู้เผยพระวจนะเอลียาห์ เคยรับใช้พระเจ้าอย่างกล้าหาญร้อนรน
แต่แล้วอยู่ๆ ก็เกิดภาวะ“หมดไฟ”แบบเฉียบพลัน!
การอยู่ในภาวะหมดไฟ (Burnout)นี้
เป็นภาวะที่ร่างกายและจิตใจส่งสัญญาณเตือนว่า
“พอแล้ว!”
ถึงขีดจำกัดแล้ว!
และการจะกลับมาเป็นปกติไม่ใช่เป็นแค่
"พักแป๊บเดียว แล้วเดี๋ยวไปต่อ!"
แต่ต้องเป็น
"การพักผ่อน ฟื้นฟูลึกซึ้ง อย่างยั่งยืน!"
ซึ่งพระเจ้าทรงช่วยเอลียาห์ให้สามารถผ่านพ้นสภาวะเช่นนั้นไปได้
ก่อนที่ท่านจะปลดประจำการ
ตัวเราเองในวันนี้ หากไม่ระวัง เราอาจจะประสบภาวะหมดไฟ
เหมือนที่ท่านเอลียาห์เคยเป็น ได้เช่นกัน!
แต่หากว่า วันนี้ เรากำลังหมดไฟ ขอจงฟัง
มีผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า เราต้องเข้าสู่กระบวนการเยียวยา ดังนี้
- หยุดและถอยออกมา (Recovery)
ในช่วงต้นของ“ภาวะหมดไฟ” สิ่งที่ต้องทำ คือการยอมรับก่อนทั้งต่อพระเจ้า และต่อคนรอบตัว ว่าเรานั้นหมดไฟแล้ว!
การ "พยายาม"สร้างภาพ ทำอะไรให้ดีขึ้นด้วยตัวเอง อาจยิ่งทำให้สถานการณ์ย่ำแย่มากยิ่งขึ้น
ดังนััน ให้เราหยุดและ พักแบบเต็มรูปแบบสัก 2-3 วัน (อย่างเอลียาห์ได้กระทำ)
ให้เราหลุดพ้นจากสภาวะที่เคยเป็นอยู่ โดยไม่จำเป็นต้องไปเที่ยวไกลๆที่ไหน
ไม่ต้องคิดถึงงาน ให้ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนรวมทั้ง ปล่อยวางโซเชียล(นอกจากจำเป็นจริงๆ)
อะไรรอได้รอ อะไรขอคนอื่นช่วยเหลือได้ ทำเลย
ทั้งหมดนี้ ถือว่าเป็นการ "รีเซ็ต" ขั้นพื้นฐาน
สิ่งสำคัญยิ่งคือ ต้องฝึกนอนหลับให้เป็น นอนหลับให้เร็ว และนอนหลับให้พอ
(เหมือนที่เอลียาห์กระทำ)
เพราะการนอนหลับสนิทคือการซ่อมแซมที่ดีที่สุดสำหรับร่างกาย!
- จัดระเบียบชีวิตขึ้นใหม่ (Realignment)
ในช่วงพักปรับฐานใหม่นี้ ให้เรา
1).เริ่มสำรวจตัวเองว่าอะไรเป็นสาเหตุที่แท้จริงของการหมดไฟของเรา
2).จัดแนวทางใหม่ ที่กำหนดกิจกรรมที่ "เติม" พลังอีกครั้ง เช่นย้อนไปทำในสิ่งที่เคยชอบ
แต่ไม่ได้ทำมานาน เช่น อ่านหนังสือ ปั่นจักรยาน ฯลฯ การได้รู้สึกสนุกอีกครั้ง มักช่วยเติมเต็ม
ส่วนที่สึกหรอได้
3).ตั้งขอบเขต (Boundary) ให้ชัดเจน
หัดพูดคำว่า "ไม่" หรือ "ขอเวลาก่อน" ในบางเรื่อง
เราไม่จำเป็นต้องพร้อมให้เวลากับทุกคนในทันทีเสมอไป
การปกป้องเวลาส่วนตัว นับเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง
4).พูดคุยหรือปรึกษาเล่าเรื่องที่แบกไว้ใว้ให้คนที่เราไว้ใจฟัง
หรือถ้ารู้สึกหนักมาก ก็อาจพูดกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง(รวมนักจิตวิทยาหรือโค้ชอาชีพ)
เพื่อช่วยสะท้อนให้เราเรียบเรียงความคิดและหาทางออกที่เหมาะกับตัวเราโดยเฉพาะ
- ปรับโครงสร้างชีวิตให้พร้อมลุกขึ้นใหม่ได้เสมอ (Resilience)
ในช่วงนี้ควรทำให้ชีวิตประจำวันของเรา มีระบบสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่ง
ไม่กลับไปหมดไฟได้ง่ายๆ
ให้เราสร้าง "ช่วงเวลาลำพังเล็กๆ" ในแต่ละวัน เพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้สมองรู้ว่านี่คือเวลา
ของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดเวลา“เฝ้าเดี่ยว”หรือ“เวลาส่วนตัวกับพระเจ้า”โดยไม่ให้มี
สิ่งใดมารบกวน โดยถือว่า เป็น“ช่วงเวลาศักดิ์สิทธิ์ของเราตามลำพังกับพระเจ้า”
ให้เราสามารถแยก "งาน" กับ "ชีวิตส่วนตัว" หรือ “ชีวิคครอบครัว”ออกจากกันได้อย่างเด็ด
ขาด ในช่วงนี้
(ถ้าต้องทำงานที่บ้าน ให้มีพื้นที่ทำงานโดยเฉพาะ พอเสร็จงานก็เดินออกมาจากตรงนั้น ก็
ปิดการแจ้งเตือนงานทันที เพราะถึงเวลาพักผ่อนแล้ว)
และให้เราใส่ใจสุขภาพพื้นฐาน กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเบาๆหรือเดินเร็ว
ซึ่งช่วยให้สมดุลของฮอร์โมนและสารสื่อประสาทกลับคืนสู่สภาพดีได้เร็วขึ้น
พี่น้องที่รัก
ขอให้เราจำไว้เสมอว่า “การหมดไฟ”ไม่ใช่ความล้มเหลว
แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าเราทุ่มเทมากเกินไปจนเกินลิมิต(ที่พระเจ้าทรงกำหนด)
และลืมดูแลตัวเองอย่างที่ควร
เราจึงควรตื่นตัว ปรับปรุงแก้ไข แต่การกลับคืนสู่ภาวะปกตินั้นเป็นเรื่องที่ต้องมีวินัย
ต้องใช้เวลา ไม่ควรเร่งร้อน แต่ค่อยๆ เดินทีละก้าว ด้วยความช่วยเหลือจากพระเจ้า คนใน ครอบครัว และพี่น้องของเรา
แล้ว เราจะกลับมาติดไฟ เปี่ยมล้นด้วยพลัง ฉลาดขึ้น และกลับมาสดใสอีกครั้ง!
…อาเมนไหมครับ?
………………………………
ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 20มีนาคม2026(ตอนที่354
ปีที่5)#YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข ั#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี