คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่118)
น้ำตาที่ไม่เสียเปล่า!
“ข้าพระองค์ร้องไห้ด้วยความโศก
ขอทรงเสริมกำลังข้าพระองค์ตามพระวจนะของพระองค์”
~ สดุดี 119:28 (THSV11)
“I am drowning in tears.
Strengthen me as you promised.”
~Psalms 119:28 GW
มีคำกล่าวไว้ว่า
“พระเจ้าอาจไม่รีบเปลี่ยนสถานการณ์ของเราในทันที
แต่พระองค์จะไม่ปล่อยให้เราต่อสู้แต่เพียงลำพัง”
(God may not change the situation immediately,
but He will never leave us to face it alone.)
ด้วยเหตุนี้ พระเจ้าอาจปล่อยให้เราร้องไห้บ้าง
ก่อนที่จะทรงช่วยเรา เมื่อเราทูลขอความช่วยเหลือจากพระองค์
เหมือนดังพระคัมภีร์ สดุดี 119:28 ข้อนี้ ที่พรรณนาไว้ว่า
- “ข้าพระองค์ร้องไห้ด้วยความโศก“
(I am drowning in tears.)
ผู้เขียนพระธรรมตอนนี้ ซึ่งเชื่อกันว่า คือ กษัตริย์ ดาวิด
ได้เปิดเผยความรู้สึกของท่านอย่างตรงไปตรงมา โดย
1).ไม่ได้ปิดบังความเปราะบางอ่อนแอ แต่
2).ได้นำความโศกเศร้าเจ็บปวดมาทูลต่อพระเจ้าว่า
“ข้าพระองค์ร้องไห้ด้วยความโศก!”
ซึ่งแสดงถึง
~ความทุกข์ใจที่ลึกซึ้ง
~ จิตใจที่แสนอ่อนล้า
~สภาวะหมดเรี่ยวแรง หรือ
~การแบกรับภาระหนักต่อไปไม่ไหวแล้ว
น่าสนใจที่ พระคัมภีร์
1).ไม่ได้สอนให้เราปฏิเสธความเจ็บปวด แต่
2).สอนให้เรานำความเจ็บปวดโศกเศร้าและน้ำตามาหาพระเจ้า
พระเยซูคริสต์เองก็เคยร้องไห้!
“พระเยซูทรงกันแสง!”
~ยอห์น 11:35 THSV11
- “ขอทรงเสริมกำลังข้าพระองค์ ตามพระวจนะของพระองค์”
( Strengthen me as you promised.)
กษัตริย์ดาวิดก็ร้องทูลพระเจ้าด้วยน้ำตาว่า
“ขอทรงเสริมกำลังข้าพระองค์!”
พระองค์ไม่ได้ขอให้พระเจ้านำปัญหาออกไปหรือให้ปัญหานั้นหายไปทันที
แต่พระองค์ทูลขอ “พลกำลัง” ตามที่พระเจ้าทรงสัญญาเพื่อที่พระองค์จะก้าวเดินหน้าต่อไป
ซึ่งพระเจ้าก็ทรงสัญญาไว้ว่า
“แต่เขาทั้งหลายที่รอคอยพระยาห์เวห์
จะ(ได้รับการ)เสริมเรี่ยวแรงใหม่…”
~อิสยาห์ 40:31
ใช่ครับ พระเจ้าอาจไม่ได้เปลี่ยนสถานการณ์ของเราในทันที แต่
1).พระองค์อาจเปลี่ยนหัวใจของเราให้แข็งแกร่งทนรับความยากลำบากนั้นได้ หรือ
2).พระองค์อาจเสริมกำลังเราให้เข้มแข็ง มากพอที่จะผ่านสถานการณ์เหล่านั้นไปได้
กษัตริย์ดาวิดไม่ได้หวังพึ่ง
~ความคิดของตนเอง หรือ
~คำปลอบใจจากมนุษย์เป็นหลัก
แต่หวังพึ่ง “พระสัญญาในพระวจนะของพระเจ้า”
เพราะพระวจนะของพระเจ้า
1).ให้ความหวังในยามที่เราสิ้นหวัง
2).ให้กำลังในยามที่เราอ่อนแรง
3).ให้สันติสุขในยามที่ใจเราว้าวุ่น
4).ให้ความเชื่อวางใจในยามที่เรามองไม่เห็นทาง
5).ให้การเยียวยารักษาในยามที่เราใจแตกสลาย
6).ให้อาหารแก่จิตวิญญาณในยามที่เรากำลังหมด
7).ให้ความสว่างส่องทางในยามที่เรามองไม่เห็นอนาคต
พระวจนะจึงไม่ได้เพียงให้ข้อมูลแค่นั้น แต่ให้
~ชีวิตและ
~กำลัง แก่ผู้ที่เชื่ออย่างเรา
ด้วยเหตุนี้ บางครั้งสิ่งที่เราต้องการที่สุด อาจไม่ใช่
- การแก้ปัญหาให้หมดไป แต่คือ
- การที่พระเจ้าประทานกำลังให้แก่เราเพื่อที่จะพิชิตปัญหานั้น
น้ำตาที่หลั่งออกมาต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า จึงอาจ
1).ไม่ใช่สัญญาณของความพ่ายแพ้ จบสิ้น แต่
2).เป็นจุดเริ่มต้นของการได้รับกำลังใหม่
เหมือนดังคำที่กล่าวว่า
“น้ำตาที่หลั่งต่อพระพักตร์ของพระเจ้า ไม่เคยสูญเปล่า
เพราะว่าพระองค์ทรงเปลี่ยนน้ำตาเหล่านั้นให้กลายเป็นพลกำลัง”
(Tears shed before God are never wasted;
He turns them into strength.)
พี่น้องที่รัก
ขอให้น้ำตาของเรา กลับกลายมาเป็นพลังแห่งชัยชนะ
เหมือนดังที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้แล้ว
…จะดีไหมครับ?
……………………………………
ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 27กรกฎาคม2026(ตอนที่118ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี