
Sign up to save your podcasts
Or


Cryptoภาพรวมตลาด • ภาพรวมตลาดในช่วงเริ่มต้นปี 2026 ตกอยู่ในสภาวะ Risk-off (ภาวะลดความเสี่ยง) อย่างชัดเจน โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน เกี่ยวกับนโยบาย Tariffs (ภาษีนำเข้า) ซึ่งส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ประกอบกับการที่ Gold (ทองคำ) พุ่งทำสถาิติสูงสุดใหม่ (ATH) ทำให้ความน่าดึงดูดของ Bitcoin ในฐานะ Store of Value (สินทรัพย์เก็บมูลค่า) ลดลงในระยะสั้น • BTC: เผชิญแรงเทขายต่อเนื่องหลังจากไม่สามารถยืนเหนือระดับสำคัญได้ โดยมีรายงานว่า ETF Fund Flows (เงินทุนไหลเข้ากองทุน ETF) เริ่มชะลอตัวลงอย่างมากในช่วงปลายปีที่ผ่านมา นักวิเคราะห์จาก 21Shares คาดว่าในเดือนมกราคมนี้อาจจะยังไม่มีการ Rally (การดีดตัวขึ้นอย่างรุนแรง) เหมือนปีที่ผ่านมา • ETH: แม้ภาพรวมรายสัปดาห์จะยังเป็นขาลงตามตลาด แต่มีสัญญาณฟื้นตัวในรายวัน (Daily Up) จากกระแสเงินไหลเข้ากองทุน BlackRock ETH ETF ที่ยังคงมี Volume (ปริมาณการซื้อขาย) หนาแน่นกว่า $1.3 พันล้านดอลลาร์
#theexpme #การลงทุนหุ้น #cryptocurrency #คริปโต #การลงทุน #ตลาดการเงิน
Indexสรุปภาพรวม • US500 (S&P 500) & NDQ (Nasdaq): ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกในการซื้อขายวันแรกของปี โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม Semiconductors (สารกึ่งตัวนำ) เช่น Nvidia และ Micron แม้ช่วงท้ายตลาดจะมีแรงขายทำกำไรในหุ้นซอฟต์แวร์ แต่ภาพรวมสัปดาห์แรกยังเป็นบวกจากความเชื่อมั่นในผลประกอบการปี 2026 • CSI300 (China): ตลาดหุ้นจีนพุ่งรับข่าวประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ประกาศใช้นโยบาย Proactive Macro Policies (นโยบายมหภาคเชิงรุก) และเตรียมออก Stimulus (มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ) ชุดใหญ่เพื่อกระตุ้นการบริโภคในปี 2026 • SENSEX (India): เปิดปีด้วยความสดใสจากหุ้นกลุ่มธนาคารและ IT โดยนักลงทุนเชื่อมั่นใน Credit Growth (การขยายตัวของสินเชื่อ) และเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ • VNIND (Vietnam): ดัชนีเวียดนามยังคงร้อนแรงต่อเนื่องจากปี 2025 โดยมีแรงหนุนจาก Public Investment (การลงทุนภาครัฐ) ในโครงสร้างพื้นฐานและเป้าหมาย GDP ที่ตั้งไว้สูงที่สุดในรอบหลายปี • HK50 (Hang Seng): แม้ในรายสัปดาห์จะปรับตัวขึ้นแรงกว่า 2% รับข่าวดีจากจีน แต่ในรายวันเริ่มเห็นการย่อตัว (Daily Down) จากแรงขายทำกำไร หลังจากดัชนีพุ่งทะลุระดับ 26,000 จุดในช่วงเปิดตลาด • SET (Thailand): ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แม้จะมีเงินไหลเข้าจาก Domestic Institutional Investors (นักลงทุนสถาบันในประเทศ) แต่ยังขาดปัจจัยกระตุ้นใหม่ๆ จากต่างชาติ ทำให้ภาพรวมรายสัปดาห์ฟื้นตัวเพียงเล็กน้อย • TOTAL (Crypto Market Cap): ภาพรวมมูลค่าตลาดคริปโทฯ ยังคงอยู่ในแดนลบ (Bearish) โดยลดลงมาอยู่ที่ระดับ 2.96 ล้านล้านดอลลาร์ จากจุดสูงสุดที่เคยทำไว้ นักลงทุนบางส่วนเริ่มกังวลเรื่อง Cycle Transition (การเปลี่ยนผ่านรอบวัฏจักร) และการโยกย้ายเงินทุนกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นในช่วงต้นปี
Fxสรุปภาพรวม • XAUUSD / XAUTHB: ราคาทองคำเริ่มต้นปีอย่างร้อนแรง โดยทะยานขึ้นทำ New All-Time High (จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใหม่) บริเวณ $4,300 - $4,400 ต่อออนซ์ ปัจจัยหนุน: ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical tensions) ที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางและมาตรการคว่ำบาตรเวเนซุเอลาครั้งใหม่ รวมถึงการคาดการณ์ว่า Fed จะปรับลดดอกเบี้ยในปี 2026 มากกว่าที่ระบุไว้ใน Dot Plot เดิม ข้อควรระวัง: Bloomberg รายงานว่าในช่วงสัปดาห์หน้า (8-10 ม.ค.) อาจมีแรงเทขายทางเทคนิคจากการทำ Index Rebalancing (การปรับสมดุลดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์) ซึ่งอาจทำให้ราคาย่อตัวลงชั่วคราว • DXY (US Dollar Index): ดัชนีเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์เพื่อไปถือสินทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ท่ามกลางแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ ขาลง • USOIL (WTI): ราคาน้ำมันดิบยังคงอยู่ในทิศทางขาลง โดยเคลื่อนไหวแถวระดับ $57 - $58 ต่อบาร์เรล ปัจจัยกดดัน: ตลาดกังวลเรื่อง Oversupply (อุปทานส่วนเกิน) หลังจาก IEA คาดการณ์ว่าปี 2026 จะมีน้ำมันส่วนเกินถึง 3.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน แม้ว่ากลุ่ม OPEC+ จะมีการประชุมในวันที่ 4 ม.ค. เพื่อพิจารณาการคงนโยบายลดกำลังการผลิตต่อก็ตามWatchlist - Update 4 Jan 2026
By theexp.meCryptoภาพรวมตลาด • ภาพรวมตลาดในช่วงเริ่มต้นปี 2026 ตกอยู่ในสภาวะ Risk-off (ภาวะลดความเสี่ยง) อย่างชัดเจน โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน เกี่ยวกับนโยบาย Tariffs (ภาษีนำเข้า) ซึ่งส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ประกอบกับการที่ Gold (ทองคำ) พุ่งทำสถาิติสูงสุดใหม่ (ATH) ทำให้ความน่าดึงดูดของ Bitcoin ในฐานะ Store of Value (สินทรัพย์เก็บมูลค่า) ลดลงในระยะสั้น • BTC: เผชิญแรงเทขายต่อเนื่องหลังจากไม่สามารถยืนเหนือระดับสำคัญได้ โดยมีรายงานว่า ETF Fund Flows (เงินทุนไหลเข้ากองทุน ETF) เริ่มชะลอตัวลงอย่างมากในช่วงปลายปีที่ผ่านมา นักวิเคราะห์จาก 21Shares คาดว่าในเดือนมกราคมนี้อาจจะยังไม่มีการ Rally (การดีดตัวขึ้นอย่างรุนแรง) เหมือนปีที่ผ่านมา • ETH: แม้ภาพรวมรายสัปดาห์จะยังเป็นขาลงตามตลาด แต่มีสัญญาณฟื้นตัวในรายวัน (Daily Up) จากกระแสเงินไหลเข้ากองทุน BlackRock ETH ETF ที่ยังคงมี Volume (ปริมาณการซื้อขาย) หนาแน่นกว่า $1.3 พันล้านดอลลาร์
#theexpme #การลงทุนหุ้น #cryptocurrency #คริปโต #การลงทุน #ตลาดการเงิน
Indexสรุปภาพรวม • US500 (S&P 500) & NDQ (Nasdaq): ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกในการซื้อขายวันแรกของปี โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม Semiconductors (สารกึ่งตัวนำ) เช่น Nvidia และ Micron แม้ช่วงท้ายตลาดจะมีแรงขายทำกำไรในหุ้นซอฟต์แวร์ แต่ภาพรวมสัปดาห์แรกยังเป็นบวกจากความเชื่อมั่นในผลประกอบการปี 2026 • CSI300 (China): ตลาดหุ้นจีนพุ่งรับข่าวประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ประกาศใช้นโยบาย Proactive Macro Policies (นโยบายมหภาคเชิงรุก) และเตรียมออก Stimulus (มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ) ชุดใหญ่เพื่อกระตุ้นการบริโภคในปี 2026 • SENSEX (India): เปิดปีด้วยความสดใสจากหุ้นกลุ่มธนาคารและ IT โดยนักลงทุนเชื่อมั่นใน Credit Growth (การขยายตัวของสินเชื่อ) และเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ • VNIND (Vietnam): ดัชนีเวียดนามยังคงร้อนแรงต่อเนื่องจากปี 2025 โดยมีแรงหนุนจาก Public Investment (การลงทุนภาครัฐ) ในโครงสร้างพื้นฐานและเป้าหมาย GDP ที่ตั้งไว้สูงที่สุดในรอบหลายปี • HK50 (Hang Seng): แม้ในรายสัปดาห์จะปรับตัวขึ้นแรงกว่า 2% รับข่าวดีจากจีน แต่ในรายวันเริ่มเห็นการย่อตัว (Daily Down) จากแรงขายทำกำไร หลังจากดัชนีพุ่งทะลุระดับ 26,000 จุดในช่วงเปิดตลาด • SET (Thailand): ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แม้จะมีเงินไหลเข้าจาก Domestic Institutional Investors (นักลงทุนสถาบันในประเทศ) แต่ยังขาดปัจจัยกระตุ้นใหม่ๆ จากต่างชาติ ทำให้ภาพรวมรายสัปดาห์ฟื้นตัวเพียงเล็กน้อย • TOTAL (Crypto Market Cap): ภาพรวมมูลค่าตลาดคริปโทฯ ยังคงอยู่ในแดนลบ (Bearish) โดยลดลงมาอยู่ที่ระดับ 2.96 ล้านล้านดอลลาร์ จากจุดสูงสุดที่เคยทำไว้ นักลงทุนบางส่วนเริ่มกังวลเรื่อง Cycle Transition (การเปลี่ยนผ่านรอบวัฏจักร) และการโยกย้ายเงินทุนกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นในช่วงต้นปี
Fxสรุปภาพรวม • XAUUSD / XAUTHB: ราคาทองคำเริ่มต้นปีอย่างร้อนแรง โดยทะยานขึ้นทำ New All-Time High (จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใหม่) บริเวณ $4,300 - $4,400 ต่อออนซ์ ปัจจัยหนุน: ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical tensions) ที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางและมาตรการคว่ำบาตรเวเนซุเอลาครั้งใหม่ รวมถึงการคาดการณ์ว่า Fed จะปรับลดดอกเบี้ยในปี 2026 มากกว่าที่ระบุไว้ใน Dot Plot เดิม ข้อควรระวัง: Bloomberg รายงานว่าในช่วงสัปดาห์หน้า (8-10 ม.ค.) อาจมีแรงเทขายทางเทคนิคจากการทำ Index Rebalancing (การปรับสมดุลดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์) ซึ่งอาจทำให้ราคาย่อตัวลงชั่วคราว • DXY (US Dollar Index): ดัชนีเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์เพื่อไปถือสินทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ท่ามกลางแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ ขาลง • USOIL (WTI): ราคาน้ำมันดิบยังคงอยู่ในทิศทางขาลง โดยเคลื่อนไหวแถวระดับ $57 - $58 ต่อบาร์เรล ปัจจัยกดดัน: ตลาดกังวลเรื่อง Oversupply (อุปทานส่วนเกิน) หลังจาก IEA คาดการณ์ว่าปี 2026 จะมีน้ำมันส่วนเกินถึง 3.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน แม้ว่ากลุ่ม OPEC+ จะมีการประชุมในวันที่ 4 ม.ค. เพื่อพิจารณาการคงนโยบายลดกำลังการผลิตต่อก็ตามWatchlist - Update 4 Jan 2026

12 Listeners