
Sign up to save your podcasts
Or


ACT Now EP.15 - คุมเข้ม BlackList บัญชีดำผู้รับเหมาเบี้ยวงาน
แน่ๆ เลย มีประเด็นหนึ่งที่ผมต้องพูดวันนี้ ให้ท่านผู้ชมผู้ฟังได้รับทราบ มีข่าวมีข้อมูลออกมาชัดเจนให้เราเห็น เป็นกรณีเรื่องสำคัญเลยนะครับ วันนี้ขอพูดเรื่องจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐ การใช้เงินหลวง
ก็คือการที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดปัตตานี ไปบอกเลิกสัญญาเอกชนรายหนึ่งที่ทำงานไม่สำเร็จ ทำงานแล้วทิ้งงาน ก็ตามกฎหมายแล้วคนที่ทำให้รัฐเสียหายจะต้องโดนยื่นเรื่องให้เป็นผู้ทิ้งงาน
อีกข่าวหนึ่ง เรื่องไม้ล้างป่าช้า GT200, Alpha 6 ที่ประเทศไทยสูญเสียเงินเสียเปล่าไปประมาณ 1,100 ล้านบาท แต่ท่านทราบไหมว่ามีอยู่คดีหนึ่ง ที่กองบัญชาการกองทัพไทยฟ้องศาลแล้วชนะคดี ศาลตัดสินว่าเรื่องนี้เอกชนร่วมกันฉ้อโกง ในที่สุดเอกชนแพ้ จ่ายค่าเสียหายแล้วก็ชดใช้เงินไป จ่ายค่าปรับให้กับหลวง แต่ปรากฏว่าไม่ยื่นเรื่องให้เอกชนรายนี้เป็นผู้ทิ้งงานตามพรบ. จัดซื้อจัดจ้าง เขามีมาตรการเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัฐของหน่วยงานด้วยกัน เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่ได้รับความเสียหายจะต้องยื่นเรื่องไปที่กระทรวงการคลังให้สั่งบริษัทนี้หรือเอกชนรายนี้ พ่อค้าคนนี้ เป็นผู้ทิ้งงาน
ผลที่ตามมาก็คือว่าคนเหล่านี้จะถูกตัดสิทธิ์ไม่สามารถมาค้าขาย ไปยื่นเรื่องประมูลงานกับหน่วยงานของรัฐอื่นๆ ทั่วประเทศได้อีกเลย ตามกฎหมายใหม่ ถ้าเขาไปมีหุ้นในบริษัทอื่นๆ บริษัทเหล่านั้นที่เขาไปถือหุ้นก็จะถูกตัดสิทธิ์ ไม่ให้มาค้าขายกับรัฐได้ด้วย เห็นไหมครับ บทลงโทษที่พวกพ่อค้าเหล่านี้ต้องโดนลงโทษรุนแรงมากกว่าก่อนเพราะฉะนั้นวันนี้เขาต้องดิ้นรนสู้ตาย ถ้าปล่อยให้เอกชนรายใดก็ตามมองเรื่องนี้เป็นตัวอย่างว่าประมูลให้ได้ไปก่อนถึงเวลาทำไม่สำเร็จก็ช่างมัน แล้วไปพูดดีๆ ทำดีๆ ยอมเสียค่าปรับ ถ้าเรายอมอย่างนี้ งานของรัฐจะมีปัญหาอย่างมาก เชื่อเถอะครับ เราเจอวันนี้แค่ 2 หน่วยงานใหญ่ ยังมีหน่วยงานอีกจำนวนมากที่มีพฤติกรรมแบบนี้
ติดตามเรื่องราวขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชันได้ที่
http://www.anticorruption.in.th/2016/th/
https://www.facebook.com/act.anticorruptionThailand/
https://youtu.be/wzCISfezR4w
https://twitter.com/ACT_Thailand/status/1372804099528298498?s=20
ACT Now EP.14.2 - ความร่วมมือเพื่อความโปร่งใสระหว่างภาครัฐกับประชาชน
ต้องบอกก่อนว่าสิ่งที่เราทำเพราะเราเชื่อว่ายิ่งเราเปิดข้อมูลจะนำไปสู่ภาครัฐที่อย่าเรียกว่าโปร่งใสอย่างเดียวเลย ภาครัฐที่มีประสิทธิภาพมากๆ เลย ยิ่งเปิดให้มีการเข้าถึงข้อมูล ยิ่งมีการใช้ข้อมูลเพื่อขยายผลต่อไปเรื่อยๆ ทำให้เกิดพลังของข้อมูลจริงๆ แล้วทำให้เกิดพลังในการที่จะพัฒนาตัวนโยบายหรือตัวโครงการได้อย่างมาก แล้วก็อาจจะมองเห็นมิติที่ภาครัฐเองไม่เห็นแต่เป็นสิ่งที่ภาคประชาชนมองเห็นหรือเป็นสิ่งที่ภาคประชาชนเขาต้องการจะเกิดแต่ว่าภาครัฐเองอาจจะไม่เห็น พอเราสามารถที่จะแชร์ความเห็นหรือมิติในการมองที่ต่างกัน แล้วหาจุดร่วมกันได้ น่าจะเกิดพลังที่มากกว่าเดิมอีกมหาศาล เราปล่อยข้อมูลของภาครัฐออกให้กับไม่ว่าจะเป็นเอกชนหรือว่าเป็นองค์กรเอกชนหรือว่าอย่าง ACT เอง แล้วไปต่อยอด เรารู้สึกว่านี่แหละคือคนที่สามารถที่จะชี้ให้เราเห็นว่าประเด็นอื่นๆ ที่เรามองไม่เห็นคืออะไร หรือว่าเราอาจมองข้ามไปคืออะไร อย่างเช่นตัว ACT Ai หรือ โควิด-19 สิ่งที่ผมเห็นจากการที่ดึงเอาข้อมูลของภาครัฐไปใช้งานต่อ สำคัญที่สุดคือเราสามารถเห็นได้ว่าคนอื่นเขามองอย่างไรบ้าง หน้าที่ของพวกเราคือทำให้สิ่งที่คนอื่นมอง สิ่งที่เรามองหรือสิ่งที่เราต้องเป็น ให้สามารถที่จะมาประสานศาสตร์และศิลป์เข้าหากัน ศาสตร์หมายความว่าเราสามารถเอาวิทยาศาสตร์ มาทำให้งานทางด้านของการพัฒนานโยบายออกเป็นรูปเป็นร่างมากกว่าเดิม ไม่ใช่ว่าเราทำได้เองนะ คือความร่วมมือมาก คือสภาพัฒน์ฯ เองอาจจะมีแนวคิด มีอะไรต่างๆ นานา แต่ถ้าไม่ได้เนคเทคมาเขียนเรื่องโปรแกรม ไม่มีทางสำเร็จเลยเพราะฉะนั้นการต่อยอดสำคัญมาก
Concept ที่เราทำ ถามว่าถ้าอยากดูข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดที่เป็นตัวเลขตัวหนังสือ คุณเข้าไปดูในเว็บของสภาพัฒน์ฯ ได้เพราะว่าเขาโชว์อยู่แล้ว เราไม่จำเป็นที่จะต้องทำซ้ำแต่จะทำยังไงให้มีเครื่องมือที่ทำให้เข้าถึงข้อมูลชุดนั้นจริงๆ มีอีกประโยชน์หนึ่งของ โควิด Ai ที่ทางสภาพัฒน์ฯ เปิดข้อมูลมาแล้ว แต่ว่าเราทำงานในฐานะเหมือนเป็นองค์กรภาคประชาชนก็คือการให้ฟีดแบคบางอย่างในแพลตฟอร์มจะมีสองฟังก์ชั่นหลักๆ ฟังก์ชั่นแรกก็คือการกด Like หรือว่า Unlike คือบางทีเราเห็นโครงการเกิดขึ้นในจังหวัดบ้านเรา เราอาจจะเป็นกลุ่มเป้าหมายจริงแต่ว่าเหมือนจุดประสงค์ของโครงการอาจจะรู้สึกว่าไม่ตรงนะ น่าจะต้องปรับ เราสามารถให้ความเห็น Like กับ Unlike ได้ อีกอันหนึ่งที่ทำได้ในแพลตฟอร์มนี้ก็คือการส่งเบาะแสหรือว่าร้องเรียนจะมีปุ่มให้กดดูได้ว่าอันนี้ดูเป็นโครงการที่เรารู้สึกว่าเคยมี เคยเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นในจังหวัดบ้านเราแล้วแต่ว่าโครงการเขียนมาแบบนี้ อาจจะไม่เมคเซนส์รึเปล่า เราสามารถกดเข้าไปแล้วก็จะไปขึ้นในเว็บของศอตช. ซึ่งเราสามารถส่งข้อร้องเรียนไปได้ สิ่งที่ต้องมีก็คือความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนด้วย ก็เลยรู้สึกว่าอันนี้เป็นอันที่ได้ค่อนข้างครบในทุกๆ ด้าน ทั้งข้อมูลจากรัฐ มีภาคเอกชน ภาคประชาชน เข้ามาช่วยในส่วนนี้ก็เลยรู้สึกว่าเป็นงานที่ค่อนข้างครบถ้วนแล้วก็มีการใช้ประโยชน์ได้จริง
ดร.วันฉัตร สุวรรณกิตติ
รองเลขธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
คุณธนิสรา เรืองเดช
ผู้ร่วมก่อตั้งหลักของ PunchUp
ติดตามเรื่องราวขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชันได้ที่
http://www.anticorruption.in.th/2016/th/
https://www.facebook.com/act.anticorruptionThailand/
https://youtu.be/kTMIiC227bg
https://twitter.com/ACT_Thailand/status/1368759271270146048?s=20
ACT Now EP.14.1 - สู้โกง ด้วยข้อมูล ผ่านระบบติดตามและประเมินผลแห่งชาติ (eMENSCR) สภาพัฒน์
ระบบ eMENSCR จะเป็นฐานข้อมูลแห่งชาติที่รวบรวมโครงการของรัฐทั้งหมด และเปิดให้หน่วยงานของรัฐด้วยกันสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ เพื่อลดขั้นตอนการทำงานระหว่างกัน และลดการใช้กระดาษ
อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการติดตามและตรวจสอบผลการดำเนินงาน โครงการและการดำเนินการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ ทั้งที่ใช้งบประมาณและไม่ใช้งบประมาณ
คนวางแผนสำคัญที่สุดคือต้องมีข้อมูล ข้อมูลการทำงาน จนสุดท้ายคือข้อมูลในการที่จะดูว่าโครงการสำเร็จหรือไม่ ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการคิดระบบ ระบบหนึ่งขึ้นมา เราเรียกว่าระบบติดตามและประเมินผลแห่งชาติ พอเราทำเราค้นพบหนึ่งข้อคือข้อมูลถ้ากองอยู่ที่ระบบไม่มีประโยชน์เพราะฉะนั้นหลักการง่ายๆ คือถ้าเราเปิดเผยข้อมูลมากขึ้นเท่าไร ประโยชน์จะเกิดขึ้นมากขึ้นเท่านั้นครับ ผมเชื่อในคำว่าพลังของข้อมูลแต่พลังของข้อมูลหมายความว่าต้องถูกใช้ประโยชน์ จะมีพลังมากขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้นอยู่ที่ว่าแล้วเราใช้ข้อมูลอย่างไรบ้าง ทางสายนโยบายอย่างผมคือใช้ข้อมูลในการวางแผน แต่ก็อีกเช่นกัน การวางแผนจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเรารู้ว่าสิ่งที่เราทำไปได้เกิดประโยชน์หรือไม่ ก็จะเป็นจุดหนึ่งที่บอกว่าถ้าอย่างนั้น เราควรให้คนอื่นเข้ามาใช้ข้อมูลร่วมกันด้วย ยิ่งใช้ เรายิ่งเห็นช่องว่างของนโยบาย ยิ่งเห็นว่าควรเติมเต็มนโยบายอย่างไร นี้คือจุดเริ่มต้นจริงๆ
ผมขออนุญาตเปลี่ยนคำว่าตรวจสอบเป็นร่วมดำเนินการ เพราะว่าอย่างประชาชน ถ้าเกิดเขาเห็นว่าโครงการที่ลงในพื้นที่เขา อาจไม่เป็นไปตามสิ่งที่บอกหรือทำแล้วอาจจะรู้สึกว่าอาจจะไม่ใช่ ถ้าเขาสะท้อนกลับมาภาครัฐเองสามารถปรับตัว แล้วก็ปรับให้การดำเนินโครงการนั้น ไปสู่สิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริงได้ เพราะฉะนั้นอยากจะเปลี่ยนคำว่าตรวจสอบมาเป็นร่วมดำเนินการในเรื่องนี้ ก็จริงๆ อย่างที่ผมเรียนให้ทราบ ถ้าเรามีข้อมูล อย่าว่าแค่จับโกงเลย ทำให้ตัวโครงการนโยบายไปถูกที่ถูกทาง ผมเคยเรียนให้ทราบหนึ่งอย่างว่าไม่จำเป็นต้องจับโกง ถ้าเกิดเราสามารถเห็นข้อมูลหมด ไม่จำเป็นต้องจับโกงแล้วเพราะว่าโกงเกิดขึ้นไม่ได้
ผมเชื่อว่า ณ เวลานี้ตัวหน่วยงานเองตระหนักถึงความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูลเพราะว่าถ้าเราไม่เปิด ผมเชื่อว่าจะมีอีกหลายคนที่จะขอให้เปิดเพราะฉะนั้นวันนี้จังหวะที่ดีที่สุดคือเราเปิดแล้วพอยิ่งเปิดยิ่งมีการพัฒนา พอเปิดเสร็จ อาจจะเห็นว่าข้อมูลเราบางทีไม่ใช่เพราะฉะนั้นยิ่งเปิดจะยิ่งเห็นว่าไม่ใช่ ยิ่งเปิดยิ่งเห็นช่องว่างเพราะฉะนั้นยิ่งเปิดจะยิ่งทำให้เกิดการพัฒนามากขึ้น ก็อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่าระบบติดตามและประเมินผลแห่งชาติได้ขอให้หน่วยงานนำเข้าข้อมูล ตอนแรกเขามองว่าเป็นภาระเขาหนักหน่วงของเขามาก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องทำให้ภาระที่เขารู้สึกว่าหนักกลายเป็นพลังของเขา อย่างเช่นวันนี้ ยิ่งเขาเปิดข้อมูลมาหาเรา เราสามารถเชื่อมข้อมูลของหน่วยงานอื่นไปหาเขาได้ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นการมองเรื่องๆ หนึ่ง มิติหนึ่ง เห็นจากหลายๆ หน่วยงานเข้าด้วยกันแล้วเขาสามารถที่จะไปจับมือให้กับหน่วยงานอื่นร่วมมือกันทำงานก็ได้
คือต้องบอกเลยว่าสิ่งที่ผมเห็นจากการที่ดึงเอาข้อมูลของภาครัฐไปใช้งานต่อ เป็นความสุขที่ได้เห็นว่างานภาครัฐมีประโยชน์ เราถูกมองว่างานภาครัฐ บางทีทำไปอย่างนั้นแหละ แต่พอเราปล่อยข้อมูลของภาครัฐออกให้กับไม่ว่าจะเป็นเอกชนหรือว่าเป็นองค์กรเอกชนหรือว่าอย่าง ACT เอง แล้วไปต่อยอด เรารู้สึกว่านี่แหละคือคนที่สามารถที่จะชี้ให้เราเห็นว่าประเด็นอื่นๆ ที่เรามองไม่เห็นคืออะไร หรือว่าเราอาจมองข้ามไปคืออะไร อย่างเช่นตัว ACT Ai หรือ โควิด-19 อาจจะมองเรื่องของการตรวจสอบหรือมุมมองที่บอกว่าโครงการเหล่านี้น่าจะตอบสนองประชาชนได้มากกว่านี้เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตย้ำเลยว่าสำคัญที่สุดคือเราสามารถเห็นได้ว่าคนอื่นเขามองอย่างไรบ้าง หน้าที่ของพวกเราคือทำให้สิ่งที่คนอื่นมอง สิ่งที่เรามองหรือสิ่งที่เราต้องเป็น ให้สามารถที่จะมาปรับแล้วเข้าหากัน แล้วก็มีประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศ
ติดตามเรื่องราวขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชันได้ที่
http://www.anticorruption.in.th/2016/th/
https://www.facebook.com/act.anticorruptionThailand/
https://youtu.be/tcDPEpaIHxA
คือสิ่งที่เรียกว่า Data Virtualization คือเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นเครื่องมือหรือเป็นภาพ หรือเป็นเรื่องเล่าอะไรสักอย่างที่ทำให้คนเข้าถึงเข้าใจ แล้วก็เข้าใช้ง่าย ข้อมูลนี้ทางสภาพัฒน์ฯ ให้ความร่วมมือในการเปิดข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบ เราเรียกว่า Machine readable หรือว่าเป็น File digital ที่เอามาใช้งานได้เลย เปิดมือถือมาหรือเปิดคอมพิวเตอร์มาก็อาจจะไม่ได้รู้ทุกอย่าง เขาแค่อยากรู้ว่า สิ่งนี้สำคัญหรือสัมพันธ์กับชีวิตเขาอย่างไร ความยากก็คือการคัดกรองข้อมูลว่าอย่างไรที่เป็นสิ่งที่สัมพันธ์กับเขา
รู้สึกว่าไม่ว่า Software ใดๆ หรือชุดข้อมูลใดๆ ก็ตามที่เราสร้างขึ้นมา ต้องมีส่วนประกอบของ 2 อย่าง เพื่อทำให้เกิดความโปร่งใสและการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ส่วนแรกเลยก็คือการเปิดเผยชุดข้อมูลนี้แหละ ที่เราทำ เพื่อให้คนเข้าถึง เข้าใจ แล้วก็เข้าใช้ง่ายที่สุด เพื่อที่จะได้มีเหมือนชุดความรู้พื้นฐาน ในการไปตรวจสอบ ค้นหา และติดตาม แต่อีกส่วนหนึ่งที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือการมีส่วนร่วมของประชาชนหรือว่า Action ที่จะเกิดขึ้น สมมุติคุณเห็นแล้วว่าอันนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคุณ คุณมีความเห็น คุณมีเบาะแส ถ้าคุณไม่เข้าไปดูไม่เข้าไปใช้ ไม่เข้าไปโหวต ไม่เข้าไปร้องเรียน สิ่งนี้ก็จะเป็นสิ่งที่แค่อยู่บนเว็บไซต์เฉยๆ
งานของเราที่ทำมาตลอดคืองานที่พยายามเปิดเผยข้อมูล คือเราทำในฐานะของ Civic tech หรือว่าเทคโนโลยีภาคประชาชน สิ่งหนึ่งที่เราเรียกร้องมาตลอดก็คือการเปิดเผยข้อมูลของรัฐแต่สิ่งที่เราเรียกร้องตามมาก็คือเรียกร้องให้ประชาชนเข้ามาช่วยเราด้วยว่าคือเทคโนโลยีอยู่เฉยๆ แก้ปัญหาไม่ได้ สิ่งที่ต้องมีก็คือความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนด้วย ก็เลยรู้สึกว่าอันนี้เป็นอันที่ได้ค่อนข้างครบในทุกๆ ด้าน ทั้งข้อมูลจากรัฐ มีภาคเอกชน ภาคประชาชน เข้ามาช่วยในส่วนนี้ก็เลยรู้สึกว่าเป็นงานที่ค่อนข้างครบถ้วนแล้วก็มีการใช้ประโยชน์ได้จริง
แพลตฟอร์ม”จับโกงงบ COVID ด้วย ACT Ai” จริงๆ แล้วสร้างขึ้นมา เพื่อที่ว่าเราเป็นขั้นพื้นฐานของการเปิดเผยความโปร่งใสของพรก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ที่เอามาเยียวยาปัญหาโควิด-19 ในประเทศไทย ซึ่งต้องบอกว่าเป็นภาระทางภาษีของประชาชนทุกคนเพราะฉะนั้นเราเองในฐานะประชาชนผู้เสียภาษี เบื้องต้นเลย ช่วยเข้าไปดูก่อนว่ามีอะไรไหมที่น่าจะสัมพันธ์กับชีวิตเรา แล้วก็อันที่ 2 ถ้าคุณมีความเห็น คุณมีเบาะแสหรือว่ามีเรื่องราวอะไร ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับแต่ละก้อนงบที่ลงไป ก็สามารถเข้าไปแสดงความเห็นหรือว่าแจ้งเบาะแสในแพลตฟอร์มนี้ด้วย สิ่งที่จะบอกคือใช้ง่ายมากเพราะว่าแคมเปญแรกที่เราปล่อยออกไปสำหรับแพลตฟอร์มนี้คือคำว่าจับโกงโครตง่ายแค่ปลายนิ้วหมายถึงว่าเราได้ออกแบบให้อยู่ได้ทั้งใน Desktop ใน Ipad หรือแม่แต่ใช้โทรศัพท์มือถือที่เป็น Smart phone ก็สามารถกดลิงค์เข้าไปแล้วก็คลิกๆ ดูได้เลย ก็สำหรับคนที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มเลือกจากตรงไหนจะเป็น Quiz 5 ข้อง่ายๆ ให้คุณตอบคำถามแบบ Basic เลยเช่น คุณทำงานอะไรอยู่ อาศัยอยู่จังหวัดไหน มีความสนใจด้านนี้หรือเปล่า ทางตัวแพลตฟอร์มจะกรองโครงการที่น่าจะมีความเกี่ยวข้องออกมาให้ ไหนๆ แล้ว เป็นภาระทางภาษีของเราเป็นสิทธิที่เราพึงมีพึงได้ ก็เข้าไปช่วยกันมีส่วนร่วมในตรงนี้ดีกว่าค่ะ
ติดตามเรื่องราวขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชันได้ที่
http://www.anticorruption.in.th/2016/th/
https://www.facebook.com/act.anticorruptionThailand/
https://youtu.be/cc5BexZCwIw
เปิดแฟ้มคดีทุจริตคดีนำเข้ารถหรู การหลบเลี่ยงภาษีนำเข้า GREY MARKET คดีทุจริตเรียกรับเงินจากผู้นำเข้ารถยนต์อิสระทำให้ผู้นำเข้าเสียภาษีน้อยลง ปี พ.ศ. 2556 ไฟไหม้รถหรู ประชาชนตั้งคำถามถึงที่มา เลี่ยงภาษีนำเข้า สำแดงเท็จ เจ้าหน้าที่รัฐเอื้อประโยชน์ กลโกง หลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
• แจ้งเป็นรถพลังงานทดแทน(เจ้าหน้าที่เอื้อประโยชน์)
นำกลับไปขายในตลาด
• ทำเรื่องขอเปลี่ยนมาใช้น้ำมันจดทะเบียนเล่มใหม่
มีบุคคลและพยานหลักฐานจำนวนมาก (มีเอกสารสำคัญที่ต้องร้องขอจากต่างประเทศ)
อายุความคดีรถหรู
พ.ร.บ.ศุลกากร อายุความ 15 ปี
พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต 5 ปี
(ผ่านมา 7 ปีกว่า)
เสียหาย 50,000 ล้านบาท ผู้ซื้อถูกอายัดรถไปตรวจสอบ
เร่งการไต่สวนเพิ่ม เจ้าหน้าที่ศุลกากร 108 คน
DSI ทยอยคืนรถที่ถูกอายัด
ต้องตามต่อ
15 คดีที่ต้องติดตาม
1. คดีทุจริตเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ
เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและของประเทศ ปี 2556
2. คดีการปราศรัยของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ปี 2557
3. คดีทุจริตในการดำเนินการก่อสร้างฝายและเพาะชำปลูกหญ้าแฝก
ตามโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรดินและป่าไม้
4. คดีการอนุญาตเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการเหมืองแร่ทองคำชาตรีเหนือ
5. คดีทุจริตการทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ภาค 2
6. คดีทุจริตการทำสัญญาซื้อขายมันสำปะหลังแบบรัฐต่อรัฐ
7. คดีทุจริตเงินทอนวัด
8. คดีทุจริตในการจัดซื้อเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิด GT200 และอัลฟ่า 6
9. คดีทุจริตสร้างสนามกีฬาฟุตซอล
10. คดีทุจริตเรียกรับเงินจากผู้นำเข้ารถยนต์อิสระ ทำให้ผู้นำเข้าเสียภาษีน้อยลง
11. คดีทุจริตในโครงการจัดหาที่ดินเพื่อปลูกปาล์ม และผลิตน้ำมันปาล์มในประเทศอินโดนีเซีย
12. คดีทุจริตในการซื้อขายเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบิน Boeing B777 – 200 ER ของบริษัทการบินไทย จำกัด
13. คดีทุจริตในการออกโฉนดที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขารวก-ป่าเขาเมือง และในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ
14. คดีทุจริตในการออกโฉนดที่ดินตำบลเขากะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด
15. คดีทุจริตในการออกโฉนดที่ดินทับซ้อนเขาเขตป่าสงวนแห่งชาติ
ป่าเขาเตียนและป่าเขื่อนลั่น อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา
ติดตามเรื่องราวขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชันได้ที่
http://www.anticorruption.in.th/2016/th/
https://www.facebook.com/act.anticorruptionThailand/
https://youtu.be/f7bQjUfRMJw
...ราคากลางที่ตั้งไว้ 2,560 ล้านบาท แต่เราประมูลจริงๆ ด้วยความโปร่งใสแล้ว ได้ในวงเงิน 2,100 กว่าล้านบาท ถือว่าประหยัดเงินได้ไปอีกส่วนหนึ่งก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้วยความโปร่งใสแล้ว ผมคิดว่ามีการแข่งขันกันอย่างเต็มที่ จะได้ราคาที่มีประสิทธิภาพแล้วสามารถดำเนินงานได้จริง ...
ติดตามเรื่องราวขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชันได้ที่
http://www.anticorruption.in.th/2016/th/
https://www.facebook.com/act.anticorruptionThailand/
https://youtu.be/3flS7OLaHLs
...พระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งพระองค์ท่านได้มีพระราชดำรัสว่าเงินแผ่นดินนั้นคือเงินของประชาชนทั้งชาติ เพราะฉะนั้นประชาชนคือเจ้าของเงินแผ่นดิน...
ACT Now EP.13 - สนทนาผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
ท่านผู้ว่าฯ ครับ สตง. ใครๆ ก็รู้ดีว่าเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญฯ มีภารกิจมากมายแล้วก็มีอำนาจในการตรวจสอบหลายๆ เรื่องของภาครัฐ ขอเรียนถามว่าทำไมท่านถึงมีดำริ ที่จะมาทำงานร่วมกับภาคประชาชน ต้องเรียนหลักการพื้นฐานของการตรวจเงินแผ่นดินก่อน ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินมีหน้าที่ในการตรวจการรับ การจ่าย การใช้จ่ายเงินแผ่นดินซึ่งเจตนารมณ์ของการตรวจเงินแผ่นดินคือต้องการให้การใช้จ่ายเงินนั้นเป็นไปโดยสุจริตแล้วได้ประสิทธิผล โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้นั่นคือสิ่งที่เราต้องการ เราเชื่อมั่นว่าประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของเงินแผ่นดิน ตาม พระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งพระองค์ท่านได้มีพระราชดำรัสว่าเงินแผ่นดินนั้นคือเงินของประชาชนทั้งชาติ เพราะฉะนั้นประชาชนคือเจ้าของเงินแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเอง เราได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานอยู่ 4 ยุทธศาสตร์ ซึ่ง 1 ใน 4 ยุทธศาสตร์นั้นคือการส่งเสริมและผลักดันให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการรู้รักเงินแผ่นดิน อันนี้ก็จะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ เพราะเราเชื่อมั่นว่าในการทำงานการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินแผ่นดินมีงบประมาณ ทั้งเงินงบประมาณเงินนอกงบประมาณจำนวนมาก ลำพังแต่องค์กรตรวจเงินแผ่นดินหรือป.ป.ช. หรือองค์กรตรวจสอบอื่นๆ จะทำหน้าที่ในการตรวจสอบ คงไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นภาคประชาชนจะเป็นส่วนสำคัญในการที่เข้ามาดูแลรักษาเงินแผ่นดิน แนวทางอย่างนี้ใน สตง. ทั่วโลกก็ยึดหลักในแนวนี้เหมือนกัน ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกระบวนการต่างๆ เราแสดงเจตนารมณ์ตั้งแต่ต้น อย่างที่ผมได้นำเรียนว่าถ้าองค์กรตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งเป็นองค์กรตรวจสอบสูงสุดในเรื่องการใช้จ่ายเงินแล้ว ยังทำอะไรที่ไม่โปร่งใส แล้วภาพรวมของประเทศจะเป็นอย่างไร ฉะนั้นอันนี้เป็นเจตนารมณ์ที่เราแน่วแน่ที่จะดำเนินงานในเรื่องนี้และพร้อมให้ถูกตรวจสอบทุกกรณี คือบางคนอาจจะคิดว่าสตง. ถ้าตรวจไม่เจอเลย จับคนโกงไม่ได้เลย จับข้อบกพร่องไม่ได้เลยแปลว่าคนไม่ทำงานหรือเปล่า เจ้าหน้าที่ไม่เก่ง จริงหรือเปล่า แต่ถ้าฟังท่านเราก็เข้าใจอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าถ้าหากวันนี้เราทำให้ข้าราชการทุกๆ คน เจ้าหน้าที่รัฐในทุกๆ หน่วยงาน มีวัฒนธรรมที่ดี วัฒนธรรมที่ซื่อสัตย์ ทำงานอย่างตรงไปตรงมา มีระเบียบวินัยในการทำงาน ระเบียบว่าอย่างไรก็ทำไปตามนั้น ทุกอย่างทำให้ถูกต้อง ความผิดก็จะไม่เกิด บ้านเมืองก็เจริญ ประชาชนก็มีความสุขเป็ ติดตามเรื่องราวขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชันได้ที่
http://www.anticorruption.in.th/2016/th/
https://www.facebook.com/act.anticorruptionThailand/
... เราเชื่อมั่นว่าประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของเงินแผ่นดิน ตามประราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งพระองค์ท่านได้มีพระราชดำรัสว่าเงินแผ่นดินนั้นคือเงินของประชาชนทั้งชาติ เพราะฉะนั้นประชาชนคือเจ้าของเงินแผ่นดิน...
ACT Now EP.13 - สนทนาผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
ท่านผู้ว่าฯ ครับ สตง. ใครๆ ก็รู้ดีว่าเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญฯ มีภารกิจมากมายแล้วก็มีอำนาจในการตรวจสอบหลายๆ เรื่องของภาครัฐ ขอเรียนถามว่าทำไมท่านถึงมีดำริ ที่จะมาทำงานร่วมกับภาคประชาชน
ต้องเรียนหลักการพื้นฐานของการตรวจเงินแผ่นดินก่อน ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินมีหน้าที่ในการตรวจการรับ การจ่าย การใช้จ่ายเงินแผ่นดินซึ่งเจตนารมณ์ของการตรวจเงินแผ่นดินคือต้องการให้การใช้จ่ายเงินนั้นเป็นไปโดยสุจริตแล้วได้ประสิทธิผล โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้นั่นคือสิ่งที่เราต้องการ เราเชื่อมั่นว่าประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของเงินแผ่นดิน ตามประราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งพระองค์ท่านได้มีพระราชดำรัสว่าเงินแผ่นดินนั้นคือเงินของประชาชนทั้งชาติ เพราะฉะนั้นประชาชนคือเจ้าของเงินแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเอง เราได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานอยู่ 4 ยุทธศาสตร์ ซึ่ง 1 ใน 4 ยุทธศาสตร์นั้นคือการส่งเสริมและผลักดันให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการรู้รักเงินแผ่นดิน อันนี้ก็จะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ เพราะเราเชื่อมั่นว่าในการทำงานการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินแผ่นดินมีงบประมาณ ทั้งเงินงบประมาณเงินนอกงบประมาณจำนวนมาก ลำพังแต่องค์กรตรวจเงินแผ่นดินหรือป.ป.ช. หรือองค์กรตรวจสอบอื่นๆ จะทำหน้าที่ในการตรวจสอบ คงไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นภาคประชาชนจะเป็นส่วนสำคัญในการที่เข้ามาดูแลรักษาเงินแผ่นดิน แนวทางอย่างนี้ใน สตง. ทั่วโลกก็ยึดหลักในแนวนี้เหมือนกัน ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกระบวนการต่างๆ เราแสดงเจตนารมณ์ตั้งแต่ต้น อย่างที่ผมได้นำเรียนว่าถ้าองค์กรตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งเป็นองค์กรตรวจสอบสูงสุดในเรื่องการใช้จ่ายเงินแล้ว ยังทำอะไรที่ไม่โปร่งใส แล้วภาพรวมของประเทศจะเป็นอย่างไร ฉะนั้นอันนี้เป็นเจตนารมณ์ที่เราแน่วแน่ที่จะดำเนินงานในเรื่องนี้และพร้อมให้ถูกตรวจสอบทุกกรณี
คือบางคนอาจจะคิดว่าสตง. ถ้าตรวจไม่เจอเลย จับคนโกงไม่ได้เลย จับข้อบกพร่องไม่ได้เลยแปลว่าคนไม่ทำงานหรือเปล่า เจ้าหน้าที่ไม่เก่ง จริงหรือเปล่า แต่ถ้าฟังท่านเราก็เข้าใจอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าถ้าหากวันนี้เราทำให้ข้าราชการทุกๆ คน เจ้าหน้าที่รัฐในทุกๆ หน่วยงาน มีวัฒนธรรมที่ดี วัฒนธรรมที่ซื่อสัตย์ ทำงานอย่างตรงไปตรงมา มีระเบียบวินัยในการทำงาน ระเบียบว่าอย่างไรก็ทำไปตามนั้น ทุกอย่างทำให้ถูกต้อง ความผิดก็จะไม่เกิด บ้านเมืองก็เจริญ ประชาชนก็มีความสุขเป็นสุขใจ
ติดตามเรื่องราวขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชันได้ที่
http://www.anticorruption.in.th/2016/th/
https://www.facebook.com/act.anticorruptionThailand/
https://youtu.be/K-xyjPUxZlU
https://twitter.com/ACT_Thailand/status/1361481745321758721?s=20
...การแก้ไขพรบ. ตำรวจแห่งชาติก็ยังเป็นเรื่องที่ค้างคากันในรัฐสภาฯ เราก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วจะนำไปสู่การปฏิรูปได้จริงจังไหม...
ในตอนที่แล้วเราพูดถึงคดีคอร์รัปชันดังๆ 5 คดี จะมี 2 หน่วยงานที่ต้องเกี่ยวข้องโดยตรงนั่นก็คือตำรวจและสำนักงานอัยการสูงสุด แต่เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าทั้ง 2 หน่วยงานจะทำคดีอย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมาเพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าผู้หลักผู้ใหญ่ของตำรวจและอัยการสูงสุดต่างก็นิ่งเงียบ ไม่ได้ออกมาชี้แจง ออกมาบอกกล่าวกับปราชาชนว่าเขาจะแก้ไขปัญหาอย่างไร เขาจะทำอย่างไรให้องค์กรของตัวเองเป็นที่ยอมรับนับถือของประชาชน ทำให้ประชาชนมีความคาดหวังได้ เชื่อมั่นได้ อย่างที่ควรจะเป็น
สำหรับตำรวจ การแก้ไขพรบ. ตำรวจแห่งชาติก็ยังเป็นเรื่องที่ค้างคากันในรัฐสภาฯ เราก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วจะนำไปสู่การปฏิรูปได้จริงจังไหม แต่เรื่องของอัยการสูงสุดเรายังไม่เคยมีการพูดกันเรื่องนี้ ในสภาพที่เป็นจริงวันนี้ก็คือว่าหากอัยการโดยเฉพาะคนที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ คนที่อยู่ในตำแหน่งสูงๆ ทำอะไรไม่ถูกต้อง ไม่ชอบมาพากล ทางเดียวที่จะตรวจสอบได้ก็คือต้องมีการร้องเรียนไปที่สำนักงาน ป.ป.ช. ไม่มีหน่วยงานอื่นนอกจากนี้ เราอาจจะคาดหวังได้ก็คือให้ ส.ส. หรือ ส.ว. นำประเด็นเรื่องราวไปอภิปรายในรัฐสภาฯ แต่ประชาชนทำอะไรได้ไหมเพราะฉะนั้นถึงจุดนี้ คงต้องขอปรึกษาท่านผู้ชมทุกท่านด้วยครับว่าเราจะทำอย่างไรกันดี เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เกิดการปฏิรูปครั้งใหญ่ ในสำนักงานอัยการสูงสุดและในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในส่วนขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชันเองในช่วงเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เรามีการออกแถลงการณ์ที่เกี่ยวกับตำรวจและอัยการอย่างน้อย 2 ฉบับ ครั้งแรกก็คือเมื่อเกิดกรณีสั่งไม่ฟ้องคดี บอส กระทิงแดง และฉบับที่ 2 คือการท้วงติงเกี่ยวกับการแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการอัยการชั้นสูงที่มีมลทินมัวหมองว่าเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลแล้วหรือไม่ แถลงการณ์ทั้ง 2 ฉบับสะท้อนให้เห็นถึงภารกิจขององค์กรภาคเอกชน ที่ต้องมาชี้ประเด็นและเรียกร้องความถูกต้อง ความชัดเจน การทำหน้าที่ของข้าราชการในองค์กรอิสระ ถ้าย้อนประเด็นไปในเรื่องของการปฏิรูป แน่นอนว่าการปฏิรูปตำรวจเราเห็นความคืบหน้าบ้างเล็กน้อย หลังจากพูดกันมา 30 ปี ก็คือ มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่ เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาฯ หลายฝ่ายที่ติดตามศึกษาการปฏิรูปตำรวจ ชี้ว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นฉบับแปลงสารหรือฉบับตัดต่อ ก็คือไม่ได้มีสาระที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงตำรวจได้อย่างจริงจัง หากแต่ว่าการปฏิรูปในส่วนของอัยการ ตรงนี้เรายังไม่เห็นทิศทางเพราะว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เพิ่งกำหนดยกสถานะของอัยการสูงสุด ให้เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญฯ ก็คือเป็นองค์กรที่มีความพิเศษสูงกว่าหน่วยราชการทั่วๆ ไป ดังนั้นเราก็คงต้องมาดูอีกเหมือนกันว่าจะมีทิศทางในการปฏิรูปอัยการสูงสุดได้อย่างไร เราจะช่วยกันกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เกิดการปฏิรูปในสถาบันตำรวจและอัยการสูงสุดได้ด้วยวิธีไหน ยังเชื่อว่าแนวทางสำคัญคือยังเชื่อว่าแนวทางสำคัญคือต้องทำให้สถาบันทั้ง 2 นั้น ดำรงอยู่ได้ด้วยความโปร่งใส รับผิดชอบ ตรวจสอบได้
ติดตามเรื่องราวขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชันได้ที่
http://www.anticorruption.in.th/2016/th/
https://www.facebook.com/act.anticorruptionThailand/
https://youtu.be/4I0d3Ef_Zzk
ท่านผู้ชมผู้ฟังครับ ที่ผ่านมามีคดีคอร์รัปชันเกิดขึ้นมากมายในบ้านของเรา หลายๆ เรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชนแต่มีหลายๆ เรื่องเงียบหายไป วันนี้มี 5 คดีดังที่เราต้องมาช่วยกันตามต่อ
คดีแรกเราจำกันได้ดี เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2554 หลังจากนั้นมีการอัดฉีดงบประมาณของรัฐบาลไปหลักแสนล้านบาท เพื่อไปแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ แต่เมื่ออดีตเลขาธิการสำนักงาน ป.ป.ท. ในสมัยนั้น ออกสุ่มตรวจในพื้นที่ 6 จังหวัด กลับพบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในทุกโครงการที่ไปทำการตรวจสอบ ผลที่ตามมาก็คือว่าอดีตเลขาธิการ ป.ป.ท. ท่านนั้น ถูกปลดออกจากตำแหน่งในทันทีที่ไปตรวจพบ หลังจากนั้นมีโครงการของรัฐบาลที่จะใช้เงินอีกหลายแสนล้านบาท เข้าไปแก้ไขปัญหาแต่ว่าก็มีเสียงคัดค้านตามมามากมาย สะท้อนให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหาของประชาชนมักจะล้มเหลวหรือไม่มีประสิทธิภาพเพราะการคอร์รัปชัน จึงจำเป็นที่เราจะต้องติดตามเรื่องนี้ ถึงแม้จะผ่านมา 10 ปีแล้ว ไม่มีความคืบหน้า เราก็ต้องไม่ปล่อยให้ผ่านเลยไป
คดีที่ 2 เรื่องจำนำข้าว การขายข้าว G2G เรื่องนี้เป็นมหากาพย์ ที่ถึงวันนี้ก็ยังไม่จบสิ้น มีคดีเล็กคดีน้อยพ่วงอยู่จำนวนมาก ผ่านมานับ 10 ปี ถึงวันนี้มีบางคดีย่อยกำลังเป็นที่วิตกกังวลว่ากำลังจะหมดอายุความหรือไม่ ความเสียหายที่เกิดขึ้นและกล่าวอ้างกันว่าอาจจะถึง 500,000 - 600,000 ล้านบาท ไม่ถูกพิสูจน์ เราจะหาคนผิดหาคนมาชดใช้ได้อย่างไร
คดีที่ 3 เครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด GT200 และ ALPHA 6 คดีนี้เป็นมหากาพย์ลวงโลกที่นักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจจำนวนมากหลงเชื่อหรือบางคนก็มีเจตนาทุจริตโดยตรง หน่วยราชการของไทยหลายแห่งซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดตัวนี้ด้วยราคา ถูก แพง แพงมาก ไม่เท่ากัน เราต้องหาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้ อย่าลืมนะครับ ในต่างประเทศบริษัทผู้ขาย ตัวคนขายถูกจับดำเนินคดีในข้อหาหลอกลวงไปแล้วแต่ในประเทศไทย คนขาย คนซื้อ คนอนุมัติ ยังไม่มีใครถูกลงโทษแม้แต่รายเดียว
คดีที่ 4 คดีบอส กระทิงแดง เหตุเกิดเมื่อทายาทมหาเศรษฐีขับรถชนตำรวจตายแล้วตัวเขาเองก็หนีไปต่างประเทศได้ เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว แต่กลับมาดังอีกครั้งหนึ่งในปีที่ผ่านมา คดีนี้สะท้อนถึงความผิดพลาดล้มเหลวของบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการบางคนที่ให้การช่วยเหลือผู้กระทำผิด ประชาชนต้องการเห็นความชัดเจนว่าจากผลการสอบสวนของคณะกรรมการชุดท่าน อ.วิชา มหาคุณ ใครมีความผิด ใครสมรู้ร่วมคิดกันช่วยเหลือคนผิด มีอัยการ มีตำรวจใหญ่น้อยคนไหนบ้าง ซึ่งเรื่องนี้จะนำไปสู่การปฏิรูปตำรวจและอัยการครั้งใหญ่
เรื่องที่ 5 คดีเหมืองทองอัครา เรื่องนี้คนไทยจะต้องติดตามโดยแยกออกเป็น 3 ส่วน
ส่วนที่หนึ่งก็คือตามที่ ป.ป.ช. ให้ข่าวว่าเอกชนมีการติดสินบนเจ้าหน้าที่ของไทยเพื่อให้ได้สัมปทานทำเหมืองทอง
เรื่องที่ 2 ก็คือกรณีที่ประชาชนร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อนจากการประกอบธุรกิจเหมืองแล้วทำให้รัฐบาลในช่วงเวลานั้นประกาศยุติการทำเหมืองเอาไว้ก่อน จนเป็นเหตุให้บริษัทเอกชนฟ้องเรียกร้องความเสียหายจากรัฐบาลมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท
ส่วนที่ 3 ก็คือการที่เรายังเห็นข้อมูลว่าเอกชนรายนี้มีความพยายามที่จะขยายธุรกิจ พยายามที่จะขอสัมปทานเหมืองแร่ในจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดอื่นๆ ออกมาอีก ทั้ง 3 ส่วนนี้เป็นเรื่องที่เราต้องตามไปพร้อมๆ กัน ว่ามีบทสรุปอย่างไร
ทั้ง 5 คดีที่กล่าวมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากหลายๆ คดีคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและที่สำคัญอยากให้ประชาชนร่วมติดตามไปพร้อมกับเราองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน
ติดตามเรื่องราวขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชันได้ที่
http://www.anticorruption.in.th/2016/th/
https://www.facebook.com/act.anticorruptionThailand/
https://youtu.be/d9bQrJ678Ro
From the publisher's feed