1. เตือนภัยโซเชียล อย่าหลงกลตกเป็นเหยื่อ! สาวใหญ่เวียดนามหลงรักวิศวกรเก๊ทางเน็ต หวิดสูญเงินค่าจ้าง 2 เดือน โชคดีที่ตำรวจช่วยไว้ทัน
แรงงานหญิงชาวเวียดนามรายหนึ่ง อายุ 51 ปี ทำงานอยู่ที่นครเถาหยวน รู้จักกับหนุ่มหน้าตาหล่อคนหนึ่งทางเน็ต (เห็นแต่ภาพทางเน็ตเท่านั้น) อ้างว่าเป็นวิศวกรชาวอังกฤษ แต่พูดภาษาเวียดนามได้ หลังคบกันทางเน็ตเป็นเวลา 2 เดือน สาวเวียดนามตกหลุมรักและยินยอมที่จะแต่งงานด้วยตามคำขอ เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา หนุ่มวิศวกรอังกฤษขอหมั้นและได้ส่งสินสอดของขวัญมาให้สาวเวียดนามถึงที่ไต้หวัน แต่อ้างว่าเขียนที่อยู่ผิด ทำให้ของขวัญ ซึ่งประกอบด้วยโทรศัพท์ไอโฟน 11 และเงินสด 20,000 USD. ติดอยู่ที่ทำการไปรษณีย์เวียดนาม ต้องโอนเงิน 40,000 เหรียญ การไปรษณีย์เวียดนามจึงจะส่งของมายังไต้หวันได้ จึงขอให้โอนเงินเข้าบัญชีการไปรษณีย์ตามที่ส่งมา
แรงงานหญิงชาวเวียดนามหวิดถูกวิศวกรเก๊หลอก โชคดีที่ตำรวจช่วยไว้ทัน
สาวเวียดนามเชื่อสนิท รีบไปเบิกเงินและโอนเงินที่ธนาคาร พนักงานธนาคารเห็นผิดสังเกต เตือนให้ระวังจะถูกหลอก แต่สาวเวียดนามยืนหยัดจะโอนเงินให้ได้ พนักงานธนาคารจึงโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากตำรวจ ตำรวจมาถึง แนะให้ยืนยันว่าเป็นจริงหรือไม่ ด้วยการให้แรงงานเวียดนามโทรศัพท์หาแฟนหนุ่ม ขอที่อยู่ที่ทำการไปรษณีย์เวียดนาม เพื่อให้ญาติของตนในเวียดนามไปรับของขวัญและจ่ายเงินค่าธรรมเนียม หนุ่มวิศวกรเก๊ได้ยินเช่นนี้ แก้สถานการณ์ไม่ทัน อ้างโน้นอ้างนี่ไม่ยอมบอกที่อยู่ สุดท้ายปิดโทรศัพท์หนีและไม่สามารถติดต่อได้อีก แรงงานเวียดนามรายนี้จึงเชื่อว่าตนถูกหลอกเสียแล้ว ขอบคุณพนักงานธนาคารและตำรวจเป็นการใหญ่ที่ช่วยเหลือตน หวิดสูญเงิน 40,000 เหรียญไต้หวัน ซึ่งเป็นค่าจ้างที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อร่วม 2 เดือน
แรงงานหญิงชาวเวียดนามหวิดถูกวิศวกรเก๊หลอก โชคดีที่ตำรวจช่วยไว้ทัน
2. หนุ่มอินโดนีเซียพัฒนาตัวเองจากแรงงานต่างชาติ กลายเป็นผู้ช่วยเฒ่าแก่ร้านทำผม
แรงงานอินโดนีเซียรายหนึ่งเดินทางมาทำงานในโรงงานทอผ้าที่นิคมอุตสาหกรรมต้าหยวน นครเถาหยวนเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ด้วยความที่เป็นคนใฝ่รู้และรักความก้าวหน้า เรียนรู้ภาษาจีนจนใช้สื่อสารได้คล่องแคล่ว เมื่อ 2 ปีก่อนได้รู้จักสาวไต้หวันรายหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของร้านทำผมหน้าสถานีรถไฟจงลี่ สาวไต้หวันเห็นหนุ่มอินโดฯ รายนี้เป็นผู้ที่มีความกระตือรือร้นและพัฒนาตัวเองตลอด จึงยอมคบเป็นแฟนดูใจกันมานาน 2 ปี ในที่สุดก็ตกลงแต่งงานด้วย
หนุ่มอินโดนีเซียรักความก้าวหน้า ผ่านการฝึกอาชีพเป็นช่างทำผม ช่วยภรรยาทำมาหากิน
หลังแต่งงาน หนุ่มอินโดฯ ได้สมัครเข้ารับการฝึกวิชาชีพสาขาการออกแบบทำผม จากศูนย์ฝึกอาชีพประจำเถาหยวน ซินจู๋และเหมียวลี่ของกระทรวงแรงงาน เมื่อผ่านการฝึกอาชีพและได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานแรงงานระดับ 3 สาขาการออกแบบทำผมแล้ว ได้มาช่วยภรรยาทำผมที่ร้าน และเนื่องจากฝีมือการทำผมดีขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันนี้ มีลูกค้าทั้งไต้หวันและอินโดนีเซียไปอุดหนุนเป็นจำนวนมาก
หนุ่มอินโดนีเซียรักความก้าวหน้า ผ่านการฝึกอาชีพเป็นช่างทำผม ช่วยภรรยาทำมาหากิน
3. มาทำงานเป็นแรงงานต่างชาติในไต้หวัน สามารถไปขายของจำพวกอุปกรณ์เครื่องใช้มือถือในตลาดนัดกลางคืนได้ไหม?
แรงงานต่างชาติเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน จะต้องทำงานกับนายจ้างและงานที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงแรงงานเท่านั้น การไปรับจ้างทำงานให้กับนายจ้างรายอื่น หรือไปขายของเป็นนายจ้างเอง ถือว่าผิดกฎหมายการจ้างงาน เมื่อถูกตรวจพบ จะถูกลงโทษปรับเงิน 30,000-150,000 เหรียญไต้หวัน และจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน ถูกส่งกลับประเทศ
แรงงานต่างชาติรับจ้างทำงานให้กับนายจ้างรายอื่น หรือไปขายของเป็นนายจ้างเอง ถือว่าผิดกฎหมายการจ้างงาน
4. อยู่เลยกำหนดวีซ่า ต้องการกลับประเทศ จะซื้อตั๋วและไปเสียค่าปรับที่สนามบินได้ไหม?
ชาวต่างชาติที่อยู่ในไต้หวันอย่างผิดกฎหมาย หากประสงค์จะเดินทางกลับประเทศ ต้องเข้ามอบตัวต่อศูนย์บริการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองท้องที่ จะไปเสียค่าปรับที่สนามบินไม่ได้ และแม้โครงการลดหย่อนโทษสำหรับชาวต่างชาติที่เข้ารายงานตัว ระหว่าง 1 ม.ค.-30มิ.ย. 62 จะสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่เพื่อจูงใจชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยหรือทำงานอย่างผิดกฎหมายในไต้หวัน ให้เข้ามอบตัวเพื่อเดินทางกลับประเทศ โดยผู้เข้ามอบตัวจะได้รับอนุญาตไม่ต้องไปอยู่ในสถานกักกัน แต่ต้องเสียอัตราค่าปรับตามกฎหมาย
แต่ละเมืองจะมีศูนย์ให้บริการของสำนักงานตรวจเมือง ในภาพเป็นศูนย์ฯ นครเถาหยวน
อัตราค่าปรับฐานอยู่เลยกำหนดวีซ่า
ไม่เกิน 10 วัน เสียค่าปรับ 2,000 เหรียญไต้หวัน
11 วันขึ้นไป ไม่เกิน 30 วัน เสียค่าปรับ 4,000 เหรียญไต้หวัน
31 วันขึ้นไป ไม่เกิน 60 วัน เสียค่าปรับ 6,000 เหรียญไต้หวัน
61 วันขึ้นไป ไม่เกิน 90 วัน เสียค่าปรับ 8,000 เหรียญไต้หวัน
91 วันขึ้นไป เสียค่าปรับ 10,000 เหรียญไต้หวัน
ศูนย์ให้บริการของสำนักงานตรวจเมืองในกรุงไทเป
5. แรงงานต่างชาติในไต้หวัน หากตรวจสุขภาพแล้วพบโรคเอดส์ นายจ้างจะส่งกลับประเทศไหม และใครจะเป็นผู้แจ้งผลการตรวจให้แรงงานทราบ
เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายป้องกันการระบาดและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ไต้หวันประกาศยกเลิกการตรวจโรคเอดส์ในรายการตรวจสุขภาพของแรงงานต่างชาติแล้วตั้งแต่ 17 ม.ค. 2558 แรงงานต่างชาติก่อนเดินทางมาทำงาน หรือระหว่างทำงานอยู่ในไต้หวัน ไม่ต้องเข้ารับการตรวจโรคเอดส์อีกต่อไป และห้ามนายจ้างหรือบริษัทจัดหางาน ระว่างการจ้างงานหรือขณะรับสมัคร บังคับให้แรงงานต่างชาติไปรับการตรวจหรือให้แสดงใบผ่านการตรวจโรคเอดส์
ไต้หวันยกเลิกการตรวจโรคเอดส์ในรายการตรวจสุขภาพของแรงงานต่างชาติแล้วตั้งแต่ 17 ม.ค. 2558
กรมพัฒนากำลังแรงงานแถลงว่า หากแรงงานสงสัยว่าตนจะติดเชื้อเอดส์หรือไม่? ยังคงสามารถเข้ารับการตรวจ ด้วยการออกค่าใช้จ่ายเอง และสถานพยาบาลที่ให้บริการตรวจต้องแจ้งผลแก่ผู้รับการตรวจเท่านั้น ห้ามแจ้งผลตรวจแก่นายจ้างหรือผู้อื่น ในกรณีที่ตรวจพบว่า ติดเชื้อเอดส์ แรงงานต่างชาติมีสิทธิ์จะขอรับการรักษาที่ไต้หวันได้ โดยออกค่ารักษาเอง กรมพัฒนากำลังแรงงานย้ำว่า ไม่ว่านายจ้างหรือบริษัทจัดหางาน ขณะรับสมัครหรือมีการว่าจ้างแล้ว จะเรียกร้องให้แรงงานต่างชาติไปรับการตรวจหรือแสดงใบผ่านการตรวจโรคเอดส์ไม่ได้และห้ามส่งแรงงานกลับประเทศเพราะการนี้อย่างเด็ดขาด หากฝ่าฝีน จะถูกลงโทษ 60,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป ไม่เกิน 300,000 เหรียญไต้หวัน และจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตว่าจ้างแรงงานต่างชาติบางส่วนหรือทั้งหมด หากแรงงานต่างชาติคนไหน ถูกนายจ้างเรียกร้องให้ไปรับการตรวจโรคเอดส์ สามารถโทรแจ้งไปที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ 1955 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ห้ามนายจ้างหรือบริษัทจัดหางาน ระว่างการจ้างงานหรือขณะรับสมัคร บังคับให้แรงงานต่างชาติไปรับการตรวจหรือให้แสดงใบผ่านการตรวจโรคเอดส์
6. รถจักรยานไฟฟ้า ซ้อนสองได้ไหม?
รถจักรยานไฟฟ้า ห้ามมีการซ้อนท้าย ยกเว้นเด็กอายุต่ำว่า 6 ขวบ ซึ่งต้องมีเบาะที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยตามทางการกำหนด หากฝ่าฝืนจะถูกปรับตั้งแต่ 300-600 เหรียญไต้หวัน ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 62 ที่ผ่านมา ไต้หวันมีการบังคับใช้กฎหมายการจราจรว่าด้วยรถจักรยานไฟฟ้า โดยกำหนดให้ความเร็วของรถจักรยานไฟฟ้าขับได้ไม่เกิน 25 กม./ชม. หากฝ่าฝืนจะถูกปรับตั้งแต่ 900-1,800 เหรียญไต้หวัน ไม่สวมหมวกกันน็อคถูกปรับ 300 เหรียญ ปรับแต่งรถโดยพลการปรับตั้งแต่ 1,800-5,400 เหรียญไต้หวัน
รถจักรยานไฟฟ้าซ้อนสองไม่ได้ หากถูกตรวจพบจะถูกปรับตั้งแต่ 300-600 เหรียญไต้หวัน