สภาบริหารไต้หวันเคาะแล้ว ปฏิรูประบบภาษีโรงเรือน 2.0
การประชุมคณะรัฐมนตรีหรือสภาบริหารไต้หวันวันนี้ ที่ประชุมมีมติอนุมัติร่างกฎหมาย “ระบบภาษีโรงเรือน 2.0” โดยจะนำส่งให้สภานิติบัญญัติไต้หวันพิจารณาเพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไปในช่วงประมาณปลายเดือน ก.ย. ศกนี้ และคาดว่าจะประกาศใช้บังคับอย่างเป็นทางการในช่วงเดือน พ.ค. 2025
“ระบบภาษีโรงเรือน 2.0” ได้ปฏิรูประบบภาษีโรงเรือนที่เดิมให้อำนาจส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะใช้ระบบภาษีโรงเรือนแบบก้าวหน้านี้หรือไม่ โดยอยู่ในช่วงระหว่าง 1.5-3.6% แล้วหันไปใช้ “ระบบภาษีโรงเรือนที่เป็นเอกภาพทั่วประเทศ” โดยปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2-4.8% ส่วน “ภาษีกักตุนบ้าน 2.0” มีรายละเอียดพอสมควร
ภาษีโรงเรือนที่ใช้ในปัจจุบัน
บ้านพักอาศัยที่มิได้อยู่อาศัยด้วยตนเอง จะถูกจัดเก็บภาษีโรงเรือน 1.5-3.6% โดยให้รัฐบาลท้องถิ่นเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสมว่า เป็นเจ้าของบ้านกี่หลัง ในปัจจุบันมีอยู่ 10 เมือง/จังหวัดใช้ระบบภาษีแบบก้าวหน้า อีก 12 เมือง/จังหวัดใช้ระบบภาษี 1.5% เหมือนกันหมด
ภาษีก้าวหน้า 2.0 ในส่วนของบ้านที่เจ้าของไม่ได้ใช้อยู่อาศัยเอง ปัจจุบันใช้อัตราภาษีตามกฎหมาย 1.5-3.6% เปลี่ยนเป็น 2-4.8% รัฐบาลท้องถิ่นกำหนดอัตราภาษีแบบก้าวหน้าของตน ปัจจุบันอนุญาตให้กำหนดเองได้ แก้เป็น “ต้องกำหนดเอง”
ภาวะเงินเฟ้อไต้หวันชะลอตัว CPI เพิ่มเพียง 1.75%
กรมบัญชีกลาง สภาบริหาร ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ประกาศตัวเลขดัชนีภาวะเงินเฟ้อหรือ CPI ประจำเดือน มิ.ย. ทีผ่่านมาอยู่ที่ 1.75% นอกจากเป็นตัวเลขที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกในรอบ 23 เดือน และเป็นจุดต่ำสุดตั้งแต่เม.ย. ปี2564 กรมบัญชีกลางวิเคราะห์ว่า เดือน มิ.ย. อากาศดี ทำให้ราคาพืชผัก ผลไม้ปรับตัวลดลง แรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อลดลง และคาดว่าในเดือน ก.ค. ตัวเลข CPI จะไม่ทะลุ 2% อย่างแน่นอน แต่อาจสูงกว่าของเดือน มิ.ย.
เนื่องจากวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลบ๊ะจ่าง ทำให้ค่าใช้จ่ายภาคบริการปรับตัวสูงขึ้น เนื้อสัตว์ และค่าอาหารนอกบ้าน ค่าเช่าบ้าน ก็ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากทำให้ CPI เหลือไม่ถึง 2% ครั้งแรกในรอบ 23 เดือน อย่างไรก็ดี ราคาพืชผัก และผลไม้ ก็ได้รับอิทธพลจากสภาพอากาศที่ค่อนข้างเสถียร ทำให้การปรับราคาขึ้นถูกตัดทอนลงไม่น้อย ทำให้ตัวเลข CPI ครั้งนี้ เป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่ เม.ย. ของปี 2564 ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญ 17 รายการ ปรับขึ้นเพียง 4.17% ต่ำสุดในรอบ 14 เดือน
นายฉาวจื้อหง ผู้เชี่ยวชาญประจำกรมบัญชีกลาง ไต้หวัน วิเคราะห์ว่า นอกจากสภาพอากาศค่อนข้างดี และราคาพืชผักผลไม้ปรับตัวลดลงแล้ว CPI ของเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว เพิ่มขึ้น 3.59% ซึ่งสูงสุดในรอบปี ดังนั้น จึงเป็นตัวเลขฐานที่ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ ราคาไข่ไก่ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.17% ต่ำสุดในรอบ 20 เดือน ทำให้ CPI ของเดือน มิ.ย. หดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด เขาบอกอีกว่า “ราคาพื้ชผักของเดือนนี้ลดลง 7.51% ส่วนผลไม้ปรับตัวลดลง 7.89% ทั้งสองรายการนี้ คุณจะเห็นได้ว่าตัวเลขรวมส่งผลให้ CPI ปรับตัวขึ้นเพียง 0.59% เท่านั้น
อย่างไรก็ดี คุณฉาวจื้อหงยังบอกว่า รายการสินค้าทั้ง 368 รายการ ราคาเพิ่มขึ้นถึง 70% โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาค่าอาหารนอกบ้าน ค่าใช้จ่ายรายการใหญ่ ๆ เช่น ค่าเช่าบ้าน ล้วนปรับตัวสูงขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายภาคบริการก็จะมีราคาที่ค่อนข้างคงที่ ดังนั้น ชาวบ้านจึงมีความรู้สึกว่า ราคาสินค้าค่อนข้างแพงเหมือนเดิม
สำหรับในส่วนของราคาสินค้าเดือน ก.ค.นี้ คุณฉาวฯ เห็นว่า เนื่องจากเป็นช่วงปิดภาคฤดูร้อน ทำให้ราคารค่าบริการเพื่อการสันทนาการมีการปรับตัวสูงขึ้น จึงประเมินว่า ท่ามกลางราคาวัตถุดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง แรงกดดันภาวะเงินเฟ้ออ่อนตัวลง คาดว่า CPI จะไม่เกิน 2% แต่น่าจะสูงกว่าของเดือน มิ.ย. เล็กน้อย
ไต้หวันปลดล็อกใบอนุญาตไกด์ไทย เกาหลี และเวียดนาม แก้ปัญหาขาดแคลนไกด์ 3 ภาษา ดึงดูดนักท่องเที่ยว
ไต้หวันประสบปัญหาขาดแคลนมัคคุเทศก์ภาษาเวียดนาม ไทยและเกาหลี ซึ่งเป็นภาษาที่ค่อนข้างหายากในไต้หวัน ทำให้ไต้หวันต้องพิจารณาหาทางแก้ปัญหาดังกล่าว และในปีนี้ ไต้หวันจะปฏิรูปวิธีการการสอบรับใบอนุญาตไกด์ของ 3 ภาษาดังกล่าว โดยโอนกลับไปอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมการท่องเที่ยว กระทรวงคมนาคมตามเดิม ไม่ต้องสอบในระดับชาติหรือเรียกว่า “กั๋วเข่า” อีกต่อไป ทำให้การคัดเลือกมัคคุเทศก์ภาษาอาเซียนสอดคล้องกับความต้องการมากยิ่งขึ้น หากประสงค์จะยึดอาชีพมัคคุเทศก์เพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือหัวหน้าทัวร์เพื่อพาทัวร์ไต้หวันไปต่างประเทศ เพียงแต่เลือกสอบ 1 ใน 2 รูปแบบ ได้แก่ “รูปแบบความรู้ทั่วไป” หรือ “รูปแบบความสามารถเฉพาะด้าน” อย่างใดอย่างหนึ่ง และใช้วิธีการ “สอบ+อบรม” ร่วมกัน โดยจะต้องเข้าร่วมการฝึกอบรมก่อนทำงาน ผลการสอบ “ความรู้ทั่วไป” จะเก็บผลสอบไว้ 3 ปี “ความสามารถเฉพาะด้าน” เก็บผลการสอบได้ 1 ปี หมายความว่าในระยะเวลาดังกล่าวจะต้องเข้ารับการฝึกอบรมมัคคุเทศก์ก่อนทำงาน มิเช่นนั้น ก็ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่
กรมการท่องเที่ยว กระทรวงคมนาคม ไต้หวันอธิบายเพิ่มเติมว่า หมวดความรู้ทั่วไปกับหมวดความสามารถเฉพาะด้าน ที่สำคัญแตกต่างกันที่ความรู้ทั่วไปจะเน้นข้อสอบแบบเดิม ส่วนความสามารถเฉพาะด้านเป็นการสอบตามความต้องการของผู้ประกอบการ แต่ที่ผ่านมาเนื่องจากความสามารถด้านภาษาจีนของบุคลากรที่มีภาษาเหล่านี้เป็นภาษาแม่ของตน แต่ภาษาจีนไม่สู้แข็งแรงนัก สอบรับใบอนุญาตมัคคุเทศก์ได้ค่อนข้างยาก
กรมการท่องเที่ยวระบุว่า ผู้เข้าสอบ “ความสามารถเฉพาะด้าน” ต้องสมัครโดยบริษัทนำเที่ยวที่ตนทำงานอยู่เป็นผู้ส่งเข้าสอบ และต้องทำงานในบริษัทนำเที่ยวทั่วไปหรือบริษัทนำเที่ยวประเภท ก. มีอายุงานอย่างน้อย 2 ปีขึ้นไป
การสอบความสามารถเฉพาะด้านจะมีข้อสอบที่ปรับให้ง่ายขึ้น ลดวิชาที่ต้องสอบลงครึ่งหนึ่ง อย่างไรก็ดี เมื่อเปลี่ยนนายจ้างใบอนุญาตก็จะหมดอายุไปด้วย และจำกัดให้สอบได้เฉพาะบุคลากรที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ซึ่งหมายความว่า วิธีการสอบแบบนี้ จะไม่มีการสอบมัคคุเทศก์ภาษาอังกฤษและภาษาจีนกลาง
นายสวี่ ก้วนปิน นายกสมาคมมัคคุเทศก์ สาธารณรัฐจีน ระบุว่า ปัจจุบัน ผู้ประกอบการได้สะท้อนว่า มัคคุเทศก์ที่ขาดแคลนมากที่สุดได้แก่ ภาษาเกาหลี เวียดนาม และไทย แต่ที่ผ่านมา ระบบการสอบไม่เป็นผลดีต่อการว่าจ้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ และไม่เป็นมิตรต่อบุคลากรที่มีศักยภาพในการพาทัวร์และมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการนำเที่ยว
บางทีผู้สมัครสอบเหล่านี้จะเคยทำงานด้านกำหนดการทัวร์ ดูแลการออกกรุ๊ปทัวร์ของบริษัททัวร์มานานหลายปี มีประสบการณ์อย่างโชกโชน หรือเป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ลูกหลานผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ชาวไต้หวันที่เคยพำนักอาศัยในต่างประเทศ แต่กลับเป็นเพราะความสามารถด้านภาษาจีนทั้งการอ่าน และการเขียน ทำให้ไม่สามารถสอบผ่านข้อเขียนได้
ระบบใหม่นี้ หวังว่าจะสามารถแก้ปัญหาการสอบไม่ผ่านกับการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ กรมการท่องเที่ยวไต้หวันระบุว่า ในอดีตการสอบรับใบอนุญาตมัคคุเทศก์/หัวหน้าทัวร์ จะแยกสอบระหว่าง “ข้อเขียน” กับ “ฝึกอบรม” โดยกระทรวงสอบคัดเลือกจะรับผิดชอบการสอบ ส่วนกรมการท่องเที่ยวรับผิดชอบการฝึกอบรม แต่ระบบการสอบแบบเก่านี้จะไม่มีการกำหนดอายุของคุณสมบัติในการฝึกอบรมก่อนทำงาน อย่างเช่น ผู้สอบผ่านมัคคุเทศก์ในช่วง 5 ปีก่อน เข้าร่วมการฝึกอบรมเพียง 30% เท่านั้น ในขณะที่มีผู้ทำงานมัคคุเทศก์จริง ๆ ไม่มากนัก
การสอบระบบใหม่จะใช้รูปแบบ “สอบ+ฝึกอบรม” ผู้มีคุณสมบัติเข้าร่วมฝึกอบรม หากเป็นการสอบแบบความรู้ทั่วไป ผลการสอบมีอายุ 3 ปี ความสามารถเฉพาะด้าน 1 ปี เพื่อให้ผู้สอบผ่านคุณสมบัติมัคคุเทศก์ต้องเข้าร่วมการฝึกอบรมโดยเร็ว และเข้าสู่ตลาดแรงงานโดยเร็วด้วย