๑. ดร. มอริส จาง ตัวแทนผู้นำไต้หวันเข้าร่วมประชุมระดับผู้นำเศรษฐกิจ APEC เตือน การค้าเสรีในปัจจุบันเป็นไปอย่างมีเงื่อนไข
การประชุมระดับผู้นำเศรษฐกิจ APEC ประจำปีนี้ ในระบบออนไลน์ ที่นิวซีแลนด์เป็นเจ้าภาพ ได้ปิดฉากลงแล้ว ซึ่งในส่วนของไต้หวัน มีนายมอริส จาง ผู้ก่อตั้ง TSMC ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมแผ่นชิประดับโลก สัญชาติไต้หวัน เป็นตัวแทน ปธน. ไช่ฯ ผู้นำไต้หวันเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ได้เปิดแถลงข่าวพร้อมกับตัวแทนไต้หวันที่เข้าร่วมประชุมระดับ รมว. เอเปค ในปีนี้ ซึ่งนายมอริส จางได้เตือนว่า การค้าเสรีในช่วงนี้ ดูเหมือนว่าจะเริ่มมีการแปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น กลายเป็นกาค้าเสรีอย่างมีเงื่อนไข อย่าง สหรัฐฯ ที่ยืนหยัดการค้าเสรีมาโดยตลอด ในช่วงที่ผ่านมาก็ปรับนโยบายเพิ่มการผลิตของอุตสาหกรรมหลายประเภทในประเทศของตน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไต้หวันต้องให้ความสนใจ และเชื่อว่าา ได้ส่งผลในทางลบขึ้นแล้ว โดยไต้หวันเชื่อว่า การจำกัดการค้าเสรีอย่างมีเงื่อนไขเฉพาะอุตสาหกรรมที่เป็นหัวใจของความมั่นคงแห่งชาติของตนเท่านั้น จึงจะเป็นหนทางที่ถูกต้องของประเทศสมาชิกเอเปก
การประชุม APEC ปีนี้ได้บรรลุฉันทามติ 3 ประการ ได้แก่ การกระจายวัคซีนโควิด-19 อย่างเป็นธรรม ส่งเสริมการค้าและการลงทุน ตลอดจน สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ดร. มอริส จาง (เสื้อเหลือง) จอนห์ เติ้ง (ซ้าย) รมว. ประจำสภาบริหาร นางหวางเหม่ยฮัว (ขวา) เปิดแถลงข่าวเสร็จสิ้นการประชุม APEC
๒. ผู้นำไต้หวันขอบคุณทุกฝ่ายร่วมมือป้องกันโรค ทำส่งออกทุบสถิติ
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวันได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวว่า การส่งออกของไต้หวันทุบสถิติอีกแล้ว ซึ่งต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือในการป้องกันโรค การส่งออกเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไต้หวัน และภายใต้การปรับตัวของซัพพลายเชนทั่วโลกในขณะนี้ ไต้หวันยิ่งต้องใช้โอกาสอันดีนี้ ขยายตลาดในต่างประเทศ
การส่งออกของไต้หวันในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 และทำลายสถิติรายเดือนด้วย การส่งออกในเดือน ต.ค. ที่ผ่านมามียอดส่งออกถึง 40,140 ล้านดอลลาร์ ทุบสถิติรายเดือน ยอดรวม 10 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 3.642 แสนล้านดอลลาร์ นอกจากจะทุบสถิติในช่วงเดียวกันแล้ว ยังทุบสถิติตลอดทั้งปีอีกด้วย
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีไช่ฯ ยังได้ระบุถึงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไต้หวันในปีนี้ว่า มีการประเมินว่า จะสูงถึง 6.01% สูงสุดในรอบ 11 ปี
ผู้นำไต้หวันระบุว่า ผลสำเร็จต่าง ๆ เหล่านี้ มาจากการร่วมไม้ร่วมมือกันของทุกฝ่าย สกัดมิให้โรคระบาดขยายเป็นวงกว้าง ตอนนี้ พลังทางเศรษฐกิจในขอบเขตทั่วโลกก็กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลก็ต้องเร่งระดมสรรพกำลังที่มีอยู่ใช้โอกาสทองนี้ขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจของไต้หวัน
ในตอนท้ายของโพสต์ดังกล่าว ผู้นำไต้หวันได้ทิ้งท้ายเกี่ยวกับการลงประชามติในวันที่ 18 ธ.ค. ว่า ประเด็นเนื้อหมูที่มีสารกระตุ้นเนื้อแดง เกี่ยวพันกับการค้าต่างประเทศของไต้หวัน ณ ขณะนี้ ไต้หวันต้องแสดงความเด็ดเดี่ยวที่จะแก้ปัญหาการค้ากับนานาชาติ เพื่อให้นานาชาติสนับสนุนไต้หวัน จึงขอให้ทุกท่านช่วยกันกระจายข่าวการลงประชาติให้เพื่อนฝูงได้เข้าใจ เพื่อจะได้ตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง
๓. ไต้หวันสมัครเข้าเป็นสมาชิก CPTPP สดใส ไม่มีสมาชิกคัดค้าน
การขอเข้าเป็นสมาชิก “ข้อตกลงความครอบคลุมและความก้าวหน้าเพื่อหุ้นส่วนทางการค้าภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก” หรือ Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership ย่อว่า CPTPP ซึ่งมีประเทศสมาชิกรวมทั้งสิ้น 11 ประเทศ ของไต้หวัน เป็นภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่งจนถึงปัจจุบัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไต้หวันเห็นว่า สมาชิกบางส่วนมีท่าทีเป็นบวก บางส่วนค่อนข้างบวก และอย่างน้อยที่สุดจนถึงปัจจุบัน สมาชิกทั้ง 11 ประเทศสมาชิกยังไม่มีประเทศใดแสดงจุดยืนคัดค้านการขอเข้าเป็นสมาชิกของไต้หวัน
ไต้หวันได้ยื่นใบสมัครขอเข้าเป็นสมาชิก CPTPP เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน ระบุว่า ประเทศสมาชิกบางส่วนมีท่าทีบวกต่อการขอเข้าเป็นสมาชิกของไต้หวัน บางส่วนแสดงความยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ที่ได้มาตรฐานของความตกลง นอกจากนี้สมาชิกบางส่วนยังสงวนท่าที
การเข้าเป็นสมาชิก CPTPP จะต้องเป็นการพิจารณาด้วยความเห็นชอบแบบเป็นเอกฉันท์ ซึ่งก็คือจะต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกทุกประเทศ ดังนั้น ท่าทีของแต่ละประเทศจึงเป็นปมเงื่อนสำคัญของการเข้าเป็นสมาชิกของไต้หวัน นายหยวีต้านเหลย รมช. กต. ไต้หวัน เปิดเผยว่า “เราได้สอบถามท่าทีของ 11 ประเทศสมาชิกมาระยะหนึ่งแล้ว ได้ประสานกับทุกประเทศแล้ว แม้จะมีอยู่ 3 ประเทศ ได้แก่ บรูไน มาเลเซีย และชิลีที่ยังไม่ได้รับอนุมัติ ไต้หวันก็ได้ประสานงานไปด้วยแล้ว”
ส่วนนายเจิงเหวินเซิง รมช. เศรษฐการไต้หวันก็บอกว่า “จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีประเทศสมาชิกใด คัดค้านการขอเข้าเป็นสมาชิกของไต้หวัน ส่วนประเทศญี่ปุ่นที่เป็นประธานหมุนเวียนในปีนี้ ก็แสดงท่าทีหลายครั้งว่ายินดีต้อนรับไต้หวัน”
๔. ตุลาคม ไต้หวันจัดเก็บภาษีได้ตามเป้าตลอดทั้งปี คาดปีนี้เก็บได้เกินถึง 3 แสนล้าน
เนื่องจาการจัดเก็บภาษีซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวันพุ่งสูงขึ้น จนทำให้การจัดเก็บภาษีโดยรวมของไต้หวันในเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา ยอดรวม 10 เดือนแรกของปีนี้ทะลุหลักง 2.4 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน นอกจากจะทุบสถิติที่เคยมีมาแล้ว ยังทำยอดได้ถึงเป้าหมายตลอดทั้งปีของปีนี้อีกด้วย จึงคาดว่า ตลอดทั้งนี้ของปีนี้ ไต้หวันจะสามารถจัดเก็บภาษีได้เงินเป้าถึง 3 แสนล้านเหรียญไต้หวัน
กระทรวงการคลังไต้หวัน ระบุว่า เดือน ต.ค. สามารถจัดเก็บภาษีได้ 2.194 แสนล้าน เพิ่มขึ้น 28.1%/ปี ที่สำคัญมาจากการชะลอชำระภาษีของเดือน ก.ย. และภาษีเงินปันผลหุ้น ทำให้ยอดภาษีสะสม 10 เดือนแรกของปีนี้สูงถึง 2.4574 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 22.5%
๕. คาดจีดีพีไต้หวันปีนี้โต 6.1% ปีหน้า 4.1%
สถาบันวิจัยเศรษฐกิจไต้หวัน ได้ประกาศผลการศึกษาและประเมินบรรรยากาศทางเศรษฐกิจของปีนี้ โดยคาดว่า จีดีพี ในปีนี้จะโตถึง 6.1% ซึ่งเป็นตัวเลขคาดการที่สูงที่สุดในบรรดาองค์กรวิจัยเศรษฐกิจในไต้หวัน ส่วนปีหน้าจะอยู่ที่ 4.1% สถาบันวิจัยเศรษฐกิจไต้หวันวิเคราะห์ว่า ในปีนี้ที่สำคัญคือมาจากการส่งออกและการลงทุน ส่วนปีหน้าจะต้องอาศัยอุปสงค์ภายใน แต่การเปลี่ยนแปลงของการระบาดของโรค และนโยบายหดตัวทางการเงินทำให้ตลาดการเงินอยู่ในสภาพระส่ำระสาย
การประเมินตัวเลขจีดีพีในครั้งนี้ ปรับเพิ่มจากการประเมินเมื่อคราวที่แล้วประมาณ 0.7% ส่วนปีหน้าก็คาดว่าจะโตที่ 4.1%
สถาบันวิจัยเศรษฐกิจไต้หวันประเมินว่า ในปีหน้า เศรษฐกิจจะชะลอตัวลงมากกว่าในปีนี้ ซึ่งต้องอาศัยการบริโภคของภาคเอกชนเป็นสำคัญ แม้การส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนยังคงเข้มแข็ง แต่ได้รับผลจากตัวเลขฐานปีนี้ที่ค่อนข้างสูง ทำให้ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ