๑. ลดมาตรการป้องกันโควิด-19 เป็นระดับ 2 แต่ยังคุมเข้ม “การ์ดห้ามตก”
ไต้หวันปรับลดมาตรการป้องกันโควิด-19 เป็นระดับ 2 ตั้งแต่เมื่อวันอังคารที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยจะใช้มาตรการระดับ 2 ไปจนถึงวันที่ 9 ส.ค. รวม 2 สัปดาห์ แต่ก็มีมาตรการคุ้มเข้ม อีกหลายรายการ เพื่อมิให้การระบาดกลับมาอีก กระทรวงเศรษฐการไต้หวันได้วางกรอบมาตรการป้องกันของกิจการประเภทต่างๆ ทั้งด้านการคมนาคม พิธีกรรมทางศาสนา และกิจกรรมอื่น ๆ ในสังคม
โดยในส่วนของด้านคมนาคม จะแบ่งเป็นการรถไฟ และรถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะมีมาตรการดังนี้ ห้ามรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำในบริเวณที่สาธารณะของสถานี เช่นล๊อบบี้ โบกี้ ชานชาลา ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้สำหรับการรับประทานอาหารเท่านั้น และต้องจัดที่นั่งแบบเว้นที่นั่ง สูงสุดนั่งได้ไม่เกิน 70% ของจำนวนที่นั่งทั้งหมด
พิธีกรรมทางศาสนา อาทิ พิธีกรรมตามปกติ พิธีมิสซา ละหมาด สวดมนต์ หรือนั่งสมาธิ ต้องจัดที่นั่งประจำ นั่งสลับฟันปลา พิธีไหว้เจ้าในเทศกาลสาร์ทจีน ปล่อยโคมไฟ หรือพิธีกรรมอื่น ๆ ต้องรักษาระยะห่างทางสังคม และจำกัดจำนวนคนที่เข้าร่วมกิจกรรม
การแสดงกราบไหว้เทพเจ้า นักแสดงที่มีใบรับรองผลตรวจเป็นลบในเวลา 3-7 วัน ก่อนการแสดงให้ถอดหน้ากากได้ และต้องรักษาระยะห่างทางสังคม ในส่วนของผู้ชม ห้ามรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ ไม่มีที่นั่งประจำ ที่นั่งกับเวทีต้องห่างอย่างน้อย 3 เมตร
การท่องเที่ยว อนุญาตให้จัดกรุ๊ปทัวร์ได้ไม่เกินกรุ๊ปละ 50 คน รถทัวร์คันใหญ่ให้นั่งเว้นที่นั่ง นั่งได้คันละไม่เกิน 20 ที่นั่ง ไมโครโฟนต้องฆ่าเชื้อทุกครั้งก่อนให้คนต่อไปใช้งาน
เครื่องคีบตุ๊กตา ต้องมีพนักงานดูแลตลอดเวลาที่เปิดให้บริการ ใช้ระบบยืนยันตัวตน เสริมมาตรการจำกัดจำนวนคนและจำนวนเครื่อง ทำความสะอาดเป็นประจำ
เสริมสวยเสริมความงาม บริการนวด การรักษาแบบแผนโบราณ ใช้ระบบนัดหมายล่วงหน้า ผู้ให้บริการรักษาแบบแผนโบราณต้องมีใบอนุญาต ห้ามอยู่ในที่ปิดมิดชิด ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนลูกค้าคนใหม่และการบริการที่ต้องถอดหน้ากากอนามัยยังไม่เปิดให้บริการ
มาตรการระดับ 2 ของกิจการประเภทต่าง ๆ ระหว่างวันที่ 27 ก.ค. - 9 ส.ค. 2564
๒. ดัชนีอุตสาหกรรมเดือน มิ.ย.ไต้หวัน พุ่งต่อเนื่อง 17 เดือน และสูงสุดของไตรมาส 2 พุ่งต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 8
เศรษฐกิจทั่วโลกกำลังอยู่ในสภาวะแห่งการฟื้นตัว การบริโภคเพิ่มขึ้น ประกอบกับประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ การค้าทางไกลในระบบอิเล็กทรอนิกส์ กระทรวงเศรษฐการไต้หวันได้เปิดเผยสถิติดัชนีภาคอุตสาหกรรมเดือน มิ.ย. อยู่ที่ 135.32 จุด เพิ่มขึ้นต่อปี 18.37% โดยดัชนีอุตสาหกรรมภาคการผลิตอยู่ในระดับสูงสุดถึง 137.57 โดยเติบโตขึ้นถึง 20.20% ซึ่งทั้งสองส่วนล้วนเป็นการเติบโตต่อเนื่องถึง 17 เดือน และส่งผลให้ไตรมาส 2 ของปีนี้ ไตรมาสที่มีการเติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 8 และสูงสุดรายไตรมาสด้วย
ดัชนีอุตสาหกรรมเดือน มิ.ย.ไต้หวัน พุ่งต่อเนื่อง 17 เดือน
๓. ส่งออกกระฉูดเกินคาดหมาย คาด GDP ปีนี้โต 5.4%
สถาบันวิจัยเศรษฐกิจไต้หวัน ได้ประกาศตัวเลขคาดการณ์เติบโตเศรษฐกิจหรือ GDP ไต้หวันปีนี้จะอยู่ที่ 5.4% ปรับเพิ่มจากการคาดการณ์คราวที่แล้ว 0.37% สถาบันวิจัยเศรษฐกิจไต้หวันวิเคราะห์ว่า แม้การบริโภคของภาคเอกชนจะอ่อนล้าลงจากการระบาดของโควิด-19 แต่การลงทุนของภาคเอกชนยังคงแข็งแกร่ง อุปสงค์ในต่างประเทศยังคงระอุ ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของปี 2021
คุณจางเจี้ยนอิ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเศรษฐกิจไต้หวันระบุว่า “ตัวเลขที่ประเมินตอนนี้ยังไม่ได้พิจารณาเงื่อนไขที่จะมีการลดระดับมาตรการป้องกันจากระดับ 3 เป็นระดับ 2 และการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังปลดล็อก มาตรการเหล่านี้เชื่อว่าจะแข่งแกร่งกว่ามาตรการกระตุ้นของปีที่แล้วอย่างแน่นอน เพราะผลกระทบในปีนี้รุนแรงกว่าปีที่แล้วมากทีเดียว”
กราฟแสดงบรรยากาศกิจการประเภทต่าง ๆ ในไต้หวัน
๔. ตกงานเดือน มิ.ย. พุ่งสูงสุดในรอบ 10.5 ปี กระทรวงแรงงานคาดระบุเริ่มฟื้นตัวแล้ว
กระทรวงแรงงานไต้หวันเปิดเผยตัวเลขการว่างงานประจำเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา อยู่ที่ 4.8% สูงสุดในรอบ 10.5 ปี แม้ตัวเลขการว่างงานจะเพิ่มขึ้น แต่จากสถิติข้อมูลของกรมพัฒนาฝีมือกำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานไต้หวัน ระบุว่า เดือน มิ.ย. โอกาสงานของผู้หางานทั้งหมดเฉลี่ยคนละ 1.06 ตำแหน่งงาน แต่ในช่วงครึ่งแรกของเดือน ก.ค. สัดส่วนโอกาสงานได้เพิ่มขึ้นเป็น 1.28 โอกาสงานต่อคน ส่วนภาคอุตสาหกรรมก็ต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นถึง 4432 คน ชี้ชัดว่า ตลาดแรงงานเริ่มฟื้นตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เพื่อแก้ไขปัญหาการว่างงาน กระทรวงแรงงานไต้หวันได้ดัน 3 มาตรการในการแก้ไขปัญหานี้ “มาตรการมีงานทำ” โดยการเพิ่มตำแหน่งงาน 20,000 ตำแหน่งงาน ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้ภาคเอกชนจ้างงานให้มากขึ้นรวมทั้งมาตรการให้เงินอุดหนุนการจ้างงาน สูงสุดถึง 128,000 เหรียญไต้หวัน
“มาตรการมีงานทำ” นายจ้างจ้างงานแรงงานที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานจัดหางานของรัฐก็จะได้รับเงินอุดหนุน จ้างทำงานเต็มเวลาจะจ่ายเงินอุดหนุนทุก 2 เดือน เป็นจำนวน 15,000 เหรียญไต้หวัน จ้างรายชั่วโมง 7,500 เหรียญไต้หวัน ส่วนลูกจ้างก็จะได้รับเงินช่วยเหลือในส่วนของทำงานเต็มเวลา 2 เดือน 10,000 ทำงานรายชั่วโมง 5,000 เหรียญไต้หวัน
ส่วนมาตรการที่ 3 เป็นมาตรการที่เรียกว่า “อุดหนุนการทำงานในตำแหน่งที่ขาดแคลนแรงงาน” มาตรการนี้จะทำให้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลสูงสุดถึง 128,000 เหรียญไต้หวัน ปัจจุบันบรรยากาศภาคการผลิตในไต้หวันเริ่มฟื้นตัวขึ้นแล้ว ผู้ว่างงานที่สามารถเข้าทำงานในภาคอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนแรงงานจากหน่วยงานจัดหาของรัฐก็จะมีสิทธิรับเงินอุดหนุนการมีงานทำตามโครงการ “จ้างงานอย่างมั่นคง” และเงินรางวัลพิเศษทำงานในตำแหน่งที่ขาดแคลนอีกด้วย
กราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงของอัตรการว่างงานในไต้หวัน