
Sign up to save your podcasts
Or


ชมวิดีโอ EP นี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด https://youtu.be/uejnsDru1Xo
สงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ไม่ได้แค่ดันราคาน้ำมันให้พุ่งสูงขึ้น แต่กำลังลุกลามเป็น ‘วิกฤตพลังงานโลก’ ที่กระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของผู้คนทั่วโลก เมื่ออุปทานพลังงานหายไปมหาศาล ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจึงส่งผ่านไปถึงราคาสินค้า การขนส่ง และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายประเทศต้องออกมาตรการฉุกเฉิน ทั้งประหยัดพลังงาน ควบคุมราคา และอัดงบพยุงเศรษฐกิจเพื่อประคอง ‘ปากท้อง’ ของประชาชน
คำถามสำคัญคือ หากสงครามยังไม่จบ วิกฤตพลังงานจะยิ่งซ้ำเติมวิกฤตค่าครองชีพหนักขึ้นแค่ไหน และประเทศไทยที่ยังพึ่งพาพลังงานนำเข้าเป็นหลัก จะสามารถรับมือแรงกระแทกนี้ได้ดีเพียงใด หรือเรากำลังเข้าสู่ยุคที่ ‘พลังงานแพง’ จะกลายเป็นภาระระยะยาวของคนทั้งประเทศ ทางออกของวิกฤตนี้อยู่ตรงไหน ร่วมหาคำตอบในรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก
เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด
การปิดช่องแคบฮอร์มุซจากสงครามสหรัฐอเมริกา - อิหร่าน กำลังกลายเป็นชนวน ‘Oil Shock’ ครั้งใหม่ เมื่อเส้นทางลำเลียงน้ำมันกว่า 20% ของโลกถูกกระทบโดยตรง ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่ง และลามไปถึงต้นทุนสินค้า ค่าไฟ และค่าครองชีพทั่วโลก โดยเฉพาะเอเชียที่พึ่งพาพลังงานจากเส้นทางนี้สูงที่สุด
โลกในปี 2026 ที่มีพลังงานทางเลือกและคลังสำรองมากขึ้น จะรับมือวิกฤตนี้ได้จริงหรือไม่ หรือท้ายที่สุดแล้ว วิกฤตพลังงานครั้งนี้จะกลายเป็นแรงกระแทกครั้งใหญ่ที่ฉุดเศรษฐกิจโลกให้สะดุดอีกครั้ง แล้วไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไรในความขัดแย้ง?
เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด
กรณีอิหร่านโจมตีเรือสินค้า 3 ลำ รวมถึงเรือ ‘มยุรี นาวี’ ของไทย บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็นครั้งแรกที่ไทยได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่าน ที่กำลังทวีความตึงเครียดอย่างหนัก
อิหร่านยืนยันว่า การโจมตีดังกล่าว เป็นไปเพื่อตอบโต้สหรัฐฯและอิสราเอล ซึ่งเรือน้ำมันหรือเรือพันธมิตรของทั้งสองประเทศที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ล้วนเป็น 'เป้าหมาย’ ที่อิหร่านโจมตีได้ โดย ‘ชอบด้วยกฎหมาย'
การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลสายสำคัญของโลก และการโจมตีเรือที่แล่นผ่าน สร้างความหวั่นวิตกต่อนานาชาติ ซึ่งกังวลว่าผลกระทบจะยิ่งลุกลามไปสู่วิกฤตพลังงานและราคาน้ำมัน สะเทือนถึงภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพทั่วโลก โดยอิหร่านเตือนว่า ที่สุดแล้ว ราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งไปถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งแน่นอนว่า คนไทยเองก็จะได้รับผลกระทบของสงครามที่อยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด
รับชมทาง YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด
สถานการณ์ตะวันออกกลางเข้าสู่จุดเดือด หลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน จนนำไปสู่การตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนทั่วภูมิภาค สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลก ทั้งราคาน้ำมัน เส้นทางพลังงาน และความเสี่ยงด้านความมั่นคง
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้ คือ การสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ทำให้เกิดคำถามใหญ่ตามมาว่า การกำจัดคาเมเนอีจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองได้จริงหรือไม่ แล้วเบื้องหลังปฏิบัติการครั้งนี้คืออะไร เป็นเพียงการสกัดโครงการนิวเคลียร์ หรือคือเกมภูมิรัฐศาสตร์ของมหาอำนาจ
ร่วมถอดรหัสสงครามอิหร่าน ผลกระทบต่อระเบียบโลก และสิ่งที่ประเทศไทยเตรียมรับมือในรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก
เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด
คำตัดสิน 6 ต่อ 3 ของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ที่ชี้ว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้อำนาจเกินขอบเขตในการอ้างกฎหมาย IEEPA เพื่อเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นทางกฎหมาย แต่คือแรงสั่นสะเทือนต่อยุทธศาสตร์การค้า ‘ทรัมป์ 2.0’ อย่างชัดเจน เพราะมาตรการที่ตั้งใจใช้ปกป้องอุตสาหกรรมอเมริกัน กลับถูกตีความว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และต้องเริ่มต้นใหม่ภายใต้กรอบอำนาจของสภาคองเกรส
แต่สงครามการค้าไม่ได้หยุดลงตรงนั้น เมื่อทรัมป์หันไปใช้มาตรา 122 ขึ้นภาษี 15% ภายในกรอบ 150 วัน ทั้งยังมี ‘เครื่องมือทางกฎหมายอื่นๆ’ รออยู่ในมือ ขณะที่ไทยมีแนวโน้มได้ลดอัตราจาก 19% เหลือ 15% แบบ ‘ชั่วคราว’ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ใครได้ใครเสียวันนี้ แต่คือ ไทยจะรับมืออย่างไร หากเกมภาษีรอบใหม่รุนแรงขึ้น และมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีกลายเป็นแรงกดดันที่ใหญ่กว่าเดิม ร่วมหาคำตอบในรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก
เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด
ชัยชนะถล่มทลายในการเลือกตั้งของพรรค LDP ภายใต้การนำของซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงขวาจัดของญี่ปุ่น นำมาซึ่งสัญญาณอันตรายที่ทั่วภูมิภาคเอเชียต้องจับตามอง จากชนวนความสัมพันธ์อันตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นและจีน ที่ปะทุขึ้นหลังทาคาอิจิ เตือนว่าญี่ปุ่นอาจจำเป็นต้องป้องกันตนเองจากภัยคุกคาม หากเกิดกรณีจีนบุกไต้หวัน ซึ่งทำให้จีนไม่พอใจอย่างมาก และเกิดการตอบโต้ญี่ปุ่นอย่างหนักหน่วงในหลายวิธี ทั้งด้านการทูต การทหาร และการบีบบังคับทางเศรษฐกิจ
การดำเนินนโยบายของทาคาอิจิ ภายใต้แนวคิดชาตินิยม จะส่งผลต่ออนาคตความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศอย่างไร สายสัมพันธ์ที่เปราะบางมายาวนานระหว่างญี่ปุ่นและจัน จะยิ่งร้าวลึกและลุกลามเป็นความขัดแย้งรุนแรงหรือไม่
ในขณะที่ผู้นำหญิงของญี่ปุ่นยังมีแผนผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 9 ที่มีเงื่อนไขห้ามญี่ปุ่นทำสงคราม ซึ่งน่าสนใจว่า จะนำมาซึ่งผลกระทบเช่นไรต่อทั้งภูมิภาค
โดยประเทศไทย ในฐานะพันธมิตรของทั้ง 2 ชาติ ควรมีท่าทีเช่นไรเพื่อรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในทางใดทางหนึ่ง
เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด
รัฐบาลใหม่ของไทยต้องรับมือโจทย์ต่างประเทศเร่งด่วน โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาและเมียนมา การเปิดด่านชายแดน รวมถึงการตัดสินใจประกาศยกเลิก MOU 44 ซึ่งในมุมหนึ่งอาจทำให้ไทยสูญเสียกลไกเจรจาทวิภาคีเดิมกับกัมพูชา และเปิดทางให้ข้อพิพาทถูกดึงสู่เวทีระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน ไทยก็ยังต้องบริหารเกมภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา พร้อมวางบทบาทของตนเองในฐานะมหาอำนาจขนาดกลางในเวทีโลกและเวทีอาเซียนไปพร้อมๆ กัน
รัฐบาลใหม่ของไทยควรรับมือกับความท้าทายต่างๆ ที่รออยู่เหล่านี้อย่างไร ร่วมหาคำตอบในรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก
เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด
โลกกำลังเปลี่ยนเร็วและแรงจากระเบียบโลกที่สั่นคลอน การแข่งขันของมหาอำนาจ สงครามการค้า ไปจนถึงวิกฤตความมั่นคงและมนุษยธรรมที่ลุกลามข้ามพรมแดน ในบริบทเช่นนี้ ‘นโยบายต่างประเทศ’ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่มีผลโดยตรงทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตของประชาชน
การเลือกตั้งในปี 2569 จึงไม่ใช่คำถามแค่ว่า ใครหรือพรรคไหนจะบริหารประเทศ แต่ประเทศไทยจะยืนอยู่ตรงไหนบนเวทีโลก จะเลือกวางตัวอย่างไรในโลกที่แบ่งขั้วมากขึ้น และจะปกป้องผลประโยชน์ของตนเองได้แค่ไหนท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน
DECODING THE WORLD เปิดเวทีดีเบตพิเศษ ถอดรหัส ‘อนาคตการต่างประเทศไทย’ ผ่านมุมมองและวิสัยทัศน์จากพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อให้เห็นอย่างชัดเจนว่า หากพวกเขาได้เป็นรัฐบาล ไทยจะเดินหน้าในโลกที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปอย่างไร
พบกับตัวแทนจาก 3 พรรคการเมือง
-จักรภพ เพ็ญแข ตัวแทนพรรคเพื่อไทย
-วีระพงษ์ ประภา ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์
-พิศาล มาณวพัฒน์ ตัวแทนพรรคประชาชน
ชมวิดีโอ EP นี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด https://youtu.be/08P6cvv6fUY
เวทีประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ปีนี้ กลายเป็นอีกจุดตัดสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ ทั้งสปีชอันลือลั่นของผู้นำแคนาดา ที่ย้ำว่า “ระเบียบโลกเก่าจะไม่กลับมา” และประเทศขนาดกลางต้องจับมือกันเพื่อลดการพึ่งพามหาอำนาจ ตลอดจนความเคลื่อนไหวของทรัมป์ ที่เขย่าดาวอสด้วยแนวคิด ‘อำนาจคือความถูกต้อง’ และบทบาทผู้นำโลกและภาคธุรกิจ ที่กำลังพูดคุยกันในประเด็นใหญ่ เช่น อนาคตโลกยุค AGI หรือ AI ที่ฉลาดเทียบเท่ามนุษย์
Decoding The World ชวนเคน นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ ซีอีโอและบรรณาธิการบริหารของ The Standard หนึ่งในสื่อไทยชั้นนำที่ได้เข้าร่วมในงานนี้ มาร่วมพูดคุยเบื้องลึกเบื้องหลัง พร้อมถอดรหัสแนวคิดผู้นำโลก และทิศทางของทีมไทยแลนด์ กับแนวทางเพื่อยืนหยัดในยุค ‘ระเบียบโลกใหม่’
เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด
‘อาร์กติก’ ดินแดนน้ำแข็งที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่า อยู่ไกลเกินจะเป็นปัญหา กำลังกลายเป็นจุดเดือดใหม่บนสนามภูมิรัฐศาสตร์โลก หลังสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเขย่าโลกด้วยการเปิดเกมอ้างสิทธิเหนือ ‘กรีนแลนด์’ เกาะขนาดใหญ่ที่สุดในโลกใจกลางมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ
ประเด็นนี้ปะทุขึ้นอย่างชัดเจนบนเวที World Economic Forum 2026 ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อทรัมป์ใช้เวทีดังกล่าวกดดันพันธมิตรยุโรปว่า ไม่มีประเทศใดในโลกดูแลความมั่นคงกรีนแลนด์ได้ดีกว่าสหรัฐฯ และย้ำความต้องการเปิดการเจรจาซื้อกรีนแลนด์ แม้ยืนยันว่า จะไม่ใช้กำลังก็ตาม
จากประวัติศาสตร์อาณานิคม สู่เกมมหาอำนาจในศตวรรษที่ 21 นี้ DECODING THE WORLD สัปดาห์นี้จะพาทุกคนไปถอดรหัสว่า ทำไมกรีนแลนด์ถึงกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของสหรัฐฯ แล้วโลกหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร
From the publisher's feed