
Sign up to save your podcasts
Or


เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด
สุดสัปดาห์นี้ ไฮไลต์ทางการเมืองระหว่างประเทศที่โลกจับตามอง คือการประชุมสุดยอดอาเซียน หรือ ASEAN Summit 2025 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 26-28 ตุลาคม
นอกจาก ‘ซีนใหญ่’ ที่ยืนยันในหน้าสื่อฯ อย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา เป็นประธานในพิธีลงนามคำประกาศความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา การประชุมครั้งนี้ยังเต็มไปด้วยประเด็นร้อนที่ต้องจับตามองมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการหารือวิธีการปราบสแกมเมอร์ ซึ่งนำโดยเกาหลีใต้, พิธีลงนามรับ ติมอร์-เลสเต เข้าเป็นสมาชิกอาเซียนประเทศที่ 11 ไปจนถึงการใช้โอกาสสุดท้ายเจรจากับรัฐบาลมินอ่องหล่าย เพื่อแก้วิกฤตเมียนมาตลอดทั้ง 4 ปีที่ผ่านมา
อาเซียนจะหาทางออกอย่างไร และการประชุมครั้งนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ร่วมหาคำตอบในรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก
ปัญหาสแกมเมอร์ในกัมพูชากลายเป็นประเด็นดังไปทั่วโลก หลังปรากฏกรณีการเสียชีวิตของนักศึกษาเกาหลีใต้ และกรณีการลักพาตัวชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชาที่พุ่งสูงกว่า 300 รายในปีนี้ ทำให้รัฐบาลและผู้นำเกาหลีใต้ต้องออกมาแสดงท่าทีอย่างจริงจัง และส่งคณะทำงานไปเร่งช่วยเหลือพลเมืองของตนออกจากนรกบนดินอย่างศูนย์สแกมเมอร์
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ และอังกฤษ จับมือกันดำเนินการคว่ำบาตร Prince Group บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของกัมพูชา จากการอยู่เบื้องหลังศูนย์สแกมเมอร์กว่าสิบแห่ง และฟ้องยึดทรัพย์ครั้งประวัติศาสตร์ เป็นบิตคอยน์มูลค่าเกือบ 5 แสนล้านบาท ของ เฉินจื้อ นักธุรกิจเชื้อสายจีนสัญชาติกัมพูชา ประธานบริษัท ซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงที่ปรึกษาของสมเด็จฮุน เซน และนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต
อาณาจักรบาปของศูนย์สแกมเมอร์ในกัมพูชา ชัดเจนว่ากำลังเป็นภัยคุกคามไปทั่วภูมิภาคอาเซียนและทั่วโลก ไทยในฐานะประเทศข้างเคียงที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ควรจะแสดงบทบาทนำอย่างไรเพื่อกำจัดภัยคุกคามนี้ให้หมดสิ้น
ชมวิดีโอ EP นี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด https://youtu.be/AzLbqugMtRs
ท่ามกลางไฟสงครามที่ยังไม่มอดดับระหว่างอิสราเอลและฮามาส การเจรจาทางอ้อมที่อียิปต์เพื่อหาทางออกให้กับวิกฤตในฉนวนกาซา กลายเป็นอีกหนึ่ง ‘ความพยายามแห่งสันติภาพ’ ที่ทั่วโลกจับตามอง โดยผลลัพธ์เบื้องต้นของการประชุมครั้งนี้ ‘นับเป็นก้าวสำคัญ’ ทั้งอิสราเอลและฮามาสต่างลงนามในแผนสันติภาพของโดนัลด์ ทรัมป์ ในเฟสแรกแล้ว เพื่อปูทางไปสู่การแลกเปลี่ยนตัวประกัน และการถอยของกองกำลังอิสราเอลไปยังแนวเส้นที่ได้ตกลงกันไว้
อย่างไรก็ตาม แม้การลงนามครั้งนี้ อาจดูเหมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ซึ่งอาจมีส่วนช่วยทำให้สงครามและความขัดแย้งระลอกใหญ่ที่ปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 2 ปีที่ผ่านมามีโอกาสยุติลงได้ แต่หลายฝ่ายก็ยังคงตั้งข้อสังเกตว่า ยังมีอีกหลายประเด็นที่จะต้องเจรจากันเพิ่มเติมอีกในอนาคต เช่น การปลดอาวุธฮามาส และการถอนกำลังทหารของอิสราเอลออกจากฉนวนกาซาทั้งหมด
คำถามสำคัญคือ แผนสันติภาพของทรัมป์จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ สันติภาพที่ยั่งยืนถาวรในภูมิภาคตะวันออกกลางจากการยุติสงครามอิสราเอล-ฮามาสเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ร่วมหาคำตอบในรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก
ชมวิดีโอ EP นี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด https://youtu.be/3tcCwzROToo
กลายเป็นประเด็นใหญ่ หลัง New York Times เผยแพร่รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลข่าวกรองของไทยว่า จีนมีการส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กัมพูชาไม่กี่วันก่อนเกิดเหตุโจมตีชายแดนไทยเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม
กรณีนี้ถือเป็นเรื่องร้อนที่ชาวไทยจำนวนมากตั้งคำถาม ว่ารัฐบาลควรจะขยับและมีท่าทีอย่างไร ท่ามกลางสถานการณ์ขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังคงไม่คลี่คลายและยังเป็นภารกิจท้าทายสูงสุดสำหรับนโยบายการต่างประเทศของไทย
ขณะที่หลายประเทศตะวันตกทยอยประกาศรับรอง ‘รัฐปาเลสไตน์’ กระแสนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ แต่คือแรงกดดันระลอกใหม่ต่ออิสราเอลและพันธมิตรสำคัญอย่างสหรัฐฯ ที่ยังคงคัดค้านอย่างหนัก การรับรองนี้จึงสะท้อนทั้งการเปลี่ยนแปลงในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และการดิ้นรนของประชาคมโลก เพื่อแสวงหาทางออกจากความรุนแรงในตะวันออกกลางตามแนวทางสองรัฐ (Two-State Solution)
คำถามสำคัญคือ รัฐปาเลสไตน์จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่? เมื่ออุปสรรคใหญ่คือ การคัดค้านจากอิสราเอล และสิทธิ Veto ของสหรัฐฯ ที่อาจทำให้ทุกความพยายามสะดุดลงกลางทาง
ท่ามกลางการเคลื่อนไหวนี้ เรากำลังเห็นจุดเริ่มต้นของสันติภาพ หรือเป็นสัญญาณของความแตกหักครั้งใหม่ในตะวันออกกลางกันแน่? ร่วมหาคำตอบในรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก
เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด
ท่ามกลางความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ร้อนแรงทั่วโลก เราเห็นภาพชัดว่า ไม่ว่าจะเป็น Gen Z ในเนปาลที่ลุกขึ้นมาต่อต้านการแบนโซเชียลมีเดีย ประชาชนฝรั่งเศสที่รวมพลัง “Block Everything” ไปจนถึงการลุกฮือในอินโดนีเซีย รวมถึงการประท้วงใหญ่ในอังกฤษ และแรงกระเพื่อมจากการสังหารชาร์ลี เคิร์ก พันธมิตรคนสนิทของโดนัลด์ ทรัมป์ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะเหตุการณ์เล็กๆ เฉพาะหน้า แต่ล้วนสะท้อนรากลึกของปัญหาความเหลื่อมล้ำ การทุจริต และการเมืองที่ประชาชนรู้สึกว่า เสียงของตนเองไม่ถูกรับฟัง และรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมในสังคม
สิ่งเหล่านี้จึงไม่ใช่ ‘ไฟไหม้ฟาง’ ที่จบไปเอง แต่คือ ‘ระเบิดเวลา’ ที่สั่งสมความไม่พอใจมานาน เมื่อถึงจุดเดือดก็พร้อมระเบิดจนสังคมสั่นสะเทือน บทเรียนจากเหตุการณ์เหล่านี้ชี้ชัดว่า หากเสียงประชาชนไม่ถูกใส่ใจ ระบบที่ควรดูแลพวกเขากลับกลายเป็น ‘ต้นตอของความโกรธแค้น’ เสียเอง
คำถามคือ สังคมไทยกำลังเดินไปบนเส้นทางเดียวกันหรือไม่? และเราจะเลือกป้องกัน ‘ระเบิดเวลา’ นี้อย่างไร ก่อนที่จะสายเกินไป? ร่วมหาคำตอบในรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก
เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด
การเมืองไทยผลัดใบเข้าสู่ยุคใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน แตกแยก แบ่งขั้ว และพลิกระเบียบโลกไปจากเดิมที่เราเคยรู้จัก
โจทย์สำคัญในการพาประเทศไทยเดินหน้าฝ่ามรสุมโลก ณ วันนี้ ฝากไว้ในอุ้งมือรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล โดยมีหัวหอกด้านนโยบายการทูต อย่าง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ว่าที่รัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ พร้อมด้วยหัวหอกด้านเศรษฐกิจคือ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ นักธุรกิจหญิงแกร่งที่เตรียมรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายอันหนักอึ้งของภารกิจนี้ คือกรอบเวลาในการทำหน้าที่รัฐบาลเพียง 4 เดือน โดยทั้งหมดถูกจับตามองว่าจะใช้เวลาอันสั้นที่มีอยู่นี้ทำอะไรบ้าง และจะช่วยแก้เกมให้ไทยยืนหยัดในเวทีโลกได้อย่างแข็งแกร่งได้อย่างไร?
เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด
โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และความท้าทายด้านความมั่นคงที่ซับซ้อนขึ้นจากภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งกลายเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับโลกในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ ท่ามกลางโลกที่แตกเป็นหลายขั้ว
ไทยใช้เวที Thailand Security Dialogue 2025 เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้นำระดับสูงจากกองทัพหลายประเทศ หน่วยงานรัฐ และองค์การระหว่างประเทศ รวมถึงนักวิชาการจากองค์กรคลังสมองชั้นนำของโลก เพื่อร่วมกันวางยุทธศาสตร์และหาแนวทางไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน ซึ่งหัวข้อพูดคุยครอบคลุมมิติการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ รวมถึงภัยคุกคามรูปแบบใหม่อย่างอาชญากรรมข้ามพรมแดน สงครามไซเบอร์ และเทคโนโลยี AI ที่เปลี่ยนโลกทั้งใบ ขณะเดียวกันบทบาทของอาเซียนในฐานะศูนย์กลางของอินโดแปซิฟิก ก็เป็นประเด็นที่ผู้เข้าประชุมให้ความสนใจอย่างล้นหลามเช่นกัน
การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความจำเป็นของความร่วมมือ และการปรับตัวอย่างยืดหยุ่นของทุกฝ่าย เพื่อสร้างสันติภาพและความมั่นคงอย่างยั่งยืน แล้วเราจะเตรียมพร้อมอย่างไร เพื่อรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอนเหล่านี้ ร่วมหาคำตอบในรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก
ช่วงปลายสัปดาห์นี้ ต่อเนื่องถึงสัปดาห์หน้า จะเป็นช่วงเวลาแห่งอีเวนต์การทูตอันเข้มข้นของจีน จากการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ หรือ SCO Summit 2025 ที่เมืองเทียนจิน ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม - 1 กันยายน ต่อด้วยการจัดแสดงขบวนพาเหรดทางทหารอย่างยิ่งใหญ่ ที่กรุงปักกิ่ง เพื่อรำลึก 80 ปีการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในวันที่ 3 กันยายน การเข้าร่วมของผู้นำโลกใน 2 อีเวนต์ใหญ่นี้ รวมถึงผู้นำรัสเซีย และอินเดีย และหลายประเทศโลกใต้ ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับจีน ที่จะได้แสดงอิทธิพลทางการทูตและแสนยานุภาพในฐานะมหาอำนาจที่น่าเกรงขาม พร้อมทั้งชูบทบาทนำต่อต้านลัทธิอำนาจนิยมของสหรัฐฯ ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและท้าทาย
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในฐานะ 'ตัวกลาง' คนสำคัญ ที่กำลังพยายามยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อกว่า 3 ปี ได้จัดการประชุมสุดยอดกับทั้งวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียที่รัฐอะแลสกา และโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน พร้อมบรรดาผู้นำยุโรปที่ทำเนียบขาว เพื่อมุ่งสู่ ‘การเจรจาไตรภาคี’ สิ่งที่น่าจับตาคือ ทรัมป์ได้ ข้ามช็อต 'การหยุดยิง' มุ่งสู่ 'ข้อตกลงสันติภาพ' ขั้นสุดท้าย ท่ามกลางความประหลาดใจของหลายฝ่าย โดยเฉพาะชาติยุโรปที่กังวลว่า แนวทางนี้จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนจริงหรือไม่
เบื้องหลังการเจรจาอันซับซ้อนนี้ ซ่อนไว้ด้วย เงื่อนไขที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง โดยรัสเซียต้องการให้ยูเครนสละแคว้นโดเนตสก์และลูฮันสก์ พร้อมข้อแม้สำคัญคือไม่ให้ยูเครนเข้าร่วม NATO ขณะที่ยูเครนยืนยันชัดเจนว่าจะไม่ยอมเสียดินแดน หากปราศจาก 'หลักประกันความมั่นคง' ที่แข็งแกร่งจากสหรัฐฯ และยุโรป นักวิเคราะห์มองว่า ทรัมป์กำลังจัดหาทางลงให้ทุกฝ่าย แต่สันติภาพที่อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในสมัยทรัมป์นี้ จะเป็นเพียงการสงบศึกชั่วคราว หรือเป็นจุดจบที่แท้จริงของความขัดแย้งที่กินเวลายาวนานนี้กันแน่ ฉากทัศน์ของสงครามรัสเซีย-ยูเครนจะเป็นอย่างไร ร่วมหาคำตอบในรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก
From the publisher's feed