
Sign up to save your podcasts
Or


การแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ และจีน ถูกปลุกอีกครั้ง โดยรอบนี้ประเทศในอาเซียนอย่างกัมพูชา กำลังกลายเป็นสังเวียนในเกมอำนาจของทั้งสองประเทศ หลังปรากฏหลายสัญญาณบ่งชี้ โดยเฉพาะบทบาทความสัมพันธ์และระหว่างสหรัฐฯ และกัมพูชา ที่เด่นชัดขึ้นหลังถดถอยไปนานกว่า 8 ปี
ความเคลื่อนไหวสำคัญที่คาดว่าจะเกิดขึ้น คือการที่ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เตรียมเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ ช่วงเวลาเดียวกับที่เรือรบสหรัฐฯ เทียบท่าฐานทัพเรือเรียมเป็นครั้งแรก ซึ่งอาจสั่นคลอนอิทธิพลจีน และเป็นบททดสอบสำคัญที่รัฐบาลพนมเปญต้องชั่งใจว่า จะเลือกรักษาสมดุลระหว่าง 2 มหาอำนาจอย่างไร
สงครามรูปแบบใหม่ในยุคดิจิทัลไม่ได้จำกัดแค่การสู้รบด้วยอาวุธหนักอีกต่อไป แต่กลับถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีโดรนที่เปลี่ยนแปลงสนามรบ ภัยคุกคามไซเบอร์ที่ซับซ้อน และสงครามจิตวิทยาที่ต่อสู้ด้วยข้อมูลข่าวสาร เทคนิคเหล่านี้กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคงในสถานการณ์ที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยจะยกระดับการป้องกันและจัดการกับภัยคุกคามประเภทนี้ได้อย่างไร เพื่อรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของชาติในยุคที่ข้อมูลคืออาวุธสำคัญ? มาร่วมถอดรหัสและทำความเข้าใจประเด็นสำคัญเหล่านี้ไปด้วยกันใน รายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก
ชมวิดีโอ EP นี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด https://youtu.be/rMiBaDbhAMQ
สหรัฐฯ ปิดดีลร้อนกับหลายประเทศเอเชีย ทั้งญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ด้วยอัตราภาษี 19-20% แลกกับเงื่อนไขเปิดตลาดเสรี ถือเป็นเกณฑ์สำคัญและความเสี่ยงของไทย ที่ต้องมุ่งไปให้ถึงก่อนเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคม
อนาคตสงครามการค้ายังส่อแววขยายวงกว้าง นอกจากจีนอาจสะเทือนไปถึง ‘สัมพันธ์ตะวันตก’ หลัง EU ส่งสัญญาณใช้มาตรการตอบโต้ภาษีทรัมป์ ด้วยเครื่องมือต่อต้านการบีบบังคับ (Anti-Coercion Instrument: ACI) ที่มีความรุนแรงจนเปรียบเสมือน ‘นิวเคลียร์ทางเศรษฐกิจ’
ในยุคที่โลกหมุนเร็วและทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การปรับตัวได้เร็วคือ ‘หัวใจของนักลงทุน’ วันนี้ เศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ ท่ามกลางบริบทโลกใหม่ ทั้งนโยบายของชาติมหาอำนาจ สงครามการค้า นโยบายภาษีและมาตรการ Reshoring ที่กระตุ้นให้หลายประเทศดึงอุตสาหกรรมหลักกลับบ้านเกิด ตลอดจนความท้าทายจากแนวโน้ม Decoupling ที่กำลังแบ่งโลกเศรษฐกิจออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ อย่างชัดเจน
คำถามสำคัญคือ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนี้ โอกาสของ Global South, ASEAN และไทยในซัพพลายเชนโลกใหม่อยู่ตรงไหน เทรนด์โลกและทิศทางการไหลของเงินทุนจะเป็นอย่างไร รวมถึงไทยจะเข้าไปอยู่ในซัพพลายเชนโลกใหม่อย่างไร เพื่อไม่ให้ตกขบวนหรือกลายเป็น ‘คนป่วยแห่งเอเชีย’ ที่ถูกโลกใหม่ทิ้งไว้ข้างหลัง
ทั้งหมดนี้ติดตามได้จากคู่มือนักลงทุนเพื่อรับมือความเสี่ยง พร้อมรับโอกาสใหม่ๆ ใน รายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลกสัปดาห์นี้ซึ่งสนับสนุนโดย UOB Privilege Banking
ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความอ่อนแอของระเบียบการค้า และการทูตพหุภาคี ภัยพิบัติจากภาวะโลกเดือด วิกฤตเทคโนโลยีใหม่ และการกลับมาของ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำคนใหม่หน้าเก่า นี่คือสัญญาณจากเหตุการณ์ครึ่งปีแรกของปี 2025 ที่บ่งบอกว่า โลกกำลังเผชิญความปั่นป่วนรอบใหม่ โดยมีต้นตอสำคัญคือการสั่นคลอนของระเบียบเสรีนิยมที่สร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง ไม่เว้นแม้แต่ระเบียบทางการเงินของโลก เมื่อรัฐบาลทรัมป์ 2.0 คิดการใหญ่ วางแผนลดบทบาทของสหรัฐอเมริกาในสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ด้วยการออกจาก World Bank และ IMF
คำถามสำคัญที่ตามมาคือ โลกจะไปต่อได้ไหม และไทยควรพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสอย่างไร ร่วมหาคำตอบกันได้ในรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก
สงคราม 12 วันระหว่างอิสราเอลและอิหร่านจบลงอย่างไม่น่าเชื่อ ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงที่เกิดจากแรงผลักดันของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
ความสำเร็จในการดับไฟสงครามเกิดขึ้นหลังปฏิบัติการช็อกโลกของทรัมป์ ที่ส่งฝูงบินทิ้งระเบิดล่องหนโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่งของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ทันควันด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ในกาตาร์ แต่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ทำให้ไร้ซึ่งความเสียหายที่รุนแรง ก่อนที่ทรัมป์จะประกาศหยุดยิงในวันถัดมา โดยได้รับการยืนยันจากทั้งอิสราเอลและอิหร่าน
เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นข่าวดีต่อโลก แต่หลายฝ่ายยังกังขาว่า สงครามที่เริ่มต้นด้วยความเกรี้ยวกราดของอิสราเอล และการตอบโต้แบบสุดกำลังของอิหร่านจะจบลงจริงๆ หรือเป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่ผู้นำสหรัฐฯ สร้างขึ้น
ไฟขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ดับลงรอบนี้ จะปะทุขึ้นอีกหรือไม่ และทั่วโลกรวมถึงไทยควรเตรียมพร้อมรับมืออย่างไร?
ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยอิสราเอลมุ่งเป้าโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการทำลายโครงการนิวเคลียร์ที่อิหร่านพัฒนาขึ้น พร้อมทั้งสังหารนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ ขณะที่ข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ยังไม่สามารถบรรลุผลสำเร็จได้ ส่งผลให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้น
การโจมตีโต้กลับกันไปมาทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างบอบช้ำ โดยหลายฝ่ายกำลังเฝ้าจับตาท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อทิศทางของการสู้รบในครั้งนี้ ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากนานาชาติให้ทั้งสองฝ่ายยุติการสู้รบโดยเร็ว หวั่นสถานการณ์บานปลายกลายเป็นสงครามครั้งใหญ่
แต่ละตัวละครหลักมีทางเลือกอะไรบ้าง ฉากทัศน์ต่อไปคืออะไร ความขัดแย้งครั้งนี้จะไปถึงจุดที่กลายเป็น ‘สงครามเต็มรูปแบบ’ หรือไม่ ผลกระทบต่อทั้งไทยและประชาคมโลกจะเป็นอย่างไร หาคำตอบไปพร้อมกันกับรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก
จับตาการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ระหว่างไทย-กัมพูชา วันที่ 14 มิถุนายนนี้ หลังเกิดความตึงเครียดในประเด็นพิพาทชายแดน พร้อมทำความเข้าใจกลไก JBC และ MOU43 ที่เป็นรากฐานการเจรจาระหว่างสองประเทศ รวมถึงเจาะลึกความสำคัญของเศรษฐกิจไทย-กัมพูชาที่เชื่อมโยงทั้งการค้าการลงทุน แรงงานและชีวิตความเป็นอยู่บริเวณริมชายแดน
โดยกัมพูชาประกาศพร้อมเดินหน้าเตรียมยื่นฟ้องศาลโลก แม้ไทยย้ำชัดไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลโลก ไทยจะรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร? กลไกทวิภาคีที่มีอยู่จะช่วยบรรเทาข้อพิพาทและลดความขัดแย้งได้หรือไม่ ร่วมถอดรหัสปมพิพาทที่อาจกลายเป็นชนวนความขัดแย้งระลอกใหม่ หรือจะมีทางออกที่นำไปสู่สันติภาพถาวรในอนาคต? ไปพร้อมกันกับรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก
ความท้าทายของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก จากการแข่งขันของมหาอำนาจ และคลื่นความขัดแย้งที่ถาโถม ตลอดจนการมาของทรัมป์ 2.0 ทำให้ทุกประเทศต้องปรับตัวรับมือ โดยหนึ่งในกลไกสำคัญที่เป็นทางรอดคือ ‘การทูต’ ที่นอกจากจะเป็นเครื่องมือส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยังสามารถคลี่คลายวิกฤต และสร้างโอกาสใหม่ๆ ได้เสมอ
ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อนโยบายด้านการทูต โดยหากเปรียบประเทศเป็นเสมือนรัฐนาวา หรือเรือใหญ่ที่ล่องในมหาสมุทร สิ่งที่เรือลำนี้ต้องการคือการขยับหางเสือ ใช้การทูตนำไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง เพื่อฝ่าลมพายุอันเกรี้ยวกราดนี้ไปให้ได้
THE STANDARD ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ จัดเวทีเสวนา ‘DECODING THE WORLD ON STAGE: ไทยกับบริบทโลกใหม่: การทูตควรรุกอย่างไร’ สะท้อนภาพของระเบียบโลกที่เปลี่ยนไป และบทบาททางการทูตที่เหมาะสมต่อไทย ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยความ ‘ไม่แน่นอน’
การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 46 ที่มาเลเซียเป็นเจ้าภาพในปีนี้ ดูเหมือนเสียงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มชัดเจนขึ้นกว่าที่เคย โดยเฉพาะเมื่อ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียใช้จังหวะนี้เร่งเครื่อง ‘การทูตเชิงรุก’ พร้อมปรับบทบาทของมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน 2025 เป็น ‘ตัวกลางแห่งอาเซียน’ ที่ไม่เพียงเชื่อมโยงกลุ่มสมาชิก แต่ยังสะท้อนภาพลักษณ์ของการเป็นผู้นำโลกมุสลิมสายกลางในเวทีโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในเชิงภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์
นอกจากนี้ สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป (EU) ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่เริ่มหันหน้ากลับมาพูดคุย และจับมือกันแน่นมากยิ่งขึ้น โดยผลกระทบจากจุดยืนและแนวนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลทรัมป์ 2.0 สร้างความสั่นคลอน จนทำให้สหราชอาณาจักรและ EU มองว่า สหรัฐฯ ไม่ใช่เสาหลักที่พวกเขาพึ่งพาได้อีกต่อไป
เมื่อโลกเคลื่อนไปด้วยแรงกดดันรอบด้าน หลายประเทศกำลังรวมพลังเพื่อเตรียมรับความท้าทายในอนาคต ประเทศไทยควรมียุทธศาสตร์ต่อความท้าทายนี้อย่างไร ประเทศไทยจะแสดงบทบาท พร้อมมองหาโอกาสสำคัญ ขณะร่วมประชุมอาเซียนในปีนี้ได้มากน้อยแค่ไหน ร่วมวิเคราะห์และจับตาประเด็นเหล่านี้ ไปพร้อมกันกับรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก
From the publisher's feed