
Sign up to save your podcasts
Or


อนาคตของสงครามรัสเซีย-ยูเครน กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ ‘ระเบียบโลกใหม่’ เหมือนที่เราเคยเห็นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สหรัฐฯ และชาติตะวันตกร่วมกันสร้างกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศที่กำหนดทิศทางของโลกมาจนถึงปัจจุบัน แต่ในวันนี้สถานการณ์กลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง การกลับมาของ โดนัลด์ ทรัมป์ นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้สหรัฐฯ เริ่มถอยห่างจากบทบาท ‘ผู้นำโลกแบบฉายเดี่ยว’ ที่ตนเองเคยสร้างขึ้น และท้าทายค่านิยมแบบอเมริกันที่เคยเป็นรากฐานของระเบียบโลกเดิม
การผงาดขึ้นมาของขั้วอำนาจใหม่ๆ เช่น จีน รัสเซีย และประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม BRICS ได้เข้ามามีบทบาทในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการเมืองโลกมากยิ่งขึ้น ขณะที่ยุโรปที่กำลังถดถอยและถูกกันออกจากพื้นที่เจรจาสันติภาพยูเครนจะมีบทบาทอย่างไรในสมการสันติภาพนี้
ทั้งสหรัฐฯ รัสเซีย และจีน จะนำพาโลกเข้าสู่ยุคของ Yalta 2.0 หรือระเบียบโลกใหม่ที่มีหลายขั้วอำนาจใช่หรือไม่ และประเทศไทยควรจะวางตัวและดำเนินนโยบายอย่างไรในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้ มาร่วมวิเคราะห์และมองอนาคตระเบียบโลกใหม่ไปพร้อมกันกับรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินหมากยุติสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่กำลังจะครบ 3 ปีในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ ด้วยการโทรศัพท์สายตรงหา วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย และ โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีของยูเครน ย้ำความจำเป็นในการดับไฟสงครามที่เป็นทั้ง ‘ปัญหา’ และ ‘ภาระ’ ของสหรัฐฯ ก่อนจะเริ่มต้นการเจรจาสันติภาพนัดแรกที่กรุงริยาดของซาอุดีอาระเบีย โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และรัสเซียร่วมโต๊ะเจรจา แต่ปราศจากผู้แทนของยูเครน
ผลการเจรจานัดแรกเป็นไปอย่างชื่นมื่น เซเลนสกีย้ำว่าจะไม่ยอมรับข้อตกลงและการเจรจาลับหลังใดๆ ที่ยูเครนไม่ได้มีส่วนร่วม ในขณะที่ทรัมป์จุดประเด็นร้อนโจมตีเซเลนสกีว่าเป็น ‘เผด็จการ’ ที่ปฏิเสธการเลือกตั้ง
ไฟความขัดแย้งที่โหมไหม้ทั้งยูเครน-รัสเซีย และก่อผลกระทบไปทั่วโลก จะดับลงได้หรือไม่ วิเคราะห์ทุกแง่มุมกับรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาประกาศมาตรการขึ้นภาษีอย่างต่อเนื่อง หลังหวนคืนทำเนียบขาวยังไม่ถึง 1 เดือนเต็ม เปิดฉากสงครามภาษีกับหลายประเทศ โดยเฉพาะบรรดาประเทศคู่ค้าสำคัญที่ได้ดุลการค้าสหรัฐฯ พร้อมประกาศ ประเทศไหนขึ้นภาษีตอบโต้ ต้องเผชิญกับมาตรการแบบ ‘ตาต่อตา ฟันต่อฟัน’
ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากแคนาดาและเม็กซิโก 25% ขณะที่ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน 10% โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป ก่อนที่ทรัมป์จะสั่งระงับการขึ้นภาษีสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโก 30 วัน หลังจากเพื่อนบ้านทั้งสองประเทศตกลงที่จะช่วยแก้ไขปัญหาผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายและปัญหายาเสพติดอย่างเฟนทานิลซึ่งไหลทะลักเข้าสหรัฐฯ
นอกจากนี้ทรัมป์ยังประกาศขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมที่นำเข้ามายังสหรัฐฯ 25% โดยไม่มีข้อยกเว้น สร้างแรงกระเพื่อมให้กับซัพพลายเชนโลกอีกระลอก โดยไทยเองก็ถือเป็นหนึ่งในประเทศอันดับต้นๆ ของโลกที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ มาอย่างต่อเนื่อง และอาจตกเป็นเป้าหมายต่อไปของทรัมป์ ผู้ประกอบการไทยจะได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน ไทยควรจะเตรียมรับมืออย่างไรในอนาคตท่ามกลางความไม่แน่นอนของสงครามภาษีเหล่านี้ มาร่วมวิเคราะห์ไปพร้อมกันกับรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก
กรณีการอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อน (Overlapping Claims Area: OCA) ระหว่างไทยและกัมพูชา และการเดินหน้า MOU 44 ยังเป็นที่ถกเถียงและประเด็นใหญ่ที่คนไทยจับตามอง ท่ามกลางข้อสังเกตที่รุนแรง เช่น MOU ฉบับนี้อาจส่งผลให้ไทยเสียเปรียบ หรืออาจถึงขั้นเสี่ยงนำไปสู่การสูญเสียดินแดนเช่นกรณีเขาพระวิหาร
เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ กระทรวงการต่างประเทศ และ THE STANDARD ร่วมกันจัดงานเสวนาหัวข้อ ‘OCA ไทย-กัมพูชา: ข้อเท็จจริงและทางเลือก’
โดยผู้ร่วมเสวนาจากหลากหลายสาขา รวมถึงผู้แทนรัฐสภา กระทรวงการต่างประเทศ ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานในประเด็นนี้ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ร่วมให้ข้อมูลภูมิหลัง ข้อเท็จจริง ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหลายแง่มุม ครอบคลุมไปถึงเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศ กลไกการเจรจา การดำเนินการของรัฐบาล และความมั่นคงทางพลังงานของไทย
ปัญหา OCA ระหว่างไทยและกัมพูชา และการผลักดัน MOU 44 จะเป็นประโยชน์หรือความเสี่ยงสำหรับประเทศไทย วิเคราะห์ทุกแง่มุมใน DECODING THE WORLD : ถอดรหัสโลก
ชมวิดีโอ EP นี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด https://youtu.be/rdj4MyDx7nk
‘1 กุมภาพันธ์ 2025’ ครบรอบ 4 ปีรัฐประหารเมียนมา เหตุการณ์สำคัญที่ผลักให้เมียนมาเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ กลับสู่สภาวะสงครามกลางเมือง สร้างผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะต่อประเทศเพื่อนบ้านที่มีแนวพรมแดนติดกับเมียนมาอย่างไทย
การเลือกตั้งเมียนมาที่รัฐบาลทหารตั้งเป้าว่าจะจัดขึ้นในช่วงปลายปี 2025 จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ บทบาทของไทย อาเซียนและมหาอำนาจในภูมิภาคอย่างจีนจะมีส่วนร่วมผลักดันสันติภาพที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นในเมียนมาได้อย่างไร มาร่วมวิเคราะห์และมองอนาคตของเมียนมาหลังครบรอบ 4 ปีรัฐประหารไปพร้อมกันกับรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก
การประชุม World Economic Forum ประจำปี 2025 ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถูกครอบงำด้วยประเด็นอันท้าทาย ทั้งผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์ที่ผันผวน เพิ่มดีกรีขึ้นกับการมาของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ชุดใหม่ และความท้าทายจาก AI ที่เป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่ทั่วโลกต้องจับตามอง
เวทีนี้ยังถือเป็นโอกาสสำคัญของไทย โดยปีนี้ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางไปร่วมงานพร้อมเป้าหมายใหญ่คือการขยายความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนของประเทศต่างๆ
THE STANDARD นำโดย เคน-นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ ซีอีโอและบรรณาธิการบริหารของ THE STANDARD เดินทางไปยังดาวอส เกาะติดทุกความเคลื่อนไหวของงาน WEF 2025 อย่างเข้มข้น
วิเคราะห์ทุกแง่มุมสำคัญใน DECODING THE WORLD : ถอดรหัสโลก
การกลับคืนสู่อำนาจของ โดนัลด์ ทรัมป์ หลังสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 47 สร้างแรงสั่นสะเทือนแก่ชาวอเมริกันและทั่วโลกตั้งแต่วันแรก ด้วยการใช้อำนาจลงนามคำสั่งพิเศษหลายสิบรายการ เช่น ถอน 78 นโยบายยุค โจ ไบเดน, ออกมาตรการกวาดล้างผู้อพยพผิดกฎหมาย, ถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงปารีส และองค์การอนามัยโลก (WHO) และยังประกาศเตรียมเพิ่มการเก็บภาษีแคนาดา เม็กซิโก และจีน ซึ่งสร้างความหวั่นวิตกต่อหลายฝ่ายว่าอาจเป็นการจุดชนวนให้สงครามการค้าและเศรษฐกิจโลกเลวร้ายกว่าเดิม
ทรัมป์ประกาศสุนทรพจน์แรกในฐานะประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ด้วยข้อความว่า “ยุคทองของสหรัฐฯ เริ่มต้นขึ้นในตอนนี้” พร้อมทั้งให้คำมั่นแก่ประชาชนอเมริกันว่า “สหรัฐฯ จะกลับมาเจริญรุ่งเรืองและได้รับความเคารพจากทั่วโลกอีกครั้ง”
ทุกความเคลื่อนไหวของทรัมป์ที่พลิกประเทศในชั่วข้ามคืนจะเป็นความเสี่ยงหรือโอกาสสำหรับไทยและทั่วโลก ร่วมถอดรหัสไปพร้อมกันใน DECODING THE WORLD : ถอดรหัสโลก
รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับวิกฤตไฟป่าครั้งใหญ่รับปีใหม่ 2025 หลังเกิดไฟป่าลุกไหม้ในหลายพื้นที่และลุกลามอย่างรวดเร็วตั้งแต่วันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา สร้างความท้าทายให้กับการบริหารจัดการภัยพิบัติของสหรัฐฯ ไม่น้อย
ขอบเขตความเสียหายยังคงมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นทีมนักดับเพลิงยังไม่สามารถควบคุมไฟป่าทั้งหมดได้ โดยพื้นที่ราว 1 แสนไร่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตไฟป่าในครั้งนี้ ขณะที่มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจอาจสูงถึงราว 1.35-1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจทำให้วิกฤตไฟป่าครั้งนี้รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของแคลิฟอร์เนีย
วิกฤตไฟป่าในครั้งนี้อาจเป็นหนึ่งในภาพสะท้อนของวิกฤตโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงและคาดเดาได้ยากมากยิ่งขึ้น มาร่วมเกาะติดประเด็นร้อนในรอบสัปดาห์ไปพร้อมกันกับรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก
กลายเป็นข่าวดังไปทั่วจีนและหลายประเทศ หลัง ซิงซิง นักแสดงหนุ่มจีน ตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ โดยถูกหลอกมาทำงานแสดงในไทย และหายตัวไปบริเวณอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ก่อนจะพบว่าถูกพาข้ามไปยังเมืองเมียวดีในเมียนมา และถูกนำไปกักขังฝึกให้ทำงานหลอกลวงทางออนไลน์
หลังหายตัวไป 4 วัน ท้ายที่สุดซิงซิงได้รับการช่วยเหลือและนำตัวกลับมาฝั่งไทยในสภาพอิดโรยและถูกโกนผม โดยทางการไทยประสานงานกับจีน เมียนมา และกองทัพกะเหรี่ยง KNA ที่ควบคุมพื้นที่เมืองเมียวดี จนช่วยชีวิตนักแสดงหนุ่มกลับมาได้ แต่ยังมีคำถามมากมายตามมา ทั้งเหยื่อรายอื่นอีกหลายพันคนที่ยังถูกกักขังแบบไม่รู้ชะตากรรม และท่าทีของรัฐบาลไทยที่จะป้องกันไม่ให้ขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน เพื่อล่อลวงเหยื่อไปสู่นรกคอลเซ็นเตอร์
ติดตามความเคลื่อนไหวสถานการณ์โลกใน DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก
เทศกาลฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2025 กลายเป็นฝันร้ายและโศกนาฏกรรมในหลายพื้นที่ของโลก ทั้งกรณีเครื่องบินสายการบิน Jeju Air ไถลหลุดรันเวย์ชนกำแพงระเบิด คร่าชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือ 179 คน
และกรณีล่าสุดที่สหรัฐฯ เกิดเหตุชายขับรถกระบะพุ่งใส่ฝูงชนและถือปืนลงมากราดยิงที่เมืองนิวออร์ลีนส์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 14 คน บาดเจ็บ 39 คน ก่อนที่เขาจะถูกตำรวจวิสามัญ โดยในวันเดียวกันยังเกิดเหตุรถ Cybertruck บรรทุกถังน้ำมันและดอกไม้ไฟระเบิดที่หน้าโรงแรมทรัมป์ในเมืองลาสเวกัส ส่งผลให้ชายคนขับรถที่เป็นทหารเสียชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 คน ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าทั้งสองเหตุการณ์มีความเชื่อมโยงกันหรือเป็นการก่อการร้ายหรือไม่
ขณะเดียวกันมหาอำนาจโลกทั้งจีน รัสเซีย และสหรัฐฯ ต่างใช้โอกาสในวันปีใหม่ส่งข้อความถึงประชาชนและนานาชาติ โดย สีจิ้นผิง ย้ำความสำคัญในการพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน และเตือนนานาชาติกรณีไต้หวันว่า ไม่มีใครสามารถหยุดการรวมชาติได้
ส่วน วลาดิเมียร์ ปูติน มั่นใจว่ารัสเซียจะเดินหน้าไปด้วยดีในปี 2025 ในขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงย้ำท่าที กล่าวหาว่าจีนเป็นผู้ดำเนินการคลองปานามาและแสดงความต้องการซื้อกรีนแลนด์ พร้อมทั้งเสนอว่าแคนาดาควรเป็นรัฐที่ 51 ของอเมริกา
ร่วมถอดรหัสสถานการณ์โลกไปพร้อมกันใน DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก
From the publisher's feed