Digipedia Podcast

Digipedia Podcast

By Digipedia StudioBusinessMarketing
Download on the App Store

Digipedia Podcast episodes

  • EP.6 - Optimize แคมเปญง่าย ๆ ด้วย 3 วิธีนี้!

    Episode ที่หกของ Digipedia Podcast จะพาคุณไปเข้าใจหลักการ Optimization เบื้องต้นด้วย 3 วิธีง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็ทำได้


    การ Optimize แคมเปญคืออะไร แล้วมันสำคัญยังไง?

    อย่างที่ได้กล่าวไปใน Episode ก่อนหน้านี้ การทำแคมเปญโฆษณาออนไลน์อิงอยู่กับการประมูล (Auction) เป็นหลัก ซึ่งแน่นอนหมายถึงการแข่งขันในการแสดงโฆษณาของเราให้กับกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการย่อมเกิดขึ้นตลอดเวลา คู่แข่งก็มีเข้าออกในตลาดและการประมูลได้ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่ได้ตรงกับแพลนแคมเปญโฆษณาออนไลน์ที่เราวางไว้ในตอนแรกเสมอไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง Cost หรือ Result Rate ต่าง ๆ การ Optimize จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้แคมเปญของเราได้ผลลัพธ์ตามแพลนที่เราวางไว้


    1. การ Bidding หรือเปลี่ยนแปลงราคาการประมูล

    วิธีแรกเป็นวิธีที่ถือว่าเบสิกและรวดเร็วที่สุดในการปรับเปลี่ยน หรือ Optimize Campaign ของเราให้มีผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้ในทันที ถ้ายังจำกันได้ การทำโฆษณาออนไลน์คือการที่นักโฆษณาหลาย ๆ คนมายกป้ายชูราคาประมูลกันในระบบเพื่อหาผู้ชนะที่จะทำให้โฆษณาได้ไปแสดงผลบนหน้าจอของกลุ่มเป้าหมายที่เราเลือกไว้ ยกตัวอย่างเช่นตอนแรกเราอาจจะชูป้ายราคาไว้ที่ CPM ละ 60 บาท (ใส่เงินลงไปในระบบเพื่อบอกว่าเราเต็มใจจะจ่ายเงินเมื่อโฆษณาของเราได้แสดงผล 1,000 ครั้ง ที่ 60 บาท) แต่หากเราพบว่าจริง ๆ แล้วผลลัพธ์ที่เราได้จากระบบ CPM เหลือเพียง 50 บาท เราอาจจะทำการเปลี่ยนแปลงราคาที่เรายอมจ่ายในระบบให้เหลือ 50 บาทดู เราอาจจะมีโอกาศได้ราคา CPM ที่ถูกลงได้


    2. การปิดแคมเปญ กลุ่มเป้าหมาย หรือ โฆษณาที่มีราคาแพงหรือมี Performance ที่ไม่ดี

    วิธีที่สองเป็นอีกวิธีนึงที่สามารถทำได้ง่ายมาก ๆ และทำได้ทันทีเช่นเดียวกัน นั่นก็คือการลอง Test และเปรียบเทียบ Performance ระหว่างกลุ่มเป้าหมายหรือโฆษณาแต่ละตัวและทำการปิดหรือ Pause กลุ่มเป้าหมายหรือโฆษณาที่มี Performance ไม่ดี เพื่อให้งบประมาณโฆษณาที่เหลือเทไปใช้กับตัวที่ Perform ดีกว่า ยกตัวอย่างเช่น เรากำหนดกลุ่มเป้าหมายหลัก ๆ ไว้ 2 กลุ่มซึ่งมีความสนใจและช่วงอายุที่แตกต่างกัน ซึ่งในแต่ละกลุ่มเป้าหมายเราก็มีโฆษณารูปภาพ 2 รูป และโฆษณาวีดีโอ 1 ชิ้น เพื่อที่จะทำการ Test ว่ากลุ่มเป้าหมายหรือโฆษณาชิ้นไหนที่สามารถที่จะให้ Cost per Result ที่ถูกกว่ากัน เมื่อเราลองรันโฆษณาไป 4-5 วันแล้วมาดู Performance แล้วเราเห็นว่ากลุ่มเป้าหมายที่หนึ่งมี Result Rate ที่สูงกว่า และ Cost per Result ที่ถูกกว่า และโฆษณารูปภาพทั้ง 2 รูปก็ Perform ดีกว่าโฆษณาวีดีโอ ในเคสนี้เราอาจจะเลือก Pause กลุ่มเป้าหมายที่สองและโฆษณาวีดีโอออกไปจากแคมเปญ เพื่อให้งบประมาณโฆษณาของเราเทไปใช้กับกลุ่มเป้าหมายที่หนึ่งและโฆษณารูปภาพมากขึ้น


    3. การใช้เงินให้ถูกที่และคุ้มค่าโดยการโยกงบประมาณไปใช้กับกลุ่มเป้าหมายหรือโฆษณาที่มี Performance ที่ดีกว่า

    ในบางกรณีนั้น บางกลุ่มเป้าหมายและโฆษณาอาจจะต้องใช้เวลาในการให้ระบบเรียนรู้เพื่อการแสดงผลโฆษณาที่แม่นยำมากขึ้น ซึ่งถ้าหากเราทำการปิดกลุ่มเป้าหมายนั้น ๆ โดยไม่ให้เวลาระบบในการเรียนรู้มากพอ อาจจะเป็นการตัดโอกาสตัวเองเมื่อกลุ่มทาร์เก็ตนั้นอาจจะ Perform ได้ดีขึ้นในภายหลัง วิธีที่สามจึงเป็นวิธีในการ Test ง่าย ๆ โดยที่เรายังไม่มีความจำเป็นต้อง Pause หรือปิดกลุ่มเป้าหมายที่ Perform ไม่ดีทิ้งไปตั้งแต่แรก แต่ใช้การโยกงบประมาณจากตัวที่ Perform ไม่ดีไปให้กลุ่มเป้าหมายที่ Perform ดีกว่าแทนและ Observe Performance จนแน่ใจแล้วว่ากลุ่มเป้าหมายที่เราลดงบประมาณโฆษณาไปไม่ Perform จริง ๆ จึงทำการปิดในภายหลังเพื่อไปหากลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ที่อาจจะมี Performance ที่ดีขึ้น

    __


    แซม อธิราช หุตะสิงห์ / Sam Athirach Hutasingh

    วิว อริญชย์ ภุมรินทร์ / View Arin Phummarin


    Spotify: https://open.spotify.com/show/0GXiudAU3dme7U7nOmf1vp

    Apple Podcasts: https://podcasts.apple.com/th/podcast/digipedia-podcast/id1526963594

    Pocket Casts: https://pca.st/3vknh01u


    YouTube: https://www.youtube.com/channel/UC4ze_IMMzsEPhnhTu8uzwVg


    Website: https://digipedia.studio/

    21 min
  • EP.5 - อยากหาอะไรก็ Search? โฆษณาบน Google Search ต้องรู้อะไรก่อน?

    Episode ที่ห้าของ Digipedia Podcast จะพาคุณไปเตรียมตัวให้พร้อมกับ สิ่งที่ควรรู้ก่อนทำโฆษณาบน Google Search ซึ่งถือเป็น Platform หลักที่เล่นกับ Intent ของผู้บริโภคได้โดยตรงและแม่นยำ


    โฆษณา Google Search คืออะไรและเหมาะกับธุรกิจประเภทไหน

    Google Search Ads ถือเป็นโฆษณาที่ทรงพลังและเป็นหัวใจสำคัญในธุรกิจทุกประเภท ถ้าเรามองดูพฤติกรรมการของผู้บริโภคในยุคนี้ดี ๆ แล้ว ผู้บริโภคจะ Search เมื่อเค้ามีความต้องการหรือมี Demand อะไรสักอย่าง หากจะบอกว่าธุรกิจประเภทไหนเหมาะกับ Google Search บ้าง ก็ต้องบอกว่าจริง ๆ แล้วธุรกิจทุกรูปแบบก็เหมาะกับ Google Search ในแง่มุมที่แตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น Service Business ต่าง ๆ อย่างเช่นช่างซ่อมกุญแจ รถลาก หรือแม้กระทั่ง เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ หรือสินค้าที่ไม่ต้องการทำ Branding (สินค้าที่มีคู่แข่งเยอะและตัวสินค้าเหมือน ๆ กัน)


    แล้ว Organic Search กับ Search Ads ต่างกันอย่างไร?

    สิ่งที่แตกต่างกันและเห็นได้ชัดอย่างแรกระหว่าง Organic Search กับการทำ Google Search Ads นั้นคือความรวดเร็ว ซึ่งการที่เราจะทำเว็บไซต์ของเราให้ติด Ranking สูง ๆ บน Search Result โดยการทำ SEO นั้นอาจจะต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือเป็นปี ในขณะที่ถ้าเราซื้อ Google Search Ads เราสามารถโชว์โฆษณาของเราเหนือ Organic Search Result ได้ทันที ส่วนที่สองที่ Google Search Ads ได้เปรียบ Organic Search Result ก็คือ การที่เราสามารถปรับเปลี่ยนข้อความที่เราต้องการสื่อสารกับผู้บริโภคได้ในทันที ยกตัวอย่างเช่น เราสามารถโชว์ข้อความว่าขณะนี้แบรนด์เรามีโปรโมชั่นอยู่เพื่อดึงดูดผู้บริโภคให้เข้ามาใน Website ของเรา


    หัวใจของ Google Search Ads ที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดคืออะไร?

    ถ้ามาพูดถึงเรื่องหัวใจสำคัญที่สุดใน Google Search Ads คงหนีไม่พ้นเรื่อง Keyword ซึ่งถือเป็น การ Targeting บน Search Ads ซึ่งสิ่งนี้เราต้องคิดก่อนว่าถ้าเราเป็นผู้บริโภคเราจะ Search คำว่าอะไรเพื่อค้นหาสินค้าที่เราขายอยู่ตอนนี้ ซึ่งการซื้อ Keyword ในระบบนั้นก็สามารถระบุแยกย่อยตาม Match Type เพื่อเลือกความกว้างหรือแคบของ Search Term ที่ผู้บริโภค Search เข้ามาได้อีก ซึ่ง Match Type ของ Keyword บน Google Search Ads สามารถแบ่งแยกย่อยได้จากแคบไปกว้างได้ดังนี้ Exact → Phase → Broad Match Modifier → Broad อีกส่วนหนึ่งที่เป็นสิ่งสำคัญบนระบบ Google Search Ads ก็คือความ Relevancy ซึ่ง Google มีระบบที่เรียกว่า Quality Score ขึ้นมาซึ่งจะคำนึงถึงสามสิ่งหลัก ๆ อย่างนั่นก็คือ Expected CTR, Ad Relevancy และ Landing Page Experience


    ระบบการคิดเงินของ Google Search คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร?

    จริง ๆ ระบบการคิดเงินบน Google Search นั้นผู้ลงโฆษณาจะจ่ายเงินต่อเมื่อมีคนคลิกโฆษณาเท่านั้นไม่จำเป็นต้องจ่ายหากโฆษณาของเราได้แสดงผลแต่ไม่ถูกคลิกและจะจ่ายเงินเป็นราคาต่อคลิกหรือ CPC ซึ่งจริง ๆ แล้วจะพูดว่าฟรี 100% ก็คงไม่ใช่เสมอไป หากโฆษณาของเราได้แสดงผลแต่ไม่ถูกคลิกก็มีโอกาสที่ระบบจะมองว่า Expected CTR ของเราต่ำ และส่งผลให้ Quality Score ของเราแย่ลงซึ่งสุดท้ายอาจจะส่งผลต่อ CPC ที่แพงขึ้นได้


    Google Search Ads มีความเกี่ยวข้องกับสื่ออื่น ๆ อย่างเช่น YouTube หรือ Facebook อย่างไร?

    Search Platform เป็นเหมือนที่ ๆ ไว้รองรับ Demand ของคน ณ Timing ที่แม่นยำ ยกตัวอย่างเช่นคนอาจจะเห็นโฆษณาของเราบน YouTube หรือ Facebook อาจจะจำเนื้อหาโฆษณาหรือโปรโมชั่นไม่ได้ทั้งหมด ส่วนใหญ่คนกลุ่มนั้นก็จะกลับมา Search เพื่อค้นหาข้อมูลอยู่ดีเมื่อเค้าเกิดมีความสนใจโฆษณาหรือสินค้าของเราขึ้นมา เพราะฉะนั้น Search Platform จึงมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการทำโฆษณา Branding บน Rich Media Platform อื่น ๆ อย่าง YouTube หรือ Facebook เป็นต้น


    __


    แซม อธิราช หุตะสิงห์ / Sam Athirach Hutasingh

    วิว อริญชย์ ภุมรินทร์ / View Arin Phummarin


    Spotify: https://open.spotify.com/show/0GXiudAU3dme7U7nOmf1vp

    Apple Podcasts: https://podcasts.apple.com/th/podcast/digipedia-podcast/id1526963594

    Pocket Casts: https://pca.st/3vknh01u


    YouTube: https://www.youtube.com/channel/UC4ze_IMMzsEPhnhTu8uzwVg


    Website: https://digipedia.studio/

    37 min
  • EP.4 - คำถามสุดเบสิค Auction? Bidding? สำคัญกับคุณแค่ไหน?

    Episode ที่สี่ของ Digipedia Podcast จะพาคุณไปเข้าใจกลไกการทำงานของ Platform โฆษณาออนไลน์อย่างเจาะลึกขึ้น เริ่มจากคำถามสุดเบสิคว่า Auction และ Bidding คืออะไร และมันสำคัญแค่ไหนกันในมุมของนักการตลาดที่จะต้องรู้เรื่องเหล่านี้


    รูปแบบการซื้อสื่อโฆษณาออนไลน์ในปัจจุบัน

    ถ้าเรามองย้อนกลับไปในการซื้อสื่อสมัยก่อนอย่าง หนังสือพิมพ์ บิลบอร์ด หรือแบนเนอร์รูปภาพบนเว็บไซต์ต่าง ๆ การซื้อสื่อเหล่านี้สามารถทำได้โดยตรงโดยการติดต่อกับ Publisher ต่าง ๆ และซื้อสื่อโดยวิธีการจองพื้นที่โฆษณาหรือ Reservation ซึ่งจะเป็นการตกลงราคาโดยตรงแบบ Fixed Cost กับ Publisher นั้น ๆ แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนามากขึ้น การลงโฆษณาเข้าถึงคนนักธุรกิจรายย่อยได้มากขึ้น ระบบการจองหรือ Reservation อาจจะไม่ตอบโจทย์มากนักทั้งในเรื่องการจัดการบริหารความต้องการและ เรื่อง Rate ราคาที่ต้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้นกับผู้ค้าหรือธุรกิจรายย่อยต่าง ๆ โลกโฆษณาออนไลน์จึงมีอีกระบบหนึ่งเพื่อเข้ามาแก้ปัญหาและตอบโจทย์ความต้องการที่มากขึ้นทุกวันในโลกโฆษณา นั่นก็คือระบบที่เรียกว่าการประมูลเพื่อโชว์โฆษณา หรือ Auction นั่นเอง


    แล้ว Auction (Bidding) ในบริบทของโฆษณาออนไลน์คืออะไร?

    หากพูดกันตามบริบทโดยทั่วไปแล้ว หลาย ๆ คนก็คงรู้จักการประมูล ซึ่งคือการแข่งขันกันด้วยราคา ลองนึกภาพตามนะครับ เหมือนเราเข้าไปนั่งในงานประมูลภาพเขียนที่มีคนพร้อมจะประมูลอยู่เต็มห้อง แต่ละคนก็ยกป้ายราคา (Bidding) แข่งกันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งผู้ที่ยอมจ่ายราคาสูงที่สุดก็จะชนะการประมูลและได้ภาพเขียนนั้นไป ซึ่งสิ่งนี้เองก็ไม่ต่างอะไรกับการประมูลโฆษณาออนไลน์เลย

    การประมูลส่วนใหญ่ในโลกของโฆษณาออนไลน์นั้นจะอ้างอิงอยู่บนพื้นฐานของ CPM เป็นส่วนใหญ่ (แน่นอนว่าการที่เรายิงโฆษณาออกไปจุดประสงค์แรกก็คือการที่โฆษณาของเราได้ไปโชว์ให้กลุ่มเป้าหมายเห็น) ซึ่งผู้ลงโฆษณาแต่ละเจ้าก็จะใส่ตัวเลขลงไปในระบบว่าตัวเองยอมจ่ายในราคา CPM ที่เท่าไหร่ และระบบก็จะวิเคราะห์เพื่อหาผู้ชนะในการประมูลครั้งนั้น ๆ ต่อไป


    แล้วระบบ Auction ดียังไง ทำไม Platform โฆษณาออนไลน์ถึงเลือกใช้ระบบ Auction กันหมด?

    ระบบการ Auction ในโลกของโฆษณาออนไลน์ถูกสร้างมาเพื่อรองรับกับความต้องการที่มากขึ้นของการลงโฆษณาออนไลน์ในโลกปัจจุบันซึ่งมีอัตราสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าใครก็สามารถลงโฆษณาออนไลน์ได้ และถ้าหาก Platform ต่าง ๆ ยังคงใช้ระบบ Reservation แบบ Case by Case เหมือนสมัยก่อนในการจัดการความต้องการลงโฆษณาที่มีสูงขึ้นทุกวันแบบนี้ ก็จะก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรที่เปลืองเกินเหตุ หรือการบริหารจัดการที่ล่าช้าและผิดพลาดขึ้นได้ Auction Model จึงเป็นระบบที่คิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ


    ระบบ Auction ในเรื่องของราคาและคุณภาพ?

    ต้องเกริ่นก่อนว่าสิ่งที่ Platform ส่วนใหญ่คิดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นคือประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้ หรือว่า User Experience นั่นเอง การรักษาให้ User อยู่บน Platform ให้ยาวนานที่สุดนับเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะฉะนั้นการที่ปล่อยให้ใครก็ได้ยิงโฆษณา Content ที่มีคุณภาพต่ำหรือเป็นการรบกวนผู้ใช้งานบน Platform นั้น ๆ คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ เพราะฉะนั้น ต่อให้ Online Platform จะใช้วิธีการ Auction หรือประมูลกันด้วยราคาว่าใครจะเป็นผู้ชนะการประมูลและได้ไปโชว์โฆษณาให้กลุ่มเป้าหมายเห็น ราคาประมูลกลับไม่ใช่เรื่องแรกที่ Platform พิจารณา แต่กลับเป็นตัว Content ต่างหากที่ Platform พิจารณาเป็นอย่างแรก

    __


    แซม อธิราช หุตะสิงห์ / Sam Athirach Hutasingh

    วิว อริญชย์ ภุมรินทร์ / View Arin Phummarin


    Spotify: https://open.spotify.com/show/0GXiudAU3dme7U7nOmf1vp

    Apple Podcasts: https://podcasts.apple.com/th/podcast/digipedia-podcast/id1526963594

    Pocket Casts: https://pca.st/3vknh01u


    YouTube: https://www.youtube.com/channel/UC4ze_IMMzsEPhnhTu8uzwVg


    Website: https://digipedia.studio/

    23 min
  • EP.3 - ไม่รู้ไม่ได้แล้ว! คำศัพท์พื้นฐานของวงการโฆษณาที่ใคร ๆ ก็ต้องรู้

    Episode ที่สามของ Digipedia Podcast จะพาคุณไปรู้จักคำศัพท์เฉพาะและศัพท์พื้นฐานในวงการมีเดียและโฆษณาออนไลน์ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ปูทางให้คุณเข้าใจและวิเคราะห์กลยุธมีเดียโฆษณาออนไลน์รวมถึงเข้าใจในสิ่งที่เราจะพูดใน Episode ต่อ ๆ ไปได้เจาะลึกยิ่งขึ้น


    คำศัพท์ตัวชี้วัดพื้นฐาน (Basic Media Metrics)

    • จำนวนเงินที่ใช้ไปในการลงโฆษณา (Cost / Amount Spent)
    • จำนวนครั้งที่โฆษณาได้แสดงผลหรือโชว์บนหน้าจอกลุ่มเป้าหมาย (Impression)
    • จำนวนผู้ชมที่โฆษณาของเราเข้าถึงโดยไม่ซ้ำกัน (Reach)
    • จำนวนครั้งโดยเฉลี่ยหรือความถี่ที่กลุ่มเป้าหมายเห็นโฆษณาของเรา (Frequency)
    • จำนวนครั้งที่โฆษณาของเราถูกคลิก (Click)
    • จำนวนครั้งที่โฆษณาวิดีโอของเราถูกดู (View)
    • จำนวนครั้งที่โฆษณาวิดีโอของเราถูกดูจนจบ (Completed View)
    • จำนวนครั้งที่กลุ่มเป้าหมายมีปฏิสัมพันธ์หรือโต้ตอบกับโฆษณาของเราเช่นกด Like หรือ Comment (Engagement)
    • จำนวนของยอดขายหรือการกระทำใด ๆ ที่เป็นจุดประสงค์หลักของแคมเปญนั้น ๆ  (Conversion)

    • คำศัพท์ตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพของแคมเปญ (Effectiveness Media Metrics)

      • สัดส่วนของคนที่เห็นโฆษณาของเราและคลิก (Click-through Rate / CTR)
      • สัดส่วนของคนที่เห็นโฆษณาวิดีโอของเราแล้วดู (View Rate / View-through Rate / VTR)
      • สัดส่วนของคนที่เห็นโฆษณาวิดีโอของเราแล้วดูจนจบ (Completion Rate)
      • สัดส่วนของคนที่เห็นโฆษณาของเราแล้วมีปฏิสัมพันธ์หรือโต้ตอบกับโฆษณาของเรา (Engagement Rate)
      • สัดส่วนของคนที่เห็นโฆษณาของเราแล้วซื้อของหรือเกิดการกระทำใด ๆ ที่เป็นจุดประสงค์หลักของแคมเปญนั้น ๆ  (Conversion Rate)

      • คำศัพท์ตัวบ่งชี้ความคุ้มค่าและราคาต่าง ๆ ของแคมเปญ (Efficiency Media Metrics)

        • ราคาต่อการแสดงผลโฆษณา 1,000 ครั้ง (Cost per Mille / Cost per Thousand Impressions / CPM)
        • ราคาต่อการเข้าถึงคน 1,000 คน (Cost per 1,000 Reached / CPR)
        • ราคาต่อคลิก (Cost per Click / CPC)
        • ราคาต่อวิดีโอวิว (Cost per View / CPV)
        • ราคาต่อ Engagement (Cost per Engagement / CPE)
        • ราคาต่อ Conversion (Cost per Acquisition / CPA)

        • --

          แซม อธิราช หุตะสิงห์ / Sam Athirach Hutasingh

          วิว อริญชย์ ภุมรินทร์ / View Arin Phummarin


          Spotify: https://open.spotify.com/show/0GXiudAU3dme7U7nOmf1vp

          Apple Podcasts: https://podcasts.apple.com/th/podcast/digipedia-podcast/id1526963594

          Pocket Casts: https://pca.st/3vknh01u


          YouTube: https://www.youtube.com/channel/UC4ze_IMMzsEPhnhTu8uzwVg


          Website: https://digipedia.studio/

          29 min
        • EP.2 - 6 สิ่งที่ควรรู้ก่อนทำโฆษณา Facebook

          Episode ที่สองของ Digipedia Podcast จะพูดถึงสิ่งที่ควรรู้ก่อนการลงโฆษณา Facebook ซึ่งเป็น Platform ที่ได้รับความนิยมสูงทั้งในมุมของผู้บริโภคและนักการตลาด


          ความยืดหยุ่นในการลงโฆษณา (Flexibility)

          Facebook นอกจากจะเป็นแพลตฟอร์มที่ผู้บริโภคและนักการตลาดเข้าถึงได้ง่ายมากแล้ว การลงโฆษณาบน Facebook ยังถือว่ามีความยืดหยุ่นสูง และมีเครื่องมือที่เอื้ออำนวยให้นักการตลาดซื้อโฆษณาได้อย่างไร้ขีดจำกัด นอกเหนือจากฐานผู้ใช้งานที่ค่อนข้างใหญ่แล้วความยืดหยุ่นเหล่านี้ทำให้ Facebook เป็นตัวเลือกแรกๆของนักการตลาดหลายๆคนอย่างไม่ต้องสงสัย


          พื้นที่ในการโฆษนาที่เยอะและหลากหลาย (Placement)

          ถ้าพูดถึงการโฆษณาบน Facebook หลายๆคนอาจจะนึกถึง Facebook Feed, Facebook Messenger หรือ Facebook Stories และอย่างที่รู้กัน Facebook เองก็เป็นเจ้าของ Instagram ด้วย ซึ่งนอกจากการลงโฆษณาบนสอง Platform นี้แล้ว Facebook ยังเป็น Partner กับ Publisher และ Mobile Application อีกหลายๆเจ้าด้วย


          อัลกอริทึมของระบบที่คุณก็เลือกให้ตอบโจทย์ธุรกิจได้ด้วยตัวเอง (Campaign Objective)

          การลงโฆษณานั้นสิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้เลยคือการกำหนดเป้าหมายของแคมเปญนั้นๆ ซึ่งจริงๆสามารถจำแนกได้เป็นสามแบบหลักๆ คือ เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้หรือการจดจำ (Awareness) เพื่อให้ผู้บริโภคพิจารณาสินค้าหรือบริการ (Consideration) และเพื่อให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าหรือบริการของเรา หรือ เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดการกระทำที่เราต้องการ (Conversion) ซึ่งเป้าหมายเหล่านี้เป็นหัวใจหลักในการทำการตลาดและกำหนดทิศทางของการทำโฆษณาออนไลน์


          มีระบบช่วยให้เราโฆษณาได้แม่นยำขึ้นแต่คอนเทนท์ก็ยังสำคัญนะ (Content)

          สิ่งที่ควรรู้ก่อนลงโฆษณา Facebook คือ Content ยังคงเป็นหัวใจหลักบนแพลตฟอร์มโฆษณาออนไลน์ Facebook ที่ห่วงประสบการณ์ของผู้ใช้งานเป็นหลัก คงไม่อยากให้หน้า Feed ของผู้ใช้งานมี Content ที่ไม่มีคุณภาพไปแสดงผลอยู่ เพราะฉะนั้น Facebook จึงมีระบบการให้คะแนนโฆษณาด้วย ซึ่งจะวัดจากการที่เราปล่อยโฆษณาออกไปและผู้ชมมีการตอบรับกลับมาต่อโฆษณาตัวนั้นๆมากน้อย หรือดีไม่ดีอย่างไร


          ตัวเลือกการเข้าถึงเป้าหมายหรือกลุ่มลูกค้าที่มีความหลากหลาย (Audience Targeting)

          Facebook มีการเก็บข้อมูลผู้ใช้งานมากมาย และรู้ว่าผู้ใช้งานคนนั้นๆอยู่จังหวัดอะไร เพศไหน ใช้มือถือรุ่นอะไร มีความสนใจในเรื่องอะไรบ้าง และ มีพฤติกรรมอย่างไร และสิ่งเหล่านี้ก็เอื้อประโยชน์ให้นักการตลาดอย่างเราได้อย่างมหาศาล การกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการยิงโฆษณาบน Facebook สามารถทำได้ครอบคลุมและหลากหลาย ซึ่งการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย หรือ Audience Targeting บน Facebook นั้นสามารถแบ่งแยกย่อยได้เป็นสามประเภทหลักๆ นั่นก็คือ Core Audience, Custom Audience และ Lookalike Audience


          ไม่มีคำตอบตายตัวให้ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งการทดลองจึงสำคัญ (Test Everything)

          ไม่มีคำตอบใดๆตายตัวสำหรับธุรกิจที่มีความแตกต่างกันในโลกปัจจุบันนี้ การวางแผนที่ดีและการทดลองจึงเป็นเรื่องสำคัญ การทำโฆษณาบน Facebook ก็เช่นเดียวกัน การ Test & Learn เลยเป็นอีกสิ่งที่นักการตลาดควรทำเวลาลงโฆษณาจริงบน Facebook เพื่อหาจุดที่พอดีและส่วนผสมที่ลงตัว

          __


          แซม อธิราช หุตะสิงห์ / Sam Athirach Hutasingh

          วิว อริญชย์ ภุมรินทร์ / View Arin Phummarin


          Spotify: https://open.spotify.com/show/0GXiudAU3dme7U7nOmf1vp

          Apple Podcasts: https://podcasts.apple.com/th/podcast/digipedia-podcast/id1526963594

          Pocket Casts: https://pca.st/3vknh01u


          YouTube: https://www.youtube.com/channel/UC4ze_IMMzsEPhnhTu8uzwVg


          Website: https://digipedia.studio/

          27 min
        • EP.1 - จะซื้อโฆษณาทั้งที ซื้อบน Facebook หรือ Google อันไหนดีกว่ากัน?

          "ก้าวแรกกับ…มีเดียไหนปังที่สุด"

          Episode แรกของ Digipedia Podcast จะพาคุณไปพูดคุยเกี่ยวกับการเปลี่ยนไปของพฤติกรรมการเสพสื่อในปัจจุบันซึ่งปรับเปลี่ยนการวางแผนการตลาดแบบดั้งเดิมไปโดยสิ้นเชิง


          การโฆษณาออนไลน์ในปัจจุบันมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน?

          ด้วยสถานการณ์ Covid-19 และความนิยมในการหารายได้เสริม บวกกับช่องทางการขายและทำการตลาดที่เข้าถึงผู้คนได้ง่ายขึ้น ร้านค้าออนไลน์จึงผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดในแต่ละวัน การเข้ามาของ Marketplace เจ้าใหญ่ๆ อย่าง Shopee และ Lazada ก็ยังส่งผลในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคส่วนใหญ่ให้มาจับจ่ายใช้สอยบนช่องทางออนไลน์กันมากขึ้น ในยุคที่การซื้อขายเกิดขึ้นได้แค่ปลายนิ้วบนโทรศัพท์เพียงเครื่องเดียว สินค้าส่งถึงมือผู้บริโภคโดยที่ยังไม่ได้ก้าวขาออกจากบ้านเลยด้วยซ้ำ ในเมื่อโฆษณาทีวี หรือ บิลบอร์ด ยังถือเป็นสื่อสำคัญที่ยังคงส่งผลต่อทัศนคติ และ พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคได้ เพราะฉะนั้นโฆษณาออนไลน์ก็ไม่ได้สำคัญน้อยไปกว่ากัน ยิ่งอยู่ในยุคที่ร้านค้าสามารถเปิดได้ด้วย Smart Phone เพียงเครื่องเดียวและใครๆก็สามารถซื้อโฆษณาออนไลน์ในราคาที่จับต้องได้ เพราะฉะนั้นการที่ร้านค้าไม่ซื้อโฆษณาออนไลน์ก็ดูจะเป็นการเสียโอกาสซะมากกว่าในยุค Technology Disruption แบบนี้


          จะซื้อโฆษณาออนไลน์ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง?

          การจะทำสื่อโฆษณาให้มีประสิทธิภาพนั้น หนังสือการตลาดพื้นฐานที่เราเคยร่ำเรียนกันมาก็ไม่ได้วางอยู่บนหิ้งอย่างเดียว สิ่งที่นักการตลาดหรือนักธุรกิจหน้าใหม่ที่จะก้าวเข้ามาในวงการโฆษณาออนไลน์ต้องตอบให้ได้ก็คงจะเป็นคำถามที่ดูง่าย แต่ตอบยากอย่าง “ใครคือกลุ่มลูกค้าของคุณ” และ “ปกติเขาเสพสื่อประเภทไหน” ซึ่งก็จะส่งผลให้คำตอบของคำถามสุดท้ายชัดเจนมากยิ่งขึ้น “เราจะเข้าถึงเขาอย่างมีประสิทธิภาพด้วย Platform โฆษณาไหน” ที่สุดแล้วเราแค่ต้องรู้และเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนการวางแผนโฆษณาว่า คนแบบไหนกันที่จะมาซื้อสินค้าของเรา การกำหนด Persona ของกลุ่มลูกค้าของสิ้นค้าของเราเป็นหหัวใจหลักของการทำการตลาดไม่ว่าจะเป็น ออนไลน์ หรือ ออฟไลน์ก็ตาม


          ก้าวแรกกับ…มีเดียไหนปังที่สุด?

          คำถามยอดฮิตของนักการตลาดออนไลน์หน้าใหม่ที่จริงๆแล้วก็ไม่มีคำตอบแน่นอนเนื่องจากปัจจัยของแต่ละสินค้าและธุรกิจนั้นๆมีความแตกต่างกันไปมาก เพราะฉะนั้นการใช้คำตอบเดียวกันกับทุกธุรกิจคงไม่ดีแน่ การรู้และเข้าใจข้อดีข้อเสียของแต่ละ Platform ยอดนิยมของคนไทยอย่าง Facebook, Google หรือ LINE และการนำไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ของแต่ละธุรกิจต่างหากที่เป็นเรื่องสำคัญ จุดแข็งของการโฆษณาออนไลน์บน Platform ต่างๆที่นอกจากจะมีฐานผู้ใช้งานที่ค่อนข้างสูงส่งผลให้เราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายมากขึ้นแล้ว ยังมีเรื่องของ ดาต้าต่างๆที่ทำให้เราสามารถโฆษณาไปหากลุ่มเป้าหมายของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ด้วย ซึ่งถ้าเทียบกับการซื้อสื่อโฆษณาสมัยก่อนอย่างเช่นการซื้อโฆษณาทีวีหรือ Magazine นั้นต้องทำการศึกษาเกี่ยวกับกลุ่มผู้ชมหรือผู้อ่านอย่างละเอียดว่าคนกลุ่มนั้นใช่กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการจะเข้าถึงจริงๆหรือไม่ ในขณะที่การโฆษณาออนไลน์นั้นสามารถทำได้ง่ายกว่าแม่นยำมากกว่าและยังเป็นการลดการสูญเสียงบประมาณโฆษณาที่เราแสดงผลให้กับคนที่อาจจะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของเราได้ด้วย ซึ่งใน Episode นี้จะเป็นการเกริ่นให้ผู้ฟังได้รับรู้ถือข้อดีข้อเสียเบื้องต้นของแต่ละ Online Platform เพื่อปูทางไปยังการวางแผนการตลาดและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับผลลัพธ์ทางธุรกิจนั้นๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          __


          แซม อธิราช หุตะสิงห์ / Sam Athirach Hutasingh

          วิว อริญชย์ ภุมรินทร์ / View Arin Phummarin


          Spotify: https://open.spotify.com/show/0GXiudAU3dme7U7nOmf1vp

          Apple Podcasts: https://podcasts.apple.com/th/podcast/digipedia-podcast/id1526963594

          Pocket Casts: https://pca.st/3vknh01u


          YouTube: https://www.youtube.com/channel/UC4ze_IMMzsEPhnhTu8uzwVg


          Website: https://digipedia.studio/

          40 min

        About Digipedia Podcast

        From the publisher's feed

        Podcast ที่จะพาคุณไปรู้ ไปเข้าใจ insight ของ digital media อย่างเจาะลึก โดย 2 ผู้เชี่ยวชาญแห่งวงการโฆษณา