
Sign up to save your podcasts
Or


รายการ Eureka Ep. นี้ ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ ที่จะพาทุกท่านไปเจาะลึกเรื่องราวและภูมิปัญญาด้านโลหะวิทยาอันน่าทึ่งในโลกโบราณ ผ่านวัตถุทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ทั้ง 12 ชิ้น ดังนี้
1.เหรียญอิเล็กตรัม (Electrum coins, 650–600 BCE)
2.ดาบเหล็กดามัสกัส (Damascus steel swords, 300 BCE – 1700 CE)
3.เสาเหล็กแห่งเดลฮี (Iron pillar of Delhi, c. 400 CE)
4.ประติมากรรมสำริดริอาเช (Riace bronzes, 460–450 BCE)
5.ขุมทรัพย์ทองคำแห่งวาร์นา (The Varna gold treasures, 4600–4200 BCE)
6.โลหะผสมทองคำและทองแดงกิมบายา (Quimbaya gold & copper alloy, c. 300–1000 CE)
7.ถ้วยไลเคอร์กัส (Lycurgus cup, 4th-century CE)
8.ต้นไม้และวัตถุสำริดศักดิ์สิทธิ์แห่งซานซิงตุย (Sanxingdui sacred bronze trees & objects, 1200–1000 BCE)
9.เครื่องตรวจวัดแผ่นดินไหวของจางเหิง (Zhang Heng's seismoscope, 132 CE)
10.ทรงเหลี่ยมสิบสองหน้าโรมัน (Roman Dodecahedron, 2nd and 4th centuries CE)
11.ระฆังสำริดหย่งเล่อ (The Yongle Great Bronze Bell, c. 1403 CE)
12.กลไกแอนติคีเธรา (Antikythera mechanism, 150–100 BCE)
ชวนเปิดประสบการร์ความอัศจรรย์ของ "12 สุดยอดวัตถุโลหะจากยุคโบราณ" ไปพร้อมกันใน รายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการ
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมท้องฟ้าเดียวกัน แต่เมฆกลับปรากฏสีสันที่แตกต่างกันไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ ? ตั้งแต่เมฆปุยสีขาวสะอาด เมฆฝนสีครึ้มเทา ไปจนถึงเมฆเฉดสีพิเศษอันตระการตา ใน EP. นี้ ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ จะพาพวกเราไปเจาะลึกความลับทางวิทยาศาสตร์ที่ซ่อนอยู่หลังผืนเมฆ เข้าใจกลไกพื้นฐานที่อนุภาคในเมฆ ทั้งผลึกน้ำแข็งและหยดน้ำ ทำหน้าที่สะท้อน หักเห และมีปฏิสัมพันธ์กับแสงที่ตกกระทบ ผ่านหลักการทัศนศาสตร์เชิงเรขาคณิต (Geometrical Optics) การกระเจิงแบบมี (Mie Scattering) พร้อมไขคำตอบของตัวแปรสำคัญอย่างค่าความหนาเชิงทัศนศาสตร์ (Optical Thickness) ค่าแอลบีโด (Albedo) และปรากฏการณ์ทูมีย์ (Twomey Effect) ว่าส่งผลต่อความสว่างและเฉดสีของเมฆอย่างไร ไม่เพียงเท่านั้น เราจะพาไปต่อยอดสู่แนวคิดวิศวกรรมภูมิอากาศ (Climate Engineering) เพื่อรับมือกับภาวะโลกร้อน เช่น เทคนิคการทำให้เมฆซีร์รัสบางลง (Cirrus Cloud Thinning) และการทำให้เมฆเหนือมหาสมุทรสว่างขึ้น (Marine Cloud Brightening) พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับปรากฏการณ์ทางแสงและเมฆหลากชนิด ทั้งเมฆสีเขียว (Green Cloud) เมฆสีรุ้ง (Iridescent Cloud) เมฆมุก (Nacreous Cloud) เมฆทีปราตรี (Noctilucent Cloud) ตลอดจนแสงยามเย็นตามวิถีไทยอย่าง "ผีตากผ้าอ้อม" แถมด้วยปรากฏการณ์ทางทัศนศาสตร์ตระการตา เช่น การทรงกลด (Halo) โคโรนา (Corona) กลอรี (Glory) รุ้งเมฆและรุ้งหมอก (Cloudbow & Fogbow) เงาเมฆ (Cloud Shadow) และปรากฏการณ์ฟ้าสองสี มาร่วมเปิดมุมมองใหม่ในการมองเมฆบนท้องฟ้าได้เลย
อุณหพลศาสตร์ (Thermodynamics) เป็นหนึ่งในเสาหลักของวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์สมัยใหม่ แต่กว่าจะกลายมาเป็นศาสตร์ที่ทรงพลังอย่างทุกวันนี้ มนุษย์ต้องใช้เวลาหลายศตวรรษในการตั้งคำถามว่า ความร้อนคืออะไร พลังงานเปลี่ยนรูปได้อย่างไร และเหตุใดกระบวนการทางธรรมชาติจึงมีทิศทางของมันเอง
ในตอนนี้ ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ จะพาย้อนรอยกำเนิดแนวคิดที่นำไปสู่การพัฒนาวิชาอุณหพลศาสตร์ ตั้งแต่แนวคิดเกี่ยวกับความร้อนในโลกโบราณของอียิปต์และกรีก ไปจนถึงแนวคิดที่ภายหลังถูกละทิ้งหรือปรับเปลี่ยน เช่น ทฤษฎีโฟลจิสทัน (phlogiston theory) และ ทฤษฎีแคลอริก (caloric theory) ซึ่งเคยอธิบายความร้อนในฐานะสสารชนิดหนึ่ง ก่อนที่ความเข้าใจเกี่ยวกับพลังงานและความร้อนจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
การก่อกำเนิดของอุณหพลศาสตร์ยังสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับ การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 1 เมื่อเครื่องจักร โดยเฉพาะเครื่องจักรไอน้ำ กลายเป็นกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของโลก คำถามที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของปรัชญาธรรมชาติ แต่กลายเป็นปัญหาทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งว่า เราจะเปลี่ยนความร้อนให้เป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด
เส้นทางนี้เกี่ยวข้องกับนักวิทยาศาสตร์และนักประดิษฐ์จำนวนมาก ตั้งแต่ Evangelista Torricelli, Otto von Guericke, Robert Boyle, Daniel Bernoulli, Joseph Black, James Watt และ Sadi Carnot ไปจนถึง James Prescott Joule, Julius Robert von Mayer, Hermann von Helmholtz, Rudolf Clausius, William Thomson (Lord Kelvin) และ William Rankine แต่ละคนมีส่วนเติมเต็มจิ๊กซอว์คนละชิ้น จนในที่สุดเกิดเป็นกรอบทฤษฎีที่เราเรียกว่า “อุณหพลศาสตร์”
อุณหพลศาสตร์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเครื่องจักรไอน้ำ หากยังเป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการอธิบาย ทิศทางของปฏิกิริยาเคมี การเปลี่ยนเฟสของสสาร สมดุลทางเคมี เครื่องยนต์ เครื่องทำความเย็น และกระบวนการทางวิศวกรรมอีกมากมาย รวมถึงการประยุกต์ใช้กับระบบสุดขั้วในฟิสิกส์สมัยใหม่ ตั้งแต่ หลุมดำไปจนถึงการขยายตัวของเอกภพ
ในตอนนี้ ดร.บัญชา ชวนทำความเข้าใจแนวคิดพื้นฐานที่เป็นหัวใจของอุณหพลศาสตร์ ตั้งแต่การแบ่งระบบออกเป็น ระบบโดดเดี่ยว (isolated system) ระบบปิด (closed system) และระบบเปิด (open system) ไปจนถึง กฎข้อที่หนึ่ง กฎข้อที่สอง และกฎข้อที่สามของอุณหพลศาสตร์ รวมทั้งแนวคิดเรื่อง พลังงานอิสระ (free energy) โดยเฉพาะ พลังงานอิสระของเฮล์มโฮลทซ์ (Helmholtz free energy) และ พลังงานอิสระของกิบส์ (Gibbs free energy)
และเมื่อพูดถึงอุณหพลศาสตร์ เราจะหลีกเลี่ยงคำถามใหญ่ไม่ได้ว่า ทำไมเวลาจึงดูเหมือนมีทิศทางเพียงด้านเดียว ? คำตอบส่วนหนึ่งนำเราไปสู่แนวคิดสำคัญอย่าง เอนโทรปี (entropy) และสิ่งที่เรียกว่า “ลูกศรของกาลเวลา” (arrow of time) ซึ่งเชื่อมโยงอุณหพลศาสตร์เข้ากับคำถามเชิงปรัชญาและความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับธรรมชาติของจักรวาล
จากแนวคิดเรื่อง “ความร้อน” ของคนโบราณ สู่เครื่องจักรไอน้ำ การค้นพบกฎของพลังงานและเอนโทรปี และต่อเนื่องไปถึงหลุมดำกับเอกภพ—นี่คือเรื่องราวของศาสตร์ที่เริ่มต้นจากคำถามง่าย ๆ ว่า ความร้อนคืออะไร ? แต่ท้ายที่สุดกลับพาเราไปไกลถึงคำถามว่า ธรรมชาติทำงานอย่างไร และทำไมจักรวาลจึงมีทิศทางของเวลา
เมื่อร่างกายของคุณไม่ได้แก่ตามปฏิทิน แต่มันมีนาฬิกาของตัวเอง คุยกันต่อใน Eureka ท่องโลกวิทยาการ กับเรื่อง Epigenetics (ภาวะเหนือพันธุกรรม) ตอนที่ 2 ร่วมถอดรหัสวิทยาศาสตร์ระดับโมเลกุลว่าทำไม "การกิน การนอน และการออกกำลังกาย" ถึงช่วยย้อนอายุร่างกาย (Biological age) ที่วัดด้วยนาฬิกาอีพีเจเนติกส์ (Epigenetics Clock) พร้อมเจาะลึกเคสระดับโลกอย่าง Bryan Johnson กับการ Biohacking ย้อนวัยสุดโต่ง และอัปเดตงานวิจัยไทยในการรักษามะเร็งท่อน้ำดีด้วย Epigenetics กับ ดร. ภญ.กฤชติยาภรณ์ คงธนะวานิช (อ.น้ำทิพย์) นักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในรายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการ
"พันธุกรรมอาจเป็นสิ่งที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด... แต่เราสามารถเปลี่ยน 'ชะตากรรม' สุขภาพของตัวเองได้จริงหรือ ?"
รายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการ ตอนนี้ ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ จะพาคุณไปเจาะลึกเรื่องราวของ Epigenetics (ภาวะเหนือพันธุกรรม) พร้อมพูดคุยกับ ดร. ภญ.กฤชติยาภรณ์ คงธนะวานิช (อ.น้ำทิพย์) นักวิจัยด้านชีวสารสนเทศและมะเร็ง ร่วมค้นหาคำตอบว่าทำไมฝาแฝดที่มี DNA เหมือนกันทุกประการ ถึงมี Longevity ที่แตกต่างกันในตอนท้าย ? สวิตช์เปิด-ปิดการทำงานของยีนคืออะไร ? และการปรับเปลี่ยน 'ไลฟ์สไตล์' สามารถย้อนอายุชีวภาพ (Biological Age) ให้เราดูเด็กและแข็งแรงขึ้นได้จริงหรือไม่ ?
มาร่วมเปิดมุมมองใหม่ทางวิทยาศาสตร์ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจการดูแลสุขภาพ ตั้งแต่ระดับเซลล์ไปจนถึงการป้องกันโรคมะเร็งอย่างมีเหตุผลและมีงานวิจัยรองรับ
ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ จะพาเราไปพูดคุยกับคุณจรูญ เลาหเลิศชัย อีกครั้ง เพื่อถอดรหัสปรากฏการณ์ทางอุตุนิยมวิทยาที่มีความซับซ้อนและส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันและสภาพอากาศในประเทศไทย ในตอนนี้ เราจะไปทำความเข้าใจกลไกธรรมชาติที่บงการฟ้าฝน พร้อมฟังมุมมองความท้าทายจากประสบการณ์จริงตลอดหลายสิบปี โดยพูดคุยเกี่ยวกับภาพรวมสาเหตุการเกิดฝนในประเทศไทย เน้นที่กลไกหลักที่ทำให้เกิดฝน ตั้งแต่ลมมรสุม, ร่องมรสุม, พายุหมุนเขตร้อน, คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออก, คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตก ไปจนถึงปรากฏการณ์ระดับโลกอย่าง El Niño และ La Niña
นอกจากนี้ จะชวนไปทำความรู้จักกับ IOD (Indian Ocean Dipole) ว่าคืออะไร และส่งอิทธิพลต่อเรื่องภัยแล้งหรือฝนตกหนักในภูมิภาคของเราอย่างไร ปิดท้ายด้วยมุมมองชีวิตนักพยากรณ์จากประสบการณ์ทำงานจริงมานาน 37 ปี ว่าอะไรคือเสน่ห์และความท้าทายที่สุดของอาชีพ "นักพยากรณ์อากาศ" ที่ต้องรับมือกับความผันผวนของธรรมชาติอยู่ตลอดเวลา มาร่วมไขความลับของฟ้าฝนและสภาพอากาศรอบตัวเราไปกับผู้เชี่ยวชาญในรายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการ Ep นี้
รายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการ Ep. นี้ ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ จะพาเราไปทำความรู้จักและเปิดบันทึกประสบการณ์ในเส้นทางสายท้องฟ้าของคุณจรูญ เลาหเลิศชัย ผู้คลุกคลีกับการพยากรณ์อากาศในประเทศไทยมาอย่างยาวนานถึง 37 ปี ร่วมเจาะลึกหลากหลายประเด็น ตั้งแต่จุดเริ่มต้นและเบื้องหลังการทำงาน จากบัณฑิตสาชาฟิสิกส์ และแรงบันดาลใจที่ผันตัวเข้าสู่การศึกษาอุตุนิยมวิทยา รวมทั้งงานวิจัยระดับปริญญาโทกับการประยุกต์ใช้ข้อมูลดาวเทียม Landsat TM ตรวจวัด Thermal Plume ในพื้นที่มาบตาพุดว่ามีความสำคัญอย่างไรต่อสิ่งแวดล้อม
คุณจรูญ จะถ่ายทอดประสบการณ์ตรงที่กรมอุตุนิยมวิทยา เริ่มตั้งแต่ก้าวแรกในการทำงานที่สถานีอุตุนิยมวิทยาที่เชียงใหม่ เรื่อยมาจนถึงการทำงานที่ส่วนกลาง ทั้งงานวิจัยที่ดำเนินการร่วมกับต่างประเทศ งานสอน และการพัฒนานักอุตุนิยมวิทยารุ่นใหม่ นอกจากนี้ เราจได้เรียนรู้ศัพท์อุตุนิยมวิทยาหลายคำ เช่น ภาพถ่ายดาวเทียม VIS, IR และ Water Vapor รวมถึง "คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตก" และ "คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออก" ว่าส่งผลต่อฝนฟ้าคะนองในบ้านเราอย่างไร
มาร่วมเดินทางท่องโลกอุตุนิยมวิทยาผ่านมุมมองของผู้เชี่ยวชาญได้ในรายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการ Ep. นี้
รายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการ ตอนนี้ จะเจาะลึกถึงเรื่องราวการเปลี่ยนผ่านจากฟิสิกส์คลาสสิกสู่ "ฟิสิกส์ยุคใหม่" ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งมีรากฐานสำคัญจากทฤษฎีสัมพัทธภาพและกลศาสตร์ควอนตัม ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ จะตอบคำถามสำคัญที่ว่า เหตุใด "ประเทศเยอรมนี" จึงกลายเป็นศูนย์กลางทางปัญญาและเป็นมหาอำนาจในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของโลกในระยะเริ่มแรก โดยไล่เรียงปัจจัยสำคัญ 9 อย่าง ในรายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการ ตอนนี้
เมื่อเอ่ยถึงอนุภาคมูลฐานอย่าง "โบซอน" (Boson) ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของฟิสิกส์ยุคใหม่ หลายคนอาจคุ้นเคยกับชื่อนี้ แต่อาจยังไม่รู้ว่าที่มาของชื่อนี้มาจากนักฟิสิกส์อัจฉริยะชาวอินเดียผู้พลิกหน้าประวัติศาสตร์วงการวิทยาศาสตร์โลกนามว่า สัตเยนทรา นาถ โพส (Satyendra Nath Bose) หรือที่อาจเรียกสั้น ๆ ว่า 'สัตเยน'
.
รายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการ ในตอนนี้ ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับชีวิตและผลงานอันน่าทึ่งของสัตเยน ตั้งแต่วัยเด็กผู้ฉายแววอัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์ จนถึงเรื่องราวน่าทึ่งเมื่อเขาทำคะแนนสอบได้ถึง 110 เต็ม 100 จากการแสดงวิธีทำมากกว่าหนึ่งแบบและ
มีแบบที่ครูไม่ได้สอน
.
จากจุดเริ่มต้นของนักฟิสิกส์โนเนมในอินเดีย สัตเยนได้สร้างผลงานเปลี่ยนโลกด้วยการคิดค้นวิธีพิสูจน์สมการการแผ่รังสีของวัตถุดำแบบใหม่ แต่เมื่อส่งไปยังวารสารฉบับหนึ่งกลับไม่ผ่าน เขาจึงเขียนจดหมายถึงไอน์สไตน์เพื่อให้ไอน์สไตน์พิจารณาผลงานของเขา และหากไอน์สไตน์เห็นว่ามีคุณค่า เขาก็ขอให้ช่วยแปลบทความจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาเยอรมันด้วย ซึ่งไอน์สไตน์ก็เห็นคุณค่าและช่วยแปล ทำให้สัตเยนเปลี่ยนจากนักฟิสิกส์โนเนมไปเป็นนักฟิสิกส์ดาวรุ่งทันที ต่อมา ไอน์สไตน์ได้ต่อยอดความคิดของสัตเยนจนกลายเป็น สถิติแบบโบส-ไอน์สไตน์ (Bose-Einstein statistics) และไอน์สไตน์ได้ทำนาย คอนเดนเสทแบบโบส-ไอน์สไตน์ (Bose-Einstein condensate) สถานะที่ 5 ของสสาร ซึ่งนักฟิสิกส์พบว่าเป็นความจริงในอีกราว 70 ปีต่อมา นอกจากอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์แล้ว สัตเยนยังเป็นพหูสูตผู้พูดได้หลายภาษา มีความสามารถทางดนตรี และอุทิศตนในช่วงบั้นปลายชีวิตให้กับการเผยแพร่วิทยาศาสตร์แก่ประชาชนในภาษาเบงกาลี รวมถึงฝากผลงานผ่านสถาบันวิจัยที่ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เขาอย่าง S.N. Bose National Centre for Basic Sciences ร่วมย้อนรอยเส้นทางเกียรติยศของบุรุษผู้เป็นรากฐานของอนุภาคแห่งจักรวาลไปพร้อมกันใน Eureka ท่องโลกวิทยาการ
ในรายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการ ตอนนี้ ธนกฤต ศรีวิลาศ หรือ เต้ CEO และผู้ร่วมก่อตั้งสื่อวิทยาศาสตร์ The Principia หนึ่งในทีมภาคีนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่เป็นผู้ดำเนินการกิจกรรมนี้ร่วมกับกรุงเทพมหานคร โดย จะชวนทุกคนทำความรู้จักประวัติการสื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย ทั้งในรูปแบบวารสาร ตำรา โทรทัศน์ คอนเทนต์ออนไลน์ มาจนถึงรูปแบบการทำงานของนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ไทยในปัจจุบันที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น นอกจากผู้ที่ชื่นชอบวิทยาศาสตร์สามารถเรียนจบไปเพื่อทำงานเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย หรือนักประดิษฐ์ได้แล้ว นักสื่อสารวิทยาศาสตร์ก็ยังเป็นอีกหนึ่งอาชีพในปัจจุบันที่เริ่มหาเลี้ยงตัวได้ในยุคที่ใครก็สร้างคอนเทนต์ได้ และวงการสื่อสารวิทยาศาสตร์ไทยก็กำลังเดินทางไปด้านที่ดียิ่งขึ้น หากคุณเป็นอีกคนที่อยากทำความรู้จักการสื่อสารวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้น หรืออยากสร้างไฟในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้มากขึ้น เตรียมพบกับเรื่องราวของนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย และภารกิจล่าสุดที่จะรวมตัวกันในอีเวนต์สุดยิ่งใหญ่ได้ใน Eureka ท่องโลกวิทยาการ Ep. นี้
From the publisher's feed
“Eureka ท่องโลกวิทยาการ” อาร์คีมีดิส ร้องอุทานว่า “ยูเรก้า” ซึ่งแปลว่า “ฉันพบแล้ว” หลังพบหลักการว่าวัตถุที่จมอยู่ในน้ำจะมีแรงลอยตัวเท่ากับน้ำหนักของน้ำที่ถูกวัตถุนั้นแทนที่…