
Sign up to save your podcasts
Or


เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจกับปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่ง คือ "ฟ้าผ่า" ซึ่งไม่ได้มีแค่ภาพจำของสายฟ้าที่พุ่งลงมาจากฟ้าแบบที่เราคุ้นเคยเท่านั้น แต่ยังมีกลไก การทำอันตรายได้หลายแบบ ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ จะมาไขข้อสงสัยและอธิบายประเด็นพื้นฐานไปจนถึงความรู้ใหม่ที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจเดิม ๆ ของคุณโดยเฉพาะกลไกอันตราย 6 รูปแบบ ที่ฟ้าผ่าทำร้ายเราได้ ได้แก่
Direct Strike: การถูกฟ้าผ่าโดยตรงแบบจัง ๆ
Contact (Conduction): อันตรายจากการสัมผัสวัตถุที่นำกระแสไฟฟ้าขณะเกิดฟ้าผ่า
Side Flash (Side Splash): เมื่อกระแสไฟฟ้า "กระโดด" จากวัตถุข้างเคียงเข้าหาตัวเรา
Ground Current (Step Voltage): กระแสไฟฟ้าที่ไหลกระจายตามพื้นดิน ซึ่งส่งผลต่อคนและสัตว์ในวงกว้าง
Upward Streamer: กระแสที่ไหลย้อนขึ้นจากพื้นดินเพื่อตอบรับประจุจากเมฆ
Blast Wave: คลื่นกระแทกจากอากาศที่ขยายตัวอย่างรุนแรง
พิเศษสุดสำหรับตอนนี้ ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ จะมาเปิดเผยความรู้ใหม่จากงานวิจัยว่า "โลหะชิ้นเล็ก ๆ" สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด SideFlash ได้ในบางเงื่อนไข พร้อมรับชมภาพการทดลองสาธิตกลไกจำลอง และวิเคราะห์กรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงหลายกรณีเพื่อเป็นอุทาหรณ์
เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปหาคำตอบพร้อมกันใน Eureka ท่องโลกวิทยาการ
ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายการ Eurekaท่องโลกวิทยการ ที่จะพาคุณไปสำรวจโลกแห่งวิทยาศาสตร์ใกล้ตัว พบกับ ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ และคุณยีนส์ ธรณินทร์ เทพวงค์ ที่จะมาร่วมสนทนาและวิเคราะห์ เหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งสำคัญที่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 22-26 มกราคม ค.ศ. 2026 นั่นคือการถาโถมของพายุฤดูหนาว "Fern" (Winter Storm Fern) ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง รายการนำเสนอรายละเอียดเชิงลึกเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความแตกต่างทางกายภาพของหยาดน้ำฟ้าประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น หิมะ (Snow), ฝนเยือกแข็ง (Freezing Rain) และ ฝนน้ำแข็ง (Ice Pellet) รวมถึงการไขข้อข้องใจเกี่ยวกับคำศัพท์อุตุนิยมวิทยาอย่างคำว่า "Sleet" ซึ่งมีความหมายแตกต่างกันไปตามภูมิภาค โดยในสหรัฐอเมริกาจะหมายถึงฝนน้ำแข็ง (Ice Pellet) ขณะที่ในสหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ และออสเตรเลีย กลับหมายถึง หิมะผสมฝน (Rain/Snow Mixture) ส่วนในแคนาดานั้น แม้ในทางราชการจะยึดตามนิยามเดียวกับสหรัฐฯ แต่ในภาคประชาชนยังคงมีการใช้ในความหมายที่หลากหลาย นอกจากนี้ ดร.บัญชา จะพาคุณไปทำความรู้จักกับกลไกทางสภาพอากาศที่เกี่ยวข้องอย่าง Polar Vortex โดยจำแนกให้เห็นความแตกต่างระหว่าง Stratospheric Polar Vortex และ Tropospheric Polar Vortex พร้อมทั้งอธิบายปรากฏการณ์ Sudden Stratospheric Warming (SSW) ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่เข้าไปรบกวนความเสถียรของ Polar Vortex จนนำไปสู่สภาวะอากาศหนาวเย็นจัดอย่างเฉียบพลัน รวมทั้งยังครอบคลุมไปถึงนิยามของ Cut-off Low (หรือ Cold Core Low) กลไกการเกิดพายุหมุนนอกเขตร้อน (Extratropical Cyclone) และอิทธิพลของพายุ Nor'easter ที่มักสร้างความเสียหายในแถบชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา ย้อนรอยเหตุการณ์พายุฤดูหนาวครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อถอดบทเรียนจากอดีต อาทิ พายุ Uri (2021) ในสหรัฐฯ, พายุ Filomena (2021) ในสเปน และ Blizzard of 1993 หรือที่รู้จักกันในนาม "Storm of the Century" เข้าใจกลไกของธรรมชาติที่ส่งผลต่อคนจำนวนมากไปพร้อมกันใน Eurekaท่องโลกวิทยาการ ตอนนี้
รายการ Eurekaท่องโลกวิทยาการ ตอนนี้เป็นตอนพิเศษเพื่อเฉลิมฉลอง 1 ศตวรรษแห่งกลศาสตร์คลื่น (Wave Mechanics) ซึ่งถือเป็นกุญแจดอกสำคัญในการไขปริศนาโลกควอนตัม ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ จะสนทนากับ คุณธรณินทร์ เทพวงค์ เจาะลึกถึงรูปแบบของกลศาสตร์ควอนตัมที่นักฟิสิกส์ให้ความนิยมอย่างสูง เนื่องจากมีพื้นฐานมาจากสมการคลื่นที่คุ้นเคย โดยมีจุดเริ่มต้นจากอัจฉริยภาพของ แอร์วิน ชเรอดิงเงอร์ (Erwin Schrödinger) ผู้ต่อยอดจินตนาการเรื่อง "คลื่นสสาร" จาก หลุยส์ เดอบรอยล์ จนกลายเป็นรากฐานที่สั่นสะเทือนวงการวิทยาศาสตร์ผ่านผลงานตีพิมพ์ระดับตำนาน 6 ฉบับ ภายในเวลาเพียง 6 เดือน ในปี ค.ศ. 1926 หัวใจของทฤษฎี ทำความเข้าใจสมการชเรอดิงเงอร์ (Schrödinger equation) และฟังก์ชันคลื่น (Wave Function) ซึ่งทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูลของวัตถุควอนตัมในรูปแบบจำนวนเชิงซ้อนที่แสนนามธรรม และในเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ. 1926 เมื่อ มักซ์ บอร์น (Max Born) เสนอ Born rule เพื่อตีความปริมาณเชิงซ้อนให้กลายเป็นความน่าจะเป็นที่ตรวจวัดได้ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการประยุกต์ใช้กลศาสตร์คลื่นในเรื่องต่าง ๆ เช่น โครงสร้างอะตอม, ปรากฏการณ์ทะลุอุโมงค์ (Quantum Tunneling) ทฤษฎีแถบพลังงานของแข็ง, ควอนตัมด็อท (Quantum Dots) ไปจนถึงสถานะที่ 5 ของสสารอย่าง คอนเดนเสทแบบโบส-ไอน์สไตน์ (Bose-Einstein Condensate) ปิดท้ายด้วยความน่าทึ่งของสมการดิแรก (Dirac equation) ที่ผสานสมการชเรอดิงเงอร์เข้ากับทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ จนนำไปสู่การทำนายการมีอยู่ของปฏิสสาร (antimatter) ร่วมออกเดินทางท่องโลกวิทยาการไปกับเราในวาระครบรอบ 100 ปี ของกลศาสตร์คลื่นได้ใน รายการ Eurekaท่องโลกวิทยาการ
วิศวกรรมอุตสาหการ คืออะไร ? และทำไมวิศวกรคนหนึ่งถึงทำงานได้ตั้งแต่ อุปกรณ์การแพทย์, อุตสาหกรรมยานยนต์, งานอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงการจัดการอุบัติภัยนิวเคลียร์ แม้จะไม่ใช่ศาสตร์เดียวกันโดยตรง แต่ก็สามารถแก้ปัญหาได้แทบทุกสนาม ในตอนนี้ รายการ Eurekaท่องโลกวิทยาการ จะพาคุณไปรู้จัก “โลกของวิศวกรอุตสาหการ” ผ่านเรื่องราวของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สุภมาศ สุชาตานนท์ (อาจารย์ปูนิ่ม) อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เส้นทางชีวิตนักวิจัยที่ไม่เคยทำงานซ้ำเดิมเลยสักวันจากห้องแล็บ สู่อุตสาหกรรม และโลกแห่งปัญหา ที่คุณจะได้เห็นว่า ศาสตร์อย่าง Reverse Engineering ไม่ได้ใช้แค่สร้างอวัยวะเทียมให้สัตว์ แต่ยังนำไปประยุกต์กับ การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย สองโลกที่ดูห่างไกล แต่เชื่อมกันได้อย่างน่าทึ่ง และเรื่องเล่าสนุก ๆ จากชีวิตการทำงานในญี่ปุ่น ปรัชญาการทำงานที่ชื่อว่า Kodawari (โคดาวะริ) “การเอาใจเราไปใส่ในงานที่ทำ” ที่ตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องวิศวกรรม แต่คือเรื่องของ “คน” ที่อยู่เบื้องหลังนวัตกรรม ตอนที่จะทำให้คุณรู้ว่า ความพิถีพิถัน + ความคิดสร้างสรรค์ = นวัตกรรมที่แท้จริงเพราะสุดท้าย "วิศวกรรมที่ดีที่สุด คือวิศวกรรมที่มีหัวใจ"
นวัตกรรมไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้ชีวิตมนุษย์ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังสามารถ ยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์ได้ด้วยเช่นกัน โลกของ "นวัตกรรมเพื่อสัตว์" กำลังเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย รายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการ จะพาคุณไปรู้จักงานวิจัยฝีมือคนไทย ที่ผสาน วิศวกรรม เทคโนโลยี และความเข้าใจในชีวิตสัตว์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว และใช้งานได้จริง ตั้งแต่การวางแผนการรักษา การออกแบบและสร้างเครื่องมือ อุปกรณ์ผ่าตัด อวัยวะเทียม ไปจนถึง AI สำหรับงานทางสัตวแพทย์
พูดคุยกับ ผศ.ดร.สุภมาศ สุชาตานนท์ (อาจารย์ปูนิ่ม) นักวิจัยที่สร้างตั้งแต่ Digital Twin เพื่อทดสอบการรักษาโดยไม่ต้องทดลองกับสัตว์จริง ชวนรู้จักอุปกรณ์ผ่าตัดเฉพาะทางสำหรับสัตว์หลายชนิด ไปจนถึงนวัตกรรมที่ดูเหมือนเล็กน้อย อย่างแอปพลิเคชันติดตามสุขภาพกระต่าย แต่มีผลต่อการป้องกันโรคอย่างแท้จริงเราจะพาไปชมตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า นวัตกรรมที่ดีที่สุดไม่ได้เกิดจากการควบคุม แต่เกิดจากความเข้าใจอย่างแท้จริง จากบทเรียนของอุปกรณ์จับบังคับเต่า อันนำไปสู่ข้อคิดว่า “การจับบังคับที่ดีที่สุด คือการไม่บังคับ” นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของการใช้เทคโนโลยีเพื่อคุณภาพชีวิต นั่นคือ อวัยวะเทียมปากเทียมนก
“งานวิจัยนี้อาจไม่ได้เปลี่ยนโลกทั้งใบ… แต่มันได้เปลี่ยนชีวิตของนกเหล่านี้ตลอดไป”
Eureka ท่องโลกวิทยาการ ตอน “นวัตกรรมเพื่อสัตว์” จะทำให้คุณเห็นว่านักวิจัยไทยสามารถสร้างนวัตกรรมระดับโลก เพื่อสิ่งมีชีวิตอื่นได้จริง และบางครั้ง นวัตกรรมที่ล้ำที่สุด ไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือวิธีที่มนุษย์เลือกใช้ในการดูแลชีวิตรอบตัวอย่างมีคุณค่าและความหมาย
ถ้าวิศวกรรมสามารถสร้างเครื่องจักรได้ — แล้วมันจะสามารถ ต่อชีวิตให้สัตว์ตัวหนึ่งได้หรือไม่? ในตอนนี้ รายการ Eureka จะพาผู้ชมไปรู้จักกับศาสตร์ใหม่ที่กำลังเปลี่ยนอนาคตของการดูแลสัตว์ — วิศวกรรมสัตวแพทย์ (Veterinary Engineering) ศาสตร์ที่ผสานพลังของวิศวกรรม เทคโนโลยี และความเมตตา เพื่อเปลี่ยน “ข้อจำกัดของชีวิตสัตว์” ให้กลายเป็น “โอกาสใหม่ในการอยู่รอด” เราจะได้พบกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุภมาศ สุชาตานนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ อาจารย์ปูนิ่ม ผู้เชี่ยวชาญด้าน วิศวกรรมสัตวแพทย์และเทคโนโลยี #3DPrinting ผู้บุกเบิกการนำทฤษฎีทางวิศวกรรมมาสร้างผลลัพธ์จริงในโลกการแพทย์สำหรับสัตว์ แต่สิ่งที่ทำให้งานวิจัยของอาจารย์ปูนิ่มแตกต่าง ไม่ใช่แค่ความเก่งด้านวิศวกรรม — หากคือการเป็น วิศวกรผู้รักนก ความรักในสิ่งมีชีวิตตัวน้อยนี้เอง ที่ก่อให้เกิดงานวิจัยซึ่ง “ทำเพื่อนก จากหัวใจของคนรักนก” นวัตกรรมจึงไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากสมการหรือเครื่องมือเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกหล่อหลอมขึ้นด้วยความตั้งใจ ราวกับว่า "ใส่หัวใจของตัวเองลงไป" ตอนนี้จะพาเราไปสำรวจว่า วิศวกรรมสามารถช่วยสัตว์ได้อย่างไร ตั้งแต่การออกแบบอุปกรณ์ทางการแพทย์ อวัยวะเทียม เทคโนโลยีเพื่อการรักษา ไปจนถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า และสัตว์ที่กำลังรอความช่วยเหลือ หนึ่งในตัวอย่างที่ทรงพลังที่สุด คือ การออกแบบและสร้างปากเทียมสำหรับนกด้วยเทคโนโลยี 3D Printing งานวิจัยที่เปลี่ยน “ความสิ้นหวัง” ให้กลายเป็น “โอกาสในการมีชีวิตต่อ”
ดังที่อาจารย์ปูนิ่มกล่าวไว้ว่า “งานวิจัยนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบไม่ได้ แต่มันได้เปลี่ยนชีวิตของนกเหล่านี้ตลอดไป”
นี่ไม่ใช่งานวิจัยที่เกิดขึ้นในห้องแล็บเท่านั้น แต่ยังเกิดจากการ พานักศึกษาบุกโรงพยาบาลสัตว์ เพื่อค้นหาปัญหาจริงในระบบการทำงาน และนำ ทฤษฎีทางวิศวกรรมอุตสาหการ มาปรับปรุงกระบวนการรักษา ลดภาระของสัตวแพทย์ เพิ่มประสิทธิภาพของทีมแพทย์ ที่สำคัญที่สุด — ทำให้สัตว์ได้รับการรักษาที่ดีขึ้น รวดเร็วขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจริง Eureka ท่องโลกวิทยการ ตอน “วิศวกรรมสัตวแพทย์: เทคโนโลยีเพื่อชีวิตสัตว์” จะพาคุณไปเห็นว่า วิศวกรรมไม่ได้มีหน้าที่แค่สร้างเครื่องจักร แต่สามารถ “ออกแบบความหวัง” และ “ต่อชีวิต” ให้กับสิ่งมีชีวิตได้จริง — และบางครั้ง… มันอาจเปลี่ยนทั้งโลกของใครบางตัวไปตลอดกาล
"ทราบหรือไม่ว่าในประเทศไทยของเรานั้นเคยมีภูเขาไฟมาก่อน ?" ถึงแม้ในปัจจุบันประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ตรงบริเวณแนวรอยต่อของแผ่นธรณี อย่างเช่น หมู่เกาะญีปุ่น หมู่เกาะฟิลิปปินส์ แต่ในอดีตเราเคยอยู่ตรงบริเวณรอยต่อระหว่างแผ่นธรณีไซบูมาสุ (Sibumasu block)หรือฉานไทย (Shan-Thai block) และแผ่นธรณีอินโดจีน (Indochina block) มาก่อน เมื่อแผ่นธรณีทั้งสองเคลื่อนที่เข้าหากันทำให้เกิดภูเขาไฟตลอดแนว จึงไม่น่าแปลกใจที่ในประเทศไทยของเราจะมีร่องรอยของภูเขาไฟทั้งอายุแก่อายุอ่อนหลงเหลือให้เห็นในหลายพื้นที่ ในรายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการ ตอนนี้ จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ'ดอยผาคอกหินฟู' และ 'ดอยผาคอกจำป่าแดด' สองภูเขาไฟยุคควอเทอร์นารีที่ดับไปแล้ว (extinct volcano) แต่ยังคงรูปลักษณ์ของปากปล่อง (Crater) และหลักฐานการไหลหลากของธารลาวาไว้ได้อย่างชัดเจน ในพื้นที่รอยต่อระหว่างอำเภอแม่เมาะ และอำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง
แสงคือสิ่งที่เราพบเจอทุกวัน ดูเหมือนธรรมดา แต่แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยความลึกลับและเรื่องราวน่าทึ่งที่ท้าทายความเข้าใจของมนุษย์ ตั้งแต่ปรากฏการณ์เล็กๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ไปจนถึงความจริงอันยิ่งใหญ่ของจักรวาล ในตอนพิเศษของ Eureka ท่องโลกวิทยาการ ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ จะสนทนากับคุณธรณินทร์ เทพวงค์ พาเราไปเปิดโลก “10 เรื่องสนุกๆ เกี่ยวกับแสงและการมองเห็น” ที่จะทำให้คุณตื่นตะลึงกับสิ่งที่คิดว่าคุ้นเคย แต่กลับแปลกและน่าพิศวงกว่าที่เคยรู้ ชวนไปรู้จัก....
อาการจามเมื่อเห็นแสงจ้า (Photix sneeze reflex) ปรากฏการณ์ประหลาดที่บางคนจามทันทีเมื่อเจอแสงแดดแรง ๆ
สิ่งมีชีวิตเปล่งแสงในทะเลลึก ความงามและกลไกทางธรรมชาติที่ใช้แสงเพื่อเอาตัวรอด
มนุษย์ก็เปล่งแสงอ่อน ๆ ได้ แม้จะไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ร่างกายเรามีการปล่อยแสงเล็กน้อยออกมา
Contrast illusion ภาพลวงตาที่ทำให้เรามองเห็นความแตกต่างของแสงและสีผิดไปจากความจริง จากหมุนเบนแฮมอันน่าพิศวง แผ่นหมุนที่ทำให้เกิดภาพลวงตาและการรับรู้แสงแบบแปลกประหลาด
Hybrid images ภาพที่สามารถมองเห็นต่างกันขึ้นอยู่กับระยะการมอง
ภาพแสดงแสงเป็นได้ทั้งคลื่นและอนุภาค หลักฐานสำคัญที่เผยธรรมชาติสองด้านของแสง
แสงมีอัตราเร็วในสุญญากาศคงที่เสมอ ความจริงพื้นฐานที่เป็นรากฐานของทฤษฎีสัมพัทธภาพ
โฟตอนไม่รับรู้เวลาแบบที่เรารับรู้ มุมมองที่ทำให้เราเข้าใจความแตกต่างระหว่างโลกของอนุภาคกับโลกของเรา
แสงแรกแห่งเอกภพ ร่องรอยโบราณที่บอกเล่าเรื่องราวกำเนิดจักรวาล
ทั้งหมดนี้จะทำให้คุณเห็นว่า “แสง” ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ทำให้เรามองเห็น แต่ยังเป็นประตูสู่ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและจักรวาลที่รอให้เราไปค้นพบ
รายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการ ตอนนี้ เราจะพาทุกท่านร่วมย้อนรอยหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของมนุษยชาติ ในวาระครบรอบหนึ่งทศวรรษแห่งการอุบัติขึ้นของ "ดาราศาสตร์คลื่นความโน้มถ่วง" (Gravitational Wave Astronomy) ในอีพีนี้ ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ จะตอบคำถามคุณยีนส์ ธรณินทร์ เทพวงค์ เพื่อให้ภาพรววและเกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับเส้นทางการพัฒนาดาราศาสตร์คลื่นความโน้มถ่วง นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของแนวคิดที่ไอน์สไตน์เคยพยากรณ์ไว้ผ่านสมการอันซับซ้อนที่ระบุว่าการสั่นสะเทือนของกาลอวกาศสามารถแผ่ออกไปได้ด้วยอัตราเร็วแสง และเป็นไปตามสมการการแผ่รังสีควอดรูโพล (Quadrupole Radiation Formula) ซึ่งอธิบายว่าการแผ่พลังงานนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมวลมหาศาลมีการเคลื่อนที่แบบไม่สมมาตร เราจะย้อนไปดูทั้งช่วงเวลาแห่งความลังเลใจของไอน์สไตน์เอง งานวิจัยสนับสนุนจากนักฟิสิกส์รุ่นต่อมาอย่าง Felix Pirani และหลักฐานเชิงประจักษ์ครั้งสำคัญจากพัลซาร์คู่ PSR B1913+16 ของ Hulse และ Taylor ที่วงโคจรแคบลงอย่างสอดคล้องกับทฤษฎี จนนำไปสู่การทุ่มเทออกแบบเครื่องตรวจจับ LIGO โดย Rainer Weiss และคณะ ร่วมเดินทางจากวินาทีแรกที่ LIGO ตรวจพบสัญญาณการรวมตัวของหลุมดำสองหลุม สู่ยุคสมัยแห่ง "ดาราศาสตร์พหุพาหะ" (Multi-messenger Astronomy) ที่เราไม่ได้เพียงแค่ "ดู" จักรวาลผ่านแสงอีกต่อไป แต่เรายังสามารถ "ฟัง" เสียงสะท้อนจากเหตุการณ์รุนแรงที่สุดในเอกภพได้ ไม่ว่าจะเป็นการชนกันของดาวนิวตรอน หรือความพยายามล่าสุดในการสร้างเครือข่ายตรวจจับระดับโลกอย่าง Virgo, KAGRA และโครงการในอนาคตที่ล้ำสมัยอย่าง LISA ในห้วงอวกาศ
From the publisher's feed
“Eureka ท่องโลกวิทยาการ” อาร์คีมีดิส ร้องอุทานว่า “ยูเรก้า” ซึ่งแปลว่า “ฉันพบแล้ว” หลังพบหลักการว่าวัตถุที่จมอยู่ในน้ำจะมีแรงลอยตัวเท่ากับน้ำหนักของน้ำที่ถูกวัตถุนั้นแทนที่…