Eureka ท่องโลกวิทยาการ

Eureka ท่องโลกวิทยาการ

By Thai PBS Podcast, Thai PBS RadioTV & Film
Download on the App Store

Eureka ท่องโลกวิทยาการ episodes

  • Eureka ท่องโลกวิทยาการ EP. 18: การบูรณะปราสาทหินด้วยเทคนิค อนัสติโลซิส ตอนที่ 2

    ในตอนนี้ ดร.ทนงศักดิ์ หาญวงษ์ นักวิชาการอิสระด้านโบราณคดี จะพูดคุยกับ ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ เพื่อถ่ายทอดบทเรียนล้ำค่าจากกรณีศึกษาการบูรณะปราสาทตาเมือนธม เพื่อให้เข้าใจว่าการนำชิ้นส่วนหินที่หล่นกระจัดกระจายกลับมาประกอบใหม่จนใกล้เคียงกับสภาพเดิมนั้นต้องผ่านกระบวนการที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนเพียงใด เริ่มต้นด้วยการสำรวจ หน่วยศิลปากรที่ 6 ได้ร่วมมือกับกองทัพภาคที่ 2 เพื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่ บันทึกตำแหน่งหินที่หล่น และประเมินสภาพโดยรอบ จากนั้นเข้าสู่การเตรียมงานบูรณะ โดยทหารช่างจากกองกำลังสุรนารีได้เข้ากู้กับระเบิดที่ยังตกค้าง พร้อมทั้งถากถางวัชพืชเพื่อเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัยและสะดวกต่อการทำงาน เมื่อพื้นที่พร้อมแล้ว นักโบราณคดีก็ทำผังโดยกำหนดรหัสให้กับหินแต่ละก้อนที่หล่น เพื่อให้สามารถติดตามและประกอบกลับได้อย่างถูกต้อง ขั้นต่อมาคือการขุดแต่งโบราณสถาน ซึ่งนอกจากการขุดปรับพื้นที่แล้วยังมีการทดลองประกอบหินหล่นเข้าด้วยกันเพื่อทดสอบความเข้ากันของรูปทรงและตำแหน่ง ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญที่สุดคือการบูรณะ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการบูรณะมณฑปปราสาทประธานของปราสาทตาเมือนธมในช่วงปี พ.ศ. 2537–2538 ที่สามารถนำหินกลับเข้าที่เดิมได้อย่างสมบูรณ์จนใกล้เคียงกับสภาพดั้งเดิมมากที่สุด นอกจากกรณีศึกษาที่ปราสาทตาเมือนธมแล้ว ยังมีการกล่าวถึงปราสาทหินสำคัญอื่น ๆ ที่ใช้วิธีอนัสติโลซิส เช่น ปราสาทหินพิมาย ซึ่งเป็นแห่งแรกที่ได้รับการบูรณะด้วยวิธีนี้ รวมทั้ง ปราสาทหินพนมรุ้ง และ ปราสาทหินพนมวัน ที่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการอนุรักษ์และฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน

    32 min
  • Eureka ท่องโลกวิทยาการ EP. 17: อนัสติโลซิส ตอนแรก วัสดุและการเสื่อมสภาพ

    รายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการ ตอนนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ซ่อนตัวอยู่ในกระบวนการ 'อนัสติโลซิส' (Anastylosis) หรือศาสตร์และศิลป์แห่งการคืนชีพโบราณสถาน ซึ่งเป็นกระบวนการบูรณะเพื่อนำชิ้นส่วนดั้งเดิมกลับมาวางประกอบใหม่ให้ใกล้เคียงกับสภาพเดิมมากที่สุด ใน Episode แรกของซีรีส์นี้ ได้รับเกียรติจาก ดร.ทนงศักดิ์ หาญวงษ์ นักวิชาการอิสระด้านโบราณคดี ผู้คร่ำหวอดในวงการบูรณะปราสาทหินมาอย่างยาวนาน ที่จะมาพูดคุยกับ ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ เพื่อไขความลับเบื้องหลังสถาปัตยกรรมหินอันยิ่งใหญ่ โดยเเริ่มต้นจากพื้นฐานสำคัญ ได้แก่ องค์ประกอบและภูมิปัญญาแห่งวัสดุ: ไปทำความรู้จักกับวัสดุหลากหลายชนิดที่ประกอบกันขึ้นเป็นปราสาทหิน ไม่ว่าจะเป็นหินทราย ศิลาแลง อิฐ ปูนปั้น ตลอดจนไม้ เหล็ก และตะกั่ว ที่ซ่อนตัวอยู่ภายในโครงสร้างอย่างแยบยล กระบวนการสร้าง: ถอดรหัสจากภาพสลักบนระเบียงคดที่ปราสาทบายน เพื่อดูขั้นตอนการทำงานของช่างโบราณ ตั้งแต่การ ตัด งัด ลาก ขัด และวาง ซึ่งไม่ได้อาศัยเพียงแค่แรงงานและความแม่นยำทางวิศวกรรมเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงความศรัทธาผ่านการบูชาพระวิษณุกรรม ปัจจัยการเสื่อมสภาพ: ในช่วงสุดท้ายของตอนแรกนี้ จะวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้ปราสาทหินล่มเสื่อมสภาพ ซึ่งมีทั้งปัจจัยทางธรรมชาติ เช่น สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง มลพิษทางอากาศ การขยายตัวจากความร้อน-ความเย็น ไปจนถึงตัวการเล็ก ๆ เช่น เกลือ ในขณะที่ไลเคนกลับเป็นสิ่งที่ช่วยปกป้องผิวของวัสดุที่ในปราสาท รวมถึงปัจจัยจากน้ำมือมนุษย์ ทั้งการรื้อทำลายจากความเชื่อที่ต่างกัน หรือความสูญเสียที่เกิดจากไฟแห่งความขัดแย้ง มาร่วมหาคำตอบว่า เราจะรักษาภูมิปัญญาจากอดีตให้คงอยู่สู่อนาคตได้อย่างไรในรายการ Eureka ตอน อนัสติโลซิส: คืนชีวิตให้ปราสาทหิน Episode แรกนี้

    38 min
  • Eureka ท่องโลกวิทยาการ EP. 16: ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño)

    เมื่อพูดถึงปรากฏการณ์ที่เขย่าระบบภูมิอากาศโลกอย่างรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ คำว่า เอลนีโญ และ ลานีญา มักจะปรากฏขึ้นเสมอ ทั้งสองเป็นส่วนหนึ่งของวงจร ENSO (El Niño–Southern Oscillation) ซึ่งยังรวมถึงสภาพเป็นกลางด้วย ENSO เป็นกลไกสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ในการทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลก โดยอาศัยตัวแปรต่าง ๆ เช่น อุณหภูมิพื้นผิวและอุณหภูมิในระดับลึกของน้ำทะเล ความกดอากาศ ทิศทางลม และการก่อตัวของเมฆ เพื่อให้เข้าใจและติดตาม ENSO ได้อย่างเป็นระบบ นักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาดัชนีสำคัญ เช่น SOI (Southern Oscillation Index) และ ONI (Oceanic Niño Index) ซึ่งช่วยบ่งชี้ระดับความรุนแรงของเอลนีโญและลานีญาได้อย่างชัดเจน แม้คำว่า ซูเปอร์เอลนีโญ จะไม่ใช่ศัพท์วิทยาศาสตร์ แต่สื่อมวลชนใช้เรียกเอลนีโญที่มีความรุนแรงมากเป็นพิเศษ ซึ่งในอดีตเกิดขึ้นเพียง 3 ครั้ง คือปี 1982–1983, 1997–1998 และ 2015–2016 แต่ละครั้งสร้างผลกระทบมหาศาลต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมทิ้งบทเรียนสำคัญให้มนุษยชาติ ในตอนนี้ ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ จะพาผู้ชมไปทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานของ ENSO ไปจนถึงการติดตามสถานภาพในปัจจุบัน และชวนคิดต่อว่า โลกของเราอาจต้องเผชิญกับ Super El Niño อีกครั้งในปี ค.ศ. 2026 หรือไม่

    32 min
  • Eureka ท่องโลกวิทยาการ EP. 15: 10 สุดยอดโลหะสร้างอารยธรรมมนุษย์

    รายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการ ตอนนี้ เราจะพาทุกท่านไปเจาะลึกเรื่องราวของวัสดุที่เปลี่ยนโลกกับหัวข้อ "10 สุดยอดโลหะสร้างอารยธรรมมนุษย์" โดย ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ ซึ่งจบปริญญาเอกด้านโลหะวิทยา จะมาถ่ายทอดเรื่องราวของโลหะผสมที่มีความน่าทึ่ง ทั้งในแง่ของสมบัติทางกายภาพที่เหนือชั้น และการนำไปใช้งานที่สร้างผลกระทบต่อวิถีชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่อดีตจนถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยในปัจจุบัน สุดยอดโลหะผสมทั้งชนิด 10 ได้แก่

    Electrum: โลหะผสมตามธรรมชาติของทองคำและเงิน ถูกนำมาใช้ทำเหรียญกษาปณ์ยุคแรกของโลก

    Duralumin: อะลูมิเนียมผสมที่แข็งแรงแต่มีน้ำหนักเบา เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างโครงสร้างเครื่องบิน

    Ti-6Al-4V: โลหะผสมไทเทเนียมที่ทนทานและเข้ากับร่างกายมนุษย์ได้ดี นิยมใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศและรากฟันเทียม

    Monel 400: โลหะผสมนิกเกิลและทองแดงที่ทนต่อการกัดกร่อนสูง ใช้ในสภาพแวดล้อมทางทะเลและอุตสาหกรรมเคมี

    Hastelloy: โลหะผสมที่ทนทานต่อกรดและความร้อนรุนแรง เหมาะสำหรับถังปฏิกรณ์นิวเคลียร์และเครื่องจักรเคมี

    Nitinol: โลหะผสมนิกเกิล-ไทเทเนียมที่มีสมบัติ "จดจำรูปร่าง" (Shape Memory) ใช้ในลวดจัดฟันและอุปกรณ์ขยายหลอดเลือด

    Kovar: โลหะผสมที่มีอัตราการขยายตัวทางความร้อนต่ำ ใช้สำหรับผนึกแก้วกับโลหะในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

    Alnico: โลหะผสมอะลูมิเนียม นิกเกิล และโคบอลต์ ใช้สร้างแม่เหล็กถาวรที่มีความเสถียรสูงในมอเตอร์และลำโพง

    NdFeB (Neodymium): แม่เหล็กที่ทรงพลังที่สุดในโลกปัจจุบัน เป็นองค์ประกอบสำคัญในฮาร์ดดิสก์และรถยนต์ไฟฟ้า

    Inconel: โลหะผสมนิกเกิล-โครเมียมที่ทนความร้อนสูงยิ่งยวด ใช้ในใบพัดเครื่องยนต์เจ็ทและท่อไอเสียรถแข่ง

     

    นอกจากความรู้ทางทฤษฎีแล้ว ในรายการจะมีการสาธิตการทดลองที่น่าตื่นตาตื่นใจกับ Nitinol หรือโลหะผสมจดจำรูปร่าง ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าโลหะสามารถกลับคืนสู่รูปทรงเดิมได้อย่างน่าอัศจรรย์เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง รวมทั้งสภาพความยืดหยุ่นยิ่งยวด (superelasticity) อันน่าทึ่ง

    .ขอเชิญทุกท่านร่วมเดินทางไปสัมผัสความมหัศจรรย์ของโลหะวิทยาที่ขับเคลื่อนอารยธรรมของเราไปข้างหน้าพร้อมกัน

    31 min
  • Eureka ท่องโลกวิทยาการ EP. 14: อวสานอารยธรรมมนุษย์ในมุมมองของวิทยาศาสตร์

    รายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการ  ตอนนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักฉากทัศน์ที่อาจเป็นจุดจบของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ผ่านแว่นตาของวิทยาศาสตร์ที่ทั้งเข้มข้นและน่าตื่นตาตื่นใจ เราจะเริ่มต้นพิจารณาจากจินตนาการในโลกภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างใน The Day After Tomorrow และ Deep Impact หรือภัยจากเทคโนโลยีและวิวัฒนาการใน Rise of the Planet of the Apes, The Matrix และ The Terminator ซึ่งภาพจำเหล่านี้จะนำเราไปสู่คำถามที่ว่า ความเป็นจริงในทางวิทยาศาสตร์นั้นมีความเป็นไปได้เพียงใด ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ และคุณยีนส์ ธรณินทร์ เทพวงศ์ จะมาร่วมวิเคราะห์ฉากทัศน์แห่งการอวสาน ซึ่งแบ่งออกเป็นสองแนวทางใหญ่ด้วยกัน ประการแรกคือภัยพิบัติในขณะที่มนุษย์ยังอาศัยอยู่บนโลก เช่น การขยายตัวของดวงอาทิตย์กลายเป็นดาวยักษ์แดง ปรากฏการณ์เรือนกระจกแบบกู่ไม่กลับ การระเบิดของอภิมหาภูเขาไฟ ไปจนถึงภัยจากน้ำมือมนุษย์อย่างสงครามนิวเคลียร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่อาจไม่เป็นมิตรกับผู้สร้างอีกต่อไป ประการที่สองคือ หากในอนาคตมนุษย์สามารถเดินทางออกสู่ห้วงอวกาศได้ เรายังต้องเผชิญกับภัยระดับจักรวาล อาทิเช่น การระเบิดของรังสีแกมมา (Gamma-ray burst) หรือจุดจบของเอกภพอย่าง Big Rip และ Heat Death ซึ่งทุกประเด็นที่กล่าวมานั้นล้วนมีทฤษฎีและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับความน่าจะเป็นในระดับที่แตกต่างกัน ขอเชิญทุกท่านร่วมสำรวจจุดสิ้นสุดเพื่อทำความเข้าใจปัจจุบันให้ดียิ่งขึ้นในตอน "อวสานอารยธรรมมนุษย์ในมุมมองของวิทยาศาสตร์"

    30 min
  • Eureka ท่องโลกวิทยาการ EP. 13: ไขปริศนา Neutrino อนุภาคผู้กุมความลับของจักรวาล กับ ดร.อรรถกฤต ฉัตรภูติ

    นิวตริโน เป็นอนุภาคมูลฐานที่มีจำนวนมากที่สุดในจักรวาล ในทุกๆ วินาที มีนิวทริโนนับร้อยล้านล้านตัว พุ่งผ่านร่างกายมนุษย์โดยแทบไม่มีอันตรกริยาใดๆ เลย เหมือนภูตผีที่ทะลุผ่านตัวเราไป นักฟิสิกส์เชื่อว่าพวกมันเก็บซ่อนข้อมูลสําคัญสำคัญหลายอย่างเกี่ยวกับธรรมชาติเอาไว้ ตั้งแต่โครงสร้างของสสารไปจนถึงวิวัฒนาการของเอกภพ เดิมทีนักฟิสิกส์เชื่อว่านิวทริโนไม่มีมวล จนกระทั่งเมื่อ 25 ปีก่อนได้มีการพบปรากฏการณ์การกวัดแกว่งของนิวทริโน (Neutrino oscillation) ซึ่งได้เปิดเผยให้เราเห็นว่าแท้จริงแล้วนิวทริโนเป็นอนุภาคที่มีมวล แม้ว่ามวลของพวกมันจะมีค่าน้อยมาก ๆ อย่างไรก็ตามกลไกการเกิดมวลของนิวทริโนยังเป็นปริศนาของนักฟิสิกส์ ปริศนานี้อาจช่วยให้เราก้าวข้ามพรมแดนของวิชาฟิสิกส์ที่เรารู้จักในปัจจุบัน ทีมนักวิทยาศาสตร์จากประเทศไทยได้เข้าร่วมกับทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ ในการทดลองที่อยู่ลึกลงไปใต้พื้นดินกว่าหนึ่งกิโลเมตร เพื่อตามล่าหาอนุภาคผีนิวทริโน และไขปริศนาของฟิสิกส์พื้นฐานที่อาจนำเราไปสู่อีกมิติของจักรวาล

    36 min
  • Eureka ท่องโลกวิทยาการ EP. 12: Origami : Art, Design & Engineering

    วันนี้เราจะพาทุกท่านไปสำรวจโลกของ  'โอริงามิ' (#Origami) หรือ #การพับกระดาษ แม้ว่าโดยดั้งเดิมศิลปะการพับกระดาษนี้จะถูกส่งต่อในเชิงวัฒนธรรมและสุนทรียศาสตร์ ทว่าในปัจจุบัน โอริงามิได้พัฒนาไปเป็นเป็นศาสตร์แห่งการออกแบบที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในหลากหลายสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเสื้อผ้า อัญมณี มัณฑนศิลป์ สถาปัตยกรรม ไปจนถึงขั้นสูงอย่างวิศวกรรม เคมี ชีววิทยา หรือแม้แต่จักรวาลวิทยา แก่นแท้ของโอริงามิ คือ การใช้ทักษะเชิงเรขาคณิตเพื่อแปลงวัสดุแบนราบสองมิติ ให้กลายเป็นรูปแบบ (pattern) หรือรูปร่าง (shape) ที่มีมิติซับซ้อนทั้งในรูปแบบ 2 มิติ 3 มิติ หรือแม้กระทั่งแนวคิดใน 4 มิติ ผ่านกระบวนการที่เส้นรอยพับมาบรรจบกันจนเกิดจุดตัด มุม และพื้นที่ย่อย ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ล้วนมีทฤษฎีบททางคณิตศาสตร์รองรับอย่างแม่นยำ เช่น ทฤษฎีบทของมะเอกาวา (Maekawa Theorem) และทฤษฎีบทของคาวาซากิ (Kawasaki Theorem) นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้โอริงามิในการแก้โจทย์ทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน เช่น การถอดรากที่ 3 ของ 2 ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ในรายการตอนนี้ เราได้รวบรวมแบบพับที่น่าสนใจและทรงคุณค่ามานำเสนอ เริ่มตั้งแต่ความสวยงามของนกเพนกวิน นกกระพือปีก เรือใบ และนกยูงหลากหลายรูปแบบ ไปจนถึงโมเดลที่สามารถหมุนเล่นได้ กล่อง 4 มิติ และดอกกุหลาบคาวาซากิอันลือชื่อ ยิ่งไปกว่านั้น เราจะเจาะลึกถึงแบบพับมิอุระ (Miura-ori) ซึ่งเป็นพื้นฐานของกลไกการกางแผงโซลาร์เซลล์ในอวกาศ รวมถึงการใช้แบบพับเพื่อจำลองโครงสร้างมหภาคของเอกภพที่ถูกกำหนดโดยสสารมืด (Dark Matter) ขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสจุดบรรจบที่ลงตัวระหว่างศิลปะและวิทยาการ พร้อมกันใน Eureka ท่องโลกวิทยาการ

    31 min
  • Eureka ท่องโลกวิทยาการ EP. 11: เปิดโลกโบราณโลหะวิทยา กับ รศ.สุรพล นาถะพินธุ (ตอนที่ 2)

    จากจุดเริ่มต้นในตอนที่แล้วที่เราได้ร่วมเดินทางย้อนเวลาไปกับ รองศาสตราจารย์สุรพล นาถะพินธุ นักโบราณโลหะวิทยาแถวหน้าของเมืองไทย เพื่อทำความเข้าใจรากฐานของ 'ยุคสำริด (Bronze Age)' ตั้งแต่ภาพรวมระดับโลกอย่างดินแดนตะวันออกกลางและจีน มาจนถึงร่องรอยการผลิตสำริดในดินแดนไทย และปิดท้ายด้วย 'ไก่และสุ่มสัมฤทธิ์' จากแหล่งโบราณคดีดอนตาเพชร ในตอนที่ 2 นี้ เราจะก้าวสู่ 'ยุคเหล็ก (Iron Age)' ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์โลก เมื่อเทคโนโลยีการถลุงแร่ธาตุที่แข็งแกร่งกว่าเดิมกลายเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างแสนยานุภาพและการขยายอาณาจักร เราจะไปทำความรู้จักกับชาวฮิตไทต์ (Hittites) ผู้กุมความลับในการผลิตอาวุธเหล็กปริมาณมากจนก้าวขึ้นมามีชัยเหนือสมรภูมิโบราณในระยะแรก สำหรับในประเทศไทย เราจะเจาะลึกหลักฐานชิ้นสำคัญจากแหล่งโบราณคดีโนนนกทา จังหวัดขอนแก่น และบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี พร้อมระลึกถึงบทบาทของนักโบราณคดีระดับตำนานอย่าง Prof. Wilhelm G. Solheim และ Donn Bayard นอกจากนี้ อาจารย์สุรพลจะพาเราไปสำรวจเมืองโบราณจันเสน แหล่งโบราณคดีบ้านใหม่ชัยมงคล รวมถึงความทรงจำอันล้ำค่า ณ บ้านท่าแค จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นสถานที่แห่งแรกที่ท่านได้สวมบทบาทผู้อำนวยการขุดค้น อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม นักประวัติศาสตร์คนสำคัญ ได้เขียนไว้ในหนังสือ ‘ในดินแดนแห่งสุวรรณภูมิ’ หน้า 166 ว่า “….นายพิกอตต์ (Vincent Pigott) นั้นได้ทำการขุดค้นทางโบราณคดีที่ ‘ห้วยโป่ง’ อำเภอโคกสำโรง ในขณะที่อาจารย์สุรพล นาถะพินทุ ทำการขุดค้นที่ ‘บ้านท่าแค’ อำเภอเมืองลพบุรี อาจกล่าวได้ว่าการขุดค้นทางโบราณคดีอย่างมีระบบในระยะหลังนี้เป็นงานของนักโบราณคดีทั้งสองคนนี้ก็ว่าได้” ทั้งนี้ในหนังสือเล่มดังกล่าว หน้า 168 ระบุว่า “แต่ที่โดดเด่นก็คือที่ ‘บ้านท่าแค’ ที่เป็นชุมชนพื้นฐานที่ทำให้เกิดเมืองละโว้หรือลพบุรีขึ้นมา และพัฒนาการของบ้านเมืองสมัยทวารวดีในบริเวณซีกตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยานั้น อาจกล่าวได้ว่ามีพื้นฐานมาจากสังคมที่มีการถลุงโลหะและการแสวงหาธาตุโลหะเป็นพื้นฐาน เพราะภูมิภาคนี้มีแหล่งแร่ธาตุ เช่น ทองแดงและเหล็ก ดีกว่าที่อื่นในประเทศขณะนั้น” อาจารย์สุรพลจะมาขยายความในประเด็นสำคัญที่ว่ามานี้ ที่พลาดไม่ได้คือ การเปิดเผยหัวใจสำคัญของ 'วิทยาศาสตร์ในงานโบราณโลหะวิทยา' ผ่านหลักการ 3 ประการ ได้แก่ 

    (1) วัตถุโลหะชิ้นหนึ่งทำจากอะไร? โดยใช้การวิเคราะห์ธาตุองค์ประกอบ 

    (2) วัตถุโลหะชิ้นนั้นทำขึ้นมาได้อย่างไร? โดยการใช้การวิเคราะห์โครงสร้างจุลภาค 

    (3) วัตถุโลหะชิ้นนั้นพบร่วมกับวัตถุอื่น ๆ อะไรบ้าง?

    เมื่อทราบข้อมูลทั้งหมดแล้ว ก็จะนำไปตีความจากบริบทแวดล้อม เพื่อถอดรหัสว่าวัตถุชิ้นนั้นมีความหมายอย่างไรต่อประวัติศาสตร์และสังคมมนุษย์ ปิดท้ายด้วยแง่คิดที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ อาจารย์สุรพลจะมาเฉลยคำตอบว่า "อะไรคือความสุขที่แท้จริงของการเป็นนักโบราณโลหะวิทยา" มาร่วมเปิดโลกวิทยาการที่เชื่อมโยงอดีตเข้ากับปัจจุบันไปพร้อมกันในรายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการ

    40 min
  • Eureka ท่องโลกวิทยาการ EP. 10: เปิดโลกโบราณโลหะวิทยา กับ รศ.สุรพล นาถะพินธุ (ตอนที่ 1)

    Eurekaท่องโลกวิทยาการ ตอนนี้จะพาทุกท่านท่องโลก 'โบราณโลหะวิทยา' (Archaeometallurgy) ผ่านมุมมองและประสบการณ์อันยาวนานของ รองศาสตราจารย์ สุรพล นาถะพินธุ นักโบราณโลหะวิทยาแถวหน้าของเมืองไทยและอดีตคณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้เริ่มต้นเส้นทางสายนี้จากความช่างสังเกตในวัยเยาว์ เมื่อครั้งไปทัศนศึกษาที่แหล่งโบราณคดีดอนตาเพชรขณะที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นปีที่ 3 ความสงสัยที่ว่าคนในอดีตสร้างสรรค์เครื่องมือเหล็กขึ้นมาได้อย่างไรได้เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้อาจารย์สุรพลมุ่งเน้นงานด้านนี้ และอาจารย์สุรพล ได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ University of Pennsylvania สหรัฐอเมริกา โดยทำวิทยานิพนธ์เจาะลึกเรื่องสำริดสมัยโบราณในประเทศไทย เนื้อหาในตอนนี้ อาจารย์สุรพลได้ปูพื้นฐานความเข้าใจตั้งแต่ระบบการแบ่งยุคสมัยทางโบราณคดีออกเป็น ยุคหิน ยุคสำริด และยุคเหล็ก ตามแนวคิดของนักวิชาการชาวเดนมาร์กที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก พร้อมกับเผยให้เห็นพัฒนาการทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนของมนุษย์ โดยเริ่มจากการใช้ทองแดงบริสุทธิ์ พัฒนามาสู่การผสมสารหนูจนเกิดเป็น สำริดชนิดแรก เรียกว่า Arsenical Bronze ก่อนจะก้าวเข้าสู่ยุคการผสมดีบุกและตะกั่ว นอกจากนี้ อาจารย์สุรพลยังพาไปสำรวจเส้นทางการค้าทางทะเลที่เชื่อมโยงกับดินแดน 'ดิลมัน' (Dilmun) แหล่งแลกเปลี่ยนดีบุกที่สำคัญในอดีต พร้อมทำความรู้จักกับแร่ธาตุพื้นฐานอย่าง Malachite, Azurite, Chalcopyrite และ Bornite ที่เป็นต้นกำเนิดของทองแดง นอกจากด้านวัสดุศาสตร์แล้ว อาจารย์สุรพลยังนำเสนอแง่มุมด้านศิลปะและวัฒนธรรมผ่านตัวอย่างโบราณวัตถุจากจีนและบาบิโลน โดยเฉพาะเทคนิคการหล่อแม่พิมพ์แบบหลายชิ้นประกบของจีน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สะท้อนถึงขีดความสามารถในการออกแบบขั้นสูงและความเชื่อทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง ในส่วนของประเทศไทย รายการจะพาไปสำรวจเหมืองทองแดงโบราณที่สำคัญ เช่น ภูโล้น จังหวัดหนองคาย และย่านเขาวงพระจันทร์ จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตโลหะขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับแหล่งโบราณคดีสำคัญอย่างบ้านโป่งมะนาวและบ้านซับเหว ปิดท้ายด้วยความมหัศจรรย์ของ 'ไก่และสุ่มสำริด' รวมถึง 'ลูกปัด' รูปแบบต่าง ๆ จากแหล่งโบราณคดีดอนตาเพชร  ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงเครือข่ายความเชื่อมโยงทางอารยธรรมระหว่างอินเดีย ไทย เวียดนาม และจีนตอนใต้ที่แน่นแฟ้นเกินกว่าที่เราเคยคาดคิด นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางย้อนรอยโบราณโลหะวิทยาเท่านั้น เพราะยังมีเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นและทรงคุณค่ารอให้เราไปค้นหาต่อใน เปิดโลกโบราณโลหะวิทยา ตอนที่ 2

    34 min
  • Eureka ท่องโลกวิทยาการ EP. 9: ระบบการเลี้ยงสัตว์น้ำแบบน้ำไหลเวียน

    ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบน้ำไหลเวียน หรือ Recirculating Aquaculture System (RAS) ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นคำตอบของการผลิตสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน ในตอนนี้ ดร.ยศกร ประทุมวัลย์ วิศวกรอาวุโสและหัวหน้าทีมวิจัยคอมพิวเตอร์ช่วยในการคำนวณทางวิศวกรรม ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค: MTEC) จะมาร่วมพูดคุยกับ ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ เพื่อพาผู้ชมไปรู้จักกับระบบน้ำไหลเวียนที่กำลังเป็นทางเลือกสำคัญของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำยุคใหม่ ที่อาศัยหลักการนำน้ำกลับมาบำบัดและหมุนเวียนใช้ใหม่อย่างต่อเนื่อง ช่วยลดการสูญเสียน้ำ ควบคุมคุณภาพน้ำได้อย่างแม่นยำ และเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงในพื้นที่จำกัด รองรับการผลิตเชิงพาณิชย์ตลอดทั้งปีโดยไม่ขึ้นกับฤดูกาล นอกจากนี้ ผู้ชมยังจะได้ทำเข้าใจเทคโนโลยีการคำนวณทางวิศวกรรมขั้นสูง (Computer Aided Engineering: CAE) ซึ่งถูกนำมาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาทางวิศวกรรมในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ยานยนต์ การผลิต ไปจนถึงการแพทย์ ช่วยลดต้นทุน ลดเวลาในการพัฒนา และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เตรียมพบกับการผสมผสานระหว่างวิทยาการด้านการเลี้ยงสัตว์น้ำและเทคโนโลยีการคำนวณอันล้ำสมัย ที่จะเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้กับการผลิตอาหารและการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยในรายการ Eurekaท่องโลกวิทยาการ 

    34 min

About Eureka ท่องโลกวิทยาการ

From the publisher's feed

“Eureka ท่องโลกวิทยาการ” อาร์คีมีดิส ร้องอุทานว่า “ยูเรก้า” ซึ่งแปลว่า “ฉันพบแล้ว” หลังพบหลักการว่าวัตถุที่จมอยู่ในน้ำจะมีแรงลอยตัวเท่ากับน้ำหนักของน้ำที่ถูกวัตถุนั้นแทนที่…