KResearch Podcast

KResearch Podcast

By ศูนย์วิจัยกสิกรไทยBusiness
Download on the App Store

KResearch Podcast episodes

  • หุ้นไทยอาจถูกถ่วงจากการระบาดของไวรัสฯ ในคลัสเตอร์ใหม่และสายพันธ์ุอินเดีย
    KResearch : วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 11 พ.ค. 2564
    หุ้นไทยอาจถูกถ่วงจากการระบาดของไวรัสฯ ในคลัสเตอร์ใหม่และสายพันธ์ุอินเดีย
    - ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปิดสดใส หลังคลายความกังวลเกี่ยวกับตัวเลขจ้างงานของสหรัฐฯที่น้อยกว่าคาด และฝั่งยุโรป นำโดยอังกฤษเตรียมผ่อนคลายล็อคดาวน์ เช่นเดียวกับดัชนีหุ้นไทยที่ปรับขึ้น ท่ามกลางการซื้อขายที่คึกคัก อย่างไรก็ตาม หุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ หลังนักลงทุนกังวลตัวเลขเงินเฟ้อที่จะประกาศออกมาในวันพรุ่งนี้
    - ราคาทองคำปิดบวกเล็กน้อย หลังดอลลาร์ฯ อ่อนค่า และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ปรับลดลง
    - ราคาน้ำมันปรับขึ้น จากปัญหาขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากมัลแวร์ที่กระทบการควบคุมระบบของบริษัทขนส่งน้ำมัน
    - อย่างไรก็ตาม ขาขึ้นของตลาดอาจถูกจำกัดจากความกังวลต่อการระบาดของไวรัส ทั้งสายพันธ์ุอินเดียที่ปรากฎในหลายประเทศ รวมถึงไทย ขณะที่มาเลเซียประกาศล็อคดาวน์ประเทศ
    19 min
  • คาดหุ้นไทยลุ้นเปิดบวกตามตลาดต่างประเทศ แม้ขาขึ้นยังจำกัดจากการระบาดไวรัสในประเทศที่น่ากังวล
    KResearch : วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 10 พ.ค. 2564
    คาดหุ้นไทยลุ้นเปิดบวกตามตลาดต่างประเทศ แม้ขาขึ้นยังจำกัดจากการระบาดไวรัสในประเทศที่น่ากังวล
    - ปลายสัปดาห์ก่อน ตลาดเอเชียปิดผสมผสาน โดยหุ้นญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ปิดในแดนบวกได้รับปัจจัยหนุนจากผลประกอบการที่ออกมาดีและเศรษฐกิจที่เริ่มดีขึ้น แต่ตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงปรับลดลงแม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจ เช่น ดัชนี PMI จะออกมาแข็งแกร่งแต่ได้รับปัจจัยกดดันจากความตึงเครียดระหว่างจีนและชาติตะวันตก
    - ตลาดหุ้นไทยปิดบวก มีข่าวดีเรื่องวัคซีนโดยทางไฟเซอร์จะมีนำเข้ามาได้ในไตรมาส 3-4 ปีนี้
    - ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกรอตัวเลขการจ้างงานนอกเกษตรของสหรัฐฯ หุ้นกลุ่มเหมืองแร่กลุ่มทรัพยากรปรับดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
    - ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังตัวเลขการจ้างงานนอกเกษตรออกมาน้อยกว่าคาดทำให้ตลาดมองว่า Fed จะยังไม่คุมเข้มนโยบายการเงินเร็ว ๆ นี้ โดยดัชนี NASDAQ ปรับเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก
    - ดอลลาร์ฯ อ่อนค่าต่ำสุดในรอบ 2 เดือนเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลัก ซึ่งหนุนให้ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือน ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ฟื้นกลับมาปิดที่ระดับ 1.58%
    - ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมา 266,000 ตำแหน่ง น้อยกว่าตลาดคาดไว้ที่ 987,000 ตำแหน่ง อัตราการว่างงานปรับเพิ่มขึ้นที่ 6.1% มากกว่าตลาดคาดการณ์ ปัจจัยหลักมาจากการขาดแคลนแรงงาน โดยนายจ้างมีความต้องการจ้างงาน แต่แรงงานที่กลับเข้าทำงานยังไม่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการใช้สิทธิ์สวัสดิการการว่างงาน ขณะที่ รมว.คลังสหรัฐฯ แนะนำให้มีการปรับเพดานหนี้สาธารณะขึ้น
    - สศค.ระบุว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ ถ้าดำเนินการได้ตามเป้าหมายน่าจะมีเม็ดเงินเข้ากระตุ้นเศรษฐกิจประมาณ 4 แสนล้านบาท ซึ่งจะช่วยหนุนให้ GDP ขยับสูงที่เป้าหมายของกระทรวงการคลังที่ 2.8%
    ปัจจัยติดตาม: รอติดตามการจัดส่งน้ำมันทางท่อของสหรัฐฯ ที่มีการปิดระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมดหลังถูกโจมตีทางไซเบอร์ ขณะที่เช้านี้ดอลลาร์ฯ ยังอ่อนค่า เงินบาทแข็งค่าผ่านแนว 31.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ
    19 min
  • ตลาดหุ้นไทยลุ้นขึ้นต่อ ขานรับตลาดต่างประเทศที่ดีดขึ้น
    KResearch : วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 7 พ.ค. 2564
    ตลาดหุ้นไทยลุ้นขึ้นต่อ ขานรับตลาดต่างประเทศที่ดีดขึ้น
    - ตลาดหุ้นวานนี้ปิดค่อนข้างสดใส โดยฝั่งเอเชียส่วนใหญ่ปิดบวก รวมถึงไทย จากความหวังต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม ตลาดจีนปรับลดสวนทาง เนื่องจากถูกกดดันจากความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐฯ เกี่ยวกับการประเมินข้อตกลงการค้าใหม่ สำหรับดัชนีหุ้นฝั่งสหรัฐฯ และยุโรปปรับขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มที่เกาะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ดัชนีดาวน์โจนส์ทำสถิติสูงสุดใหม่ รับจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่ออกมาดีกว่าคาด
    - ธนาคารกลางอังกฤษคงดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำ รวมถึง QE ในวงเงินรวมเท่าเดิมที่ 8.95 แสนล้านปอนด์ในการประชุมวานนี้ อย่างไรก็ตาม ได้มีการปรับประมาณการจีดีพีปี 2564 ขึ้น จากความก้าวหน้าของการฉีดวัคซีน พร้อมมองว่าไตรมาส 4 ปีนี้ จีดีพีจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ นอกจากนี้ ธนาคารอังกฤษส่งสัญญาณชะลอวงเงินซื้อสินทรัพย์รายสัปดาห์ตั้งแต่เดือน พ.ค.-ส.ค. ซึ่งอาจเป็นการปูทางการถอยออกจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินหลังจากนี้
    - เงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่า และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเล็กน้อย หลังตลาดคลายความกังวลต่อสัญญาณคุมเข้มของเฟด เมื่อ รมว.คลัง นางเยลเลน มองว่าเงินเฟ้อที่ปรับขึ้นยังไม่ได้สร้างปัญหาต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดหลายท่าน
    - ราคาทองคำปรับขึ้น ขณะที่ ราคาน้ำมันปรับลดลง ตามสัญญาณชะลอตัวของความต้องการใช้น้ำมัน โดยเฉพาะจากอินเดีย
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ ได้แก่ ตัวเลขตลาดแรงงานของสหรัฐฯ รวมถึงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสในประเทศ
    25 min
  • ตลาดหุ้นไทยอาจมีปัจจัยบวกจากแรงซื้อคืน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของรัฐบาล
    KResearch : วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 6 พ.ค. 2564
    ตลาดหุ้นไทยอาจมีปัจจัยบวกจากแรงซื้อคืน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของรัฐบาล
    - ตลาดหุ้นจีนและญี่ปุ่นยังปิดทำการวานนี้ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวแดนลบเป็นส่วนใหญ่ แม้มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดในรอบ 4 เดือน ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดหุ้นไทยได้แก่ สถานการณ์ผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่กลับมายืนเหนือ 2 พันราย ความกังวลต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไทย และข่าวการขยายมาตรการพักหนี้ที่กดดันหุ้นกลุ่มธนาคาร เป็นต้น
    - ตลาดหุ้นฝั่งตะวันตก อาทิ ตลาดหุ้นยุโรปปรับขึ้น ตามตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดี เช่นเดียวกับหุ้นสหรัฐฯ ที่ปิดบวกในส่วนของดัชนีดาวน์โจนส์และ S&P
    - ราคาทองคำปิดบวก รับข่าวตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ต่ำกว่าคาด และแถลงการณ์ของรมว.คลังสหรัฐฯ นางเยลเลน ที่ชี้แจงว่าไม่ได้หนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ย
    - ด้านตัวเลขเศรษฐกิจของไทย อัตราเงินเฟ้อเดือนเม.ย.เป็นบวกครั้งแรกในรอบ 14 เดือนที่ 3.41% และสูงกว่าที่ตลาดคาด ทั้งจากฐานที่ต่ำ ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น และค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น เพราะไม่มีมาตรการอุดหนุน ด้านกนง.มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% และประเมินผลกระทบจากการระบาดของโควิดระลอก 3 ใน 3 scenario แปรผันตามความก้าวหน้าของการจัดหาและฉีดวัคซีน ซึ่งมองว่าจะทำให้จีดีพีปีนี้อยู่ในกรอบ 1.0% ถึง 2.0%
    ขณะที่ จีดีพีปีหน้าจะขยายตัว 1.1% ถึง 4.7% อย่างไรก็ดี รัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายมาตรการวานนี้ อาทิ คนละครึ่งเฟสสาม ยิ่งใช้ยิ่งได้ ซึ่งคงช่วยบรรเทาผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้ระดับหนึ่ง
    23 min
  • คาดตลาดสินทรัพย์เสี่ยงถูกกดดันตามตลาดต่างประเทศที่ปิดลบ รวมถึงโควิดในประเทศที่ยังน่ากังวล
    KResearch : วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 5 พ.ค. 2564
    คาดตลาดสินทรัพย์เสี่ยงถูกกดดันตามตลาดต่างประเทศที่ปิดลบ รวมถึงโควิดในประเทศที่ยังน่ากังวล
    - ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและจีนปิดทำการในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่ปลายสัปดาห์ก่อนปิดลบ ตามแรงเทขายก่อนวันหยุดยาว ความกังวลต่อภาวะการขาดแคลนชิป ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯและจีน เป็นต้น
    - ฝั่งยุโรปและสหรัฐฯ วานนี้ ปิดลบตามการปรับลดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ที่เผชิญแรงเทขายทำกำไร
    นอกจากนี้ ในวันอังคาร รมว.คลังสหรัฐฯ ออกมาแสดงความเห็นว่าอาจจำเป็นต้องมีการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ร้อนแรงเกินไป (แม้ว่าต่อมาจะออกมาขยายความว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะยังอยู่ในระดับต่ำ) รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดี
    - ราคาทองคำโลกร่วงลง ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่า และราคาน้ำมันปรับขึ้น
    - ประเด็นติดตามวันนี้ 1) สถานการณ์โควิดในประเทศยังคงน่ากังวล 2) การประชุม กนง.ที่ KResearch คาดว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ย 3) มาตรการเยียวยารอบใหม่ที่เตรียมเข้าสู่ ครม. 4) ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ
    23 min
  • คาดตลาดสินทรัพย์เสี่ยงได้แรงหนุนจากจีดีพีสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง
    KResearch : วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 30 เม.ย. 2564
    คาดตลาดสินทรัพย์เสี่ยงได้แรงหนุนจากจีดีพีสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง
    - วานนี้ ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปิดปรับเพิ่มขึ้นรับสัญญาณการผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมถึงไทยที่ได้รับปัจจัยหนุนเพิ่มเติมหลังเริ่มมีการชะลอการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อ
    - ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบสวนทางตลาดอื่น ๆ ได้รับปัจจัยกดดันจากพันธบัตรรัฐบาลยูโรโซนที่เพิ่มสูงขึ้นในรอบประมาณ 2 สัปดาห์ ขณะที่สหรัฐฯ ดัชนีปิดบวก 3 ตลาด (S&P500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์) ได้รับปัจจัยหนุนจากหลายปัจจัยทั้งผลประกอบการที่ออกมาดีรวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจออกมาแข็งแกร่ง เช่น GDP สหรัฐฯ ไตรมาสแรกของปี เติบโตที่ 6.4% สูงกว่าตลาดคาดการณ์ ซึ่งเป็นอัตราที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่ไตรมาสที่ 3/2563 สาเหตุหลักมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของปธน.ไบเดน นอกจากนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังได้รับปัจจัยบวกต่อเนื่องจากสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed และสัญญาณกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่จะกลับมาเปิดปกติ เช่น การเปิดเมือง NY อย่างสมบูรณ์ และการกลับมาเปิดท่าเรือ
    - ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีกลับมาสูงกว่า 1.6% แล้วมาจาก GDP ที่ออกมาดีและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมาเรื่อย ๆ
    - ราคาทองคำปรับตัวลดลงเนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดี ซึ่งเหตุผลเดียวกันนี้ช่วยหนุนให้ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น
    - สำหรับไทย กระทรวงการคลังปรับลด GDP ลงอยู่ที่ 2.3% จาก 2.8% โดยมองว่านักท่องเที่ยวจะอยู่ที่ 2 ล้านคนจาก 5 ล้านคน ขณะที่ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกอยู่ที่สองหลักที่ 11% โดยมีการระบุเพิ่มเติมว่ากำลังเตรียมการออกมาตรกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ รอดูตัวเลข PCE ที่เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อของ Fed และสถานการณ์ควบคุมการระบาดของไทย รวมถึงติดตามการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของธปท. โดยเฉพาะดุลบัญชีเดินสะพัดที่จะมีผลต่อค่าเงินบาทของไทย
    23 min
  • คาดเงินบาทแข็งค่า จากผลการประชุมเฟดที่ยังสะท้อนความกังวลต่อความเสี่ยงไวรัส
    KResearch : วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 29 เม.ย. 2564
    คาดเงินบาทแข็งค่า จากผลการประชุมเฟดที่ยังสะท้อนความกังวลต่อความเสี่ยงไวรัส
    - วานนี้ ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปิดในแดนบวก อาทิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ตามแรงหนุนจากเงินเยนที่อ่อนค่าซึ่งหนุนหุ้นกลุ่มส่งออก และผลประกอบการ บจ.ที่อาจออกมาดีกว่าคาด ขณะที่ตลาดจีนปรับขึ้น ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและ Healthcare นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยปิดบวกสดใสเช่นกัน แม้ขาขึ้นจะถูกจำกัดจากสถานการณ์โควิดในประเทศ
    - อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดในแดนลบ เนื่องจากแม้เฟดจะคงผ่อนคลายนโยบายการเงินและคงวงเงินการซื้อ QE ดังเดิม แต่เฟดยังห่วงความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โควิด ทำให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวัง ทั้งนี้ เฟดยอมรับว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวชัดเจนขึ้น จากผลของวัคซีน แต่เฟดอยากเห็นการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นมากกว่านี้ และย้ำว่ารอบนี้ไม่ได้มีการหารือระหว่างคณะกรรมการเรื่องการลด QE รวมถึงการฉีดวัคซีนไม่ได้การันตีว่าความเสี่ยงจากไวรัสจะลดลงโดยง่าย
    - ทางการไทยเดินหน้าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง อาทิ โครงการเราชนะ และ ม.33 เรารักกัน โดยยังมีงบประมาณเหลือ 3.8 แสนล้านบาท และยังไม่จำเป็นต้องขยายวงเงินกู้เพิ่มเติม ขณะที่ ภาคเอกชนเริ่มทำ Sandbox เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการค้าปลีก
    - ปัจจัยติดตามวันนี้ คือ 1. การแถลงผลงาน 100 วันแรกต่อสภาคองเกรสของปธน.โจ ไบเดน ซึ่งจุดสนใจอยู่ที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 2. ท่าทีของ ปธน.โจ ไบเดน ต่อจีน 3. สถานการณ์ผู้ติดเชื้อในประเทศและมาตรการควบคุมการระบาดของทางการไทย
    ขณะที่เช้านี้ เงินบาทแข็งค่า หลังดอลลาร์ฯ ถูกถ่วงจากผลการประชุมเฟด
    25 min
  • คาดตลาดสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวในกรอบแคบ รอความคืบหน้าวัคซีนและผลการประชุมเฟด
    KResearch : วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ | 28 เม.ย. 2564
    คาดตลาดสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวในกรอบแคบ รอความคืบหน้าวัคซีนและผลการประชุมเฟด
    - ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในกรอบแคบและปิดลบ เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่หนุนตลาด กอปรกับมีความกังวลต่อสถานการณ์โควิดที่ยังไม่ดีขึ้น อาทิ ญี่ปุ่นที่มีการประกาศภาวะฉุกเฉินในหลายพื้นที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นจีนปิดบวกเล็กน้อย ตามแรงบวกจากการประกาศผลประกอบการ บจ.ในภาคอุตสาหกรรมของจีน
    - ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดในกรอบแคบ รอผลการประชุมเฟดและผลประกอบการหุ้นกลุ่มเทคฯ รวมถึงจีดีพีไตรมาส 1/2564 ที่คาดว่าจะขยายตัว 6.1% ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคออกมาดี
    - ราคาทองคำลดลงเล็กน้อย ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น จากการประชุม OPEC+ ที่เลื่อนเร็วขึ้นและคงแผนการผลิตน้ำมันตามเดิม จากความวิตกต่อสถานการณ์แพร่ระบาดในอินเดียที่จะกระทบความต้องการใช้น้ำมัน
    - ด้านผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นวานนี้ ยังคงนโยบายการเงินผ่อนคลายต่อเนื่อง รองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แม้คาดหวังว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ จะมีผลดันจีดีพีให้มีโอกาสสูงขึ้นกว่าประมาณการเดิมก็ตาม
    - ปัจจัยติดตามสำหรับตลาดการเงินสำคัญวันนี้ ได้แก่ การประชุมระหว่างนายกฯและภาคเอกชนไทยเกี่ยวกับการจัดหาวัคซีน การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของกระทรวงการคลัง การเมืองในประเทศ รวมถึงผลการประชุมเฟด
    25 min

About KResearch Podcast

From the publisher's feed

รับฟังความเคลื่อนไหว เศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน และการลงทุน ที่น่าสนใจ