พระบัญญัติ 32
9.“เพราะส่วนของพระยะโฮวาคือไพร่พลของพระองค์; ยาโคบก็เป็นส่วนกรรมสิทธิ์ของพระองค์เอง
10.พระองค์ได้ทรงพบปะเขาในที่ร้างเปล่าและในที่ป่าดงอันเปลี่ยวเปล่า ที่มีสัตว์ป่าร้องอยู่; พระองค์ได้ทรงห้อมล้อมเขาไว้, ได้ทรงสอนเขา, และได้รักษาเขาไว้ดังดวงพระเนตรของพระองค์
11.นกอินทรีย์คุ้ยกวนรังของมัน. กางปีกออกรับชูลูก, พาไปนั้นฉันใด, พระยะโฮวาก็ได้ทรงนำเขาไปฉันนั้น
15.แต่ยะซูรุนได้อ้วนขึ้นแล้ว, ก็มีพะยศ: เขาอ้วนใหญ่โต, จนหน้าเป็นมันแล้ว, ก็ละลืม (ทอดทิ้ง) พระเจ้าผู้ทรงสร้างเขานั้น, และมิได้นับถือพระเจ้าผู้เป็นศิลาแห่งความรอดของเขา
16.เขาทั้งหลายได้ทำให้พระทัยพระองค์มีความหวงแหนด้วยพระอื่นๆ: และได้ให้พระองค์ ทรงพิโรธด้วยการน่าเกลียดของเขา
17.เขาทั้งหลายได้บูชาแก่ผีปีศาจ, ซึ่งหาเป็นพระเจ้าไม่, เขาได้บูชาแก่พระอื่นๆ ซึ่งเขามิได้รู้จัก, คือพระที่เพิ่งมีขึ้นใหม่, ซึ่งปู่ย่าตายายของเขาหาได้นับถือไม่
18.ศิลาที่ยังเจ้าทั้งหลายให้บังเกิดมานั้นเจ้าก็หลงลืมเสีย, คือได้หลงลืมพระเจ้าผู้ทรงสร้างเจ้าให้เกิดมา
19.ครั้นพระยะโฮวาทรงเห็น, พระองค์ก็ได้ทรงชังเขาทั้งหลาย, เพราะบรรดาบุตรชายหญิงของพระองค์ได้ทำให้เคืองพระทัยพระองค์
20.พระองค์จึงตรัสว่า, เราจะซ่อนหน้าเราเสียจากเขา, และจะคอยดูที่ปลายมือของเขาจะเป็นอย่างไร: เพราะเขาเป็นคนเชื้อชาติอันลือไป, ในทางชั่ว เป็นลูกที่หามีความซื่อสัตย์ไม่
36.ด้วยพระยะโฮวาจะทรงพิพากษาไพร่พลของพระองค์ และจะทรงกลับพระทัยระลึกถึงพวกทาสของพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงเห็นเรี่ยวแรงเขาหมดแล้ว และไม่มีผู้ใดเหลืออยู่ ไม่ว่าทาสหรือไท”