5. “พระยะโฮวาผู้ชอบธรรมดำรงอยู่ในท่ามกลางเขานั้น, พระองค์หาได้กระทำอสัตย์อธรรมไม่, ทุกๆรุ่งเช้า พระองค์นำความพิพากษา, ตัดสินของพระองค์ออกมาให้ถึงความสว่างมิได้ขาดสักเวลา, แต่คนอธรรมมิได้รู้จักความละอายเลย.”
7. “เราได้ว่า จงเกรงกลัวแต่เรา, จงรับโอวาทคำสั่งสอน, เพื่อว่าที่อาศัยของเขาทั้งหลายจะไม่ต้องผลาญทำลายเสีย, ตามบรรดาความที่เราได้ดำริไว้ว่าจะกระทำโทษแก่เขา, แต่เขาได้อุตส่าห์กระทำผิดในบรรดากิจการของเขาทั้งหลาย.”
8.“พระยะโฮวาจึงตรัสว่า, เหตุฉะนั้นจงคอยท่าเรา จนถึงวันที่เราจะลุกขึ้นตีทำลาย, ด้วยว่าเราได้ตั้งพระทัยไว้ว่า, จะประชุมประเทศทั้งหลายจะรวบรวมแผ่นดินเมืองทั้งปวง, เพื่อจะเทความพิโรธ คือบรรดาความร้อนแห่งความพิโรธของเราลงบนชนเหล่านั้น, ด้วยว่าทั้งแผ่นดินจะต้องไหม้ทำลายด้วยไฟแห่งความกริ้วของเรา.
9.ขณะนั้นเราจะกลับทำให้ชนชาวเมืองมีริมฝีปากที่สะอาด, เพื่อเขาทั้งหลายจะได้สรรเสริญอ้อนวอนถึงพระนามของพระยะโฮวา, แลพร้อมใจกันปรนนิบัติพระองค์ด้วยใจเดียว.
10.ผู้นมัสการทั้งหลายของเรา, คือบุตรีแห่งชนที่กระจัดกระจายทั้งหลายของเรา, ตั้งแต่เหล่าแม่น้ำคูศฟากข้างโน้น, จะนำเอาเครื่องบูชาของเรามา.
11.ในวันนั้นท่านทั้งปวงจะมิได้ละอาย, เพราะกิจการทั้งหลายของท่านที่ท่านได้กระทำผิดต่อเรา, ด้วยว่าขณะนั้น เราจะเอาบรรดาคนที่เย่อหยิ่งอวดอ้าง ไปเสียจากท่ามกลางท่านทั้งหลาย, แลท่านจะเป็นคนจองหองต่อไปอีกในภูเขาอันบริสุทธิ์ของเราก็หามิได้.
12.แลเราจะเหลือไว้แต่ชนที่ถ่อมใจแลเจียมตัวในท่ามกลางแห่งท่าน, แลเขาทั้งหลายจะวางใจเชื่อในพระนามพระยะโฮวา.”
ซะฟันยา 3:5,7-12