2. แต่ผู้ใดจะรอหน้าอยู่ได้ในวันที่พระองค์เสด็จมา, และผู้ใดจะผะเชิญหน้าอยู่ได้เมื่อพระองค์มาปรากฏพระกาย, เพราะว่าพระองค์เป็นประดุจดังไฟถลุงแร่และสบู่ของช่างซักฟอก,
3. และพระองค์จะนั่งลงเหมือนช่างหลอมช่างถลุงเงิน. พระองค์จะถลุงลูกชายทั้งหลายของพวกเลวีดุจดังถลุงทองและเงินเพื่อเขาทั้งหลายจะถวายเครื่องบูชาแก่พระยะโฮวาด้วยน้ำใสใจบริสุทธิ์.
7. ถึงกระนั้นเจ้าทั้งหลายก็ยังได้ไถลออกไปนอกคำสั่งสอนของเรา, ตั้งแต่ครั้งสมัยบรรพบุรุษของเจ้าเรื่อยมา, และไม่ได้ถือรักษาไว้เลย.” พระยะโฮวาจอมพลโยธาตรัสต่อไปว่า, “จงกลับมาหาเราเสียเถอะ, และเราจะกลับไปหาเจ้าทั้งหลาย; แต่เจ้าทั้งหลายว่า, ‘เราจะกลับไปหาพระองค์ในเรื่องอะไรกัน?
8. ควรหรือที่มนุษย์จะฉ้อโกงพระเจ้า? แต่เจ้าทั้งหลายได้ฉ้อโกงเรา. แล้วเจ้าทั้งหลายว่า, ‘เราได้ฉ้อโกงพระองค์ในสิ่งไรกัน?’ ก็ในส่วนสิบชักหนึ่งและในเครื่องถวายบูชานะซี!
13. พระยะโฮวาตรัสว่า, “เจ้าทั้งหลายได้กล่าวคำใส่ร้ายเรา; แต่เจ้าทั้งหลายว่า, ‘เราได้กล่าวอะไรใส่ร้ายพระองค์?’
14. ก็เจ้าทั้งหลายว่า ‘ปรนนิบัติพระเจ้าก็เป็นการไร้ประโยชน์, และที่เราถือรักษาบัญญัติของพระองค์, และที่เราได้ดำเนินต่อพระพักตรพระยะโฮวาจอมพลโยธาด้วยเจียมใจก็เกิดผลเกิดประโยชน์อะไรกัน?
16. แล้วคนทั้งหลายที่ได้กลัวเกรงพระยะโฮวาจึงพูดต่อกันและกัน, และพระยะโฮวาได้ทรงสดับ; แล้วจึงมีหนังสือบันทึกความจำ, มีนามคนทั้งหลายที่ได้ยำเกรงพระยะโฮวา, และที่ได้ระลึกถึงพระนามของพระองค์นั้นบันทึกลงต่อพักตรพระองค์.
17. เขาทั้งหลายจะเป็นของเรา พระยะโฮวาจอมพลโยธาตรัสว่า, “ในวันที่เราจะเก็บรวบรวมสมบัติของเราไว้นั้น, เขาทั้งหลายก็จะเป็นเพชรพลอยของเรา, และเราจะไว้ชีวิตเขา เหมือนอย่างพ่อได้ไว้ชีวิตลูก, ลูกคนที่ได้ปรนนิบัติพ่อนั้น.
18. และเจ้าทั้งหลายก็จะเห็นความแตกต่างระหว่างคนชอบธรรมและคนชั่ว, ระหว่างคนปรนนิบัติพระยะโฮวาและคนไม่ปรนนิบัติพระยะโฮวา.””