ปลดล็อกกับหมอเวช

ปลดล็อกกับหมอเวช

By นายแพทย์ประเวช ตันติพิวัฒนสกุลHealth & Fitness
Download on the App Store

ปลดล็อกกับหมอเวช episodes

  • EP. 456 ทุกสิ่งที่เธอเป็น ..​ดีเสมอ

    ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569 เวลาหนึ่งทุ่ม
    สนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเอง
    ดูรายละเอียดที่ www.morprawate.com
    สนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoom
    สอบถามที่ LINE @morprawate

    สรุปเนื้อหาสำคัญจากวิดีโอ “EP. 456 ทุกสิ่งที่เธอเป็น .. ดีเสมอ” โดย นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล จากช่อง ปลดล็อกกับหมอเวช มีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ


    1. ที่มาและแนวคิดของหนังสือ

    • หนังสือต้นเรื่อง: มาจากหนังสือฉบับแปลภาษาไทยเรื่อง ทุกสิ่งที่เธอเป็น .. ดีเสมอ: เยียวยาบาดแผลทางใจ กลับมาเป็นหนึ่งเดียวกับตัวเองอีกครั้งด้วยแนวทาง IFS แปลมาจาก No Bad Parts: Healing Trauma and Restoring Wholeness with the Internal Family Systems Therapy โดย Richard C. Schwartz [00:42], [01:44]
    • หัวใจของแนวคิด: มนุษย์เราไม่ได้มีจิตใจเป็นก้อนเดี่ยวชิ้นเดียว แต่ประกอบด้วย “ส่วนย่อย” (Parts) หรือตัวตนย่อย ๆ ทำงานอยู่ภายในร่วมกันเป็นระบบ [01:10], [05:54]
    • ไม่มีส่วนใดที่ไม่ดี (No Bad Parts): เมื่อได้สำรวจและทำความรู้จักกับส่วนย่อยต่าง ๆ อย่างลึกซึ้ง จะพบว่าทุกส่วนต่างมีเจตนาดีและทำหน้าที่เพื่อปกป้องเราจากความเจ็บปวด แม้พฤติกรรมหรือการแสดงออกภายนอกของส่วนนั้นอาจดูไม่เหมาะสมหรือสร้างปัญหาก็ตาม [01:22]
    • 2. โมเดลจิตบำบัด IFS (Internal Family Systems)

      • การมองจิตใจเหมือนระบบครอบครัว: ภายในจิตใจของเรามีพลวัตคล้ายสมาชิกครอบครัวที่คอยปฏิสัมพันธ์กัน มีบทบาทหน้าที่คอยจัดการและปกป้องตนเองจากบาดแผลทางใจ (Trauma) [01:34], [03:57]
      • การเยียวยาและสร้างความเป็นหนึ่งเดียว: การบำบัดไม่ได้มุ่งเน้นการตัดทิ้ง ทำลาย หรือกดข่มส่วนย่อยที่แสดงออกไม่ดี แต่เป็นการทำความเข้าใจ ให้เกียรติ และประสานให้ส่วนต่าง ๆ กลับมาทำงานร่วมกันอย่างสมดุล [01:53]
      • การเชื่อมโยงกับแนวทางอื่น: คุณหมอเปรียบเทียบแนวคิดนี้กับการบำบัดแนวจิตวิทยาและจิตบำบัดอื่น ๆ เช่น Satir Model และการเจริญสติรู้ตัว ซึ่งมีมุมมองเรื่องตัวตนย่อยและการโอบรับตนเองที่สอดคล้องกัน [03:21]
      • 3. การทำความเข้าใจตนเองและการดูแลสภาวะภายใน

        • การยอมรับและโอบรับทุกแง่มุม: การตัดสินและเกลียดชังส่วนใดส่วนหนึ่งในตัวเองมักยิ่งสร้างความขัดแย้งภายใน การมองเห็นเจตนาเบื้องลึกจะช่วยคลายปมความขัดแย้งและเยียวยาแผลใจได้ [01:22]
        • เทคนิคการปรับสภาวะร่างกายและอารมณ์: มีการแลกเปลี่ยนเรื่องการจัดการความเครียดและความคิดฟุ้งซ่าน เช่น การฝึกหายใจออกยาวเพื่อผ่อนคลายระบบประสาท หรือการใช้เทคนิคกักลมหายใจ (เช่น Box Breathing) ในช่วงที่ความคิดวุ่นวายอย่างหนักเพื่อดึงความสนใจกลับมาอยู่กับกาย [01:20:11], [01:20:26]
        • 1 hr 22 min
        • EP.455 ควรพูดอะไรกับคนใกล้ตาย

          ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569 เวลาหนึ่งทุ่ม
          สนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเอง
          ดูรายละเอียดที่ www.morprawate.com
          สนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoom
          สอบถามที่ LINE @morprawate

          สรุปเนื้อหาสำคัญจากวิดีโอ “EP.455 ควรพูดอะไรกับคนใกล้ตาย” โดย นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล จากช่อง ปลดล็อกกับหมอเวช มีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ

          1. ที่มาและหลักคิดเกี่ยวกับสภาวะจิตก่อนตาย
            ⚬ ความสำคัญของจิตก่อนตาย: สภาวะจิตก่อนตายมีความสำคัญมากต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ภพภูมิที่ดี โดยเน้นความสงบ มีสติ และการระลึกถึงสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ [00:56]
            ⚬ การอ้างอิงเนื้อหา: นำหลักการมาจากหนังสือ Living is Dying (ตายอยู่ทุกลมหายใจ) โดย ซองซา จำยัง เคียนเซ (Dzongsar Jamyang Khyentse) ในบทที่ 9 ซึ่งผสมผสานแนวคิดพุทธสายทิเบต (วัชรยาน) [03:17]
            ⚬ สภาวะจิตเมื่อสิ้นลม: ทางพุทธทิเบตมองว่า เมื่อประสาทสัมผัสและธาตุต่าง ๆ (ดิน น้ำ ไฟ ลม) แตกสลาย จิตจะเข้าสู่สภาวะ “เปลือยเปล่า” ปราศจากการกลั่นกรองจากร่างกาย ซึ่งเป็นสภาวะเดียวกับธรรมชาติพุทธะ และเป็นโอกาสสำคัญในการตระหนักรู้ธรรม [06:05], [08:13]
          2. สิ่งที่ควรพูดหรือนำทางจิตผู้ใกล้ตาย
            การกล่าวข้อความนี้ทำเพื่อเตือนสติ นำทางจิตใจ และให้ผู้ป่วยไม่ตื่นตระหนกต่อการเปลี่ยนแปลง [09:38] โดยมีแกนหลักสำคัญคือ:
            1. ช่วยให้ยอมรับความจริง: ย้ำเตือนว่าการตายเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน และคุณกำลังจะจากไป เพื่อให้จิตเปิดรับและไม่ฝืน [10:01], [11:08]
            2. ชวนให้ปล่อยวาง: บอกให้วางใจ ไม่ต้องห่วงชีวิต ทรัพย์สิน หน้าที่การงาน หรือครอบครัวที่อยู่เบื้องหลัง [11:23]
            3. การมีสรณะ (ที่พึ่งทางใจ):
            ⚬ นำให้ระลึกถึงพระรัตนตรัย (พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์) หรือศาสดา/สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของผู้ป่วย [11:38], [16:12]
            ⚬ แม้ตลอดชีวิตผู้ป่วยอาจไม่ได้ปฏิบัติธรรมเคร่งครัด แต่ช่วงเวลานี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งมั่นในสรณะ [15:50]
            4. การตั้งจิตเพื่อสรรพสัตว์ (โพธิจิต): ชวนตั้งเจตนาปรารถนาให้สรรพสัตว์พ้นทุกข์และตื่นรู้จากภาพมายา การนึกถึงผู้อื่นจะทำให้จิตเกิดพลังและก้าวข้ามความหวาดกลัวส่วนบุคคล [14:16], [16:44]
            5. การอธิบายปรากฏการณ์ของร่างกาย: บอกเล่าถึงการเสื่อมของประสาทสัมผัส (ตาพร่ามัว เสียงเบาลง ร่างกายหนักอึ้ง) เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจว่านี่คือกระบวนการธรรมชาติของธาตุแตกสลาย จะได้ไม่ตกใจกลัว [19:49], [20:25]
          3. การจัดสภาพแวดล้อมข้างเตียง
            ⚬ เน้นความเงียบสงบ: ห้องควรมีบรรยากาศสงบ มีภาพพระพุทธรูปหรือครูบาอาจารย์ที่เคารพ [20:58]
            ⚬ หลีกเลี่ยงการร้องไห้ฟูมฟาย: ไม่แนะนำให้คนในครอบครัวมาร้องไห้เศร้าโศกหรือดึงรั้ง เพราะช่วงเวลาที่จิตละเอียดอ่อน การแสดงอารมณ์เหล่านี้จะสั่นสะเทือนจิตของผู้ใกล้ตาย ทำให้เกิดความกระสับกระส่ายและไปสู่สุคติได้ยาก [21:18], [22:50]
            ⚬ คัดกรองผู้เข้าพบ: ควรจำกัดเฉพาะผู้ที่มีสภาวะจิตสงบและเข้าใจสภาวะของการจากไป [21:08]
          4. ประเด็นตอบคำถามที่น่าสนใจ (Q&A)
            ⚬ ควรบอกความจริงกับผู้ป่วยไหมว่ากำลังจะตาย?: หมอแนะนำว่าการให้ผู้ป่วยรู้ตัวมีประโยชน์มากกว่า เพื่อให้เขามีโอกาสเคลียร์ใจ สั่งเสีย หรือจัดการเรื่องคั่งค้างก่อนเข้าสู่กระบวนการตาย [27:35]
            ⚬ ถ้าผู้ป่วยสมองเสื่อม ควรพูดนำหรือไม่?: แม้จะไม่แน่ชัดว่าสมองรับรู้ได้เพียงใด แต่เชื่อว่าจิตยังสามารถรับกระแสความสงบและถ้อยคำได้ การพูดนำทางจิตจึงไม่มีข้อเสียและเป็นโอกาสที่ดี [36:53], [37:32]
            ⚬ การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care): ช่วยระงับความเจ็บปวดทางกาย แต่การเตรียมตัวและการนำทางทางจิตวิญญาณเป็นเรื่องที่ตัวผู้ป่วยและญาติควรศึกษาและเตรียมการควบคู่กันไปด้วย [42:00], [42:46]
          5. 52 min
          6. EP.454 เข้าใจเหตุปัจจัยการก่อความรุนแรงในเยาวชน

            ลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลาหนึ่งทุ่ม
            สนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเอง
            ดูรายละเอียดที่ www.morprawate.com
            สนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoom
            สอบถามที่ LINE @morprawate

            สรุปเนื้อหาสำคัญจากวิดีโอ “EP.454 เข้าใจเหตุปัจจัยการก่อความรุนแรงในเยาวชน” โดย นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล จากช่อง ปลดล็อกกับหมอเวช มีรายละเอียดดังนี้ครับ

            1. ธรรมชาติและรูปแบบของการก่อความรุนแรง

            • ไม่ใช่เรื่องหุนหันพลันแล่น: สถิติและงานวิจัยชี้ว่า ผู้ก่อเหตุมักใช้เวลาวางแผนล่วงหน้านานพอสมควร (เป็นวัน สัปดาห์ หรือเป็นเดือน) เช่น ศึกษาวิถีชีวิตของเป้าหมาย รวมถึงสะสมและจัดหาอาวุธ [02:14], [02:35]
            • การเข้าถึงอาวุธ: อาวุธที่นำมาใช้ส่วนใหญ่เป็นอาวุธที่หาได้ง่ายจากคนใกล้ตัวหรือในบ้าน [04:04]
            • แรงจูงใจในการระเบิดออก: มักมีจุดเริ่มต้นจากความเจ็บปวด ความอับอาย การถูกรังแก หรือการสูญเสียอำนาจในชีวิต (ทั้งจากเพื่อน บุคลากร หรือปัญหาทางบ้าน) จนมองเห็นว่าความรุนแรงเป็นหนทางเดียวในการฟื้นคืนอำนาจและแก้แค้น [03:39]
            • ความตั้งใจจบชีวิตตนเอง: หลายกรณีมีเจตนาทำร้ายตนเองตามไปด้วย โดยใช้การก่อเหตุเป็น “ผลงานชิ้นสุดท้าย” หรือข้อความส่งท้ายก่อนจากโลกนี้ไป [03:02]
            • 2. ปัจจัยประกอบที่ซับซ้อน (ไม่เกิดจากเหตุเดียว)

              • เหตุการณ์รุนแรงไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดี่ยว ๆ หรือลักษณะเฉพาะตัวเพียงข้อใดข้อหนึ่ง แต่เป็น ผลรวมของหลายปัจจัยสะสม ได้แก่ [01:43]:
                ⚬ ปัญหาการเรียนและความสัมพันธ์ [05:15]
                ⚬ ความขัดแย้ง ความเครียด หรือปัญหาภายในครอบครัว [05:24]
                ⚬ ความเจ็บป่วยทางสุขภาพจิตและความรู้สึกปรับตัวเข้ากับสังคมไม่ได้ [06:40]
              • การพิจารณาแต่ละปัจจัยแยกเดี่ยว ๆ อาจดูไม่รุนแรง แต่เมื่อมาประกอบรวมกันจะกลายเป็นสัญญาณเตือนที่สะสมจนถึงจุดระเบิด [01:56], [05:24]
              • 3. แนวทางการป้องกันและการแก้ไขปัญหา

                • เน้นแก้ที่ต้นเหตุมากกว่าปลายเหตุ: แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงมาตรการปลายเหตุหลังจากเกิดเรื่อง ควรย้อนกลับไปจัดการที่ระดับรากฐาน [01:10:23]
                • การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เกื้อหนุน:
                  ⚬ โรงเรียนและระบบการศึกษาต้องมีความยืดหยุ่น เข้าใจความต้องการที่แตกต่างของเด็กแต่ละคน [01:09:51]
                  ⚬ ส่งเสริมและดูแลความสัมพันธ์ระหว่างครู นักเรียน และผู้ปกครอง เพื่อให้สังเกตเห็นสัญญาณความทุกข์ได้ทันท่วงที [01:10:33]
                  ⚬ บูรณาการบทบาทของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (เช่น บุคลากรสุขภาพจิต) เข้ามาร่วมในระบบโรงเรียนอย่างเหมาะสม [01:09:29]
                • 1 hr 12 min
                • EP.453 ห้าปีกับ Brainspotting ผมเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับจิตมนุษย์

                  ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2569 เวลาหนึ่งทุ่ม
                  สนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเอง
                  ดูรายละเอียดที่ www.morprawate.com
                  สนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoom
                  สอบถามที่ LINE @morprawate

                  1 hr 20 min
                • EP.452 วางแผนชีวิตและการเงินจากภายใน

                  ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569 เวลาหนึ่งทุ่ม
                  สนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเอง
                  ดูรายละเอียดที่ www.morprawate.com
                  สนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoom
                  สอบถามที่ LINE @morprawate

                  สรุปเนื้อหาจากไลฟ์ โดยแบ่งออกเป็นประเด็นสำคัญเพื่อให้เข้าใจง่ายและนำไปปรับใช้ได้จริง

                  1. ทำไมคนมีความรู้เรื่องการเงิน แต่ยังจัดการเงินไม่ได้?

                  • ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน แต่อยู่ที่จิตใจ: คุณไม้ฟืน (นักลงทุน) พบว่าคนส่วนใหญ่ที่ได้รับการวางแผนการเงิน มีเพียงส่วนน้อยที่ทำตามแผนได้ในระยะยาว สาเหตุเพราะพวกเขามี “ปัญหาทางพฤติกรรมหรือจิตใจ” ที่ซ่อนอยู่ เช่น บางคนหาเงินเก่งและประหยัดมาก แต่กลับมีหนี้สินล้นพ้นตัว เพราะรู้สึกว่า “เงินคือความรัก” จึงต้องส่งเงินให้ครอบครัวหรือญาติพี่น้องจนตัวเองเดือดร้อน เพื่อรักษาสถานะการเป็นที่รักและการยอมรับ
                  • ต้องวางแผนชีวิตก่อนวางแผนการเงิน: การตั้งเป้าหมายทางการเงินลอยๆ เช่น ต้องมีเงิน 10 ล้านตอนเกษียณ มักทำให้เครียดและล้มเลิกง่าย หากเราไม่ได้ “ออกแบบชีวิต” ก่อนว่าจริงๆ แล้วเราต้องการใช้ชีวิตแบบไหน
                  • 2. สำรวจ “ความสัมพันธ์กับเงิน” (Relationship with Money)

                    • เรามองเงินเป็นอะไร?: คุณอรรณพ (นักจิตวิทยาคลินิก) ชวนตั้งคำถามว่าเราวางสถานะของเงินไว้ตรงไหนในชีวิต
                      • หากมองเงินเป็น “พระเจ้า” หรือสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเรา เราจะรู้สึกเหนื่อย เครียด และต้องทำงานหนักเพื่อบูชาเงิน
                      • หากมองเงินเป็น “เพื่อน” ที่มีคุณค่าเท่าเทียมกัน เราจะเลือกวางเพื่อนคนนี้ไว้ในที่ที่ดี (เช่น เลือกลงทุนในที่ที่เหมาะสม)
                      • หากมองเงินเป็นแค่ “ของใช้” ชีวิตก็จะเบาสบายขึ้น ไม่กดดัน
                    • บทเรียนราคาแพงจากการโหยหาการยอมรับ: คุณไม้ฟืนแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวว่า เคยหมดตัวจากการเล่นหุ้นเสี่ยงๆ และเคยทำงานหนักอดนอนจนร่างกายพัง (ตาแพ้แสง เดินไม่ได้) เพราะลึกๆ แล้วเขาต้องการ “ความรัก การยอมรับ และความรู้สึกมีคุณค่า” โดยเข้าใจผิดว่า “เงิน” คือคำตอบเดียวที่จะดึงดูดสิ่งเหล่านี้มาได้
                    • 3. เข้าใจความต้องการส่วนลึก (Yearnings ตามแนวทาง Satir Model)

                      • มนุษย์ทุกคนมีความต้องการพื้นฐานลึกๆ ในจิตใจที่เหมือนกัน เช่น ต้องการความมั่นคงปลอดภัย, ความรัก, การยอมรับ หรือคุณค่าในตัวเอง
                      • เมื่อเราสำรวจจนพบว่าลึกๆ แล้วความเครียดเรื่องเงินของเราเกิดจากการโหยหาสิ่งใด เราอาจพบว่า “มีวิธีอื่นอีกมากมายที่เติมเต็มสิ่งเหล่านั้นได้โดยไม่ต้องใช้เงิน” ซึ่งจะช่วยปลดล็อกความกดดันทางการเงินลงได้อย่างมหาศาล
                      • 4. “ทุนชีวิต 9 ด้าน” (ขยายมุมมองความมั่งคั่ง)
                        เพื่อไม่ให้เราฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่เงิน คุณไม้ฟืนได้นำเสนอแนวคิด “ทุนชีวิต 9 ด้าน” (ดัดแปลงจากมงคล 38 ประการ) เพื่อให้เราเห็นว่าจริงๆ แล้วเรามีต้นทุนที่ดีอื่นๆ ในชีวิต ได้แก่:

                        1. ร่างกาย (Physical): สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง
                        2. อุปนิสัยใจคอ (Character): เช่น ความอดทน ความเสียสละ ความมีวินัย (นิสัยที่ไม่ดีถือเป็นต้นทุนที่ราคาแพงและสร้างความเสียหายมากที่สุด)
                        3. ความรู้และทักษะ (Knowledge & Skills): ความสามารถในการทำงานหรือเอาตัวรอด
                        4. สิ่งแวดล้อมและที่อยู่อาศัย (Environment): การได้อยู่ในประเทศหรือสังคมที่สงบสุข ปลอดภัย
                        5. กัลยาณมิตร (Good Friends/Mentors): เพื่อนหรือครูบาอาจารย์ที่ช่วยดึงศักยภาพและสิ่งดีงามในตัวเราออกมา
                        6. ทุนทางวัตถุ (Money/Wealth): เงินทองและทรัพย์สิน (ซึ่งเป็นเพียง 1 ใน 9 ด้านเท่านั้น)
                        7. คุณความดี (Merit/Goodness): ความดีที่เราเคยช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งหล่อเลี้ยงจิตใจให้มีความสุข
                        8. เป้าหมายและคุณค่า (Goals & Values): การมีทิศทางในชีวิตที่ชัดเจน
                        9. การตื่นรู้และมีสติ (Awakening/Mindfulness): การรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของทุนทั้ง 8 ด้านข้างต้น และสามารถอยู่กับมันได้โดยไม่เป็นทุกข์
                        10. บทสรุป:
                          เมื่อเราพิจารณาทุนทั้ง 9 ด้าน เราจะพบว่าเราไม่ได้ยากจน หรือขาดแคลนอย่างที่คิด การมีกัลยาณมิตรที่ดีหรือสุขภาพที่แข็งแรงสามารถทดแทนและลดความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลลงได้ (เช่น กรณีของคุณโจน จันได ที่มีวิถีชีวิตพึ่งพาตนเอง ปลูกผักกินเอง มีความมั่นคงในชีวิตสูงมากแม้จะไม่ได้มีเงินสดมากมาย) การปรับจุดโฟกัสนี้จะช่วยให้เราออกแบบการเงินได้สอดคล้องกับความสุขที่แท้จริงของเราครับ

                          1 hr 19 min
                        11. EP.451 สี่ภารกิจเพื่อการเติบโตทางจิตวิญญาณในผู้สูงวัย

                          ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2569 เวลาหนึ่งทุ่ม
                          สนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเอง
                          ดูรายละเอียดที่ www.morprawate.com
                          สนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoom
                          สอบถามที่ LINE @morprawate

                          ในวิดีโอนี้ คุณหมอประเวชได้นำเสนอแนวทางสำหรับผู้สูงวัยที่กำลังเข้าสู่วัยเกษียณหรือมีเวลาว่างมากขึ้น ว่าไม่ควรปล่อยเวลาไปกับการทำกิจกรรมเดิมๆ ซ้ำๆ เท่านั้น แต่ควรให้ความสำคัญกับ “การเติบโตทางจิตวิญญาณ” โดยคุณหมอได้แนะนำ 4 ภารกิจสำคัญดังนี้ครับ:

                          ภารกิจที่ 4: การเผชิญหน้ากับความจริงของการเปลี่ยนแปลงและความตาย [27:29]
                          • ฝึกยอมรับความเสื่อมถอยของร่างกายที่ไม่สามารถควบคุมได้ ด้วยใจที่สงบและรู้เท่าทัน
                          • ใช้สติในการอยู่กับร่างกายตามสภาพที่เป็น ซึ่งการทำเช่นนี้บ่อยๆ จะเป็นการเตรียมพร้อมเผชิญกับวาระสุดท้าย (ความตาย) โดยไม่ตื่นตระหนก และจากไปอย่างสงบได้ในที่สุด

                          ภารกิจที่ 1: การฝึกสติและการภาวนา [06:26]
                          • การฝึกให้มีความระลึกรู้ อยู่กับปัจจุบัน เป็นรากฐานสำคัญของการทำภารกิจอื่นๆ
                          • ช่วยให้เกิดความสงบสุขภายใน ลดความเครียด และดีต่อระบบภูมิคุ้มกันและสมอง สามารถทำได้ตามสภาพร่างกาย เช่น โยคะ ไทเก็ก ชี่กง ไม่จำเป็นต้องนั่งสมาธินานๆ เพียงอย่างเดียว

                          ภารกิจที่ 2: การทบทวนชีวิต (Life Review) [10:22]
                          • จัดเวลาทบทวนเรื่องราวในอดีตตั้งแต่เด็กจนโต โดยอาจใช้รูปถ่ายหรือของสะสมเป็นตัวช่วยกระตุ้นความทรงจำ
                          • เป้าหมายเพื่อชำระล้างบาดแผลในใจ ให้อภัย ขออโหสิกรรมต่อกัน และคลี่คลายปมความรู้สึกที่ค้างคา เพื่อให้สามารถปล่อยวางได้จริงๆ ก่อนถึงวาระสุดท้าย

                          ภารกิจที่ 3: การมองภาพชีวิตในภาพใหญ่ [21:55]
                          • ตระหนักรู้ว่าเราเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งต่างๆ ที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเรา เช่น เป็นส่วนหนึ่งของสายเลือดในตระกูล หรือเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศในธรรมชาติ
                          • การเข้าใจและสัมผัสได้ถึงความเชื่อมโยงนี้ จะช่วยลดอัตตา (Ego) ลง ทำให้รู้สึกถ่อมตน เกิดความซาบซึ้งขอบคุณ และใจเบาสบายขึ้น

                          1 hr 9 min
                        12. EP.450 ห้าข้อคิดสำหรับดูแลคนรักใกล้ตาย

                          ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 เวลาหนึ่งทุ่ม
                          สนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเอง
                          ดูรายละเอียดที่ www.morprawate.com
                          สนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoom
                          สอบถามที่ LINE @morprawate

                          ในวิดีโอนี้ คุณหมอประเวชได้แบ่งปันข้อคิดสำคัญ 5 ประการ ที่จะช่วยให้เราสามารถดูแลและเตรียมตัวเผชิญกับการจากไปของคนรักหรือญาติผู้ใหญ่ได้อย่างมีสติและเหมาะสมที่สุดครับ:

                          1. เข้าใจธรรมชาติของความเสื่อมของร่างกายและความตาย [01:20]
                            การทำความเข้าใจและยอมรับว่าเมื่อถึงจุดหนึ่งร่างกายจะเสื่อมถอยไปตามธรรมชาติ จะช่วยให้เราไม่ตัดสินใจ “ยื้อชีวิต” หรือทำการรักษาเกินความจำเป็น ซึ่งมักจะสร้างความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานให้กับผู้ป่วยในวาระสุดท้ายโดยไม่เกิดประโยชน์
                          2. เข้าใจระบบบริการทางการแพทย์และข้อจำกัด [07:18]
                            ระบบของโรงพยาบาลส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อ “รักษาชีวิต” (เช่น การส่งเข้าห้อง ICU หรือการใช้เครื่องช่วยหายใจ) ซึ่งอาจไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการตายอย่างสงบ ญาติควรสอบถามแพทย์ถึงผลลัพธ์และผลกระทบระยะยาวของการรักษาแต่ละวิธีอย่างตรงไปตรงมา เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าควรไปต่อหรือควรหยุด
                          3. เตรียมพื้นที่ทางอารมณ์และรู้วิธีจัดการอารมณ์ [21:50]
                            ความตายมักมาพร้อมกับความกลัวและความเศร้าโศก ญาติจำเป็นต้องดูแลและจัดการอารมณ์ฟูมฟายของตนเองให้สงบ เพราะสภาวะอารมณ์ที่นิ่งสงบของญาติ (เช่น การสวดมนต์ภาวนา) จะช่วยส่งพลังงานที่ดี ไม่ไปสร้างห่วงยึดติดให้ผู้ตาย และช่วยให้ผู้ป่วยจากไปได้อย่างสงบ
                          4. ศึกษาและพิจารณาความตายแต่เนิ่นๆ (มรณานุสติ) [31:23]
                            การพิจารณาความตายเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ในทุกช่วงวัย ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวัยชราหรือตอนป่วยหนัก การตระหนักรู้ถึงความตายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เราจัดลำดับความสำคัญในชีวิตได้ดีขึ้น และเรียนรู้ที่จะปล่อยวางได้ง่ายขึ้นเมื่อวาระสุดท้ายมาถึง
                          5. การดูแลดวงจิตหลังความตายตามความเชื่อและพิธีกรรม [34:38]
                            เมื่อคนรักสิ้นลมหายใจไปแล้ว การดูแลอาจจะยังไม่จบลง เราสามารถดูแลดวงจิตของผู้ที่จากไปได้ผ่านพิธีกรรมทางศาสนาหรือความเชื่อ (เช่น การทำบุญ การสวดมนต์แผ่เมตตา หรือพิธีในช่วง 49 วันแรก) ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งต่อบุญกุศลแล้ว ยังถือเป็นการเยียวยาจิตใจของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วย
                          6. 44 min
                          7. EP.449 ประสบการณ์ใกล้ตายกับคำอธิบายเรื่องบาร์โด

                            ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2569 เวลาหนึ่งทุ่ม
                            สนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเอง
                            ดูรายละเอียดที่ www.morprawate.com
                            สนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoom
                            สอบถามที่ LINE @morprawate

                            วิดีโอนี้คุณหมอประเวชได้อธิบายและเปรียบเทียบถึง 2 ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความตายได้อย่างน่าสนใจ เพื่อเป็นแนวทางในการ “เตรียมตัวตาย” อย่างมีสติ โดยมีประเด็นหลักดังนี้ครับ:

                            • ประสบการณ์ใกล้ตาย (Near Death Experience – NDE):
                              • จากงานวิจัยในซีกโลกตะวันตก ผู้ที่หัวใจหยุดเต้นและฟื้นขึ้นมามักรายงานถึงประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความสุข ความสงบ ไม่มีความเจ็บปวดใดๆ [06:22]
                              • บางรายพบแสงสว่าง มีการถอดจิตเห็นหมอและพยาบาลกำลังช่วยชีวิต หรือได้พบเจอกับญาติที่เสียชีวิตไปแล้ว [09:40]
                              • อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ NDE ของคนตะวันออก (เช่น ไทยหรือทิเบต) มักผูกพันกับวัฒนธรรม เช่น การพบยมทูต, ไปนรก/สวรรค์, หรือการถูกจับวิญญาณไปผิดตัว [11:38]
                            • คำอธิบายเรื่อง “บาร์โด” (Bardo) ในพุทธศาสนาสายทิเบต:
                              • “บาร์โด” แปลว่า “การเปลี่ยนผ่าน” ในบริบทนี้คือสภาวะหลังความตายก่อนที่จะไปจุติหรือเกิดใหม่ (ซึ่งกินระยะเวลาประมาณ 49 วัน) [16:37]
                              • แตกต่างจากความสวยงามของ NDE คัมภีร์มรณศาสตร์ของทิเบตระบุว่า สภาวะบาร์โดนั้นน่ากลัว เต็มไปด้วยความสับสน และจิตจะต้องเผชิญกับผลแห่งกรรมที่ตนเองเคยสร้างไว้ [19:19]
                            • ทำไม NDE ถึงสวยงาม แต่ Bardo ถึงน่ากลัว?:
                              • คุณหมอได้อ้างอิงถึงข้อสังเกตของ คุรุโซเกียล รินโปเช (ผู้เขียนคัมภีร์มรณศาสตร์ทิเบต) ว่าประสบการณ์ที่สวยงามของ NDE อาจเป็นเพียงช่วงเวลาเสี้ยวแรกที่จิต “ยังไม่ได้หลุดออกจากร่างไปสู่สภาวะบาร์โดจริงๆ” [23:29]
                              • ดังนั้น ไม่ควรหลงชะล่าใจไปกับเรื่องเล่าที่สวยงามของความตาย จนละเลยการเตรียมตัว [24:37]
                            • บทสรุปและการนำไปใช้:
                              • สิ่งสำคัญที่สุดคือการ “เตรียมตัวตาย” การฝึกสติ ฝึกสมาธิ และทำความเข้าใจการเกิด-ดับของจิตในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ จะเป็นเกราะป้องกันและเครื่องนำทางที่ดีที่สุดเมื่อเราต้องก้าวเข้าสู่สภาวะการเปลี่ยนผ่านที่แท้จริง [41:35]
                            • 48 min
                            • EP.448 เมื่อการออกกำลังกายคือการบอกรัก

                              ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 เวลาหนึ่งทุ่ม
                              สนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเอง ดูรายละเอียดที่ www.morprawate.com
                              สนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoom สอบถามที่ LINE @morprawate

                              1 hr 30 min
                            • EP. 447 ทำความเข้าใจเรื่องพลังงานและพลังชีวิต

                              ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569 เวลาหนึ่งทุ่ม
                              สนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเอง
                              ดูรายละเอียดที่ www.morprawate.com
                              สนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoom
                              สอบถามที่ LINE @morprawate

                              หมอประเวชได้อธิบายถึงความสำคัญของ “พลังงานและพลังชีวิต” (Energy and Life Force) ที่มีอิทธิพลต่อสุขภาพจิตและสภาวะอารมณ์ของมนุษย์ โดยชี้ให้เห็นว่าภาวะซึมเศร้า อาการหมดไฟ (Burnout) หรือความรู้สึกหมดสภาพ ล้วนเกิดจากการสูญเสียสมดุลของพลังงานใน 3 มิติหลัก ได้แก่ มิติทางร่างกาย (ชีวภาพ) มิติทางจิตใจ (ความคิดและการจัดการอารมณ์) และมิติทางความสงบภายใน (จิตวิญญาณ) คลิปนี้มุ่งเน้นการอธิบายกลไกสมองที่เชื่อมโยงกับบาดแผลในใจ เพื่อให้ผู้ฟังเกิดความเข้าใจและสามารถฟื้นฟูพลังงานชีวิตได้อย่างยั่งยืนด้วยความเมตตาต่อตนเอง

                              ทฤษฎีและกลไกทางจิตวิทยา (Psychological Concepts)

                              • กลไกสู้ หนี และยอมจำนน (Fight, Flight, Freeze Response): สมองและระบบประสาทของมนุษย์จะคอยประเมินความปลอดภัยอยู่เสมอ หากเจอภัยคุกคามที่รู้สึกว่า “สู้ก็ไม่ได้ หนีก็ไม่ได้” (เช่น เด็กเล็กที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย) สมองจะเข้าสู่โหมด “ปิดสวิตช์ (Freeze)” เพื่อประหยัดพลังงานเอาชีวิตรอด ซึ่งหากเกิดขึ้นซ้ำๆ จะกลายเป็นรากฐานของอาการซึมเศร้า ซึมเหม่อ และภาวะหมดไฟในยามเป็นผู้ใหญ่
                              • ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของชีวิต: การทำงานของอวัยวะและเซลล์เปรียบเสมือน “ฮาร์ดแวร์” ในขณะที่กลไกทางจิตวิทยา เช่น วิธีคิด การรับรู้อารมณ์ และการจัดการความสัมพันธ์ เปรียบเสมือน “ซอฟต์แวร์” หากเรามีกระบวนการคิดวนเวียน เก็บกดอารมณ์ หรือมีความขัดแย้งเรื้อรัง ซอฟต์แวร์นี้จะสูบพลังงานชีวิตไปอย่างมหาศาล
                              • บาดแผลทางใจข้ามรุ่น (Transgenerational Trauma & Epigenetics): ประสบการณ์เลวร้ายหรือนิสัยการตอบสนองต่อความเครียด สามารถส่งต่อจากบรรพบุรุษผ่านทางยีนและสภาพแวดล้อมได้ แต่มนุษย์สามารถ “ตัดวงจร” นี้ได้ผ่านการตระหนักรู้และเยียวยาจิตใจในรุ่นของตนเอง
                              • ความสัมพันธ์และสรีรวิทยา (Interpersonal Neurobiology): ความรักและความรู้สึกปลอดภัยจะสร้างพลังงานบวกและกระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนที่เอื้อต่อการฟื้นฟูร่างกาย ในทางกลับกัน ความขัดแย้งและความโดดเดี่ยวจะกระตุ้นระบบความเครียด ซึ่งส่งผลเสียลึกไปจนถึงระดับเซลล์และอวัยวะภายใน
                              • แนวทางการรับมือและการปรับใช้ (Coping Strategies & Actionable Insights)

                                • อัปเกรดทักษะทางใจ (Software Upgrade / Cognitive Restructuring): ฝึกรับรู้และยอมรับอารมณ์ของตนเองตามความเป็นจริง ไม่ใช้วิธี “วิ่งหนี” ความเจ็บปวดไปวันๆ เมื่อเผชิญความผิดหวัง ให้เปลี่ยนเสียงตำหนิตัวเองเป็นการ “ถอดบทเรียน” ว่าเราได้เรียนรู้อะไร เพื่อเปลี่ยนบาดแผลให้เป็นพลังในการเติบโต
                                • บริหารความสัมพันธ์และขอบเขต (Boundary Setting): จัดการความสัมพันธ์รอบตัวให้อยู่ในจุดที่สมดุล รู้จักลากเส้นแบ่งขอบเขตเพื่อปกป้องพลังงานของตนเอง ไม่นำความทุกข์ของผู้อื่นมาแบกรับไว้ทั้งหมด
                                • ชาร์จพลังงานระดับจิตวิญญาณ (Spiritual & Mindful Practices): จัดสรรเวลาในชีวิตให้ได้อยู่กับธรรมชาติ อยู่กับความนิ่งสงบ หรือฝึกฝนศาสตร์ที่เชื่อมโยงกายและจิต เช่น สมาธิ ชี่กง หรือโยคะ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ระบบประสาทที่เคยชินกับโหมดระแวงภัยได้รับการผ่อนคลาย ช่วยให้จิตใจประณีตและปล่อยวางปัญหาได้ดีขึ้น
                                • 1 hr 26 min

                                About ปลดล็อกกับหมอเวช

                                From the publisher's feed

                                Facebook LIVE เพจหมอประเวช ตันติพิวัฒนสกุล

                                More shows like ปลดล็อกกับหมอเวช

                                The Secret Sauce by THE STANDARD

                                The Secret Sauce

                                76 Listeners

                                Untitled Case by Salmon Podcast

                                Untitled Case

                                17 Listeners

                                5 Minutes Good Time by Mission To The Moon Media

                                5 Minutes Good Time

                                9 Listeners

                                Keep Me Busy by Infinity Podcast (ประเทศไทย)

                                Keep Me Busy

                                1 Listeners

                                พี่อ้อยพี่ฉอด พอดแคสต์ by CHANGE2561

                                พี่อ้อยพี่ฉอด พอดแคสต์

                                10 Listeners

                                People You May Know by FAROSE podcast

                                People You May Know

                                65 Listeners

                                คุยให้คิด by Thai PBS Podcast, Thai PBS Radio

                                คุยให้คิด

                                3 Listeners

                                Mission To The Moon Podcast by Mission To The Moon Media

                                Mission To The Moon Podcast

                                6 Listeners

                                8 Minutes History by THE STANDARD

                                8 Minutes History

                                18 Listeners

                                Mission To The Moon by Mission To The Moon Media

                                Mission To The Moon

                                19 Listeners

                                The Library by THE LIBRARY

                                The Library

                                17 Listeners

                                เกลา นิสัยอันตราย PODCAST by KLAOSHOW

                                เกลา นิสัยอันตราย PODCAST

                                3 Listeners

                                Myth Universe by Salmon Podcast

                                Myth Universe

                                7 Listeners

                                THE MONEY COACH by โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์

                                THE MONEY COACH

                                6 Listeners

                                วันนี้เป็นยังไงบ้าง by เสียงที่ไม่ได้ยิน

                                วันนี้เป็นยังไงบ้าง

                                0 Listeners