1. ฝนฟ้าคะนองช่วงบ่ายเกือบทุกวัน แนะงดทำกิจกรรมใกล้แหล่งน้ำและภูเขา เตือน! จับตาทิศทางไต้ฝุ่นซาวลา มีโอกาสพัดถล่มไต้หวันโดยตรง
ช่วงนี้ เข้าสู่ช่วงปลายของฤดูร้อน แต่อากาศยังร้อนมาก แถมมักจะมีฟ้าผ่า ฟ้าร้องและฝนตกหนักในช่วงบ่ายหรือเย็นแทบทุกวัน บางพื้นที่เหมือนฟ้ารั่ว ฝนกระหน่ำเทลงมาในปริมาณมาก ทำให้เกิดน้ำท่วมขังฉับพลันได้ อย่างไทเป ระบบคลองระบายน้ำออกแบบให้สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนได้ 78.8 มม. หากตกเกินกว่านี้ จะระบายไม่ทัน อาจเกิดน้ำท่วมได้ และช่วงที่ผ่านมา ฝนตกลงมาในปริมาณมากกว่านี้ ในกรุงไทเปยังพอรับมือไหว หากเป็นเมืองอื่น ๆ ที่รองรับปริมาณน้ำฝนน้อยกว่านี้ จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ง่ายกว่า และภูเขาอยู่ใกล้เมือง เมื่อฝนตกบนเขาซึ่งเป็นต้นน้ำ จะทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก เป็นอันตรายได้ง่าย
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั่วไต้หวันอากาศร้อนและมักมีฝนฟ้าคะนองในช่วงบ่ายและเย็น (ภาพจาก CNA)
นอกจากนี้ ยังต้องเตรียมรับมือกับพายุลูกที่ 9 ของปี ได้แก่ไต้ฝุ่นซาวลา ที่เพิ่มขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ และเนื่องจากก่อตัวในบริเวณใกล้ไต้หวันมาก จึงต้องระวังอย่างยิ่ง จนถึง 26 ส.ค. นี้ อุตุนิยมวิทยาสำนักต่าง ๆ พยากรณ์โอกาสพัดถล่มไต้หวันค่อนข้างสูง โดยจะเริ่มส่งกระทบตั้งแต่วันสารทจีน 30 ส.ค. นี้เป็นต้นไป
ไต้ฝุ่นซาวลามีแนวโน้มมุ่งหน้ามายังไต้หวัน เริ่มส่งผลกระทบตั้งแต่ 30 ส.ค. นี้เป็นต้นไป (ภาพจากกรมอุตุนิยมวิทยาไต้หวัน : CWB)
2. สมัครด่วน ! งานนัดพบผู้ฟังในประเทศไทยปี 2566 วันอาทิตย์ที่ 24 ก.ย. นี้ โควตาเต็มแล้ว ขยายอีก 20 ที่ รีบลงทะเบียนที่ลิงก์
หลังจากงดจัดเป็นเวลา 4 ปี เนื่องจากสถานการณ์โควิด Rti มีกำหนดจะจัดงานนัดพบผู้ฟังในประเทศไทย 2566 ที่โรงแรมสวิสโซเทล รัชดา (ใกล้สถานีรถไฟฟ้าห้วยขวาง) ในวันอาทิตย์ที่ 24 ก.ย. 66 เวลา 10.30-16.00 น. และได้ประกาศเชิญชวนเพื่อนผู้ฟังในประเทศไทยมาร่วมงานสังสรรค์พูดคุยร่วมกัน ช่วงกลางวันร่วมประทานอาหารกลางวัน ช่วงบ่ายมีคอฟฟี่เบรก โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ Rti ยังเตรียมของที่ระลึกระดับพรีเมียมไว้สำหรับท่านที่มาร่วมงานทุกคน และของรางวัลจากไต้หวันต่าง ๆ มากมาย เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา ถึง 4 ก.ย. นี้ แต่เวลาผ่านไป 5 วัน มีผู้ลงทะเบียนแล้วประมาณ 100 คน ทีแรกจะรับเฉพาะ 100 ท่านแรก แต่เห็นเพื่อนผู้ฟังสมัครเข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม จึงได้ของบประมาณเพิ่ม ขยายโควตาออกไปอีก 20 คน ท่านใดที่ยังไม่ได้สมัคร รีบลงทะเบียนด่วนที่ https://forms.gle/BaLnWvqHxQ8hfGVs9
3. ใครยังไม่มีเนื้อคู่ อย่าพลาด! เผย 5 พิกัดขอพรให้รักปังและขอเนื้อคู่ของคนไต้หวัน ศักดิ์สิทธิ์มาก คนไปขอเตรียมตัวสละโสดได้เลย
วันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นวันแห่งความรักของชาวจีน ซึ่งได้รับความนิยมจากหนุ่มสาวชาวจีนและชาวไต้หวันไม่แพ้วันวาเลนไทน์ของชาวตะวันตก ในวันนี้คู่รักส่วนใหญ่จะไปทานอาหารค่ำภายใต้บรรยากาศแสนโรแมนติกกัน แต่คนที่ยังไม่มีคู่รัก วันนี้ก็นิยมไปขอคู่จากผู้เฒ่าใต้แสงจันทร์ หรือ "เยว่ เซี่ย เหล่า เหริน " (月下老人) เรียกย่อว่า 月老หรือเยว่เหล่า แปลตรง ๆ คือผู้เฒ่าใต้แสงจันทร์ กามเทพหรือเทพผู้บันดาลรักและการแต่งงานตามความเชื่อของชาวจีนตามศาลเจ้าต่าง ๆ
หนุ่มสาวชาวไต้หวันที่ยังไม่มีคู่รัก นิยมไปบูชาผู้เฒ่าใต้แสงจันทร์หรือกามเทพจีนที่เรียกว่า เยว่ เซี่ย เหล่า เหริน (月下老人) (ภาพจาก www.elle.com )
ชาวจีนและชาวไต้หวันให้ความเคารพนับถือผู้เฒ่าใต้แสงจันทร์เสมือนเป็นเทพองค์หนึ่ง ในไต้หวันศาลเจ้าต่าง ๆ มักจะมีรูปปั้นของผู้เฒ่าใต้แสงจันทร์ให้ผู้คนไปกราบไหว้บูชา เพื่อขอคู่และพรครองคู่กับคนรักไปนาน ๆ ตราบชั่วฟ้าดินสลาย มีความสมหวังตั้งแต่พบเจอกันครั้งแรก ในวันนี้ใครที่ยังไม่มีคู่ต้องตั้งใจฟัง เพราะเราจะแนะนำ 5 ศาลเจ้าที่ได้ชื่อว่าผู้เฒ่าใต้แสงจันทร์ประจำศาลมีความศักดิ์สิทธิ์มาก ใครไปขอรับรองว่าสมดังใจหวัง
วัดหรือศาลเจ้าในไต้หวันหลายแห่งมีผู้เฒ่าใต้แสงจันทร์หรือกามเทพจีนประดิษฐานอยู่ เพื่อให้ผู้คนไปสักการบูชาขอเนื้อคู่ (ในภาพเป็นวัดหลงซานซื่อที่เขตว่านหัว ไทเป)
แห่งที่ 1 ศาลเจ้าเสียไห่เฉิงหวงเมี่ยว กรุงไทเป (台北-霞海城隍廟) หากถามคนไต้หวันว่า ผู้เฒ่าใต้แสงจันทร์ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในไต้หวันอยู่ที่ไหน ส่วนใหญ่จะตอบโดยไม่ต้องคิดเลยว่า ศาลเจ้าเสียไห่เฉิงหวงเมี่ยว ผู้เฒ่าใต้แสงจันทร์ในศาลเจ้าแห่งนี้ได้ชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดในไต้หวัน ใครมาขอคู่ที่นี่ได้สมใจกันเกือบทุกราย ความศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้าแห่งนี้ วัดได้จากยอดจำนวนขนมแต่งงานที่คู่บ่าวสาวนำมาเซ่นไหว้ ซึ่งเป็นการแก้บน ในแต่ละปีมีมากกว่า 6,000 คู่
Google maps : https://goo.gl/maps/SyTE3uhd74FVAH976
ศาลเจ้าเสียไห่เฉิงหวงเมี่ยว กรุงไทเป (台北霞海城隍廟)
แห่งที่ 2 วัดหลงซานซื่อ กรุงไทเป (台北-龍山寺) วัดนี้เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ชุมนุมเทพทั้งปวง เนื่องจากภายในวัดจะมีรูปปั้นของเทพองค์ต่าง ๆ มากมาย แน่นอนจะมีผู้เฒ่าใต้แสงจันทร์รวมอยู่ด้วย ซึ่งที่นี่ได้ชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มากเช่นกัน
Google maps : https://goo.gl/maps/rctSNhuS7QNHZvs2A
วัดหลงซานซื่อ กรุงไทเป (台北龍山寺)
แห่งที่ 3 ศาลเจ้าเล่อเฉิงกง นครไทจง (台中-樂成宮) ศาลเจ้าแห่งนี้ ได้ชื่อว่าเป็นศาลเจ้าที่ผู้เฒ่าใต้แสงจันทร์มีความศักดิ์สิทธิ์อันดับที่ 3 แม้ว่าในความเป็นจริง ศาลเจ้าแห่งนี้ เทพองค์ประทานคือเจ้าแม่มาจู่
Google maps : https://goo.gl/maps/i666hpAvoZ4NwQ199
ศาลเจ้าเล่อเฉิงกง นครไทจง (台中樂成宮)
แห่งที่ 4 ศาลเจ้าต้าเทียนโห้วกง นครไถหนาน (台南-大天后宮) แต่ละปีศาลเจ้าแห่งนี้ ได้รับขนมแต่งงานจากคู่บ่าวสาวที่นำมาเซ่นไหว้ปีละหลายร้อยคู่ นั่นแสดงว่าผู้เฒ่าใต้แสงจันทร์แห่งศาลเจ้านี้มีความศักดิ์สิทธิ์ไม่น้อย
Google maps : https://goo.gl/maps/qfLrNcEtiEtWhhJp6
ศาลเจ้าต้าเทียนโห้วกง นครไถหนาน (台南大天后宮)
แห่งที่ 5 วัดกวนตี้เมี่ยว นครเกาสง (高雄-關帝廟) ผู้เฒ่าใต้แสงจันทร์ของวัดนี้ได้ชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในแถบทางใต้ของไต้หวัน ที่น่าสนใจคือการขอคู่จากผู้เฒ่าใต้แสงจันทร์ในวัดนี้ค่อนข้างพิเศษต่างไปจากวัดอื่น กล่าวคือคนที่ไปขอคู่ต้องลงชื่อ-นามสกุล จริง รวมถึงที่อยู่ วันเกิดและต้องจุดธูปอธิษฐานต่อหน้ารูปปั้นผู้เฒ่าใต้แสงจันทร์ว่าอยากได้คู่ที่มีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง?
Google maps : https://goo.gl/maps/krAXj4P78YRRWZpd7
วัดกวนตี้เมี่ยว นครเกาสง (高雄關帝廟)
4. ตำนานที่มาของผู้เฒ่าใต้แสงจันทร์หรือกามเทพจีน (月下老人) เทพผู้บันดาลรักและการแต่งงาน
ในสมัยราชวงศ์ถังมีชายคนหนึ่งนามว่าเหวยกู้ (韋固) เดินทางมายังเมืองหลวงเข้าไปพำนักที่โรงเตี๊ยมด้านใต้ของเมือง เขาได้เห็นชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ที่พื้นประตูทางเข้าโรงเตี๊ยม กำลังเปิดสมุดเล่มหนึ่งไปมาเหมือนกับกำลังหาอะไรอยู่ ด้วยความสงสัยจึงเข้าไปถามผู้เฒ่าคนนั้นว่า กำลังอ่านอะไรอยู่ ผู้เฒ่าคนนั้นบอกเขาว่าสมุดเล่มนี้บันทึกชื่อนามสกุลของชายหญิงที่เป็นเนื้อคู่กัน เหวยกู้จึงได้ถามชายชราอีกว่า ในห่อผ้าของผู้เฒ่ามีอะไรอยู่ข้างใน ผู้เฒ่าตอบว่าเป็นเส้นด้ายสีแดงเอาไว้ผูกข้อเท้าของคนที่เป็นเนื้อคู่กัน แม้ว่าหญิงกับชายคู่นั้นจะเคยเป็นคู่อริกันมาก่อน หรือไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลกันเพียงใด หากใช้ด้ายสีแดงนี้ผูกเข้าด้วยกัน ทั้งสองก็จะกลายเป็นเนื้อคู่กันในที่สุด
"เยว่ เซี่ย เหล่า เหริน " (月下老人) เรียกย่อว่า 月老 หรือเยว่เหล่า แปลตรง ๆ คือผู้เฒ่าใต้แสงจันทร์ กามเทพหรือเทพผู้บันดาลรักและการแต่งงานตามความเชื่อของชาวจีน (ภาพจากศาลเจ้าหงหลูตี้ เขตจงเหอ นครนิวไทเป)
แม้ในใจของเหวยกู้จะไม่เชื่อ แต่เขาก็อยากจะรู้ว่าเนื้อคู่ของตัวเองนั้นอยู่ที่ไหน จึงจะเอ่ยปากถาม แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากชายชราผู้นั้นก็ลุกขึ้นแล้วคว้าหนังสือและสัมภาระเดินเข้าไปในตลาดกลางเมือง เหวยกู้รีบวิ่งตามไป เมื่อมาถึงตลาดก็ได้เจอกับหญิงตาบอดแต่งตัวซอมซ่อคนหนึ่งอุ้มเด็กหญิงวัย 3 ขวบอยู่ในอ้อมแขน ชายชราผู้นั้นบอกกับเขาว่า เด็กหญิงในอ้อมกอดของหญิงตาบอดคนนี้แหละ คือภรรยาของเจ้าในอนาคต เหวยกู้โมโหมาก เขาได้สั่งให้คนใช้ไปฆ่าเด็กหญิงผู้นั้น คนใช้ทำตามโดยใช้มีดแทงเด็กหญิงคนนั้นที่บริเวณหน้าผาก 1 แผลแล้วก็รีบวิ่งหนีไป เมื่อเหวยกู้หันกลับมาหาผู้เฒ่า ก็พบว่าผู้เฒ่าได้อันตรธานหายไปแล้ว
"เยว่ เซี่ย เหล่า เหริน" (月下老人) หรือผู้เฒ่าใต้แสงจันทร์ กามเทพหรือเทพผู้บันดาลรักและการแต่งงานที่ประดิษฐานอยู่ในศาลเจ้าเสียไห่เฉิงหวงเมี่ยว กรุงไทเป (台北霞海城隍廟)
หลังจากนั้น เวลาผ่านไป 14 ปี เหวยกู้ได้แต่งงานกับบุตรสาวของเสนาบดีผู้หนึ่ง หลังแต่งงานเขาจึงพบว่า ภรรยาของเขามีรอยแผลเป็นระหว่างคิ้ว จึงถามถึงที่มาของรอยแผลเป็น ภรรยาบอกว่า 14 ปีที่แล้ว เคยเดินทางมาที่เมืองหลวง ขณะที่แม่นมซึ่งเป็นหญิงตาบอดกำลังอุ้มเธอเดินอยู่กลางตลาดก็ถูกชายคนหนึ่งใช้มีดแทงเข้าที่หว่างคิ้ว เหวยกู้ได้ยินเข้าก็ตกใจเป็นอย่างมาก จึงได้สารภาพต่อพ่อตาและแม่ยาย ซึ่งพ่อตาแม่ยายรวมถึงภรรยาก็ไม่ได้ถือโทษโกรธเหวยกู้ เรื่องนี้ถูกร่ำลือออกไปทั่วเมือง เจ้าเมืองจึงได้ตั้งให้โรงเตี๊ยมที่เหวยกู้ไปเจอผู้เฒ่าที่ถือสมุดบันทึกชื่อคนที่เป็นเนื้อคู่กัน ให้เป็นสถานที่นัดพบกันของหนุ่มสาวในยุคนั้น และเชื่อว่าผู้เฒ่าคนนั้น คือผู้เฒ่าใต้แสงจันทร์ที่คอยผูกเส้นด้ายสีแดงร้อยข้อเท้าของหนุ่มสาวที่เป็นเนื้อคู่กันให้โคจรมาบรรจบพบเจอและได้ครองคู่เป็นสามีภรรยากันนั่นเอง
"เยว่ เซี่ย เหล่า เหริน " (月下老人) เรียกย่อว่า 月老 หรือเยว่เหล่า แปลตรง ๆ คือผู้เฒ่าใต้แสงจันทร์ กามเทพหรือเทพผู้บันดาลรักและการแต่งงานตามความเชื่อของชาวจีน
5. ชวนชมเทศกาลว่าวนานาชาติซินจู๋ 2023 ระหว่าง 2-3 ก.ย. นี้ นักเล่นว่าวมืออาชีพจาก 6 ประเทศ ขนว่าวแปลกตาอลังการ ทีมว่าวไทยนำว่าวฮายักษ์ขนาด 14 ม. มาร่วมโชว์ด้วย
เทศกาลว่าวนานาชาติซินจู๋ (Hsinchu City International Kite Festival) จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ที่ลานแข่งว่าวนานาชาติ (國際風箏賽場) บริเวณท่าเรือประมงซินจู๋ ปีนี้มีกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 2 และวันอาทิตย์ที่ 3 กันยายนนี้ รวม 2 วัน ในช่วงเย็น ตั้งแต่เวลา 15:00 น. เป็นต้นไป มีการเชิญทีมว่าวมืออาชีพ 15 ทีมจาก 6 ประเทศ นำว่าวที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศตนมาโชว์โฉมบนน่านฟ้าซินจู๋ อย่างเช่น ทีมว่าวยักษ์ยิ้ม ซึ่งเป็นทีมว่าวทีมชาติไทย นำว่าวฮายักษ์ขนาดใหญ่ 14 ม. มาร่วมโชว์ด้วย ทีมว่าวสิงคโปร์นำว่าวสิงโตทะเลหรือเมอร์ไลออน ที่มีหัวเป็นสิงโตและมีลำตัวเป็นปลา สัญลักษณ์จากสิงคโปร์ นอกนั้นยังมีว่าววัวพันธุ์บราวน์สวิสจากสวิตเซอร์แลนด์ ว่าววาฬยักษ์ขนาด 40 เมตรจากมาเลเซียและว่าวยักษ์ที่ได้รับลิขสิทธิ์จัดแสดงจากนิวซีแลนด์ เยอรมันและเนเธอแลนด์ เป็นต้น กล่าวได้ว่า บนท้องฟ้าของเมืองซินจู๋ในช่วงเวลาดังกล่าวจะเต็มไปด้วยว่าวยักษ์สุดอลังการ โดยเฉพาะในช่วงค่ำของงาน ยังมีว่าวปลาหมึกยักษ์ ว่าวปลากระเบนธงและสัตว์น้ำชนิดต่าง ๆ ประดับด้วยไฟแสงสีสุดสวยเติมแต่งให้ท้องฟ้าในยามค่ำคืนของเมืองซินจู๋ให้ได้ชมอีกด้วย
ทีมว่าวยักษ์ยิ้มจากไทย นำว่าวฮายักษ์ขนาดใหญ่ 14 ม. มาร่วมโชว์ด้วย (ภาพจาก hckite.weebly.com)
นอกจากการจัดแสดงว่าวแล้ว ในงานยังมีการแสดงเดินแบบจากนักแสดงตัวตลก การแสดงจากคณะละครต่าง ๆ นิทรรศการรถโบราณ และยังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ระบบนิเวศของสัตว์น้ำ เพื่อปลูกฝังแนวคิดด้านการอนุรักษ์มหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเลเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้แก่เด็ก ๆ และประชาชนทั่วไป
ทีมว่าวสิงคโปร์นำว่าวสิงโตทะเลหรือเมอร์ไลออน ที่มีหัวเป็นสิงโตและมีลำตัวเป็นปลา สัญลักษณ์จากสิงคโปร์มาร่วมโชว์
ท่านที่ไปเที่ยวงานเทศกาลว่าวนานาชาติ ยังแวะเที่ยวตลาดนัดปอกวง (波光市集) ที่ขายอาหารทะเลหลากหลายเมนู หรือจะไปเดินเที่ยวริมชายหาดที่สวยงามของเมืองซินจู๋ก็ได้
การเดินทาง : 1. นั่งรถไฟไปลงที่สถานีรถไฟซินจู๋ จากนั้นนั่งรถชัตเตอร์บัสจากสถานีรถไฟไปยังท่าเรือประมงซินจู๋ ให้บริการฟรี ไม่เก็บค่าใช้จ่าย ออกทุก 15 นาที โดยวันเสาร์ที่ 2 ก.ย. ให้บริการตั้งแต่ 12.00-21.00 น. วันอาทิตย์ที่ 3 ก.ย. ให้บริการตั้งแต่ 12.00-19.00 น.
2. นั่งรถบัสโดยสารสายสีน้ำเงิน 15 (藍15區) จากหน้าสถานีรถไฟซินจู๋ ไปลงสถานีเรือประมงซินจู๋
หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของเทศกาลว่าวนานาชาติซินจู๋ http://www.hc-kite.com
3. Google Maps : https://goo.gl/maps/Kwd2xghWyqLKzzrq5
ชวนไปชมเทศกาลว่าวนานาชาติซินจู๋ 2023 ระหว่าง 2-3 ก.ย. นี้ นักเล่นว่าวมืออาชีพจาก 6 ประเทศ ขนว่าวแปลกตาอลังการมาโชว์เหนือน่านฟ้าซินจู๋