1. ภาคเหนืออากาศหนาวแถมฝนตก เข้าวันเสาร์ไทเปมีเพียง 19.1°c เช้าวันอาทิตย์นี้หนาวสุดที่อี๋หลาน 18.9°c กลางวันอุ่นขึ้น ศุกร์หน้าจะมีลมหนาวลูกใหม่มาเยือน อุณหภูมิลดและมีฝนตก
เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากลมตะวันออกเฉียงเหนือ นำพาอากาศเย็นและความชื้นพัดลงมาปกคลุมเกาะไต้หวันตั้งวันศุกร์ที่ 20 ตุลาคมเป็นต้นมา ทำให้วันเสาร์ที่ผ่านมานี้ อากาศทางภาคเหนือค่อนข้างเย็นจนถึงขั้นหนาว โดยเฉพาะพื้นที่เถาหยวน ไทเป จีหลงและอี๋หลาน อุณหภูมิตลอดทั้งวันเฉลี่ยอยู่ที่ 20-22°c เมื่อรุ่งเช้าวันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม ที่เขตหนานกั่ง กรุงไทเปวัดระดับอุณหภูมิต่ำสุดได้ที่ 19.1°c
ลมตะวันออกเฉียงเหนือหอบเอาอากาศเย็นและความชื้นพัดลงมาปกคลุมเกาะไต้หวันตั้งวันศุกร์ที่ 20 ตุลาคมเป็นต้นมา (ภาพจาก Liberty Times)
อย่างไรก็ตามในวันอาทิตย์นี้ (22 ต.ค.) ลมตะวันออกเฉียงเหนืออ่อนกำลังลง อุณหภูมิกระเตื้องขึ้น อากาศดีจนถึงวันพฤหัสบดีที่ 26 ต.ค. อุณหภูมิทางภาคเหนืออยู่ที่ 26-29°c ภาคกลางและใต้ 28-30°c แต่วันศุกร์หน้าจะมีลมตะวันออกเฉียงเหนือลูกใหม่หอบเอาความหนาวเย็นและความชื้นมาเยือนไต้หวันอีก ทำให้อุณหภูมิลดลงและมีฝนตก กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้ทุกคนดูแลสุขภาพ
ไต้หวันเริ่มเข้าสู่หน้าหนาว อากาศแปรปรวน ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน อาจไม่สบายได้ง่าย
2. ราคาแพง จินเหมินมอบเหล้าเกาเหลียง 2 ขวดราคา 80,000 เหรียญและอั่งเปา 20,000 เหรียญแก่คนสูงอายุ 100 ปีขึ้นไป
วันที่ 9 เดือน 9 ตามปฏิทินจีน เป็นวันผู้สูงอายุของไต้หวันหรือที่เรียกกันว่าฉงหยางเจี๋ย (重陽節) ปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม 2566 ตามประเพณีที่เคยปฏิบัติกันมา ในวันนี้ จะมีการมอบอั่งเปาแก่ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป โดยมากจะเป็น 1,500-2,500 เหรียญ ตามแต่ฐานะการเงินของแต่ละเมือง โดยจะเพิ่มมากขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เกินกว่า 100 ปีขึ้นไป หรือที่ภาษาจีนเรียกว่าเหรินรุ่ย (人瑞) ในภาษาไทยเรียกว่า ศตวรรษิกชน จะมอบอั่งเปาซองหนาเป็นพิเศษ และผู้ว่าการเมืองจะไปมอบให้ด้วยตนเอง แต่ในปัจจุบัน คนอายุ 100 ปีเพิ่มขึ้นมาก แบ่งให้เจ้าหน้าที่กองสังคมสงเคราะห์และรองผู้ว่าการเมืองไปแทน
เหล้าเกาเหลียงอวี้สี (玉璽酒) สุราจินเหมินเกรดสูงสุด ขนาด 600 มล. ระดับแอลกอฮอล์ 56° ผลิตออกมาจำหน่ายในจำนวนจำกัด ขวดบรรจุจะทำเป็นราชลัญจกร หรือตราประทับฮ่องเต้ หัวขวดจะเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ ตามปีนักษัตร ราคาท้องตลาดจะอยู่ที่ขวดละ 38,000-53,000 เหรียญ (ภาพจาก Liberty Times)
ที่จินเหมิน เกาะที่มากด้วยสวัสดิการ ปกติคนอายุ 100 ปีขึ้นไป ซึ่งปัจจุบันมี 55 คน จะได้รับมอบอั่งเปา 7,000 เหรียญทุกเดือนอยู่แล้ว ตกปีละ 84,000 เหรียญ แต่ปีนี้ เทศบาลเมืองจินเหมินเปลี่ยนวิธีมอบอั่งเปาจากรายเดือน มาเป็นมอบให้ครั้งเดียวในวันผู้สูงอายุ โดยมอบเงินสด 20,000 เหรียญและสุราเกาเหลียงเกรดพรีเมียมที่เรียกกันว่า เหล้าเกาเหลียงอวี้สี (玉璽酒) ให้คนละ 2 ขวด พ่อเมืองจินเหมินกล่าว่า สุราอวี้สี ราคาขวดละประมาณ 40,000 เหรียญ 2 ขวด บวกอั่งเปา 20,000 เหรียญ รวมแล้วประมาณ 100,000 เหรียญ ผู้สูงอายุได้มากกว่าเดิม ประหยัดงบประมาณของเทศบาล แถมช่วยโปรโมทธุรกิจสุราของโรงสุราเกาเหลียงจินเหมินได้ด้วย เรียกได้ว่า วินวินกัน 3 ฝ่าย
เหล้าเกาเหลียงอวี้สี (玉璽酒) ของปีขาลหรือปีเสือราคาขงดละ 53,000 เหรียญ
สุราเกาเหลียงอวี้สีที่ว่านี้ เป็นผลิตภัณฑ์ของโรงงานผลิตสุราจินเหมินเกรดสูงสุด ขนาด 600 มล. ระดับแอลกอฮอล์ 56° ผลิตออกมาจำหน่ายในจำนวนจำกัด ตั้งแต่ 4,000-7,000 ขวด ขวดบรรจุจะทำเป็นราชลัญจกร หรือตราประทับฮ่องเต้ หัวขวดจะเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ ตามปีนักษัตร ราคาท้องตลาดจะอยู่ที่ขวดละ 38,000-53,000 เหรียญ อย่างปีนี้เป็นปีเถาะ ราคา 38,000 เหรียญ ที่แพงสุดคือปีขาลหรือปีเสือราคา 53,000 เหรียญ
ภาพโรงงานผลิตสุราเกาเหลียงที่จินเหมิน เป็นกิจการของเทศบาลเมืองจินเหมิน กำไรมีการปันผลให้ประชาชนและจะนำไปใช้สำหรับสวัสดิการสังคมสงเคราะห์
พูดถึงจินเหมิน จัดเป็นเมืองที่มีสวัสดิการดีที่สุดในบรรดาเมืองต่าง ๆ ทั่วไต้หวัน เนื่องจากมีโรงงานผลิตสุราเกาเหลียงที่ทำกำไร ประมาณกันว่า งบประมาณที่ใช้สำหรับสวัสดิการสังคมสงเคราะห์ของจินเหมินในแต่ละปี ใช้ประมาณ 12,000 ล้านเหรียญไต้หวัน เกือบครึ่งมาจากกำไรของโรงเหล้าเกาเหลียง รัฐบาลเมืองจินเหมินยังนำผลกำไรมาแบ่งปันชาวเมืองจินเหมินทุกคน อย่างเช่น ชาวจินเหมินอายุ 20 ปีขึ้นไป จะได้รับสิทธิพิเศษซื้อเหล้าเกาเหลียงในราคาพิเศษปีละ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ลังหรือ 12 ขวด ช่วงเทศกาลตรุษจีน ไหว้บ๊ะจ่างและไหว้พระจันทร์ ไม่ได้แจกฟรี แต่ซื้อในราคาพิเศษคือ 4,800 เหรียญต่อลัง ขณะที่ราคาตลาด ลังละ 8,500 ถึง 10,000 เหรียญ เท่ากับว่า ชาวจินเหมิน แต่ละปี จะได้กำไรจากการขายเหล้าเกาเหลียงมากกว่า 10,000 เหรียญ สตรีชาวจินเหมินที่ตั้งครรภ์ ลูกคนแรกจะได้รับเงินช่วยเหลือค่าเลี้ยงดู 20,000 เหรียญ ถ้าเป็นลูกฝาแฝด รับไปเลย 60,000 เหรียญ แฝด 3 รับ 120,000 เหรียญไต้หวัน เด็กอายุก่อน 5 ขวบ จะได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 3,000-6,000 เหรียญต่อคน และช่วยเหลือค่าจ้างแม่นมเดือนละ 3,000 เหรียญต่อคน จนถึงอายุ 2 ขวบ และการศึกษาฟรีทุกระดับชั้น
3. ตลาดเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ในไต้หวันทะยานต่อเนื่อง เครื่องดื่มประเภทชาติดอันดับที่ 1
ถ้าพูดถึงไต้หวัน ชาวไทยหรือชาวต่างชาติมักนึกถึงชานมไข่มุก ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมและมีต้นกำเนิดในไต้หวัน อีกทั้งได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจเครื่องดื่มมือเขย่าหรือเครื่องดื่มชงสดที่ปัจจุบันมีมากมายหลายแบรนด์ ร้านเครื่องดื่มมือเขย่าในไต้หวันผุดขึ้นราวกับเห็ดหลังฝน และแข่งขันกันดุเดือดมาก อย่างไรก็ดีเครื่องดื่มประเภทชาบรรจุขวดพร้อมดื่มก็ได้รับความนิยมไม่น้อยและในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา มูลค่าตลาดขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ปี 2565 ตลาดเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ในไต้หวันมีมูลค่าสูงถึง 57,000 ล้านเหรียญไต้หวัน (ภาพจาก ETtoday)
จากข้อมูลของสำนักสถิติ กระทรวงเศรษฐการ สาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) ที่นำออกเผยแพร่เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมาระบุว่า ปีที่แล้วเครื่องดื่มที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ที่ขายดีที่สุด คือเครื่องดื่มประเภทชา โดยจากสถิติพบว่า ปีที่แล้วเครื่องดื่มที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์มีมูลค่าการจำหน่ายสูงถึง 57,000 ล้านเหรียญไต้หวัน ทำสถิติสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากที่ขยายตัวร้อยละ 3.8 ติดต่อกันเป็นปีที่ 8 ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา และในปี 2023 นี้เฉพาะเดือนมกราคม-กรกฎาคม มูลค่าการจำหน่ายเครื่องดื่มที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ทะยานขึ้นไปถึง 33,500 หรือขยายตัวร้อยละ 3.6 คาดว่าปีนี้มูลค่าการจำหน่ายจะทุบสถิติเดิมของปีที่แล้ว
เครื่องดื่มประเภทชาแบบบรรจุขวดหรือกล่องพร้อมดื่ม มีมูลค่าสูงถึง 18,800 ล้านเหรียญไต้หวัน ครองสัดส่วนร้อยละ 33
จากการวิเคราะห์พบว่า เครื่องดื่มประเภทชาเป็นเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุด โดยในปี 2022 เครื่องดื่มประเภทชาแบบบรรจุขวดหรือกล่องพร้อมดื่ม มีมูลค่าสูงถึง 18,800 ล้านเหรียญไต้หวัน ครองสัดส่วนร้อยละ 33 ของเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ และขยายตัวร้อยละ 6.4 สาเหตุเป็นเพราะผู้ประกอบการเครื่องดื่มชาได้คิดค้นและผลิตเครื่องดื่มชาชนิดใหม่ออกมามากมาย อีกทั้งบรรจุภัณฑ์ของเครื่องดื่มก็แปลกใหม่และสะดวกต่อการพกพา บางยี่ห้อยังตั้งใจออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สวยงามหรูหราเป็นพิเศษ เพื่อดึงดูดผู้บริโภค ซึ่งบางคนตั้งใจซื้อเพราะอยากได้ขวดบรรจุ โดยรสชาติของชาไม่ใช่ปัจจัยสำคัญของการซื้อ
เครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับนักกีฬา ปีที่แล้วมีมูลค่าการจำหน่าย 3,100 ล้านเหรียญไต้หวัน ครองสัดส่วนตลาดร้อยละ 15
อย่างไรก็ดี ก่อนปี 1994 หรือก่อนที่ธุรกิจเครื่องดื่มมือเขย่าจะผงาดขึ้นในตลาดเครื่องดื่มไต้หวันเครื่องดื่มประเภทชาบรรจุขวดหรือกล่องพร้อมดื่มเคยครองสัดส่วนตลาดเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์สูงถึงร้อยละ 46.5 สำหรับเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่ได้รับความนิยมรองลงมาจากชาคือ เครื่องดื่มชูกำลัง และน้ำขวด ปีที่แล้วมีมูลค่าการจำหน่าย 14,400 ล้านเหรียญไต้หวัน ครองสัดส่วนร้อยละ 25.4 ของตลาดเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ โดยขยายตัวร้อยละ 1.2% และเติบโตขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 6 นอกจากนี้ที่น่าจับตาคือเครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับนักกีฬา ปีที่แล้วมีมูลค่าการจำหน่าย 3,100 ล้านเหรียญไต้หวัน ครองสัดส่วนตลาดร้อยละ 15 ส่วนเครื่องดื่มประเภทกาแฟพร้อมดื่มและน้ำผลไม้พร้อมดื่มกลับไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก แถมมูลค่าการจำหน่ายหดตัวลง สาเหตุเพราะผู้คนนิยมดื่มกาแฟสดและน้ำผลไม้สดมากขึ้นนั่นเอง
ชามีหลากหลายประเภทแบ่งตามลักษณะการหมักบ่ม ได้ชื่อว่าเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมจากชาวไต้หวันมายาวนาน
พูดถึงการดื่มชา ในไต้หวันแบ่งชาออกเป็น 6 ประเภทใหญ่ๆตามลักษณะการผลิตและการหมักบ่ม ประกอบด้วย ชาดำ (Black Tea) ชาเขียว (Green Tea) ชาอูหลง (Oolong Tea) ชาขาว (White Tea) ชาผูเอ่อร์ (Pu-erh tea ) และชาเหลือง (yellow tea) โดยคนไต้หวันนิยมดื่มชาอูหลงและชาเขียว โดยคนสูงอายุนิยมชาอูหลง ซึ่งเป็นชาที่ผ่านกระบวนการหมักแบบกึ่งหมัก โดยการนำยอดอ่อนของชามานวดให้ผิวช้ำเล็กน้อยเพื่อกระตุ้นสารแทนนินให้ออกมามากขึ้น ผู้คนจึงนิยมดื่มชาประเภทนี้หลังจากทานอาหารเพื่อแก้เลี่ยน
คนไต้หวันนิยมดื่มชาอูหลงและชาเขียว โดยคนสูงอายุนิยมชาอูหลง ซึ่งสีของน้ำชาจะเป็นสีเหลืองทอง กลิ่นหอมแตะจมูก (ภาพจาก kknews.cc)
สำหรับชาเขียวเป็นที่นิยมของคนหนุ่มสาว แต่ชาเขียวของจีนและไต้หวันจะต่างจากชาเขียวของญี่ปุ่นที่เรียกกันว่ามัทฉะหรือ Matcha Green Tea ที่ผลิตจากใบชาเขียวอ่อน เป็นใบชาสด ที่ผ่านกรรมวิธีบดด้วย หินตามแบบฉบับญี่ปุ่น แต่ในไต้หวัน ชาเขียวจะเก็บมาจากยอดอ่อนของชาแล้วนำไปอบแห้งทันที ไม่ผ่านการหมัก เพื่อไม่ให้ใบชาเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันกับออกซิเจน ทำให้ได้ใบชาที่ยังมีสีเขียว มีรสชาติ สี และกลิ่นที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด สรรพคุณชาเขียวมีคุณสมบัติต้านทานโรคได้หลายชนิด ประโยชน์ของชาเขียวนั้นสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้ ช่วยพัฒนาสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด อีกทั้งยังลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานอีกด้วย
ชาเขียวเป็นที่นิยมของคนหนุ่มสาว ชาเขียวของไต้หวันจะต่างจากชาเขียวของญี่ปุ่น น้ำชาจะเป็นสีเขียวอ่อนมีกลิ่นหอมอ่อนๆ