1. ไต้หวันปลอดภัย แต่ชะล่าใจไม่ได้ โควิด-19 ระลอกสองมาแรง ผู้ป่วยทั่วโลกกว่า 34 ล้าน ตายเกินล้าน
เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 3 ตุลาคม 2563 พบมีผู้ป่วยติดเชื้อทั่วโลกรวม 34,396,222 ราย เสียชีวิตแล้ว 1,024,675 ราย
สหรัฐอเมริการยังคงเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิตจากโควิด-19 มากที่สุด แม้แต่ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ และภริยาก็ติดเชื้อแล้ว
ประเทศที่พบรายงานผู้ติดเชื้อสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1. สหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 7,206,769 ราย เพิ่มขึ้น 46,293 ราย เสียชีวิต 206,558 ราย เพิ่มขึ้น 392 ราย
2. อินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 6,473,544 ราย เพิ่มขึ้น 79,476 ราย เสียชีวิต 100,842 ราย เพิ่มขึ้น 1,069 ราย
3. บราซิล มีผู้ติดเชื้อ 4,847,092 ราย เพิ่มขึ้น 36,157 ราย เสียชีวิต 144,680 ราย เพิ่มขึ้น 728 ราย
4. รัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 1,194,643 ราย เพิ่มขึ้น 9,412 ราย เสียชีวิต 21,077 ราย เพิ่มขึ้น 186 ราย
5. โคลัมเบีย มีผู้ติดเชื้อ 835,339 ราย เพิ่มขึ้น 5,660 ราย เสียชีวิต 26,196 ราย เพิ่มขึ้น 198 ราย
ยอดจำนวนผู้ป่วยโควิดในอินเดียพุ่งเป็นอันดับ 2 ของโลก เพิ่มวันละร่วม 80,000 ราย
ขณะที่ภูมิภาคอาเซียน เมียนมาขยับขึ้นมาอยู่ในลำดับที่ 4 มีผู้ติดเชื้อรวม 15,525 ราย เพิ่มขึ้น 1,142 ราย เสียชีวิตรวม 353 ราย เพิ่มขึ้น 32 ราย รองจากฟิลิปปินส์ 316,678 อินโดนีเซีย 295,499 และสิงคโปร์ 57,794 คน สำหรับประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อ 3,583 ราย เพิ่มขึ้น 8 ราย เป็นผู้ติดเชื้อเดินทางมาจากต่างประเทศ เสียชีวิตคงที่ 59 ราย รักษาหาย 3,369 ราย ส่วนไต้หวันมีผู้ป่วย 517 ราย รักษาหายแล้ว 484 ราย เสียชีวิต 7 ราย
เมียนมาขยับขึ้นมาอยู่ในลำดับที่ 4 ของอาเซียนมีผู้ติดเชื้อรวม 15,525 ราย รองจากฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียและสิงคโปร์
2. ชวนชมพลุดอกไม้ไฟฉลองวันชาติไต้หวันสาธารณรัฐจีน ณ เกาะอวี๋กวง เขตอานผิง นครไถหนาน เวลา 20.00-20.50 น.วันที่ 10 ต.ค. 63
วันชาติไต้หวันสาธารณรัฐจีน ซึ่งตรงกับวันที่ 10 ต.ค. กำลังจะเวียนมาบรรจบอีกครั้งในวันเสาร์หน้านี้ ที่ผ่านมาการเฉลิมฉลองวันชาติของไต้หวัน นอกจากการแสดงที่ลานหน้าทำเนียบประธานาธิบดีแล้ว ไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งคือ การจุดพลุดอกไม้ไฟ โดยในปีนี้มีกำหนดจัดขึ้นที่เกาะอวี๋กวง เขตอานผิง นครไถหนาน นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการจุดพลุดอกไม้ไฟฉลองวันชาติที่นครไถหนาน โดยตามกำหนดการจะเริ่มจุดพลุในเวลา 20.00-20.50 น.ของวันที่ 10 ต.ค. 63
พลุดอกไม้ไฟฉลองวันชาติไต้หวันสาธารณรัฐจีนปีนี้ จุดที่เกาะอวี๋กวง เขตอานผิง นครไถหนาน เวลา 20.00-20.50 น.วันที่ 10 ต.ค. 63
เทศบาลนครไถหนานเปิดเผยว่าปีนี้นครไถหนานได้จัดกิจกรรมฉลองวันชาติที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี โดยเริ่มจากช่วงกลางวัน มีกิจกรรมชม-ชิม-ช้อป ซึ่งประกอบด้วยชมการแสดง ชิมอาหารเลิศรสและช้อปสินค้าพื้นเมืองที่เป็นของดีประจำถิ่น ช่วงกลางคืนนักท่องเที่ยวยังสามารถชมการจุดพลุดอกไม้ไฟฉลองวันชาติที่สวยงามตระการตาได้อีกด้วย
พลุดอกไม้ไฟฉลองวันชาติไต้หวันสาธารณรัฐจีนปีนี้ จุดที่เกาะอวี๋กวง เขตอานผิง นครไถหนาน เวลา 20.00-20.50 น.วันที่ 10 ต.ค. 63
กองการท่องเที่ยว นครไถหนาน แนะนำ 5 สถานที่ชมพลุดอกไม้ไฟได้อย่างถนัดตา ได้แก่ สะพานซื่อเฉ่า ลานกว้างบริเวณปากทางถนนอันเป่ยกับเฉิงผิง สวนเจ้าแม่หลินม่อเหนียง สวนประวัติศาสตร์กั่งปิน และชายฝั่งหวงจิน (พิกัด : https://goo.gl/maps/TiLNcit83x7JJRFs8)
ภาพถ่ายจากด้านบนของคอนกรีตกั้นคลื่นที่เกาะอวี๋กวง เขตอานผิง นครไถหนาน (Photo Credit : Wade Lee)
3. ชวนไปชม-ชิม-ช้อป ลูกพลับหรือ ซื่อจื่อ (柿子) ฟาร์มเกษตรเชิงท่องเที่ยวเว่ยเว่ย ตำบลซินผู่ เมืองซินจู๋
ไต้หวันเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงเต็มตัวแล้ว ผลไม้ที่ออกสู่ท้องตลาดในช่วงฤดูกาลนี้คือ ลูกพลับหรือชื่อภาษาจีนคือ ซื่อจื่อ (柿子) ด้วยความที่ชอบทานลูกพลับมาก ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาดิฉันเลยไปเที่ยวฟาร์มลูกพลับแห่งหนึ่งที่ตำบลซินผู่ เมืองซินจู๋ ชื่อฟาร์มเกษตรเชิงท่องเที่ยวเว่ยเว่ยเจีย (味衛佳柿餅觀光農場305新竹縣新埔鎮旱坑路一段283巷53號 Tel:03-589 2352)
ลูกพลับตากแห้งที่ฟาร์มเกษตรเชิงท่องเที่ยวเว่ยเว่ยเจีย ตำบลซินผู่ เมืองซินจู๋
ฟาร์มแห่งนี้ปลูกลูกพลับและทำลูกพลับแห้ง นอกจากนี้ยังทำไอศกรีมแท่งลูกพลับด้วย เจ้าของฟาร์มใจดีไม่เก็บค่าเข้าชม รายได้ของฟาร์มมาจากการจำหน่ายลูกพลับสด พลับแห้งและไอศกรีมเท่านั้น ที่นี่ลำบากนิดนึงตรงที่ไม่มีรถไฟไปถึง รถเมล์ก็ไม่ถึง ต้องไปรถส่วนตัว ฟาร์มแห่งนี้ มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 18 ไร่ ลูกพลับจะออกในช่วงฤดูใบไม้ร่วงประมาณเดือนกันยายนไปจนถึงเดือนธันวาคม แต่ถ้าจะดูการตากลูกพลับแห้ง ก็ต้องเป็นช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน เพราะอากาศจะแห้ง แดดไม่แรงและจะมีลมอ่อนๆ โชยมา ลูกพลับปอกเปลือกแล้วยังคงมีสีส้มสดใส ถูกนำมาวางเรียงบนกระจาดไม้ไผ่ขนาดใหญ่มากมายเต็มลาน กลายเป็นจุดถ่ายรูปเช็คอินยอดฮิตในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ใครที่ได้ไปเห็นรับรองว่าต้องแชะๆ กันไม่หยุด เพราะสีสันของลูกพลับที่สดใสสวยงาม ดึงดูสายตามาก ถ่ายยังไงก็สวย และสำหรับคนไทยอย่างดิฉันหรือคุณๆ คิดว่าน่าจะเป็นทิวทัศน์ที่แปลกตามาก เท่าที่ทราบหาดูที่เมืองไทยไม่ได้ เพราะไม่มีการทำลูกพลับแห้ง
ลูกพลับตากแห้งที่ฟาร์มเกษตรเชิงท่องเที่ยวเว่ยเว่ยเจีย ตำบลซินผู่ เมืองซินจู๋
ลูกพลับ ได้ชื่อว่าเป็นผลไม้ของจีนโดยแท้ เพราะมีถิ่นกำเนิดจากภาคเหนือของจีน คนจีนมีการทานลูกพลับมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น และต่อมาได้แพร่กระจายพันธุ์เข้าไปในญี่ปุ่น ในปัจจุบันก็ได้กลายเป็นผลไม้ยอดนิยมของชาวญี่ปุ่นไปแล้ว ผลลูกพลับจะมีอยู่หลายรูปทรง ทั้งแบบกลม แบบกรวย กลมแบน ส่วนผลอ่อนของลูกพลับจะเป็นสีเขียว เมื่อแก่จะเป็นสีเหลืองออกส้มๆ เนื้อแข็ง เป็นสีส้ม ภายในผลมีเมล็ดสีน้ำตาลประมาณ 8 เม็ด จำแนกตามรสชาติได้ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ลูกพลับหวาน ผลสุกสีส้มอมเหลือง สามารถรับประทานสดๆ ได้ รสหวาน มีทั้งแบบกรอบกับแบบนิ่ม และลูกพลับฝาด รสฝาด เนื้อนิ่ม ผลสุกเนื้อสีส้มอมแดง โดยในไต้หวันและจีนแผ่นดินใหญ่นิยมนำมาทำเป็นลูกพลับแห้ง (柿餅) จะช่วยลดความฝาดลงและสามารถเก็บไว้ได้นานขึ้น อีกทั้งแพทย์จีนยังนำไปใช้เป็นส่วนผสมของการต้มยาจีนบางชนิดด้วย โดยต้องตากแดดประมาณ 7-10 วันขึ้นไป
ในไต้หวันแหล่งเพาะปลูกลูกพลับที่สำคัญที่สุดอยู่ที่เมืองเจียอี้ รองลงมาคือไทจง ซินจู๋ และเหมียวลี่ โดยลูกพลับหวาน หรือที่เรียกว่าเถียนซื่อ (甜柿) ผลจะกลมแบน แหล่งเพาะปลุกอยู่ที่เขตซี่ติ่ง (隙頂) กับฟันลู่ (番路) ระดับความหวานประมาณ 17-19 บริกซ์ นิยมรับประทานสด จะหวานกรอบและมีน้ำชุ่มฉ่ำ อร่อยมาก พื้นที่ที่เหมาะแก่การปลูกพลับหวานต้องสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 800-1,200 เมตร และช่วงที่ลูกพลับใกล้สุกสภาพอากาศในช่วงกลางวันและกลางคืนต้องมีอุณหภูมิต่างกันตั้งแต่ 9°c ขึ้นไป ส่วนลูกพลับที่มีรสฝาดจะมีผลกลม ปลูกมากที่ซินจู๋และเหมียวลี่
ขั้นตอนการแปรรูปลูกพลับแห้ง
สำหรับประโยชน์ของลูกพลับ ซึ่งถือเป็นผลไม้ที่เหมาะกับผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์อย่างยิ่ง เนื่องจากอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก วิตามิน A และ C ในปริมาณมากกว่าแอปเปิลเขียวถึง10 เท่า แพทย์แผนจีนและนักโภชนาการแนะนำว่า ผู้หญิงที่มีอาการความดันต่ำ เลือดน้อย หรือประจำเดือนเพิ่งผ่านไป ควรรับประทานลูกพลับเพื่อบำรุงโลหิต นอกจากนี้ เนื่องจากลูกพลับยังอุดมไปด้วยสารอาหารจำพวกโปรตีน และคาร์โบไฮเดรต ช่วยลดอาการอยากอาหาร อีกทั้งเส้นใยอาหารและกรดอินทรีย์ปริมาณมากในลูกพลับ ยังช่วยให้กระบวนการย่อยอาหารของกระเพาะและลำไส้ทำงานได้ดี รวมถึงช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ อีกทั้งกรดแทนนิกในลูกพลับยังช่วยลดอาการอักเสบและลดการดูดซึมไขมันของร่างกาย ซึ่งทำให้ลดการสะสมของไขมันได้ด้วย
คุณอัญชันชวนชิมไอศกรีมแท่งทำจากลูกพลับ ท่าทางจะอร่อย...
อย่างไรก็ดี การกินลูกพลับสดมีข้อควรระวังดังนี้
1. หลีกเลี่ยงการรับประทานตอนท้องว่าง
2. หลีกเลี่ยงการรับประทานหลังทานกุ้ง ปูและหอย ควรเว้นไปทานในวันถัดไป เพราะกรดแทนนิกในลูกพลับจะจับตัวกับโปรตีนที่ได้จากอาหารทะเลเหล่านี้ อาจทำให้อาเจียนอาหารไม่ย่อยหรือท้องเสียได้
3. หลีกเลี่ยงรับประทานหลังทานอาหารที่มีกากใยอาหารมากๆ
4. ไม่ควรทานลูกพลับที่ยังไม่สุก
5. ควรปอกเปลือกก่อนรับประทานเพื่อลดการรับกรดแทนนิกที่อยู่ในเปลือกลูกพลับปริมาณมาก
ลูกพลับตากแห้งที่ฟาร์มเกษตรเชิงท่องเที่ยวเว่ยเว่ยเจีย ตำบลซินผู่ เมืองซินจู๋