1. เดือนผีมาแล้ว ข้อห้ามเรื่องผี ๆ ที่ควรรู้ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ แนะให้เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม (入境隨俗)
สัปดาห์หน้าจะเข้าสู่เดือนสิงหาคมแล้ว ในเมืองไทยเดือนนี้ มีวันสำคัญคือวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม สำหรับในไต้หวันเดือนสิงหาคมมีวันสำคัญทางศาสนาอยู่หลายวัน ได้แก่ วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม ซึ่งตรงกับวันที่ 1 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติจีน ตามความเชื่อดั้งเดิมถือว่าวันนี้เป็นวันประตูยมโลกเปิดให้ดวงวิญญาณหรือผีไร้ญาติออกมาสู่โลกมนุษย์ เพื่อไม่ให้คุกคามหรือส่งผลร้าย ผู้คนจึงจัดหาอาหารคาวหวานมาเซ่นไหว้ภูตผี ซึ่งพิธีเซ่นไหว้จะเริ่มตั้งแต่วันแรกที่ประตูยมโลกเปิดคือวันที่ 1 เดือน 7 ตามมาด้วยวันสารทจีน ในภาษาจีนเรียกว่าวันจงหยวนเจี๋ย (中元節) คือวันที่ 15 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติจีน ตรงกับวันที่ 18 สิงหาคม สุดท้ายคือวันที่ 30 เดือน 7 ซึ่งเป็นวันที่ประตูยมโลกปิด ปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 2 กันยายน โดยพิธีเซ่นไหว้ในวันสารทจีนจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่สุด นอกจากเซ่นไหว้ที่บ้านแล้ว ทุกชุมชนก็จะจัดเซ่นไหว้ร่วมกันด้วย
วันขึ้น 1 ค่ำเดือน 7 ตามปฏิทินจีน ปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม เป็นวันประตูยมโลก ชาวไต้หวันมีประเพณีนำอาหารไปเซ่นไหว้ผีไร้ญาติที่จะมาท่องโลกมนุษย์เป็นเวลา 1 เดือน
สำหรับวันที่ 1 เดือน 7 ซึ่งเป็นวันเปิดประตูผี หรือคืนปล่อยผี ปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม เมื่อถึงเวลา 00:00 น. ของวันที่ 4 ประตูยมโลกจะเปิด บรรดาผีไร้ญาติทั้งหลายจะกรูกันออกมาหากินในโลกมนุษย์เป็นเวลา 1 เดือน ดังนั้น ตามบ้านของคนไต้หวันหรือสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานประกอบการ วัดหรือศาลเจ้า จะทำพิธีเซ่นไหว้ผีหรือที่ภาษาจีนเรียกว่า กุ่ย (鬼) และมักจะให้เกียรติเรียกผีว่า ฮ่าวซงตี้ (好兄弟) พี่น้องที่สนิทสนมเพื่อหวังว่าผีจะมีความรู้สึกว่าเป็นคนกันเอง ไม่มาทำร้ายแต่จะคอยปกปักคุ้มครอง
ในอดีตวันสารทจีน จะมีประเพณีประกวดหมูขุน แต่ละตัวน้ำหนัก 500-600 กก. แต่ปัจจุบัน เลิกประเพณีนี้ไปแล้ว เพราะถูกวิจารณ์ว่าทารุณสัตว์ (ภาพจาก Chinatimes)
เมื่อเข้าสู่เดือนผี สิ่งที่คนเฒ่าคนแก่ในไต้หวันต้องเตือนคนในครอบครัวก็คือข้อห้ามต่าง ๆ แม้ในความเป็นจริงแล้ว จะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มายืนยันว่า จริงหรือไม่? แต่เรื่องของความลี้ลับและอาถรรพ์ ก็อย่างที่มักจะพูดกันว่า ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม มาฟังกันว่า ความเชื่อตามประเพณีโบราณ ซึ่งปัจจุบันคนไต้หวันส่วนใหญ่ยังเชื่อถือและยึดปฏิบัติมีอะไรบ้าง?
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่! พิธีเซ่นไหวผีไร้ญาติในวันสารทจีนของวัดเหล่าต้ากงเมี่ยวที่จีหลง
หลีกเลี่ยงไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมตามแหล่งน้ำ เพราะวิญญาณผู้ที่เสียชีวิตในน้ำที่ได้โอกาสขึ้นมาบนโลก จะต้องการ “หาตัวแทน” ด้วยการจับคนเป็นลงไปยมโลกแล้วตนเองได้เกิดใหม่ในโลกมนุษย์
หลีกเลี่ยงและระมัดระวังเมื่อต้องไปในจุดที่เกิดอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิตบ่อย ๆ เพราะช่วงนี้อาจเกิดการ “หาตัวแทน” เช่นกัน
หลีกเลี่ยงการเดินตามกำแพงวัดในยามค่ำคืน งดไปเซ่นไหว้ที่ศาลเจ้าที่ไม่ใช่ไหว้เทพเจ้า โดยเฉพาะผู้ที่น้ำหนักดวงค่อนข้างเบา เพราะอาจถูกสิ่งไม่ดีเกาะติดได้ง่าย
ศาลเจ้าสือปาหวังกง (十八王公廟) ในเขตสือเหมิน นครนิวไทเป เป็นสุสานพ่อค้า 17 คน และสุนัข 1 ตัว เดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่มายังไต้หวัน แต่ถูกคลื่นซัดเรืออับปางเสียชีวิตก่อนขึ้นฝั่ง ศาลเจ้าแห่งนี้ไม่ได้บูชาเทพเจ้า จึงไม่เหมาะไปไหว้ในเดือนผี (ภาพจาก taiwan.net.tw)
ไม่ถ่ายรูปในยามค่ำคืน หลังพระอาทิตย์ตกดิน จะเป็นช่วงที่เหล่าวิญญาณมีพลังสูง การถ่ายรูปในเวลากลางคืน อาจทำให้ติดภาพของสิ่งไม่ดีเข้ามาได้ง่าย
ไม่ผิวปากหรือเคาะสิ่งของในเวลากลางคืน เดี๋ยวเหล่าสัมภเวสีจะเข้าใจผิดคิดว่าเรียกให้มาหา
ไม่โดยสารรถประจำทางเที่ยวสุดท้ายของวัน ตามความเชื่อ บางครั้งเหล่าดวงวิญญาณก็จะใช้รถโดยสาร โดยเฉพาะรถเที่ยวสุดท้ายของวันที่มักจะวิ่งหลัง 5 ทุ่ม การขึ้นไปบนรถประจำทางในช่วงนี้ อาจทำให้มีอะไรติดตัวกลับบ้านได้
อย่าแขวนกระดิ่งลมไว้ที่หน้าต่างหรือหัวเตียง เพราะอาจเป็นการเรียกสิ่งไม่ดีให้เข้ามาหา
ไม่ผิวปาก ไม่เคาะสิ่งของในเวลากลางคืน และแขวนกระดิ่งลมไว้ที่หน้าต่างหรือหัวนอน เพราะอาจเป็นการเรียกสิ่งไม่ดีให้เข้ามาหา (ภาพจาก elle.com)
ไม่เหยียบกระดาษเงินกระดาษทอง ไม่ขโมยกินของไหว้ ไม่พูดคำหยาบ ของเซ่นไหว้และกระดาษเงินกระดาษทอง เป็นของที่เตรียมไว้สำหรับเหล่าวิญญาณและสัมภเวสี หากไปขโมยกิน หรือกล่าวคำหยาบใส่ ระวังจะถูกตามมาทวงคืน
ไม่นำตุ๊กตาหรือรูปปั้นเข้าบ้าน เพราะอาจเป็นที่สิงสถิตชั่วคราวของเหล่าดวงวิญญาณที่ขึ้นมาบนโลก
หลีกเลี่ยงการย้ายบ้าน ซื้อบ้านใหม่ ซื้อรถใหม่ เดือนผีเป็นเดือนที่มีดวงวิญญาณขึ้นมาอยู่บนโลกมากมาย จึงไม่เหมาะจะเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ ในช่วงนี้ แต่ข้อนี้ สำหรับคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน บางคนจะถือโอกาสซื้อบ้านเพราะราคาจะถูกกว่า แต่มีเพียงบางคน
ไม่ตากผ้าเวลากลางคืน เพราะดวงวิญญาณจะชอบสถานที่ชื้นๆ หากตากผ้าในยามค่ำคืน อาจทำให้เสื้อผ้ากลายเป็นที่สิงสู่ของดวงวิญญาณได้
ไม่ตากผ้าเวลากลางคืน เพราะดวงวิญญาณจะชอบสถานที่ชื้นๆ อาจทำให้เสื้อผ้ากลายเป็นที่สิงสู่ของดวงวิญญาณได้ (ภาพจาก udn.com)
อย่าปักตะเกียบบนชามข้าว เพราะเป็นการเชิญชวนให้ดวงวิญญาณมาร่วมรับประทานอาหารด้วย
อย่าตบบ่า ตบไหล่ หรือตบหลัง ผู้อื่น เพราะอาจทำให้ไฟชีวิตของเขาอ่อนกำลังลง แต่ถ้าอยากแกล้งคนอื่น ระวังให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว
ข้อห้ามดังกล่าวข้างต้น จะยุติลงหลังประตูยมโลกปิดลงในวันจันทร์ที่ 2 กันยายน
อย่าทำในสิ่งที่เป็นข้อห้ามในเดือนผี เตือน "อาถรรพณ์" ทำผิดชีวิตเปลี่ยน (ภาพจาก chinatimes.com)
2. ปีที่แล้วไข่ไก่แพงแถมขาดแคลน ปีนี้ราคาร่วงแรง เหตุรัฐไม่ควบคุมทำให้ผลิตล้นตลาด เกษตรกรโวยนำไปเลี้ยงหมู แต่ร้านอาหารเช้าราคาคงเดิม
ยังคงจำกันได้ไหม? เมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา ไข่ไก่แพงแถมขาดตลาด กลายเป็นข่าวใหญ่ประจำปีของไต้หวัน ในขณะนั้นไข่ไก่ชั่งละ (ประมาณ 7-9 ฟอง) 80-150 เหรียญ แถมยังขาดแคลน มีการจำกัดจำนวนการซื้อ จนรัฐบาลต้องสั่งซื้อไข่ไก่จากต่างประเทศมาเสริม เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่พอผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน ราคาไข่ไก่ก็ร่วงตกหนักอย่างต่อเนื่อง มีการปรับลดราคามาแล้วถึง 6 ครั้ง จากราคาค้าส่งเฉลี่ยชั่งละ 55 เหรียญ ลดลง 27% เหลือ 40 เหรียญ ราคาหน้าฟาร์ม ร่วงตกเหลือชั่งละ 25 เหรียญ ต่ำสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง เกษตรกรร้องโอดครวญต้นทุนการผลิตอยู่ที่ชั่งละ 30 เหรียญ แต่ต้องมาขายขาดทุนชั่งละ 25 เหรียญ
ปีที่แล้วไข่ไก่แพงแถมขาดแคลน ปีนี้ราคาร่วงแรง ในช่วงที่ไข่ไก่ราคาถูก กินไข่กันเยอะ ๆ เป็นแหล่งโปรตีนราคาถูก (merit.times.com)
ทำไมราคาถึงขึ้นลงแบบนั่งลิฟต์ นายหลิวหมิงเจ๋อ โฆษกผู้ประกอบการฟาร์มเลี้ยงและชำแหละเนื้อไก่ขนาดใหญ่ของไต้หวัน ซึ่งเป็นบริษัทไทย ได้แก่บริษัทเจริญโภคภัณฑ์หรือ ซีพี ไต้หวัน กล่าวว่า ปีที่แล้ว เนื่องจากเกิดการระบาดของไข้หวัดนก ส่งผลให้ไก่ไข่ตายเป็นจำนวนมาก ทั้งจากติดเชื้อและจากการเชือดเพื่อป้องกันการระบาด ไข่ไก่ที่ผลิตออกมาจึงมีปริมาณน้อยไม่พอบริโภค เกษตรกรจำนวนมาก จึงนำเข้าไก่พันธุ์มากถึง 340,000 ตัว เพื่อผลิตไก่ไข่ เพราะคิดว่า ปีนี้ก็น่าจะมีปัญหาอย่างเดียวกัน แต่ที่ไหนได้ ปีนี้ ไข้หวัดนกน้อยมาก ทำให้ไข่ไก่ผลิตออกมาในปริมาณมากกว่าความต้องการ หรือพูดง่าย ๆ ว่าไข่ไก่ล้นตลาด ราคาจึงร่วงแรงต่อเนื่อง
ตามห้างขายส่ง ซูเปอร์มาร์เเก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ต ไข่ไก่เต็มแผงและราคาไม่แพง
จากข้อมูลของกระทรวงเกษตรพบว่า ปัจจุบันในไต้หวันมีไก่ไข่ 35.7 ล้านตัว แต่ละวันผลิตไข่ไก่ได้ 24.32 ล้านฟอง มากกว่าความต้องของตลาด 24 ล้านฟองถึง 320,000 ฟอง ดังนั้น ตั้งแต่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นมา กระทรวงเกษตรตั้งเป้าส่งเสริมให้เกษตรกรเชือดไก่ไข่ 1.8 ล้านตัว โดยอุดหนุนเกษตรกรตัวละ 20 เหรียญ
เพื่อรักษาราคาไข่ไก่ไม่ให้ตกต่ำลงไปอีก ตั้งแต่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นมา กระทรวงเกษตรตั้งเป้าส่งเสริมให้เกษตรกรเชือดไก่ไข่ 1.8 ล้านตัว โดยอุดหนุนเกษตรกรตัวละ 20 เหรียญ
ด้านนางจางลี่ซ่าน ผู้ว่าการเมืองหยุนหลิน ซึ่งมีฟาร์มเลี้ยงไก่ในพื้นที่ 58 แห่ง เลี้ยงไก่ไข่ 960,000 ตัว ประมาณ 2% ของในไต้หวัน กล่าวขณะช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ในตำบลโต่วลิ่วจำหน่ายไข่ไก่ที่ล้นตลาดขายไม่ออก โดยขายในราคา 3 กล่อง (กล่องละ 10 ฟอง) 100 เหรียญ กล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลกลางทบทวนระบบแจ้งเตือนภัย เพราะปริมาณการผลิตและการบริโภคไข่ไก่ มีความสมดุลตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 แต่กระทรวงเกษตรปล่อยให้มีการผลิตจนเกินความต้องการ เพิ่งจะมาตื่นและสั่งให้เกษตรกรเชือดไก่ไข่ 9 เดือนให้หลัง จึงคาดว่าราคาไข่ไก่ยังคงจะร่วงตกลงต่อเนื่อง และถือโอกาสนี้ เรียกร้องชาวไต้หวันบริโภคไข่ไก่ราคาถูกเยอะ ๆ นอกจากเสริมโปรตีนให้แก่ตนเองแล้ว ยังช่วยเหลือเกษตรกรได้ด้วย
จางลี่ซ่าน ผู้ว่าการเมืองหยุนหลิน ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ในตำบลโต่วลิ่วจำหน่ายไข่ไก่ที่ล้นตลาดขายไม่ออก โดยขายในราคา 3 กล่อง (กล่องละ 10 ฟอง) ราคาเพียง 100 เหรียญ (ภาพจาก merit.times.com)
ไข่ไก่เป็นอาหารยอดฮิตประจำวันของชาวไต้หวัน ไม่ว่าจะเป็นไข่ต้ม ไข่ทอด ไข่พะโล้ ไข่ตุ๋นใบชา หรือนำไข่ไปเป็นเครื่องปรุง ทำเป็นเค้ก ฯลฯ จากข้อมูลของกระทรวงเกษตรพบว่า ชาวไต้หวันเฉลี่ยรับประทานไข่ไก่ปีละ 355 ฟองต่อคน หรือแต่ละคนกินไข่วันละ 1 ฟอง ตัวเลขนี้สูงกว่าทุกประเทศในรายงานการสำรวจของคณะกรรมาธิการไข่ไก่ระหว่างประเทศ (The International Egg Commission หรือ IEC) ซึ่งรายงานปริมาณการบริโภคไข่ต่อปีต่อคนของประชาชนในประเทศต่าง ๆ ฉบับล่าสุด ได้แก่ อเมริกา 252 ฟอง รัสเซีย 285 ฟอง จีน 255 ฟอง ญี่ปุ่น 329 ฟอง เม็กซิโก 352 ฟอง ส่วนคนไทย จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ คนไทยบริโภคไข่ไก่ปีละ 283 ฟองต่อคน
รู้ไหม? คนไต้หวันบริโภคไข่ไก่ปีละ 355 ฟองต่อคน หรือแต่ละคนกินไข่วันละ 1 ฟอง มากที่สุดในโลก