1. กรมอุตุฯ ไต้หวันเตือน อากาศแปรปรวน ร้อนอบอ้าวและมีพายุฝนฟ้าคะนอง
ไต้หวันเริ่มเข้าสู่หน้าร้อนแล้ว อากาศไม่เพียงแต่จะร้อนอบอ้าว ยังมีพายุฝนฟ้าคะนอง จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาไต้หวัน ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั่วไต้หวันได้รับอิทธิพลจากแนวปะทะของมวลอากาศที่เคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะไต้หวัน ส่งผลให้หลายพื้นที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง อย่างเช่นฝนฟ้าคะนองที่เกาสงและไถหนาน เมื่อวันที่ 25-26 เมษายนที่ผ่านมา
ช่วงนี้ทั่วไต้หวันมีโอกาสเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง กรมอุตุฯ เตือนให้ระวัง (ภาพจาก udn.com)
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า ช่วงต้นพฤษภาคม ยังจะมีพายุฝนฟ้าคะนองอีกหลายระลอก และผู้ที่อยู่ใกล้ภูเขาต้องระวัง หลังจากมีแผ่นดินไหวต่อเนื่องน้อยใหญ่นับร้อยครั้ง ทำลายโครงสร้างดินหินภูเขา ทำให้ง่ายต่อการถล่ม เมื่อมีฝนตกดินอมน้ำไม่ไหว เนินเขาหรือภูเขาอาจถล่มลงมา ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง
เมื่อวันที่ 25-26 เมษายนที่ผ่านมา ที่เกาสงและไถหนานมีพายุฝนฟ้าคะนอง ทำให้การเดินทางติดขัด (ภาพจาก udn.com)
แต่การที่มีฝนตกหนักก็มีส่วนช่วยคลายความร้อนอบอ้าวลงไปได้มาก และส่งผลดีต่อการบรรเทาภาวะภัยแล้ง ช่วยให้น้ำในเขื่อนมีปริมาตรสำรองน้ำเพิ่มขึ้น
2. แผ่นดินไหวและเสียงสัญญาณเตือนภัยดังไม่หยุด ทำชาวไต้หวันจำนวนมากผวาไม่ได้หลับไม่ได้นอน
แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.2 ที่ฮัวเหลียนเมื่อ 3 เมษายนผ่านไปเกือบเดือน แต่อาฟเตอร์ช็อกยังไม่เบาบาง แถมช่วงนี้ ยังถี่และรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อรุ่งเช้าเวลา 02.21 น. และ 02.49 น. วันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา เกิดแผ่นดินไหวความรุนแรงขนาด 6.1 และ 5.8 ติด ๆ กันตามลำดับ ทำเอาคนไต้หวันโดยเฉพาะชาวฮัวเหลียนประสาทกิน เพราะผวาจากแผ่นดินสั่นไหวแถมมีเสียงเตือนภัยดังตลอด ไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันเลย คนในไทเปและเมืองอื่น ๆ ก็สะดุ้งไปด้วย
เมื่อรุ่งเช้าเวลา 02.21 น. และ 02.49 น. วันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.1 และ 5.8 ติด ๆ กันตามลำดับ ทำเอาคนไต้หวันโดยเฉพาะชาวฮัวเหลียนประสาทกิน (ภาพจาก udn.com)
การที่เกิดแผ่นดินไหวถี่ในช่วงนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาไต้หวันแถลงว่า เป็นอาฟเตอร์ช็อกของแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อ 3 เมษายน นักวิชาการหลายคนบอกว่า เป็นเรื่องดี เพราะเป็นการปลดปล่อยพลังงาน ขณะที่มีนักวิชาการอีกกลุ่มหนึ่งแย้งว่า ปกติอาฟเตอร์ต้องผ่อนเบาลดลงเรื่อย ๆ แต่นี่กลับสั่นไหวรุนแรงมากขึ้น เป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าของแผ่นดินไหวรุนแรงที่จะตามมาหรือไม่ ก็ต้องจับตามองดูกันต่อไป ที่สำคัญตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เตรียมพร้อมรับมือแผ่นดินไหวตลอดเวลา
ภาพแสดงระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวขนาด 6.1 เมื่อวันที่ 27 เม.ย. เวลา 02.21 น. (ภาพจาก CWA)
3. เมืองบุญ? ไต้หวันแผ่นดินไหวปีละ 2-4 หมื่นครั้ง รู้สึกสั่นไหว 2,000 ครั้ง กว่าครึ่งเกิดขึ้นที่ฮัวเหลียน เถาหยวนปลอดภัยจากแผ่นดินไหวและไต้ฝุ่นมากที่สุด
เนื่องจากอยู่ในแถบรอยเลื่อนของแผ่นเปลือกโลก ทำให้ไต้หวันเกิดแผ่นดินไหวบ่อยมาก ข้อมูลจากศูนย์แผ่นดินไหววิทยา กรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เฝ้าระวังแผ่นดินไหวพบว่า ในแต่ละปี ไต้หวันเกิดแผ่นดินไหว 20,000-40,000 ครั้ง ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่เป็นแผ่นดินไหวที่ไม่รู้สึก มีประมาณ 700-2,000 ครั้งที่รู้สึกได้ นายหลินจู่เว่ย ผอ. ศูนย์พยากรณ์แผ่นดินไหวกล่าวว่า สาเหตุที่ไต้หวันเกิดแผ่นดินไหวถี่มาก เนื่องมาจากตั้งอยู่ในจุดรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่นพอดี ได้แก่แผ่นเปลือกโลกทะเลฟิลิปปินส์และแผ่นเปลือกโลกยูเรเชีย เมื่อแผ่นเปลือกโลกทั้งสองแผ่นซึ่งอยู่ใต้ดินเกิดการเคลื่อนไหว เช่นมีการกระแทก เบียดชนกันหรือมุดเข้าหากัน จะทำให้เกิดแผ่นดินไหวตามระดับความรุนแรงในการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกทั้งสองแผ่น ศูนย์แผ่นดินไหววิทยา แบ่งพื้นที่เกิดแผ่นดินไหวในไต้หวันออกเป็น 7 โซนย่อย อัตราส่วนการสั่นไหวของแผ่นดินไหวในโซนย่อยฮัวเหลียนสูงถึง 48.7% ขณะที่โซนย่อยไทเปซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ภาคเหนือมีอัตราส่วนเพียง 0.7%
ย่านศูนย์ศิลปวัฒนธรรมในนครเถาหยวน
เถาหยวน ซึ่งอยู่ในโซนย่อยไทเป ได้รับการยอมรับว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากแผ่นดินไหวมากที่สุด เนื่องจากนครเถาหยวน พื้นดินค่อนข้างแข็ง ไม่ใช้เป็นดินทราย ไม่เหมือนกับไทเปและนครนิวไทเปที่พื้นดินมีการแปรสภาพดินเป็นของไหลหรือที่เรียกกันว่าดินเหลว และที่ผ่านมา แม้ไต้หวันจะเคยเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงหลายครั้ง แต่เถาหยวนได้รับผลกระทบหรือเสียหายน้อยมากเมื่อเทียบกับเมืองอื่น ๆ เรื่องนี้ ไม่เพียงแต่ชาวเมืองเถาหยวนเท่านั้นที่มีความรู้สึกเช่นนี้ ยังได้รับการยืนยันจากนักวิชาการด้านธรณีวิทยา อย่างศาสตราจารย์เหยียนหงหยวนจากคณะวิทยาศาสตร์โลก มหาวิทยาลัยจงยัง (NCU) ว่า เป็นเรื่องจริง เนื่องจากเถาหยวนไม่มีรอยเลื่อนมีพลังหรือรอยเลื่อนที่เคลื่อนไหว ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหวในเถาหยวนจึงน้อยมาก รวมถึงพื้นดินแข็ง ความเสียหายจากแผ่นดินไหวในจุดอื่นที่ลามมาถึงเถาหยวนจะถูกทอนกำลังลงอย่างมาก
รถไฟฟ้าสายสีเขียวในนครเถาหยวนที่กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้าง โดยมีแรงงานไทยเป็นแรงงานกลุ่มหลัก
นอกจากนี้ เถาหยวนยังอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากกว่าเมืองอื่น โอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมหรืออุทกภัยก็น้อย รวมถึงมีแนวกั้นเทือกเขากลาง ทำให้ความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่นในเถาหยวนก็น้อยกว่าเมืองอื่น ๆ ด้วย ชาวเน็ตจึงยกให้เถาหยวน เป็นเมืองบุญแห่งไต้หวันก็ว่าได้ ชาวเมืองเถาหยวนก็รู้สึกเช่นนั้น อย่างไรก็ตามมีคนเสริมว่า ยกเว้นไฟไหม้และไฟดับ ซึ่งนั่นก็เป็นผลจากการกระทำของมนุษย์ ไม่ใช่เป็นภัยธรรมชาติ
ภาพตัดของสถานีรถไฟเถาหยวน ซึ่งจะเป็นชุมทางรถไฟใต้ดินและรถไฟฟ้าที่กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้าง
4. สงครามทำราคาทองคำโลกปั่นป่วน ราคาพุ่ง...คนไต้หวันกับคนไทย ใครชอบซื้อทองมากกว่ากัน?
ช่วงนี้ใครๆก็อยากมีทองคำไว้ครอบครองเนื่องจากราคาทองคำพุ่งขึ้นพรวดพราด ทำสถิติใหม่อย่างไม่ขาดระยะ อย่างเมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา อิหร่านเปิดฉากโจมตีอิสราเอล ส่งผลให้ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งขึ้นไปถึง 2431.53 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ราคาทองคำประจำวันของไต้หวันก็พุ่งขึ้นไปที่ 9630 เหรียญไต้หวัน/เฉียน ( ภาษาจีนคือ 錢 เป็นหน่วยวัดทองคำของไต้หวันเท่ากับประมาณ 1 สลึงของไทย) นับว่าพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน มีสำนวนไทยที่ว่า มีเงินเขานับว่าน้อง มีทองเขานับว่าพี่ ไม่ทราบเพราะเหตุนี้หรือเปล่าคนไทยจึงชอบใส่เครื่องประดับทองกันมาก ในความเป็นจริงแล้วคนไต้หวันก็ชอบทอง แต่ชอบซื้อไม่ชอบใส่เป็นเครื่องประดับ
สงครามทำราคาทองคำโลกปั่นป่วน (ภาพจาก ec.ltn.com.tw)
ทองคำจัดเป็นสินทรัพย์ทางการเงินที่ได้รับความนิยมสูงจากอดีตถึงปัจจุบัน เพราะเป็นสินทรัพย์ลงทุนที่ปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ การซื้อทองคำเป็นทางเลือกการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงได้ด้วย เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์มั่นคงไม่เสื่อมค่าไปตามกาลเวลา วิกฤตสถาบันการเงินในสหรัฐฯ และความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอยที่เพิ่มขึ้น รวมถึงโอกาสที่จะเกิดวิกฤตหนี้ ซึ่งคุกรุ่นขึ้นตั้งแต่เดือน มีนาคม-พฤษภาคม 2566 เป็นส่วนสำคัญที่หนุนให้ราคาทองคำในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้น อยู่เหนือ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์ และตั้งแต่หลังเดือนตุลาคมปีที่แล้วเป็นต้นมา ซึ่งเป็นช่วงที่ตะวันออกกลางเริ่มเกิดความตึงเครียดขึ้นระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส เหตุการณ์เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบกับความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นปัจจัยที่กดดันให้ราคาทองคำยังคงปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาทองคำในตลาดโลก ณ วันที่ 23 เมษายน 2567 อยู่ที่ 2,373.62 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์
Aakash Doshi ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารซิตี้แบงก์เปิดเผยว่า ราคาทองคำในตลาดโลกจะทะยานขึ้นไปถึง 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์ หรือแพงขึ้นจากปัจจุบัน 25% ภายใน 6-18 เดือนข้างหน้า อย่างไรก็ตาม Deutsche Bank เป็นธนาคารขนาดใหญ่ของประเทศเยอรมนีคาดการณ์ว่า ราคาทองคำในตลาดโลกจะถีบตัวสูงขึ้นอีกเล็กน้อยไปอยู่ที่ประมาณ 2,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์ ภายในสิ้นปีนี้ และคาดว่าจะพุ่งขึ้นไปถึง 2,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์ภายในสิ้นปีหน้า
ทองรูปพรรณในไต้หวันโดยทั่วไปความบริสุทธิ์จะสูงถึง 99.99% (ภาพจาก wisdom-jewelry.com)
สำหรับคนทั่วไปที่ไม่เคยลงทุนในทองคำหรือไม่ค่อยสนใจเรื่องทองคำเท่าไหร่ อาจสงสัยว่า แล้วราคาทองคำประจำวันตามประกาศหน้าร้านทอง คำนวณอย่างไร ในไต้หวันราคาทองคำจะกำหนดโดยสมาคมค้าทองคำไต้หวันซึ่งเหมือนกับในประเทศไทยที่จะกำหนดโดยสมาคมค้าทองคำของไทย ต่างกันตรงที่ทองคำในประเทศไทยมีความบริสุทธิ์ 96.5% (มาตรฐานในประเทศไทย) ในขณะที่ทองคำในไต้หวันจะมีความบริสุทธิ์ 99.99%
หน่วยวัดทองคำในประเทศไทยกับไต้หวันก็ต่างกัน ในประเทศไทยทองรูปพรรณ น้ำหนัก 1 บาท เท่ากับ 15.16 กรัม ทอง 1 บาท เท่ากับ 4 สลึง ทอง 1 สลึง (100 สตางค์) เท่ากับ 3.79 กรัม ในขณะที่หน่วยวัดทองคำของไต้หวันคือเหลียง (兩) เท่ากับ 37.5 กรัม ทอง 1 เหลียง มี 10 เฉียน (錢 ) ทอง 1 เฉียน เท่ากับ 3.75 กรัมซึ่งเป็นน้ำหนักที่ใกล้เคียงกับทอง 1 สลึงของไทย ส่วนหน่วยวัดทองคำของตลาดโลก นิยมใช้ ออนซ์ (oz) ทอง 1 ออนซ์ เท่ากับ 31.1 กรัม และยังนิยมใช้หน่วยกรัมหรือกิโลกรัมด้วย
คุณสือเหวินซิ่น นักลงทุนทองคำเผยประสบการณ์ที่สั่งสมมาเป็นเวลาร่วม 40 ปีว่า ต้องเก็บไว้อย่างน้อย 3 ปี จึงจะมีกำไรมากกว่าดอกเบี้ยในธนาคาร ตัวเขาซื้อเก็บไว้ตั้งแต่ราคาทองคำอยู่ที่ 280 ดอลลาร์/ออนซ์ เมื่อปัจจุบันราคาพุ่งขึ้นเกือบ 10 เท่าตัว (ภาพจาก Mirror Media)
นอกจากนี้ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ธนาคารกลางของทุกประเทศถือครองเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศในฐานะทรัพย์สินที่ปลอดความเสี่ยง ประเทศที่ถือทองคำเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศมากที่สุดในโลกคือ สหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ 10 อันดับประเทศที่มีทองคำสำรองมากที่สุดในโลก (ณ ไตรมาสแรกของปี 2566) ประกอบด้วย
อันดับ 1 สหรัฐอเมริกา ซึ่งถือครองทองคำไว้มากถึง 8,133.46 ตัน
อันดับ 2 เยอรมนี 3,354.89 ตัน
อันดับ 3 อิตาลี 2,451.84 ตัน
อันดับ 4 ฝรั่งเศส 2,436.81 ตัน
อันดับ 5 รัสเซีย 2,326.52 ตัน
อันดับ 6 จีน 2068.36 ตัน
อันดับ 7 สวิตเซอร์แลนด์ 1,040 ตัน
อันดับ 8 ญี่ปุ่น 845.97 ตัน
อันดับ 9 อินเดีย 794.62 ตัน
อันดับ 10 เนเธอร์แลนด์ 612.45 ตัน
(ข้อมูลจาก moneybuffalo.in.th)
เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้ธนาคารกลางของไต้หวัน ถือครองทองคำมากถึง 3,500 ตัน มากกว่าเยอรมนีซึ่งอยู่ในอันดับที่ 2 แต่เนื่องจากไต้หวันไม่ได้เป็นสมาชิกของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ จึงไม่ถูกจัดอันดับ สำหรับประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 22 ของโลก ซึ่งถือครองทองคำ 244 ตัน