คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่130)
มาเจริญเติบโตไปด้วยกันไหม?
“ แต่ขอพวกท่านจงเจริญขึ้นในพระคุณและในความรู้ของพระเยซูคริสต์
องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของเรา
ขอพระเกียรติจงมีแด่พระองค์ทั้งในปัจจุบันนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน”
~2 เปโตร 3:18 THSV11
“But grow in the grace and knowledge of our Lord and Savior Jesus
Christ.To him be glory both now and forever! Amen.”
~2 Peter 3:18 NIV
มีคำกล่าวไว้ว่า
“พระเจ้ามิได้ทรงเรียกเราให้หยุดอยู่ที่เพียงการได้รับความรอด
แต่ทรงเรียกเราให้เติบโตขึ้นจนเป็นเหมือนพระบุตรของพระองค์!”
(God has not called us merely to be saved,
but to grow into the likeness of His Son.)
อาจารย์ เปโตร กล่าวปิดท้ายจดหมาย 2 เปโตร โดยกำชับผู้อ่านที่
1).กำลังเผชิญคำสอนเท็จและ การทดลอง และ
2).กำลังรอคอยการเสด็จกลับมาของพระคริสต์
ให้พวกเขายึด
1).เป็นคำสั่ง และ
2).เป็นเป้าหมายในชีวิตของคริสเตียน ของพวกเขา
คือไม่ให้พวกเขา
~ “หยุดอยู่กับที่”
แต่ให้พวกเขา
~ “เจริญเติบโตขึ้นอย่างเต็มที่” (Grow) ทั้ง
ก.ในพระคุณ และ
ข.ในความรู้ ในพระคริสต์
ดังนั้น สิ่งที่เราคริสเตียนพึงกระทำ มีดังนี้
- เราต้องเจริญเติบโตขึ้น
“จงเจริญขึ้น” (Grow)
คำว่า “เจริญขึ้น”นี้ หมายถึง “การเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดนิ่ง!”
ชีวิตคริสเตียนไม่ใช่
1).เป็นเพียงแค่การ “รับความรอด” แต่
2).เป็นการ “เติบโต”ขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จนตัวเราผู้เชื่อพระคริสต์ มีลักษณะเหมือนพระคริสต์มากขึ้นทุกวัน
ใช่ครับ พระเจ้ามิได้ทรงเรียกเรา ให้เป็นคริสเตียนเพียงแค่ในนาม
แต่ให้เราเป็นสาวกแท้ ที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอตามวันเวลาที่ผ่านไป
ด้วยเหตุนี้ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า
“คุณเชื่อพระเยซูมานานแค่ไหน?”
แต่เป็น
“วันนี้คุณเป็นเหมือนพระเยซูมากขึ้นกว่าเมื่อวันวานหรือไม่?”
- เราต้องเจริญเติบโตขึ้นในเรื่องอะไรบ้าง?
1).“เจริญขึ้นในพระคุณ”
(Grow in Grace)
“พระคุณคือ ความรัก ความเมตตา และความโปรดปรานที่พระเจ้าประทานแก่เรา
ทั้งๆที่เราไม่สมควรจะได้รับ!”
”การเจริญเติบโตขึ้นในพระคุณ“ จึง หมายถึง การที่เรา
ก.เข้าใจพระคุณของพระเจ้าลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
ข.พึ่งพาพระคุณนั้นมากกว่าพึ่งกำลังของตนเอง
ค.แสดงพระคุณต่อผู้อื่นด้วยการให้อภัย เมตตา และอ่อนโยนต่อพวกเขา
ให้เร็วและง่ายยิ่งขึ้น
ใช่ครับ คนที่เติบโตในพระคุณ จะไม่หยิ่งยโส แต่ถ่อมตนมากขึ้น เพราะรู้ว่าทุกสิ่งที่เขา
มีล้วนเป็นพระคุณของพระเจ้า
2).“เจริญขึ้นในความรู้ของพระเยซูคริสต์”
(Grow in Knowledge of our Lord and Savior Jesus Christ.)
ก.ความรู้ในที่นี้ ไม่ใช่เพียงข้อมูลหรือความรู้ทางวิชาการ แต่เป็น การรู้จักพระเยซู
เป็นการส่วนตัว คือ
ก).ยิ่งเรารู้จักพระองค์มากเท่าไร เราก็จะ
ข).ยิ่งรัก วางใจ และดำเนินชีวิตเหมือนพระองค์มากขึ้นเท่านั้น
ข.ความรู้ในพระคริสต์ที่แท้จริงต้องเปลี่ยนชีวิต เพราะว่า เราจะตระหนักและยอมรับ
พระองค์ในฐานะใหม่ของชีวิตของเราคือ
ก).เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และ
ข).เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา
ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การเพิ่มข้อมูลเข้าไปในสมองเท่านั้น
- เราต้องมีเป้าหมายสูงสุดในชีวิตคือเจริญเติบโตขึ้นเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระคริสต์
“ขอพระเกียรติจงมีแด่พระคริสต์เจ้าทั้ง
ในปัจจุบันนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน”
( To him be glory both now and forever!Amen)
อ.เปโตรปิดท้าย ด้วยคำว่า “ขอพระเกียรติจงมีแด่พระองค์”
เป็นการเปิดเผยว่า การเติบโตฝ่ายวิญญาณไม่ใช่เพื่อให้คนชื่นชมเรา แต่
เพื่อให้ผู้คน
1).เห็นพระคริสต์ชัดเจนและ
2).ชื่นชมในสิ่งที่พระองค์กระทำ
ก.ในชีวิต และ
ข.ผ่านชีวิต ของเรา
ดังนั้น หากว่าคนทั้งหลายเห็นชีวิตเรา เต็มไปด้วยพระคุณ ความจริง ความรัก
และความบริสุทธิ์ และชื่นชมเรา
ก็ขอให้เราจงมอบถวายพระเกียรติทั้งหมดนั้นกลับคืนให้องค์พระคริสต์เจ้า
อย่าเก็บคำชื่นชมและเกียรตินั้นไว้กับตัวเองเท่านั้น
(มัทธิว 5:16)
สรุป
พี่น้องที่รัก ขอให้เรา
- อย่าหยุดที่จะเจริญเติบโต (ไม่ว่าเราเชื่อพระเจ้ามากี่ปีแล้วก็ตาม)
2.หมั่นใช้เวลาอ่านพระวจนะและอธิษฐานต่อพระเจ้าเผื่อพี่น้องทุกวัน
3.เรียนรู้ที่จะพึ่งพระคุณมากกว่าพึ่งความสามารถของตนเอง
4.เป็นเหมือนพระคริสต์ให้มากขึ้นในทุกย่างก้าวของชีวิตผ่านการเชื่อฟัง
5.ทำทุกสิ่งที่ดีมีประโยชน์เพื่อทำให้คนมากมายสรรเสริญถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า
…จะดีไหมครับ?
ป.ล.
ขอมอบคำถามไว้เพื่อใคร่ครวญและแบ่งปันความคิดที่ได้รับจาก“สดแต่เช้า”ในวันนี้
”คุณเห็นด้วยหรือไม่กับคำกล่าวต่อไปนี้ ทำไม? และจะนำไปประยุกต์ปฏิบัติจริงอย่างไร?
1.“ชีวิตคริสเตียนไม่ได้วัดจากว่าเราเชื่อมายาวนานแล้วแค่ไหน
แต่วัดจากว่าเราเติบโตขึ้นในพระคริสต์แล้วมากเพียงใด!“
(The Christian life is measured not by how long we have believed,
but by how much we have grown in Christ.)
2.“ผู้ที่หยุดเรียนรู้ที่จะรู้จักพระคริสต์ กำล