คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่140)
สิ่งที่ผู้รับใช้ต้องการ?
“ขอทรงให้พระพักตร์ของพระองค์ทอแสงมายังผู้รับใช้ของพระองค์
และขอทรงสอนกฎเกณฑ์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์”
~สดุดี 119:135 THSV11
“Let your face shine upon your servant;
teach me your statutes.”
~Psalms 119:135 NABRE
พระธรรมข้อนี้เป็นคำอธิษฐานที่รวม
- “พระพักตร์ของพระเจ้า” และ
- “พระวจนะของพระเจ้า(กฎเกณฑ์ กฎหมาย)“ เข้าไว้ด้วยกัน
อะไรคือ สิ่งที่ผู้รับใช้ของพระเจ้าต้องการ?
- “ขอทรงให้พระพักตร์ของพระองค์ทอแสงมายังผู้รับใช้ของพระองค์”
มีคำกล่าวว่า
“เมื่อพระพักตร์ของพระเจ้าทอแสงเหนือเรา
แม้แต่ชีวิตที่มืดมน ก็ยังมีแสงเพียงพอสำหรับให้เราก้าวต่อไป!”
(When God’s face shines upon us,
even a dark season has enough light for the next step.)
คำว่า “พระพักตร์ทอแสง” สื่อถึงการที่พระเจ้าสถิตอยู่กับเรา
1).ทรงหันพระพักตร์มาหาเรา
2).ทรงโปรดปราน
3).ทรงเมตตา และ
4).ทรงประทานความสว่างแก่ชีวิต ให้แก่เรา
ผู้เขียนสดุดีในตอนนี้ ไม่ได้เริ่มด้วยการขอพระเจ้าว่า
“ ขอพระองค์ทรงเปลี่ยนสถานการณ์ของข้าพระองค์!”
แต่เริ่มว่า
“ขอพระองค์ทรงหันพระพักตร์มาหาข้าพระองค์!”
ทำไมเขาทูลขออย่างนั้น? เพราะว่า
~เมื่อใดก็ตาม ที่พระพักตร์ของพระเจ้าทอแสงมายังชีวิต
~เมื่อนั้น ความมืดในใจและในความคิด ของเราก็จะหายไปทันที
พี่น้องที่รัก
เราจะไม่ต้องเดินด้วยความกลัวหรือความทุกข์กังวลโดยเพียงลำพังอีกต่อไป
แม้ว่าเราอาจไม่เห็น
~ทางข้างหน้าทั้งหมด หรือ
~ทางออก
แต่ถ้าเราเห็นพระพักตร์ของพระเจ้า เราก็มีแสงสว่างพอที่จะนำเราก้าวต่อไป
ดังนั้น ในบางสถานการณ์ สิ่งที่เราต้องการที่สุดอาจไม่ใช่คำตอบของพระเจ้า
แต่เป็น การได้สัมผัส หรือ การได้รับรู้ว่าพระเจ้ายังทรงอยู่กับเราและ
กำลังนำทางเราอยู่!
- “และขอทรงสอนกฎเกณฑ์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์”
มีคำกล่าวว่า
“อย่าเพียงขอให้พระเจ้าทรงเปลี่ยนหนทางของเรา
แต่จงขอให้พระองค์ทรงสอนเรา ให้เดินในทางของพระองค์”
(Do not only ask God to change our path;
ask Him to teach us to walk in His path.”
ใช่ครับหลังจากที่ขอ “แสงจากพระพักตร์” ของพระเจ้าแล้ว
ผู้เขียนก็ขอ “การสอนจากพระวจนะ”(การสอนกฎเกณฑ์)จากพระเจ้าด้วย
สิ่งนี้สำคัญยิ่งเพราะ
พระเจ้าไม่ได้ทรงให้แสงสว่างแก่เรา เพียงเพื่อให้เรารู้สึกดี เท่านั้น
พระองค์ยังทรงประสงค์ให้เรารู้ว่าเราควรจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไรด้วย
พระวจนะของพระเจ้าไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อปลอบใจในวันที่เราอ่อนแอ หรือกลัว
แต่ยังมีไว้เพื่อ
1).สอนเรา
2).แก้ไขเรา
3).เตือนเรา
4).ชี้ทางให้เรา และ
5).ฝึกเราให้ดำเนินอย่างถูกต้องในทางของพระเจ้า
ดังนั้นคำอธิษฐานข้างต้น ใน สดุดี 119:135 นี้จึงเหมือนกับกำลังกล่าวว่า
“ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงอยู่ใกล้ข้าพระองค์ และ
เมื่อพระองค์ทรงอยู่ใกล้แล้ว ขอทรงสอนข้าพระองค์ด้วยว่า
ข้าพระองค์ควรจะดำเนินชีวิตอย่างไร?”
พี่น้องที่รัก
พระธรรมสดุดี119:135 ข้อนี้สอนเราให้แสวงหา 2 สิ่ง
- พระพักตร์ของพระเจ้า — เพื่อรู้ว่า “พระเจ้าสถิตอยู่กับเรา!”
- พระวจนะของพระเจ้า — เพื่อรู้ว่า “เราควรเดินต่อไปอย่างไร?”
เราไม่ควรขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใด!
เพราะว่า
1).ถ้ามีแต่ความรู้ในพระวจนะแต่ไม่ได้แสวงหาพระพักตร์
เราอาจกลายเป็นคนที่ รู้พระคัมภีร์มาก แต่หัวใจห่างจากพระเจ้า ในทางกลับกัน
2).ถ้าแสวงหาแต่ความรู้สึกให้ได้ว่าพระเจ้าทรงอยู่ด้วย แต่ไม่สนใจพระวจนะ
เราอาจใช้รู้สึกมากเกินไปในการใช้ชีวิต แต่ไม่มีหลักมั่นคงในการดำเนินชีวิต
ด้วยเหตุนี้ ชีวิตคริสเตียนของเรา จึงควรที่จะดำเนินชีวิตอย่างสมดุลโดยมีทั้ง
ก.พระพักตร์ของพระเจ้า(การสถิตอยู่ด้วยของพระองค์)
ข.พระวจนะของพระเจ้า(การสอนและการนำทางจากพระองค์)
…เห็นด้วยไหมครับ?
…………………………………
ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 18สิงหาคม2026(ตอนที่ 140ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี