ถ้าเรารู้สึกทุกข์ แต่ไม่รู้ว่าทุกข์เรื่องอะไร ต้องทำอย่างไรถึงจะรู้ว่าเราทุกข์เรื่องอะไรอยู่?
ต้องปลีกตัวออกจากสิ่งแวดล้อมที่คุ้นเคย มาอยู่คนเดียวสักพักหนึ่ง ถ้าเป็นไปได้ก็ออก... ถ้าอยู่กรุงเทพก็ออกต่างจังหวัดสักสองสามวัน ไปเขาใหญ่ ยิ่งไปอยู่ในธรรมชาติที่ไม่มีอะไรรบกวน ไม่มีอะไรยั่วยุ นี่ดีที่สุด พอเราอยู่กับตัวเองนะ อะไรที่มันอยู่ใต้สำนึกมันก็ผุดขึ้นๆ “อ้อใช่ อันนี้มันไม่ถูกเลย โอ้...อันนี้มัน...” คือมันจะจัดสรรความคิดได้ดี แต่ถ้าอยู่สิ่งแวดล้อมดั้งเดิม มีสิ่งนั้นเข้ามา มันไม่มีเวลาไม่สามารถที่จะดูความคิด ที่จะชั่งน้ำหนักความคิด หรือว่าที่จะดูว่านี่มันคิดผิดนะ อันนี้คิดถูกนะ
ถ้ามีโอกาสไปกราบครูบาอาจารย์ ไปที่วัด หรือว่าไปขอพักปฏิบัติธรรม หรือไปเล่าให้ท่านฟังท่านอาจจะช่วยเราได้ บางทีแค่เล่าให้คนอื่นฟังที่เป็นกัลยาณมิตร ผู้ที่เราเคารพนับถือหรือที่เราไว้ใจ ไม่ต้องถึงขั้นพระผู้ใหญ่ แค่เพื่อนด้วยกันที่เรามั่นใจว่าจะฟังด้วยจิตเป็นกลาง ก็สามารถจับความคิดผิดของตัวเองได้ แต่ถ้าเราปฏิบัติธรรมเป็นประจำทุกเช้าทุกเย็นก็เป็นเวลาให้กับการเจริญสตินั่งสมาธิ ไม่ต้องไปไหนหรอก เราก็รู้ของเราเอง เพราะว่าเราดูกายดูใจอยู่ทุกวันจนชำนาญ เกิดความผิดปกติเกิดอะไรเราก็รู้ทัน อันนี้ก็เป็นเหตุผลอย่างหนึ่งที่ว่าทำไมจะต้องทำสมาธิทุกวัน จะได้รู้เท่าทันความคิดตัวเอง
พระอาจารย์ชยสาโร