
Sign up to save your podcasts
Or


13 ส.ค. 69 - ทำผิดเพราะคิดว่าตนเป็นฝ่ายถูก : ความยึดมั่นถือมั่นในความถูกต้อง ถ้าเราไม่ระวัง มันง่ายมากที่จะปลุกโทสะและความเกลียดชังให้เกิดขึ้นกับอีกฝ่ายหนึ่ง แล้วเราก็จะถือเป็นข้ออ้างในการที่จะนินทาว่าร้าย ในการที่จะใช้วิธีการอย่างอื่น จนกระทั่งบางทีถึงขั้นใช้วิธีการรุนแรง ลงไม้ลงมือ ทำในนามความถูกต้อง แต่สุดท้ายก็กลายเป็นเครื่องมือของกิเลส เครื่องมือของโทสะและความเกลียดชัง
12 ส.ค. 69 - ทำกิจและทำจิตให้ครบถ้วน : ถ้ารู้จักวางใจเป็นอุเบกขา ไม่ยึดติดอยู่กับผลของการกระทำ แต่ว่าทำเต็มที่ อย่างที่เรียกว่าทำเต็มที่แต่ไม่ซีเรียส มันก็เป็นทั้งการทำกิจและทำจิต ทำประโยชน์ท่าน แต่ก็ไม่ทิ้งประโยชน์ตน ช่วยเหลือคนอื่น แต่จิตใจไม่ถูกแผดเผาด้วยความผิดหวัง ด้วยความโกรธ ที่เขาไม่เชื่อเรา หรือที่ผลไม่เป็นไปดั่งใจ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ควรฝึก ชาวพุทธเรา ทำกิจแล้วก็ต้องทำจิต หรือถ้าเกิดจะทำจิตก็อย่าลืมการทำกิจด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเจริญสติ การมีจิตเมตตา การรู้จักปล่อยวาง
9 ส.ค. 69 - อย่าทุกข์ฟรี ๆ : ถ้าเราใคร่ครวญดี ๆ ก็จะพบว่า สิ่งที่นอกเหนือความคาดหวังเรานั่นแหละที่เป็นของดี เช่น มีฉันทะ ปลูกฉันทะมากขึ้น มีความเพียรมากขึ้น หรือว่ามีสติเห็นความคิดความฟุ้งมากขึ้น จนเห็นว่าความคิดไม่ใช่เรา ความคิดไม่ใช่ของเรา อารมณ์ก็ไม่ใช่เรา อารมณ์ก็ไม่ใช่ของเรา
8 ส.ค. 69 - หมั่นมองใน มองนอก : การที่เราเวลาทำอะไร ถ้าเราจะมีสติรู้ตัว ไม่ใช่แค่รู้กายว่ากำลังทำอะไร แต่ก็รู้สังเกตปฏิกิริยาของคนอื่นด้วย ก็ทำให้เรามีความรู้ตัวทั่วพร้อมมากขึ้น แล้วการที่เราจะใช้ชีวิตในทางที่ถูกต้องดีงาม ก็เป็นไปได้ ที่จริงไม่ใช่แค่เรื่องเรื่องนี้เท่านั้น บางทีนิสัยใจคอของเรา บางทีเราก็ไม่รู้ เพราะเราคุ้นชิน อาจจะพูดเสียงดัง อาจจะชอบพูดชอบคุย แต่เราไม่รู้ว่านิสัยนี้สร้างความรำคาญให้คนอื่น
7 ส.ค. 69 - อุทาหรณ์จากกรณีกราดยิงหมู่ : ดังนั้น จะว่าไป สื่อนี้ก็มีส่วนที่ส่งเสริมให้หลายคนตัดสินใจเป็นฆาตกร หรือว่ากราดยิงหมู่ ไม่ว่าจะเพราะอยากดัง อยากมีชื่อเสียง อยากได้รับแสง หรือเพราะเห็นคนเขาเคยทำ แล้วเขาทำได้ เราก็อยากจะทำอย่างนั้นบ้าง หรือถ้าเราจะทำ เราก็เลียนแบบวิธีการที่เขาเคยทำสำเร็จ บางทีไม่ได้อยากดังอะไร แต่ออยากจะทำให้มันสำเร็จ ก็ต้องอาศัยประสบการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
6 ส.ค. 69 - เตรียมรับมือกับวิกฤตด้วยสติ : นอกจากการทำอะไรอย่างมีสติแล้ว การเจอะเจออะไรที่ไม่เป็นดั่งใจ ก็เป็นแบบฝึกหัดได้ เป็นเครื่องทดสอบ ถ้าเราสอบตกก็ไม่เป็นไร ก็พยายามสอบใหม่ให้ดีขึ้น เวลาโกรธแล้วเผลอด่าคนไปแล้ว ก็พยายามทำให้มันดีขึ้น โกรธแต่ไม่ด่า หรือตอนหลังก็โกรธปุ๊บก็มีสติปั๊บ โกรธปุ๊บก็กลับมาตามลมหายใจ
5 ส.ค. 69 - จากสะอาดสู่สงบและสว่าง : ถ้ามีสติ มีสมาธิ ก็ยังรู้จักปล่อยรู้จักวางอารมณ์เหล่านั้นได้ แต่ถ้ายังไม่ไปแก้ที่ต้นเหตุ คือการไปยึดมั่นสำคัญหมายสิ่งที่ให้ความสุขกับเรา ว่าเป็นของเรา เป็นของเรา มันก็จะเกิดความทุกข์ เกิดอารมณ์อกุศลที่มาเผาลนจิตใจอยู่เรื่อยไป ความสว่างที่ถึงที่สุดมันทำให้ใจสงบ ความสว่างคือปัญญาที่เห็นว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ของเรา ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น เมื่อมันเกิดความผันผวนแปรปรวน ใจก็ไม่ทุกข์ ไม่มีความโกรธ ไม่มีความโศก อันนี้เรียกว่าตัดต้นตอแห่งความทุกข์ เรียกว่าเกิดความสงบอย่างแท้จริง สงบเพราะสว่าง ใหม่ๆ ก่อนที่จะสว่างต้องสงบก่อน และพอสว่างแล้ว ก็จะทำให้เกิดความสงบอย่างแท้จริง ฉะนั้นเราปฏิบัติธรรมก็ให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างความสะอาด สงบ และสว่างให้ได้ จับหลักให้ได้ แล้วการปฏิบัติของเราก็จะเป็นไปในทางที่ถูกต้อง
4 ส.ค. 69 - อย่าประมาทความดีแม้เล็กน้อย : ความดีแม้ทำเล็กน้อย ก็มีผล ขอแต่เพียงว่าทำทุกวัน ที่เราเจริญสตินี่ ใหม่ๆ เราถึงเน้นเรื่องปริมาณไว้ก่อน อย่าไปเน้นคุณภาพ ขอให้ทำ จะฟุ้งยังไงก็ทำไป ถ้าทำไปนานๆ นี่จะเกิดผล หลายๆ คนแม้จะไม่ใช่ทำสมาธิ แต่ทำอย่างอื่นที่เป็นการฝึกใจ
3 ส.ค. 69 - คาถาสำคัญที่ควรจดจำ : คำสอนของพระพุทธเจ้าเรื่องอนัตตาสำคัญมาก ทำให้เกิดมีพระอรหันต์ขึ้นมาในโลก แล้วก็มีสาวกที่สำคัญตามมาอีกมากมาย รวมทั้งพระสารีบุตรแล้วก็พระโมคคัลลานะ และที่สำคัญก็คือเป็นสิ่งที่จะช่วยทำให้ลาออกจากความทุกข์ได้ เพราะว่าแม้มีความทุกข์แต่มันไม่มีผู้ทุกข์ เป็นเพราะไปหลงยึดว่ามีเรา ก็เลยมีผู้ทุกข์ แท้จริงมันมีแต่ความทุกข์แต่ไม่มีผู้ทุกข์ สุดท้ายมีความปวด ไม่มีผู้ปวด มีความตายแต่ไม่มีผู้ตาย ถ้าเราเข้าถึงภาวะเช่นนี้ได้ ความสำคัญมั่นหมายว่า กูทุกข์ กูทุกข์ มันก็ไม่มี หรือจะเรียกว่าดับทุกข์ก็ได้ แม้ว่ากายยังทุกข์อยู่
2 ส.ค. 69 - ใช้สามัญสำนึกฝึกใจ : ยิ่งเมื่อเราตระหนักว่าชีวิตเราต้องเจอกับสิ่งที่ถูกใจบ้างและเจอสิ่งที่ไม่ถูกใจ เจอสิ่งที่ชอบและเจอสิ่งที่ไม่ชอบ แม้ปรารถนาจะให้มีแต่สิ่งดี ๆ เกิดขึ้นกับเรา แต่ก็หนีไม่พ้นจะต้องเจอกับสิ่งไม่ดีที่พระท่านเรียกว่าโลกธรรมฝ่ายลบ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ ถูกนินทาว่าร้าย หรือเจอทุกข์ หรือรวมไปถึงความเจ็บ ความป่วย ความพลัดพรากสูญเสีย ความล้มเหลว พวกนี้ห้ามไม่ได้ แต่เมื่อเจอแล้วใจเราไม่ทุกข์ก็ได้
From the publisher's feed

59 Listeners

39 Listeners

75 Listeners

11 Listeners

1 Listeners

3 Listeners

4 Listeners

0 Listeners

6 Listeners

21 Listeners

17 Listeners

2 Listeners

6 Listeners

6 Listeners

0 Listeners