
Sign up to save your podcasts
Or


7 ก.ค. 69 - รู้ตัวเมื่อไร ก็ใกล้ชิดหลวงพ่อเทียน : การมีสติ ระลึกรู้กายและใจ ท่านสอนอย่างไรเราก็ปฏิบัติตามจนกระทั่งเกิดผล เมื่อเราเข้าถึงหรือสัมผัสภาวะเช่นนี้ได้ สิ่งที่เป็นสถานที่ที่ชวนให้ระลึกถึงท่าน หรืออนุสรณ์สถานก็ดี ภาพหรือว่าข้าวของเครื่องใช้ที่ท่านเคยใช้ อันนั้นมันก็จะมีความสำคัญกับเราน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะว่าเราได้ถึงสิ่งที่สำคัญกว่า
6 ก.ค. 69 - จากใจใฝ่เสพเป็นใจใฝ่รู้ : ถ้าเรามีใจใฝ่รู้ แทนที่จะเป็นใฝ่เสพ เจอความไม่สงบในวัด หรือเจอความไม่สงบที่ไหนก็ตาม เราจะไม่หงุดหงิดหัวเสีย เรากลับมองว่าดี ได้เรียนรู้ ได้รู้ใจตัวเอง ได้เรียนรู้ผู้คนที่เขาทำตัวไม่น่ารัก ได้เรียนรู้เรื่องโลกธรรม 8 แล้วก็ได้ฝึก ได้ทดสอบ ดั้งนั้น ถ้าเรามีใฝ่รู้ มันจะนำไปสู่ใจที่ใฝ่ทำ ซึ่งตรงข้ามกับใจที่ใฝ่เสพ หรือใฝ่เอา
5 ก.ค. 69 - ศิลปะแห่งการไม่ทำอะไรเลย : จะว่าไปแล้ว การไม่ทำอะไรเลย มันก็เป็นไปได้ แม้ใหม่ ๆ ไม่ทำกิจ แต่ทำจิต มีการบังคับจิต มีการจ้อง เฝ้าดูความคิด แต่พอเราฝึกไปถึงจุดหนึ่ง เราก็ไม่เป็นต้องบังคับจิต ไม่จำเป็นต้องเฝ้ามองความคิดเลย เพราะสติทำงานแทน เราไม่ต้องทำอะไรเลย ก็ยังอยู่ได้ การที่ไม่ทำอะไรเลย มันก็เป็นไปได้เหมือนกัน ซึ่งอันนี้ก็จะว่าไปแล้ว มันก็เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ที่เราต้องฝึก
4 ก.ค. 69 - หมั่นสร้างสิ่งเตือนใจในทางกุศล : ถ้าหากว่าเราได้ทำอะไรซ้ำ ๆ กัน โดยเฉพาะที่เป็นสิ่งดี ๆ สวดมนต์ก็ตาม ทำสมาธิก็ตาม เจริญสติก็ตาม หรือแม้แต่นึกถึงคำสอนครูบาอาจารย์อยู่เรื่อย ๆ ถึงเวลาที่เกิดวิกฤตขึ้นมา เกิดภาวะคับขันหน้าสิ่วหน้าขวาน จิตจะทำงานเอง สติจะออกมาเตือนคนที่ระลึกถึงพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์อยู่บ่อย ๆ ถึงเวลาที่เครื่องบินจะตก รถจะชน หรือแม้กระทั่งจมน้ำ แทนที่จะเกิดความตื่นตระหนก จิตกลับนึกถึงหลวงพ่อ นึกถึงพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ นึกถึงบทสวดมนต์ที่ทำเป็นประจำ และการระลึกนึกถึงเหล่านี้ช่วยเตือนใจให้กลับมามีสติ มีความรู้สึกตัว มีความสงบ
3 ก.ค. 69 - อย่าทิ้งงานภายใน : คนเรานี่ ความสุขไม่ได้เกิดจากการเสพ แต่เกิดจากการทำสิ่งที่มีประโยชน์ ยิ่งถ้าเอาสิ่งที่ทำมาเป็นจุดหมายของชีวิต แม้จะเป็นงานเล็กงานน้อย มันก็มีคุณค่า แต่ก็อย่าไปเน้นงานภายนอกมากนัก เพราะว่าพอแก่ตัวมาก ๆ งานภายนอกก็ทำได้ยากแล้ว ไม่มีแรงไปกวาดใบไม้ที่วัด ไม่มีแรงไปเป็นจิตอาสาแยกขยะ บางทีอาจจะต้องนอนติดเตียง แต่ว่าชีวิตก็ยังมีเป้าหมาย ถ้าเปลี่ยนจากงานภายนอกเป็นงานภายใน
2 ก.ค. 69 - พื้นฐานของชีวิตและธรรมทั้งปวง : เวลามีความรู้สึกตัว เราก็จะเห็นความคิดเกิดขึ้น แล้วก็จะรู้ว่าความคิดไม่ใช่เรา อารมณ์ที่เกิดขึ้นอารมณ์นั้นก็ไม่ใช่เรา การที่เห็นความจริงแบบนี้ ช่วยให้จิตไถ่ถอนจากความยึดติดถือมั่นในตัวกูของกูได้มาก ถอนมาทีละนิดๆ แต่ก่อนทำอะไรก็กูทำ กูเดิน กูกิน กูคิด กูโกรธ แต่ตอนหลังเริ่มเห็นแล้ว มันไม่ใช่กูที่ทำ มันเป็นรูปที่ทำ หรือเป็นนามที่ทำมากกว่า
ความรู้สึกตัวช่วยทำให้ความคิดและอารมณ์ หรือรูปและนาม เปิดเผยความจริงออกมาว่า ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา แต่ก่อนทั้งที่รูปนามอยู่กับตัว แต่ว่าไม่เห็น ไปคิดว่ารูปเป็นเรา นามเป็นเรา รูปเป็นของเรา นามเป็นของเรา แต่พอมีความรู้สึกตัวอย่างต่อเนื่อง จะเห็น รูปนามก็แสดงสัจธรรมให้เราเห็นว่า มันคือรูป ไม่ใช่เราไม่ใช่ของเรา นามก็คือนาม ไม่ใช่เราไม่ใช่ของเรา ก็ช่วยทำให้ใจเริ่มเห็นความจริง เป็นการออกจากความหลงอีกชนิดหนึ่ง ทีแรกหลงเพราะไม่รู้ตัว แต่ตอนหลังกลายเป็นว่ายังมีความไม่รู้อีกชนิดหนึ่ง คือการไม่รู้ความจริง แล้วพอรู้ความจริงแล้ว ความทุกข์ก็จะเบาบางหรือหายไป
1 ก.ค. 69 - ชีวิตขึ้นหรือลงใจก็คงที่ : คนเราถ้าหากว่ารู้ เข้าใจถึงความไม่เที่ยง ไม่ว่าจะเป็นคำชื่นชมสรรเสริญหรือความสำเร็จ หรือลาภยศสรรเสริญ ถึงเวลามันเสื่อมไป จากคำชื่นชมเป็นคำต่อว่าด่าทอ โห่ฮา หรือจากชัยชนะเป็นความพ่ายแพ้ จากความสำเร็จเป็นความล้มเหลว เราก็ยังอยู่ได้ โดยเฉพาะถ้าเราไม่เอาค่าของเราไปผูกติดอยู่กับความสำเร็จอย่างที่พูดไว้ก่อน ถ้าคนเราเอาค่าของตัวเราไปผูกติดอยู่กับผลงาน อย่างที่มีคนพูดว่าค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน เวลางานย่ำแย่ อาจจะเป็นเพราะว่าไม่ดี หรืออาจจะดีแต่ไม่ถูกใจคน คนไม่ชื่นชมสรรเสริญ ก็รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ที่จริงไม่ใช่เลย
30 มิ.ย. 69 - อย่าให้พลังลบครองใจ : ความโกรธความเกลียดนี้มีพลัง แต่เป็นพลังลบที่น่ากลัวมาก ถ้าเรารักษามัน ถนอมมันเอาไว้ นอกจากมันจะเผาลนกรีดแทงใจเราแล้ว มันยังสามารถทำให้เราตกต่ำย่ำแย่ได้ ยิ่งเกลียดความไม่ถูกต้องของใคร ก็ง่ายมากที่จะซึมซับเอาความไม่ถูกต้องของคนนั้นมาเป็นส่วนหนึ่งของตัวเรา มันก็เลยเห็น ยิ่งไม่ชอบความไม่ถูกต้องของใคร เราเองกลับทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง อาจจะยิ่งกว่าด้วยซ้ำ อันนี้เพราะพลังลบ คือความโกรธความเกลียด แต่ถ้าเราพยายามสร้างพลังบวกขึ้นมา เช่น ความรัก ความเมตตา มันสามารถทำให้เราทำสิ่งที่เหมือนกับปาฏิหาริย์ได้
29 มิ.ย. 69 - เห็นคุณค่าตัวเองจนเป็นอิสระ : คนส่วนใหญ่ยังมีความคิดว่า มีเรา แต่เมื่อมีเราแล้ว ก็ต้องระวัง อย่าไปยึดว่าอะไร ๆ เป็นของเรา ถ้าคิดว่าเป็นของเราเมื่อไหร่ เราเป็นของมันทันทีเลย ไม่ใช่เฉพาะคน เงินทอง ทรัพย์สมบัติ งานการ แม้กระทั่งสิ่งที่อยู่ในใจ เช่น ความคิดและอารมณ์ เป็นเพราะไม่รู้ ก็เลยไปยึดว่าความคิดเป็นเรา เป็นของเรา เราก็เลยเป็นของมันทันที
20 มิ.ย. 69 - รักษาใจให้แคล้วคลาดจากอันตราย : ความทุกข์เป็นเพราะมี ตัวกู เข้าไปเกี่ยวข้องเสมอ ไม่เช่นนั้นก็ ของกู ตรงนี้คือตัวสมุทัย ซึ่งถ้าเข้าใจหรือเห็นสมุทัย ก็จะเห็นอริยสัจ 4 ถ้าเห็น เข้าใจ ก็ถือว่าเห็นธรรม ซึ่งเกิดจากการที่ไปดูหรือเห็นความคิดและอารมณ์ ครูบาอาจารย์ท่านจึงบอกว่า ดูคิด เห็นธรรม ดูกาย เห็นจิต ดูคิด เห็นธรรม ความหมายคืออันนี้ เอาแค่เห็นรูปเห็นนาม ก็เห็นขันธ์ 5 เอาแค่เห็นสมุทัยคือ ตัวกูของกู ก็เห็นอริยสัจ 4 อย่างนี้ท่านก็ถือว่าเป็นการเห็นธรรม ไม่ต้องไปเห็นถึงขั้นโพชฌงค์ 7 หรือ อายตนะ 12 ก็ได้ แค่เห็นหลัก ๆ แค่นี้ ก็ถือว่าเห็นธรรม
From the publisher's feed

60 Listeners

38 Listeners

75 Listeners

9 Listeners

1 Listeners

3 Listeners

4 Listeners

0 Listeners

6 Listeners

19 Listeners

17 Listeners

4 Listeners

7 Listeners

7 Listeners

0 Listeners