
Sign up to save your podcasts
Or


Decoding Violence: ซีรีส์ถอดรหัสความรุนแรง EP2 เมื่อรัฐบาลพลเรือน 'แรง' ไม่แพ้รัฐบาลเผด็จการ
Decoding Violence ซีรีส์ใหม่ของ WAY ที่จะพาผู้ฟังไปสำรวจความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคมในมิติต่างๆ ทั้งสังคม รัฐ สื่อ และกฎหมาย
หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ชื่อของ กัณวีร์ สืบแสง กลายมาเป็นที่จับตามองในหน้าการเมืองไทย ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพียงหนึ่งเดียวของพรรคเป็นธรรม
"เมื่อก่อนชุมชนกับมหาวิทยาลัย มันไม่ได้มีรั้วแบ่งโซนตายตัวแบบทุกวันนี้... พอเราไม่สามารถเชื่อมโยงตัวเองกับเรื่องใกล้ตัวได้เราก็ไม่ผูกพันกับสังคมที่เราอยู่ ซึ่งมันอันตราย "
หมายเหตุ: สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2566
ย้อนกลับไปช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 2500 ความรู้ ความทรงจำ และเรื่องราวของคณะราษฎรแทบมลายหายไปสิ้นจากสังคมไทย แม้แต่ชื่อของ ปรีดี พนมยงค์ เองก็ยังไม่เป็นที่เล่าขานในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วยซ้ำไป ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากความพ่ายแพ้ของเหล่าผู้นำคณะราษฎรในช่วงปลายศตวรรษก่อน จนทำให้เรื่องราวของคณะผู้ก่อการ 2475 ผู้กระทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ถูกลบเลือนให้หายไปจากความทรงจำของคนไทยอย่างตั้งใจ
ทว่าในเวลาต่อมา เรื่องราวของคณะราษฎรก็ได้กลับมาสู่ความสนใจของสังคมไทยอีกครั้ง พร้อมกับการตีความและเล่าเรื่องอย่างเป็นระบบ หนึ่งในบุคคลที่ทำให้เรื่องราวของคณะราษฎรและการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 กลับมาสู่สังคมไทยอีกครั้งก็คือ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ศาสตราจารย์พิเศษ สาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ได้ผลิตงาน ประวัติการเมืองไทยสยาม พ.ศ. 2475-2500 โดยเล่าประวัติศาสตร์การเมืองนับตั้งแต่ช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นต้นมา ซึ่งมีแก่นเรื่องและการนำเสนอผ่านยุคสมัยของคณะราษฎร
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า คุณูปการของงานชิ้นนี้เป็นการคืนชีพให้กับคณะราษฎรได้ฟื้นขึ้นมามีที่ทางในสังคม หลังจากเคยถูกประวัติศาสตร์ฝังกลบไปก่อนหน้านี้
วันเวลาล่วงเลยผ่านไป ชาญวิทย์ย่างก้าวเข้าสู่วัย 80 กว่า ยังคงสอนหนังสือ เผยแพร่ความรู้ทางประวัติศาสตร์ และจับตามองสังคมไทยอยู่เสมอ แน่นอนว่าสำหรับชายชราผู้มีสายธารแห่งประวัติศาสตร์ไทยหลายร้อยกว่าปีทอดยาวอยู่ในจิตสำนึก การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในยุคสมัยต่างๆ ไม่เคยทำให้เขาต้องรู้สึกประหลาดใจ
จนกระทั่งวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 กับ 14 ล้านเสียงของพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศ ก็ทำให้เขาถึงกับงงงวย และแปลกใจกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
“คนรุ่นผมไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นสิ่งนี้” ชาญวิทย์กล่าวประโยคนี้ซ้ำๆ ทว่าปนด้วยรอยยิ้ม
หลังชัยชนะของพรรคก้าวไกลในศึกเลือกตั้ง WAY เดินทางไปสนทนากับชาญวิทย์ เพื่อหาคำตอบว่าปรากฏการณ์ในครั้งนี้จะเป็นสัญญาณว่าประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปจริงหรือไม่
---
Interviewer : ณัฐภัทร มาเดช
หมายเหตุ: สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2566
เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังปิดหีบเลือกตั้ง และผลคะแนนต่างถูกรายงานโดยสำนักข่าวต่างๆ ก็เป็นที่แน่ชัดว่า ‘เซีย จำปาทอง’ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อของพรรคก้าวไกล ลำดับที่ 4 ได้ก้าวเท้าเข้าไปสู่รัฐสภาอย่างเต็มตัว
ปัญหาความไม่เป็นธรรม การกดขี่ขูดรีดแรงงาน สวัสดิการและค่าจ้างขั้นต่ำที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ นับวันก็ยิ่งเป็นปัญหาหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ขบวนการแรงงานจึงต้องส่งเสียงให้แต่ละพรรคการเมืองหันให้ความสำคัญมากขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศการเลือกตั้ง 2566 ที่กำลังใกล้เข้ามา
หลังจากหันหลังให้กับวงการบันเทิง และลาจากอาชีพที่เธอรักและทำมากว่า 20 ปี วันนี้ ‘หมิว’ สิริลภัส กองตระการ เดินหน้าสู่เส้นทางใหม่กับการเปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางกะปิ ในนามพรรคก้าวไกล
แม้ร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า จะถูกสภาผู้แทนราษฎรปัดตกไป แต่สมรภูมิการต่อสู้ยังไม่จบง่ายๆ เพียงเท่านี้
ยุกติ มุกดาวิจิตร รองศาสตราจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เห็นว่า ทุกวันนี้มหาวิทยาลัยที่เคยเป็นแหล่งประสิทธิ์ประสาทวิชา กลับบ่ายหน้าไปสู่ความเป็นอุตสาหกรรมมากขึ้น ตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้ง ปี 2540 เมื่อถูกผลักออกนอกระบบ มหาวิทยาลัยจะต้องหารายได้ด้วยตนเองมากขึ้น คณะต่างๆ จึงเปิดหลักสูตรพิเศษเพื่อหารายได้จากค่าธรรมเนียมและค่าลงทะเบียนของนักศึกษา
แม้ระบบเช่นนี้จะทำให้มหาวิทยาลัยมีรายได้ก้อนโต และทำให้รายได้ของอาจารย์โดยรวมสูงขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เกิดการขูดรีดแรงงานของอาจารย์ขนานใหญ่ เช่น ต้องเพิ่มชั่วโมงการสอนมากขึ้น ต้องผลิตงานวิจัยมากขึ้น และยังต้องเร่งขอตำแหน่งทางวิชาการอย่างเร็วที่สุด เพื่อช่วยเก็บแต้มให้มหาวิทยาลัยต้นสังกัดสามารถไต่อันดับมหาวิทยาลัยโลก (world university rankings)
มหาวิทยาลัยบางแห่งตั้งเงื่อนไขให้อาจารย์ต้องตีพิมพ์ผลงานลงในวารสารวิชาการนานาชาติที่เรียกว่า วารสารเกรดสกอปัส (Scopus) มิฉะนั้นจะไม่อนุมัติเงินให้ทำวิจัย ซ้ำร้ายกว่านั้น จากที่เคยมีทุนส่งอาจารย์ไปศึกษาต่อต่างประเทศ มหาวิทยาลัยหลายแห่งยังตัดลดขั้นตอนนี้ด้วยการรับบุคลากรที่จบปริญญาเอกเท่านั้น แล้วโยกงบไปจ้างนักวิชาการต่างชาติให้มาทำวิจัยและตีพิมพ์ผลงานในนามมหาวิทยาลัยในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ภายใต้สัญญา ‘fellowship’
“ขณะเดียวกันการลงทุนกับบุคลากรของตนก็จะน้อยลง ทั้งๆ ที่อยากจะได้ผลงานไปขยับ ranking นี่คือความ toxic ของมหาวิทยาลัยไทย”
From the publisher's feed

1 Listeners
![[LIVE] รอบโลก Daily จันทร์-ศุกร์ 17.00 น. by karunabuakamsri](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fpodcast-api-images.s3.amazonaws.com%2Fcorona%2Fshow%2F757041%2Flogo_300x300.jpeg&w=640&q=75)
21 Listeners