1. เตือนแรงงานไทย! โควิด-19 กลับมาระบาดรอบใหม่ต้องเตรียมรับมือด้วยการใส่แมสก์และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด
ยังคงจำกันได้ไหม? โควิด-19 ที่เคยสร้างความปั่นป่วนผวาไปทั่วโลกและเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตผู้คนไปตาม ๆ กัน มาตั้งแต่ปี 2564 แม้ว่าจะค่อย ๆ ทุเลาลง จนผู้คนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้งเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว แต่เชื้อไวรัสนี้มันไม่ได้หายไปไหน ยังมีการกลายพันธุ์และอยู่กับเราตลอด เพียงแต่ว่าไม่รุนแรงเท่ากับช่วงแรก ประกอบกับคนอาจเคยชิน จึงไม่วิตกกังวลเหมือนช่วงระบาดใหม่ ๆ อย่างไรก็ตามช่วงนี้ โควิด-19 กลับมาระบาดรุนแรงอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นระลอกที่ 7 นับแต่เกิดการระบาดเป็นต้นมา และคาดว่ายอดจำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุดจะอยู่ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน มีจำนวน 200,000 คนต่อสัปดาห์ และไม่เฉพาะไต้หวันเท่านั้น หลาย ๆ ประเทศก็เกิดการระบาดเช่นกัน
สถานการณ์การระบาดโควิด-19 รุนแรงอีกครั้ง แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลเต็มไปด้วยผู้ป่วย (ภาพจาก twreporter.org)
จึงเตือนแรงงานไทยต้องเตรียมรับมือด้วยการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการอย่างเต็มที่ และนำเรื่องนี้มาประชาสัมพันธ์อีกครั้ง เริ่มจากแนวโน้มของสถานการณ์โควิด-19 ในระลอกใหม่นี้ มีอะไรบ้าง
แนวโน้มการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปี 2568 ซึ่งมีการกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลกในปี 2568 รุนแรงขึ้นอีกครั้ง โดยจำนวนผู้ติดเชื้อภายในไต้หวันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นติดต่อกันหลายสัปดาห์
สถานการณ์การระบาดโควิด-19 รุนแรงอีกครั้ง แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลเต็มไปด้วยผู้ป่วย (ภาพจาก udn.com)
ข้อมูลล่าสุดของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ ยอดตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19
ผู้ติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล (ช่วงวันที่ 1-7 มิ.ย.) : 70,182 ราย
ผู้ป่วยอาการรุนแรงเพิ่มใหม่ (ช่วงวันที่ 1-7 มิ.ย.) : 166 ราย
ผู้เสียชีวิตสะสม (ช่วงวันที่ 1-7 มิ.ย.) : 25 ราย
สถานการณ์การระบาดโควิด-19 รุนแรงอีกครั้ง ทำชุดตรวจโควิดหรือ ATK ขาดตลาด (ภาพจาก pingtungtimes.com.tw)
นายแพทย์หลัวอีจวิน รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 คาดว่าจะถึงจุดสูงสุดในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม และอาจยืดเยื้อไปจนถึงปลายเดือนกรกฎาคมหรือต้นเดือนสิงหาคม
กรมควบคุมโรคเน้นย้ำว่าแม้การติดเชื้อโควิด-19 ส่วนใหญ่จะมีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการ แต่ก็ยังมีโอกาสพัฒนาสู่ภาวะปานกลางหรือรุนแรงได้ การฉีดวัคซีนโควิด-19 สายพันธุ์ JN.1 จึงเป็นวิธีป้องกันอาการรุนแรงที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ตามประกาศของกรมควบคุมโรค สายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดในระดับโลกคือ LP.8.1 ส่วนสายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดในไต้หวันคือ NB.1.8.1
นายแพทย์หลัวอีจวิน รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค เตือนการระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ อาจยืดเยื้อไปจนถึงต้นเดือนสิงหาคม (udn.com)
ปัจจุบันวัคซีนโควิด-19 ที่รัฐจัดหามีจำนวนเพียงพอ โดยมีวัคซีนสายพันธุ์ JN.1 คงเหลืออีก 3.128 ล้านโดส กระทรวงสาธารณสุขจึงเชิญชวนประชาชนอายุ 6 เดือนขึ้นไปรวมถึงแรงงานต่างชาติที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนรีบไปรับวัคซีนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ยังมียาต้านไวรัสโควิด-19 ในสต็อกเพียงพอ ได้แก่ เรมเดซิเวียร์ แพ็กซ์ลาวิด โมลนูพิราเวียร์และโซโควา
มาตรการป้องกันโควิด-19 ที่ได้ผล (ภาพจาก antifakenewscenter.com)
อาการของโควิด-19 ระลอกใหม่ มีอะไรบ้าง?
กรมควบคุมโรคระบุว่า ผู้ป่วยโควิด-19 ส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ อาการหลักคือเป็นไข้ ไอแห้ง อ่อนเพลียและกล้ามเนื้ออ่อนแรง บางรายอาจมีอาการหายใจลำบากหรืออาการทางระบบทางเดินอาหาร (ส่วนใหญ่เป็นท้องเสีย) นอกจากนี้อาจพบอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดหัว เจ็บคอ ท้องเสีย รวมถึงการสูญเสียหรือความผิดปกติของประสาทรับกลิ่นและรส
สถานการณ์การระบาดโควิด-19 รุนแรงอีกครั้ง ทำชุดตรวจโควิดหรือ ATK ขาดตลาด (ภาพจาก pingtungtimes.com.tw)
นายแพทย์จางอี้หาว ผู้เชี่ยวชาญด้านหูคอจมูกและผู้อำนวยการ We Care Clinic ในซินจู๋ระบุว่าอาการทั่วไปของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในช่วงนี้มี 3 ประการหลัก ๆ ได้แก่ :
1. เจ็บคออย่างรุนแรง : เยื่อบุลำคอบวมแดง ทำให้เจ็บคอผิดปกติ ไอและมีเสมหะเหนียวข้น
2. มีไข้ง่าย : แม้เคยติดเชื้อหรือฉีดวัคซีนมาก่อนก็ยังมีไข้ได้
3. อ่อนเพลียง่าย : แม้พักผ่อนเพียงพอก็ยังรู้สึกเหนื่อย
ลักษณะเด่นของโควิด-19 ระลอกใหม่ มีอะไรบ้าง? :
อาการรุนแรงและเกิดขึ้นรวดเร็ว: เช่น มีไข้สูงทันทีและแสดงอาการทั้งหมดพร้อมกัน ทั้งอาการทางระบบทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร
ยาออกฤทธิ์ช้า : ยาแก้อาการช่วยบรรเทาได้เพียงบางส่วน แนะนำให้กลับไปพบแพทย์เพื่อปรับยา
ติดต่อง่าย : ติดต่อได้ง่ายกว่าไข้หวัดธรรมดา มักแพร่เชื้อให้คนในครอบครัว
ความแตกต่างระหว่างโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และไข้หวัดธรรมดา
โควิด-19 ในปีนี้ มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดธรรมดามากขึ้น นายแพทย์จางอี้หาว แนะนำให้ผู้ป่วยปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการใช้ชุดตรวจโควิดแบบรวดเร็วชนิด 3-in-1 เพื่อตรวจแยกว่า เป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A, B หรือโควิด-19 กันแน่
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าอยู่ระหว่าง 1-14 วัน ส่วนใหญ่ 5-6 วัน ส่วนกรมควบคุมโรคระบุว่าอยู่ที่ 2-14 วัน แต่ระยะฟักตัวอาจแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ไวรัส
ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากโควิด-19 กรมควบคุมโรคเตือนให้รีบไปโรงพยาบาลทันที หากมีอาการต่อไปนี้ :
- แน่นหน้าอกหรือเจ็บหน้าอกต่อเนื่อง
- ริมฝีปากหรือเล็บม่วงหรือเขียวคล้ำ
- กินอาหารหรือดื่มน้ำไม่ได้
- ปัสสาวะน้อยหรือไม่มีปัสสาวะภายใน 24 ชม. หลังกินยา
- ความดันซิสตอลหรือความดันโลหิตตัวบนต่ำกว่า 90 mmHg หรือหัวใจเต้นเร็วกว่า 100 ครั้ง/นาที โดยไม่มีไข้
กลุ่มเสี่ยงต่ออาการรุนแรงจากโควิด-19 กรมควบคุมโรคแนะนำให้กลุ่มเสี่ยงดังกล่าวตรวจด้วยชุดตรวจเมื่อมีอาการทางเดินหายใจ และรีบไปพบแพทย์หากผลตรวจเป็นบวก
แนะนำบริโภคอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ เพื่อสุขภาพที่ดี สร้างความสมดุลย์และเสริมภูมิคุ้มกัน (ภาพจาก marieclaire.com.tw)
อาการหลงเหลือหลังติดโควิดหรือที่เรียกว่า ภาวะลองโควิด (Long COVID) การศึกษาจากสหราชอาณาจักรพบ 10 อาการที่พบบ่อยที่สุดคือ :
3. เคลื่อนไหวช้าลง (52.9%)
6. ปวดหรือบวมข้อต่อ (47.6%)
ซื้อชุดตรวจโควิด หรือ ATK ได้ที่ไหน? หาซื้อได้จากร้านขายยา และเว็บไซต์กรมควบคุมโรคจัดทำโซนพิเศษอัปเดตข้อมูลการป้องกันโควิด-19 ล่าสุด และแผนที่วัคซีนโควิด-19/ไข้หวัดใหญ่และยาต้านไวรัส รวมข้อมูลร้านขายยาที่จำหน่ายชุดตรวจทั่วประเทศ พร้อมจุดให้บริการวัคซีนและยาต้านไวรัส
วัคซีนโควิด-19 ในปี 2568 มีอะไรบ้าง?
ปัจจุบันวัคซีนโควิดยังไม่เปิดให้ฉีดแบบเสียเงินเอง ทั้งหมดให้บริการฟรีโดยรัฐบาล ปัจจุบันใช้วัคซีนสายพันธุ์ JN.1 ตั้งแต่ตุลาคม 2024 เป็นต้นมา ซึ่งประกอบด้วยวัคซีน mRNA จากโมเดอร์นาและวัคซีนโปรตีนซับยูนิตจากโนวาแวกซ์
- บุคคลอายุ 6 เดือนขึ้นไปที่ยังไม่ได้รับวัคซีน รวมแรงงานต่างชาติด้วย
- กลุ่มที่ควรรับเข็มที่ 2 เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน : ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ชนเผ่าพื้นเมืองอายุ 55-64 ปี ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่องอายุ 6 เดือนขึ้นไป
ระยะเวลาการสร้างภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีน ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์หลังฉีดวัคซีนจึงจะเริ่มมีภูมิคุ้มกัน
ผลข้างเคียงของวัคซีนโควิด-19 ปี 2568 อาจมีอาการปวดบวมแดงบริเวณที่ฉีด (ใช้ความเย็นประคบ) หากมีไข้นานกว่า 48 ชม. หรืออาการแพ้รุนแรงเช่น หายใจลำบาก ผื่นขึ้น ควรรีบพบแพทย์
ประชาสัมพันธ์เรื่องการใส่และเก็บหน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน
ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดวัคซีน อาหารแนะนำ :
- งดสูบบุหรี่/ดื่มแอลกอฮอล์
- หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ซึ่งอาจก่อให้เกิดการอักเสบที่ลำคอ
จะป้องกันโควิด-19 ในปี 2568 ได้อย่างไร?
นายแพทย์จางอี้หาวแนะนำ 3 วิธีหลักและ 3 วิธีเสริม ดังนี้ :
1. เว้นระยะห่างทางสังคม ไม่ไปในสถานที่มีผู้คนแออัด
2. นอนหลับพอและออกกำลังกาย
3. เสริมวิตามิน สังกะสี โพรไบโอติก และสมุนไพร เช่น ใบไทม์ ผักคาวตองหรือพลูคาวและขิง เป็นต้น
กรมควบคุมโรคเตือนว่า หากไปโรงพยาบาล สถานดูแลผู้สูงอายุ ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ หรือไปในห้องหรือสถานที่ที่มีคนแออัด ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย หากมีอาการไข้หรือระบบทางเดินหายใจ ควรพักผ่อนอยู่บ้านและสวมหน้ากากตลอดเวลาจนกว่าอาการจะหายไป 5 วัน
2. หิวจัด! แรงงานอินโดฯ ผิดกฎหมาย 5 คน ย่องเข้าบ้านของชาวบ้านขโมยบ๊ะจ่างนึ่งในหม้อหุงข้าว หลบอยู่ใต้สะพานถูกรวบทั้งหมด
แรงงานอินโดนีเซีย 5 คนที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย เนื่องจากไม่มีงานทำ ไม่มีเงินซื้ออาหารกินทำให้หิวจัด รวมทั้งแบตมือถือก็หมด แอบเข้าไปในบ้านของชาวบ้านเพื่อชาร์จแบตและนึ่งขนมจ้างกิน แต่มีคนมาพบจึงวิ่งหนีกระเจิง เจ้าของบ้านแจ้งความมีขโมยเข้าบ้าน ตำรวจตามสืบจนพบและจับกุมได้ในพงหญ้าใต้สะพานรถไฟในตำบลอวี้หลี่ พบเป็นแรงงานผิดกฎหมายชาวอินโดนีเซียทั้งหมด 1 ในนั้นหลบหนีมานานถึง 9 ปี
แรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมาย 5 คน หิวจัด มือถือแบตหมด แอบเข้าบ้านของชาวบ้านเพื่อชาร์จแบตและนึ่งขนมจ้างกิน แต่มีคนมาพบจึงวิ่งหนีกระเจิง (ภาพจาก news.ttv.com.tw)
วันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา สถานีตำรวจตำบลอวี้หลี่ในเมืองฮัวเหลียนแถลงว่า พนักงานหญิงรายหนึ่ง ไปยังสถานที่ทำงาน ซึ่งเป็นบ้านของนายจ้าง พบชาย 4 คน หญิง 1 คน คล้ายแรงงานต่างชาติกำลังย่องเข้าไปในบ้านและรื้อค้นข้าวของ เมื่อเห็นมีคนมา ก็รีบวิ่งหนีไป พนักงานหญิงคนนี้พบว่าตู้เย็นในบ้านนายจ้างถูกเปิดทิ้งไว้ และในหม้อหุงข้าวไฟฟ้ามีบ๊ะจ่างกำลังนึ่งอยู่หลายลูก จึงแจ้งตำรวจ เมื่อตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุและตรวจสอบ พบกระเป๋าสีดำที่ถูกทิ้งไว้ในบ้าน ภายในมีบัตร ARC ที่หมดอายุแล้ว จึงสันนิษฐานว่าเป็นของแรงงานหลบหนี
ตำรวจออกตรวจค้นบริเวณใต้สะพานรถไฟใกล้ชุมชน พบในพงหญ้ามีเครื่องใช้จำนวนมากกระจายอยู่ สันนิษฐานเป็นที่หลบซ่อนชั่วคราวของแรงงานผิดกฎหมายกลุ่มนี้ (ภาพจาก ftvnews.com.tw)
ตำรวจเริ่มการสืบสวนทันที จากการสอบปากคำเพื่อนบ้าน ทำให้ทราบเส้นทางที่ผู้ต้องสงสัยอาจใช้หลบหนี ช่วงบ่ายในวันเดียวกัน ผู้กำกับการสถานีตำรวจอวี้หลี่นำเจ้าหน้าที่ 7 นาย ร่วมกับผู้ใหญ่บ้านและอาสาสมัครที่คุ้นเคยกับพื้นที่ ออกตรวจค้นอย่างละเอียดบริเวณใต้สะพานรถไฟใกล้ชุมชน พบในพงหญ้าใต้สะพานมีเครื่องใช้จำนวนมากกระจายอยู่ ตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นที่หลบซ่อนตัวชั่วคราวของแรงงานผิดกฎหมายกลุ่มนี้ หลังจากวางแผนล้อมจับ สามารถจับกุมได้ 3 คนในพงหญ้า ส่วนอีก 2 คนแอบหลบอยู่ในท่อน้ำใกล้เคียง แต่ก็ไม่รอด ถูกตำรวจจับกุมได้ทั้งหมด
ตำรวจล้อมจับแรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมายได้ 3 คนในพงหญ้า ส่วนอีก 2 คนหลบอยู่ในท่อน้ำใกล้เคียง แต่ก็ไม่รอด ถูกจับกุมทั้งหมด (ภาพจาก ftvnews.com.tw)
จากการสอบสวน พบว่าแรงงานอินโดนีเซียทั้ง 5 คน (ชาย 4 หญิง 1) หลบหนีจากนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและบัตรถิ่นที่อยู่หรือ ARC หมดอายุแล้วทั้งหมด ในจำนวนนี้มี 1 คนหลบหนีมานานถึง 9 ปี พวกเขาให้การว่า หลบหนีไปทั่วไต้หวัน เพื่อรับจ้างทำงานเป็นรายวัน ซึ่งไม่มีงานที่แน่นอน และเพิ่งมาถึงตำบลอวี้หลี่เพื่อหางานทำ โดยสร้างที่พักชั่วคราวใต้สะพานรถไฟ เนื่องจากโทรศัพท์มือถือแบตหมดและไม่มีเงินซื้อหาอาหารหิวมาก จึงแอบเข้าไปในบ้านชาวบ้าน เพื่อชาร์จแบตมือถือและเห็นในตู้เย็นมีบ๊ะจ่าง จึงนึ่งมากิน แต่ไม่คิดว่าจะมีคนมาพบก่อน จึงต้องวิ่งหนี ทั้งที่ยังไม่ทันได้กินบ๊ะจ่างเลย
แรงงานอินโดฯ ผิดกฎหมาย 5 คน ย่องเข้าบ้านของชาวบ้านขโมยบ๊ะจ่างนึ่งในหม้อหุงข้าว หลบอยู่ใต้สะพานถูกรวบทั้งหมด (ภาพจาก ftvnews.com.tw)
ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ถูกส่งตัวไปยังสถานกักกันสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ฮัวเหลียน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายคนเข้าเมือง ส่วนคดีลักทรัพย์จะแยกส่งฟ้องต่ออัยการศาลท้องถิ่นฮัวเหลียนเพื่อดำเนินคดีต่อไป