1. ไต้หวันตรวจสอบสาเหตุชาวต่างชาติเสียชีวิตจากอุบัติเหตุการจราจร 5 ปีเพิ่มเท่าตัว ส่วนใหญ่เป็นแรงงานเวียดนามและอินโดนีเซีย
ข้อมูลของกระทรวงคมนาคมไต้หวันพบว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แรงงานเวียดนามและอินโดนีเซียเกิดอุบัติเหตุการจราจรเป็นเหตุให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว และอุบัติเหตุเหล่านี้จะกระจุกตัวในพื้นที่ที่มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก อย่างนครเถาหยวนและนครไทจงมากที่สุด ส่งผลให้สมาชิกสภาตรวจสอบให้ความสนใจ ดำเนินการตรวจสอบว่าเป็นเพราะอะไร หน่วยงานรัฐบาลทั้งส่วนกลางและท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องมีความบกพร่องในระบบป้องกันอุบัติเหตุ อุปสรรคในการสอบใบขับขี่และการประชาสัมพันธ์หรือไม่? อย่างไร?
ชาวต่างชาติในไต้หวันประสบอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มพรวด สภาตรวจสอบจะดำเนินตรวจหาสาเหตุ โดยเน้นไปที่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องบกพร่องในหน้าที่หรือไม่? (ภาพจาก chinatimes.com)
เยี่ยต้าหัว สมาชิกสภาตรวจสอบแถลงว่า เมื่อปี 2562 ในไต้หวันมีชาวต่างชาติที่อยู่อย่างถูกกฎหมาย ประกอบด้วยแรงงานต่างชาติ ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และนักศึกษาต่างชาติ เป็นต้น จำนวน 780,000 คน เมื่อปี 2566 เพิ่มสูงขึ้นเป็น 850,000 คน เพิ่มขึ้นในอัตราส่วน 8.5% แต่จากข้อมูลด้านความปลอดภัยทางการจราจร กระทรวงคมนาคมพบว่า ชาวต่างชาติที่ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน ทำให้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในปี 2562 มีจำนวน 6,213 คน แต่เมื่อถึงปี 2566 ช่วงระยะเวลา 5 ปี เพิ่มขึ้นเป็น 12,021 คน เพิ่มขึ้น 93.48% หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 1 เท่าตัว แสดงถึงช่วงเวลาดังกล่าว ตัวเลขผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางการจราจรเพิ่มขึ้นมากกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของชาวต่างชาติหลายเท่าตัว โดยเฉพาะเกิดกับชาวเวียดนามและอินโดนีเซียมากกว่าชาติอื่น และพื้นที่เกิดเหตุมักจะกระจุกตัวอยู่ในนครเถาหยวนและไทจง ซึ่งมีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่มากเป็นอันดับ 1 และ 2 ของไต้หวัน แสดงว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงคมนาคม กระทรวงแรงงานและรัฐบาลท้องถิ่นอาจบกพร่องในมาตรการป้องกันและการประชาสัมพันธ์ ทำให้ไม่สามารถลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนถนนได้
จากสถิติพบว่า แรงงานเวียดนามและอินโดนีเซียประสบอุบัติเหตุทางถนนมากที่สุด และส่วนใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่เถาหยวนและไทจง
สมาชิกสภาตรวจสอบกล่าวอีกว่า กรมขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ผลักดันโครงการสนับสนุนระบบฝึกอบรมสอบใบขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์สำหรับชาวต่างชาติตั้งแต่ปี 2562 โดยให้งบประมาณสนับสนุนการฝึกอบรมขับขี่ยานพาหนะ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ เพื่อช่วยเหลือชาวต่างชาติในการสอบใบขับขี่และยกระดับความปลอดภัยในการขับขี่ยานพาหนะ แต่จากข้อมูลพบว่าปี 2562 จนถึง 2566 มีชาวต่างชาติเข้ารับการฝึกอบรมขับขี่รถจักรยานยนต์เพียง 7,146 คน ขณะที่มีการสมัครสอบใบขับขี่โดยไม่ผ่านการฝึกอบรมสูงถึง 105,570 คน อัตราการเข้ารับฝึกอบรมของผู้สอบใบขับขี่มีไม่ถึง 7% และนี่น่าจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ชาวต่างชาติโดยเฉพาะเวียดนามและอินโดนีเซียเกิดอุบัติเหตุการจราจรมาก และเป็นการแสดงว่า ประสิทธิภาพในการฝึกอบรมขับขี่ยานพาหนะของชาวต่างชาติและการประชาสัมพันธ์อยู่ในระดับต่ำ ดังนั้น จึงต้องมีการตรวจสอบว่าความร่วมมือข้ามองค์กรของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องบกพร่องในจุดไหน?
ตำรวจเหมียวลี่เดินทางไปประชาสัมพันธ์กฎระเบียบการจราจรในโรงงาน ร้านอาหารและสถานที่ชุมนุมของแรงงานต่างชาติ (ภาพจาก delibike.com)
นอกจากสาเหตุดังกล่าวแล้ว ทั้งสองชาติที่มีจำนวนคนมาก อุบัติเหตุน่าจะสูงตามไปด้วย ส่วนแรงงานไทยก็ไม่เบา เกิดอุบัติเหตุมากเช่นกัน โดยเฉพาะเมาแล้วขับ แต่ส่วนใหญ่ถูกตรวจพบก่อนเกิดอุบัติเหตุ ถูกปรับและถูกส่งกลับประเทศ
2. เปลี่ยนใบขับขี่ไทยเป็นใบขับขี่ไต้หวันง่ายสะดวกโดยไม่ต้องสอบใหม่ ใครที่สอบใบขับขี่ใหม่ ไต้หวันอำนวยความสะดวก เลือกข้อสอบฉบับภาษาไทยได้
คนไทยในไต้หวันไม่ว่าจะทำงาน ตั้งถิ่นฐานหรือเดินทางมาศึกษาต่อ หากมีใบขับขี่ไทยที่ยังมีผลและต้องการจะขับขี่รถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์ สามารถเปลี่ยนเป็นใบขับขี่ไต้หวันได้โดยไม่ยาก ไม่ต้องสอบใหม่ แต่หากไม่มีใบขับขี่ไทย ต้องเข้ารับการฝึกอบรมและสอบใบขับขี่ใหม่ ทางการไต้หวันมีเงินสนับสนุนชาวต่างชาติในการเข้ารับการฝึกอบรมขับขี่ยานพาหนะ ไม่ต้องจ่ายค่าเรียนเต็มเหมือนคนท้องถิ่น และเวลาสอบใบขับขี่ ก็มีข้อสอบภาษาต่างประเทศถึง 8 ภาษา รวมข้อสอบฉบับภาษาไทยด้วยให้เลือกสอบได้ นอกจากนี้ ยังมีคลังข้อสอบย้อนหลังออนไลน์ ให้สามารถทดลองทำข้อสอบผ่านแอปพลิเคชัน ก่อนที่จะไปสอบจริงได้ด้วย
สำหรับใบขับขี่ไทยที่ต้องการจะเปลี่ยนเป็นใบขับขี่ไต้หวันโดยไม่ต้องสอบใหม่ ให้ไปรับรองใบขับขี่ก่อนที่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ไทเป จากนั้นนำเอาใบรับรอง พร้อมด้วยเอกสารอื่น ๆ เช่นใบตรวจสุขภาพสำหรับเปลี่ยนใบขับขี่จากคลินิกหรือสถานพยาบาลไปขอเปลี่ยนเป็นใบขับขี่ไต้หวันได้เลย แต่เน้นว่า ต้องเป็นใบขับขี่ไทยที่ยังไม่หมดอายุหรือยังมีผล สำนักงานการค้าฯ จึงจะรับรองให้ได้ หากหมดอายุแล้วต้องกลับไทยไปต่ออายุก่อนแล้วจึงจะขอรับรองใหม่ได้
การขอรับรองใบขับขี่ไทยที่สำนักงานการค้าฯ ต้องเตรียมเอกสารสำคัญอะไรและค่าธรรมเนียมเท่าไหร่?
- หนังสือเดินทางฉบับจริงและสำเนา 2 ชุด
- บัตรประชาชนไทยฉบับจริงและสำเนา 2 ชุด
- ใบขับขี่ไทยฉบับจริงและสำเนา 2 ชุด
- ค่าธรรมเนียมใบรับรองฉบับละ 500 เหรียญไต้หวัน
- เปิดให้บริการยื่นขอใบรับรองเวลา 09.00 -12.00 น. รับในช่วง 14.00-17.00 น. (ตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด)
- ที่อยู่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ไทเป : No. 206, Section 3, Civic Blvd, Da’an District, Taipei City,106 (106台北市大安區市民大道三段206號)
- แผนที่ google maps https://maps.app.goo.gl/rPetAA6TfvuhCN4F6
- เบอร์โทร : 02-2775-2211 (งานบริการคนไทย)
อาคารที่ทำการของสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ไทเป (จาก FB สำนักงานการค้าฯ https://www.facebook.com/TTEOTAIPEI/)
เมื่อได้รับการรับรองใบขับขี่ไทยแล้ว สามารถไปขอเปลี่ยนใบขับขี่ไต้หวันได้ที่กองทะเบียนยานยนต์ท้องที่ โดยมีขั้นตอนดังนี้ :
- ขอใบรับรองการตรวจสุขภาพจากคลินิกหรือสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองจากกองทะเบียนยานยนต์ก่อน แนะนำให้ตรวจจากคลินิกที่อยู่ใกล้กับกองทะเบียนยานยนต์ ซึ่งส่วนใหญ่จะให้บริการตรวจสุขภาพสำหรับทำใบขับขี่ โดยเตรียมเอกสารดังนี้ :
- เอกสารที่ต้องเตรียม : บัตร ARC และรูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 2 ใบ
- ค่าตรวจสุขภาพ : ประมาณ 150-250 เหรียญไต้หวันและรอรับใบตรวจสุขภาพได้เลย
- รายการที่ตรวจ : ส่วนสูง น้ำหนัก วัดความดัน วัดสายตา ทดสอบตาบอดสี ทดสอบการฟัง ตรวจการเคลื่อนไหวของร่างกาย
สนามสอบใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ (ภาพจาก supermoto8.com)
นำใบรับรองใบขับขี่ไทยและใบตรวจสุขภาพไปเปลี่ยนใบขับขี่ไต้หวันที่กองทะเบียนยานยนต์ท้องที่ เตรียมเอกสารดังนี้ :
- หนังสือเดินทางจริงและบัตร ARC ฉบับจริง
- ใบรับรองใบขับขี่ไทยที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ไทเป
เว็บไซต์ทดลองสอบข้อเขียนใบขับขี่ไต้หวันทางออนไลน์ กองทะเบียนยานยนต์ มีภาษาต่าง ๆ ให้เลือก 8 ภาษา
เมื่อถึงกองทะเบียนยานยนต์ บอกเจ้าหน้าที่ว่าต้องการเปลี่ยนใบขับขี่ต่างชาติเป็นใบขับขี่ไต้หวัน
- ค่าธรรมเนียม : 200 เหรียญไต้หวัน
- อายุการใช้งาน : ชาวต่างชาติเปลี่ยนทุก 6 ปี (กรณีชาวไต้หวัน ไม่มีวันหมดอายุ)
- รอรับใบขับขี่ไต้หวันฉบับใหม่ประมาณ 1 ชั่วโมง
3. 30 พ.ย. 2567 เป็นต้นไป รถจักรยานไฟฟ้าที่ไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไม่ซื้อประกันภาคบังคับ ห้ามขับขี่บนถนนอีกต่อไป
หมดเขตขึ้นทะเบียนรถจักรยานไฟฟ้าเก่าแล้วในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 รถจักรยานไฟฟ้าที่ยังไม่ได้จดทะเบียนติดแผ่นป้ายและไม่ได้ซื้อประกันภัยภาคบังคับ ห้ามขับขี่บนถนนอีกต่อไป มิเช่นนั้น จะถูกปรับหนักและถูกยึดรถชั่วคราว จนกว่าจะปฏิบัติตามกฎระเบียบให้เรียบร้อย
30 พ.ย. 2567 เป็นต้นไป รถจักรยานไฟฟ้าที่ไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไม่ซื้อประกันภาคบังคับ ห้ามขับขี่บนถนนอีกต่อไป
เพื่อจัดระเบียบใหม่และแก้ปัญหาอุบัติเหตุจากรถจักรยานไฟฟ้า เริ่มตั้งแต่ 30 พ.ย. 65 เป็นต้นมา ผู้ซื้อรถจักรยานไฟฟ้าคันใหม่ จะต้องยื่นขอจดทะเบียน ติดแผ่นป้ายทะเบียนและต้องซื้อประกันภัยบุคคลที่ 3 เช่นเดียวกับรถมอเตอร์ไซค์ จึงจะอนุญาตให้ขับขี่บนถนนได้ กฎระเบียบนี้ ใช้บังคับเจ้าของรถจักรยานไฟฟ้าทั้งหมด รวมชาวไต้หวันและชาวต่างชาติ กรณีเป็นรถจักรยานไฟฟ้าคันเก่าที่ซื้อก่อนวันที่ 30 พ.ย. 65 ให้เวลาผ่อนผัน 2 ปี เตือนแรงงานไทยที่ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าและยังไม่ได้จดทะเบียนติดแผ่นป้ายทะเบียน และยังไม่ได้ซื้อประกันภัยภาคบังคับหรือประกันบุคคลที่ 3 ให้เรียบร้อยภายในวันที่ 29 พ.ย. 67 จะไม่สามารถใช้ขับขี่ได้อีกต่อไป ใครที่ฝ่าฝืน นอกจากถูกปรับ 1,200-3,600 เหรียญฐานไม่ได้จดทะเบียนและไม่ซื้อประกันปรับอีก 750-1,500 เหรียญ ยังจะถูกยึดรถไว้ชั่วคราวจนกว่าจะยื่นขอติดแผ่นป้ายทะเบียนเรียบร้อย และหากเป็นรถจักรยานไฟฟ้าที่ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานหรือไม่มีเครื่องหมายสายฟ้าสีแดง จะถูกยึดรถถาวร อย่างไรก็ตามรถจักรยานไฟฟ้าไม่ได้บังคับว่าต้องมีใบขับขี่เหมือนรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไป
การจดทะเบียนและติดแผ่นป้ายทะเบียนรถจักรยานไฟฟ้า เสียค่าธรรมเนียมครั้งเดียว 450 เหรียญได้แก่ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน 300 เหรียญ และค่าแผ่นป้ายทะเบียน 150 เหรียญ และต้องซื้อประกันภัยบุคคลที่ 3 หรือประกันภัยภาคบังคับตามอายุการใช้งานของรถ หากเป็นรถใหม่ ต้องซื้อประกันอย่างน้อย 3 ปี รวมเบี้ยประกัน 1,358 เหรียญ กรณีเป็นรถอายุการใช้งานไม่ถึง 1 ปี ต้องซื้อประกันอย่างน้อย 2 ปี รวมเบี้ยประกัน 971 เหรียญ หากเป็นรถอายุการใช้งาน 1 ปีขึ้นไป ต้องซื้อประกันอย่างน้อย 1 ปี เบี้ยประกัน 563 เหรียญ และต้องต่อประกันก่อนหมดอายุ กรณีที่รถจักรยานไฟฟ้าเกิดชำรุดเสียหายและเลิกใช้ ประกันภัยภาคบังคับที่ซื้อไว้ล่วงหน้าสามารถรับคืนได้ตามสัดส่วน
30 พ.ย. 2567 เป็นต้นไป รถจักรยานไฟฟ้าที่ไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไม่ซื้อประกันภาคบังคับ ห้ามขับขี่บนถนนอีกต่อไป
กระทรวงแรงงานประชาสัมพันธ์ขอให้แรงงานต่างชาติเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายการจราจรทางถนนและการลงโทษฉบับแก้ไข ซึ่งกำหนดให้รถจักรยานไฟฟ้า ขับขี่ด้วยความเร็วไม่เกิน 25 กม. ต่อชั่วโมง น้ำหนักรถไม่รวมแบตเตอรี่ต่ำกว่า 40 กก. หรือรวมแบตเตอรี่ไม่เกิน 60 กก. หากไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีโทษปรับ 1,200-3,600 เหรียญ ตำรวจจะยึดรถไว้ชั่วคราว จนกว่าจะจัดการให้แล้วเสร็จถูกต้องตามกฎหมาย กรณีที่เป็นรถจักรยานไฟฟ้าไม่ติดแผ่นป้ายเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ฟ้าผ่าสีแดง จะถูกยึดรถถาวรทันที นอกจากนี้ หากไม่สวมหมวกกันน็อกจะถูกปรับ 300 เหรียญ ดัดแปลงหรือแต่งรถจักรยานไฟฟ้าปรับตั้งแต่ 1,800-5,400 เหรียญไต้หวัน ห้ามให้คนซ้อนท้าย ห้ามเมาแล้วขับ เจ้าของรถสามารถหาซื้อประกันภัยภาคบังคับได้จากพนักงานขายประกันภัย ร้านขายจักรยานไฟฟ้าทั่วไปมีบริการซื้อประกันภัย หรือซื้อจากเว็บของบริษัทประกันภัยได้ หากไม่ซื้อประกันภัยภาคบังคับตามกำหนด มีโทษปรับ 750-1,500 เหรียญ กรณีเกิดอุบัติเหตุและพบว่ารถจักรยานไฟฟ้าไม่ได้ซื้อประกันภัยภาคบังคับ ต้องเสียค่าปรับ 9,000–30,000 เหรียญไต้หวัน
กองทะเบียนยานยนต์ท้องที่เดินทางไปให้บริการแรงงานต่างชาติในการจดทะเบียนติดแผ่นป้ายรถจักรยานไฟฟ้าถึงโรงงาน (ภาพจากกองทะเบียนยานยนต์ไทจง)