1. อุบัติเหตุจากการทำงานยังสูง เตือน! อย่านอนดึก งดดื่มแอลกอฮอล์ ทำงานตามกฎระเบียบ มีสติ ตั้งใจ ชีวิตปลอดภัย
แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในไต้หวัน ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานประเภทที่เป็นงานหนัก สกปรกและอันตราย โอกาสเกิดอุบัติเหตุจึงค่อนข้างสูง บวกกับแรงงานต่างชาติบางคน โดยเฉพาะแรงงานไทย ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเล่นการพนัน ทำให้พักผ่อนไม่เต็มที่ ส่งผลการทำงานในวันต่อมาขาดสมาธิ เหม่อลอยและพลั้งเผลอได้ง่าย จนเกิดอุบัติเหตุ
จากรายงานการสำรวจของสภาตรวจสอบก่อนหน้านี้ระบุว่า อัตราการประสบอุบัติเหตุจากการทำงานของแรงงานต่างชาติจะสูงกว่าแรงงานท้องถิ่นอย่างเห็นได้ชัด จากสถิติพบว่า แรงงานต่างชาติในไต้หวันเฉลี่ยทุก 2 ชั่วโมง จะประสบอันตรายจากการทำงาน 1 ครั้ง และเฉลี่ยทุกวันจะมีแรงงานต่างชาติ 1.6 รายพิการหรือสูญเสียสมรรถภาพในการทำงาน ช่วงที่ทำการสำรวจเมื่อเดือนสิงหาคม-ธันวาคม ปี 62 ระยะเวลาเพียง 5 เดือน มีแรงงานต่างชาติเอาชีวิตมาทิ้งในต่างแดนถึง 12 ราย ดังนั้นสภาตรวจสอบจึงผ่านมติให้กระทรวงแรงงาน เร่งหามาตรการที่ได้ผลในการลดและควบคุมอุบัติเหตุจากการทำงานของกลุ่มแรงงานต่างชาติ
ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2567 ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติจำนวนกว่า 785,000 คน มากว่าชนเผ่าพื้นเมืองที่มีจำนวน 600,000 คนเสียอีก ในจำนวนแรงงานต่างชาติเหล่านี้ ทำงานอยู่ในภาคการผลิต 544,228 คน ภาคสวัสดิการสังคม 241,532 คน แม้ว่าในช่วง 2-3 ปีมานี้ อัตราการประสบอันตรายทุกกรณีต่อลูกจ้าง 1,000 รายในภาคการผลิต จะลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างในเดือนพฤษภาคม อัตราการประสบอุบัติเหตุอยู่ที่ 2.1 รายต่อ 1,000 คน แต่อัตราการประสบอันตรายต่อลูกจ้าง 1,000 รายในแรงงานต่างชาติภาคการผลิต ยังคงสูงเกือบ 2 เท่าของแรงงานท้องถิ่น ประกอบกับอัตราการตรวจสอบความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในสถานประกอบการ ครอบคลุมไม่ถึงร้อยละ 30 สาเหตุสำคัญมาจากไม่มีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เพียงพอ และช่วงระหว่างตรวจสอบ มีอุบัติเหตุในการทำงานเกิดขึ้นกับแรงงานต่างชาติหลายคดี อาทิ ถูกน้ำกรดเข้มข้นหกรด ถูกเครื่องจักรปั่นเข้าเครื่อง ถูกรกยกที่พลิกคว่ำทับเสียชีวิต ถูกเหล็กทังสเตนแทงทะลุฝ่ามือ หรือแขนถูกเครื่องจักรหนีบจนขาด เป็นต้น อันตรายจากการทำงานเหล่านี้ เกิดขึ้นแทบจะทุกเดือน จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงแรงงานที่หามาตรการลดอันตรายจากการทำงาน เพื่อคุ้มครองแรงงานต่างชาติให้มีสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยจากอันตรายเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น
รายงานการสำรวจของสภาตรวจสอบฉบับนี้ ระบุว่าการรายงานกรณีเกิดเหตุอันตรายจากการทำงานต่อหน่วยงานตรวจสอบด้านแรงงาน ตามกฎหมายความปลอดภัยและอาชีวอนามัยกำหนดให้สถานประกอบการที่ลูกจ้างประสบอันตรายจากการทำงานข้อใดข้อหนึ่งดังนี้ ได้แก่ เสียชีวิต 1 ราย หรือบาดเจ็บ 3 ราย หรือส่งรักษาที่โรงพยาบาล 1 ราย จะต้องรายงานภายใน 8 ชั่วโมง แต่จากการตรวจสอบพบว่า แรงงานต่างชาติที่ประสบอันตรายจากการทำงานร้อยละ 56 เกิดขึ้นในสถานประกอบการขนาดเล็กที่มีจำนวนแรงงานไม่ถึง 50 คน ซึ่งไม่อยู่ในขอบข่ายบังคับใช้ของข้อกำหนดดังกล่าว อีกทั้งยังพบว่า มีนายจ้างบางรายใช้รถส่วนตัวพาแรงงานส่งรักษาโรงพยาบาล หรือรายงานว่าเกิดจากอุบัติเหตุการจราจร หรือไม่ให้แรงงานต่างชาตินอนรักษาที่โรงพยาบาล เพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบที่จะต้องรายงานต่อหน่วยงานตรวจสอบด้านแรงงาน
ระหว่างตรวจสอบยังพบว่า ในบางโรงงาน บนเครื่องจักร ข้างขวดหรือถังน้ำยา สารเคมี ไม่มีภาษาแม่ที่แรงงานต่างชาติอ่านออกเข้าใจกำกับวิธีใช้และข้อควรระวัง การอบรมก่อนเข้าทำงานก็ไม่ได้กระทำอย่างจริงจัง โดยมากจะใช้วิธีให้แรงงานเก่าสอนแรงงานใหม่ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุทำให้การประสบอันตรายจากการทำงานในกลุ่มแรงงานต่างชาติยังอยู่ในอัตราสูง สภาตรวจสอบจึงมีมติให้กระทรวงแรงงาน เร่งหามาตรการที่ได้ผลในการแก้ไขปัญหา ลดและควบคุมอันตรายจากการทำงานของแรงงานต่างชาติให้น้อยลง
ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นส่วนความบกพร่องของฝ่ายนายจ้างหรือสถานประกอบการ แต่อุบัติเหตุในที่ทำงานยังมักจะเกิดขึ้นได้ง่ายจากความบกพร่อง ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือจากการกระทำที่ไม่ปลอดภัยของตัวแรงงานเองด้วย ได้แก่ :
การทำงานที่ไม่ถูกวิธี ไม่ถูกขั้นตอนหรือลัดขั้นตอน
เกิดจากความประมาทเลินเล่อ ขาดสมาธิ ไม่ตั้งใจ เหม่อลอย
เกิดจากการมีนิสัยชอบเสี่ยง
การไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบความปลอดภัยในการทำงาน
การทำงานโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
การแต่งกายไม่เหมาะสม เช่นสวมใส่เสื้อผ้าที่รุ่มร่าม ไม่รวบผมให้รัดกุม ป้องกันถูกเครื่องจักรม้วนเข้าไปในเครื่อง
การทำงานโดยสภาพร่างกายและจิตใจไม่พร้อมหรือไม่ปกติ เช่น เมาค้าง ป่วย พักผ่อนนอนหลับไม่เต็มที่
สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการทำงานได้ง่าย เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ต้องมีการป้องกันก่อนการเกิดอุบัติเหตุ คือ การป้องกันหรือมีการเตรียมการล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ โดยมีหลักการต่างๆ เช่น หลักการ 5 ส. สู่การป้องกันอุบัติเหตุ ได้แก่
สะสาง หมายถึงการแยกของที่จำเป็นออกจากของที่ไม่จำเป็นและขจัดของที่ไม่จำเป็นออกไป
สะดวก การจัดวางหรือจัดเก็บสิ่งของต่าง ๆ ในสถานที่ทำงานอย่างเป็นระบบ หรือเป็นระเบียบเป็นหมวดหมู่ เพื่อความสะดวกปลอดภัยและคงไว้ซึ่งคุณภาพประสิทธิภาพในการทำงาน
สะอาด หมายถึงการทำความสะอาดเครื่องมือ เครื่องจักรอุปกรณ์ สถานที่ก่อนและหลังการใช้งาน
สุขลักษณะ ต้องรักษาสุขอนามัยของตัวเอง เครื่องมือและสถานที่ ไม่มีสิ่งของไม่จำเป็นอยู่ในพื้นที่ ไม่มีสภาพรกรุงรังและมีสิ่งสกปรกตกค้าง
สร้างนิสัย หมายถึงการสร้างนิสัยที่ดีในการมีจิตสำนึก ทัศนคติที่ดีในการปฏิบัติงานตามกฎระเบียบและข้อบังคับอย่างเคร่งครัด
2. ระวังมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นทนายความช่วยยื่นขอสิทธิประโยชน์ หักค่าบริการโหด 30-50% เตือนแรงงานไทยที่ประสบอุบัติเหตุอย่าหลงกล ควรให้นายจ้าง/บจง. ของตนเป็นผู้ดำเนินการ
เมื่อโชคร้ายประสบอุบัติเหตุ ควรเชื่อใจนายจ้างหรือบริษัทจัดหางานที่ดูแลตน หากไม่เข้าใจหรือไม่มั่นใจโทรศัพท์สอบถามหรือขอความช่วยเหลือจากสำนักงานแรงงานไทยหรือสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ได้ ที่ผ่านมาแรงงานไทยที่ประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บหรือพิการ จะใช้วิธีนี้ ซึ่งได้สวัสดิการ ทั้งเงินชดเชยจากนายจ้างและจากกองทุนประกันภัยแรงงานอย่างเหมาะสม แต่ก็มีบางรายที่ไปหลงเชื่อคนไทยด้วยกัน ซึ่งรู้จักกับนายหน้าที่อ้างตัวเป็นทนายความ ให้ข้อมูลผิด ๆ ว่า สามารถเรียกร้องเงินชดเชยจากนายจ้างและกองทุนฯ ได้มากกว่าที่นายจ้างเสนอมา และเก็บค่าบริการเล็กน้อย ทำให้แรงงานไทยที่ประสบอุบัติเหตุหลายราย ซึ่งร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากสำนักงานงานแรงงานไทยและทางสำนักงานฯ ก็ช่วยเจรจาเงินชดเชยกับนายจ้างเรียบร้อยแล้ว ขอถอนคำร้อง บอกว่าจะไปดำเนินการเอง สุดท้ายได้น้อยกว่าที่สำนักงานฯ ช่วยเจรจาไว้ เพราะโดนนายหน้าหักค่าบริการตั้งแต่ 30-50% ของเงินชดเชยที่ได้
ตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศของไต้หวันเดินทางไปรับตัวผู้ต้องหาจากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของไทยที่กรุงเทพฯ (ภาพจาก tw.nextapple.com)
กระทรวงแรงงานเตือนว่า ในไต้หวันมีนายหน้าที่แอบอ้างตนเป็นทนายความ และมักจะปรากฏตัวในคราบของคนดีมีคุณธรรม ช่วยปกป้องสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ ช่วยยื่นขอเงินสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้มากกว่า โดยเฉพาะเงินชดเชย ทั้งจากนายจ้างที่เสนอและจากกองทุนประกันภัยแรงงาน โดยปลอมแปลงเอกสารหรือใช้วิธีที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย สุดท้ายเงินที่ได้ถูกหักเยอะ และอาจถูกกองทุนฯ ทวงคืนทีหลังเมื่อพบเอกสารมีปัญหา เตือนให้ระวัง อย่างหลงกลลวงของนายหน้าที่หากินกับแรงงานต่างชาติเหล่านี้
ตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศของไต้หวันเดินทางไปรับตัวผู้ต้องหาจากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของไทยที่กรุงเทพฯ (ภาพจาก tw.nextapple.com)
ที่นำเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง เพราะเกิดขึ้นกับแรงงานไทยไปแล้วหลายราย และช่วงนี้มีข่าวตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของไทยจับหนุ่มไต้หวันที่ถูกศาลไต้หวันออกหมายจับข้อหาปลอมแปลงใบรับรองแพทย์ของแรงงานไทยที่ประสบอุบัติเหตุ นำไปยื่นขอรับเงินสิทธิประโยชน์ต่อกองทุนประกันภัยแรงงาน ได้เงินไปนับล้าน ถูกจับกุมถูกศาลตัดสินจำคุก ระหว่างรอการรับโทษ หลบหนีคดีไปกบดานที่ประเทศไทย ตำรวจไทยจับกุมตัวและส่งให้ตำรวจไต้หวันนำตัวกลับมาดำเนินคดีต่อ
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของไทยแถลงข่าวจับหนุ่มไต้หวันปลอมใบรับรองแพทย์หลอกกลุ่มแรงงานไทยในไต้หวัน ตุ๋นเงินสวัสดิการรัฐไปนับล้าน (ภาพจาก khaosod.co.th)
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ก.ค.2567 ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แถลงผลการจับกุมหนุ่มไต้หวันหัวหมออยู่เกินวีซ่า ปลอมใบรับรองแพทย์หลอกกลุ่มแรงงานต่างชาติในไต้หวัน ตุ๋นเงินสวัสดิการรัฐไปนับล้าน เหตุที่ถูกจับกุมสืบเนื่องจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่า พบเห็นชายชาวไต้หวัน พักอาศัยอยู่ซอยแจ้งวัฒนะ10 ถ. แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ สงสัยว่าจะเข้ามาอยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย จึงได้สืบสวนหาข่าวจนทราบว่า ชายชาวไต้หวันดังกล่าวคือ นายสวี่ อายุ 53 ปี สื่อไทยรายงานว่าชื่อ MR.WEI (นามสมมุติ) วีซ่าของเขาซึ่งได้อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเลยกำหนดไปแล้ว จึงได้ประสานงานกับสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย เพื่อตรวจสอบประวัติ พบว่า นายสวี่ มีประวัติฉ้อโกงเงิน โดยเป็นนายหน้าที่แอบอ้างตนว่าเป็นทนายความช่วยแรงงานต่างชาติยื่นขอเงินสิทธิประโยชน์ต่อกองทุนประกันภัยแรงงาน โดยการปลอมแปลงเอกสารใบรับรองแพทย์ของบุคคลอื่น เพื่อเบิกเงินทดแทนจากการประสบอุบัติเหตุจากการทำงานของแรงงานต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานคนไทยในไต้หวัน ได้เงินไปกว่า 1 ล้านเหรียญ ต่อมากองทุนฯ ตรวจพบเอกสารประกอบการยื่นขอรับเงินสิทธิประโยชน์มีปัญหาและได้ยื่นฟ้องต่อศาล ศาลไต้หวันตัดสินคดีมีความผิด ต้องโทษจำคุก 8 ปี 4 เดือน ก่อนเข้ารับโทษในปี 2562 ได้เดินทางหลบหนีไปกบดานอยู่ในประเทศไทย โดยตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของไทยได้เฝ้าติดตามสืบสวนหาข่าวจนทราบเบาะแสว่า นายสวี่ ได้แอบมาหลบซ่อนตัวอยู่กับหญิงไทยรายหนึ่งในย่านหลักสี่ กรุงเทพฯ และพบตัวนายสวี่ บริเวณกลางซอยแจ้งวัฒนะ 10 จึงได้เข้าจับกุมในข้อหา เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย เสียค่าปรับฐานอยู่เกินกำหนดวีซ่า จากนั้นเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 67 ตำรวจไต้หวันเดินทางไปรับตัวกลับมาดำเนินคดีที่ไต้หวันต่อไป
ผังสรุปคดีจับกุมหนุ่มไต้หวันปลอมใบรับรองแพทย์หลอกกลุ่มแรงงานไทยหนีไปกบดานที่กรุงเทพฯ (ภาพจาก สตม. ไทย)
จากเรื่องนี้ จึงขอเตือนว่า หากท่านบาดเจ็บจากการทำงาน ไม่รู้ว่าจะยื่นขอเงินชดเชยประกันอุบัติเหตุจากการทำงานอย่างไร ติดต่อสอบถามจากสายด่วน 1955 หรือขอความช่วยเหลือจากสำนักงานแรงงานไทย อย่าหลงเชื่อเมื่อมีคนมาบอกว่า สามารถช่วยยื่นขอเงินชุดเชยให้ได้ ระวังอาจเป็นพวกนายหน้าที่หากินกับเงินทดแทนจากกองทุนประกันภัยแรงงาน ซึ่งมักจะมีวิธีพูดที่ว่า คนไต้หวันยังยื่นขอเองไม่ค่อยได้เลย แรงงานต่างชาติยิ่งไม่มีทางที่จะขอเองได้ หรือการยื่นขอมีกฎระเบียบเยอะแยะ ให้คนมีประสบการณ์และรู้เรื่องประกันภัยช่วยยื่นขอให้ มีโอกาสสำเร็จมากกว่า หรือหากยื่นขอเอง อาจครบกำหนดสัญญาเดินทางกลับประเทศไปก่อน เงินชดเชยอาจไม่อนุมัติลงมา ตนรู้ช่องทางดี จะช่วยให้ได้รับเงินชดเชยเร็วขึ้น เป็นต้น