1. อัปเดตใหม่! ปี 2567 ไต้หวันห้ามผู้โดยสารนำเข้าอะไรบ้าง? เตือน! ลักลอบนำเข้ายาเสพติด จำคุกตลอดชีวิต นำเข้าผัก ผลไม้สด เนื้อสัตว์ทุกชนิดปรับโหด 3 ล้านเหรียญไต้หวัน
คนไทยที่เดินทางเข้าไต้หวันต้องระวัง อย่านำสิ่งผิดกฎหมายพกติดตัว ซุกซ่อนในกระเป๋าสัมภาระหรือส่งทางพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศอย่างเด็ดขาด หลังจากที่ 2-3 ปีมานี้ ตรวจพบผู้โดยสารจากประเทศไทยลักลอบนำเข้ายาเสพติด ซุกซ่อนผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์เข้าสู่ไต้หวันมากขึ้น ด่านศุลกากรไต้หวันเริ่มมีเพ่งเล็ง มีการตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระ ไม่เฉพาะของคนไทยเท่านั้น กระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารจากประเทศไทยทุกใบ จะมีการตรวจสอบเป็นพิเศษ 100% หากพบผิดปกติ จะเปิดกระเป๋าตรวจสอบอย่างละเอียด ทำให้ปี 2566 มีผู้โดยสารจากไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่ปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยว ถือฟรีวีซ่าเดินทางมาท่องเที่ยวไต้หวัน 14 วัน แต่วัตถุประสงค์จริง ๆ คือรับจ้างขนยาเสพติด โดยเฉพาะเฮโรอีนจากไทยเข้าไต้หวัน โดยได้รับค่าจ้างเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับโทษจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งถูกตรวจพบและจับกุมที่สนามบินเถาหยวนกว่า 20 คดี ทำให้เสียชื่อเสียงและภาพลักษณ์คนไทยเป็นอย่างมาก
จับ 3 หนุ่มไทยคาสนามบินเถาหยวน ลักลอบขนเฮโรอีนเข้าไต้หวัน 28 กก. (ภาพจากตำรวจท่าอากาศยาน)
นอกจากยาเสพติดแล้ว สิ่งที่อยากนำมาเตือนกันไว้ เกี่ยวกับรายการสิ่งของที่ห้ามนำเข้าหรือส่งมาทางพัสดุไปรษณีย์ล่าสุดในปี 2567 ไต้หวันมีกฎหมายตรวจและกักกันพืช กฎหมายป้องกันและควบคุมโรคระบาดสัตว์ และมีตรวจตราอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะพืช เช่น ผลไม้สด ต้นพืช เมล็ดพืช ดิน แมลง เนื้อสัตว์และสัตว์มีชีวิต หากไม่ได้รับอนุญาต ห้ามนำเข้าสู่ไต้หวันอย่างเด็ดขาด ที่ผ่านมามา ตรวจพบแรงงานไทยและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ นำเข้าสะตอ มังคุด ส้มจี๊ด เมล็ดพันธุ์พืช ฯลฯ ผ่านทางไปรษณีย์ หรือ EMS ถูกตรวจพบและถูกดำเนินคดีแล้วหลายร้อยคดี โทษจำคุกสูงสุด 7 ปี ปรับไม่เกิน 3 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ เพื่อป้องกันการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ห้ามนำเข้าหรือให้ญาติส่งเนื้อหมูหรือผลิตภัณฑ์เนื้อหมู เช่น ไส้กรอก กุนเชียง แคบหมู หมูกระจก ฯลฯ เข้าไต้หวันอย่างเด็ดขาด ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 1 ล้านเหรียญไต้หวัน หากเคยถูกปรับแต่ค้างจ่ายค่าปรับ และได้เดินทางเข้าสู่ไต้หวันรอบใหม่ จะถูกห้ามเข้าประเทศ จะส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์การทำงานในไต้หวัน หากเป็นแรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน สั่งให้ญาติส่งมาทางพัสดุไปรษณีย์ หลังจากพ้นโทษแล้ว ยังจะถูกเนรเทศส่งกลับประเทศ ห้ามเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันตลอดไป ส่วนญาติมิตรที่ส่งมาให้ จะตกเป็นผู้ต้องหาร่วม แม้จะอยู่ต่างประเทศ ไม่สามารถดำเนินคดีในทันทีได้ แต่จะถูกบันทึกประวัติเป็นผู้ต้องหา ในอนาคตหากเผลอเดินทางเข้าไต้หวันจะถูกจับที่สนามบินนำตัวไปดำเนินคดีทันที จึงเตือนแรงงานไทยต้องระวัง ทางที่ดีควรแจ้งให้ญาติมิตรที่บ้านทราบ อย่าส่งผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อสัตว์ ยาสำเร็จรูป เป็นต้น มาที่ไต้หวันอย่างเด็ดขาด มิเช่นนั้น ความหวังดีของผู้ส่ง อาจกลายเป็นความเดือดร้อนของผู้รับ
เตือนอย่านำยาสำเร็จรูปเข้าไต้หวัน เพราะสารประกอบอาจเป็นสารต้องห้าม และต้องแจ้งให้ญาติอย่าส่งยามาให้ทางไปรษณีย์ (ในภาพเป็นสัมภาระของแรงงานไทยถูกตรวจพบนำเข้ายาสำเร็จรูปจำนวนมาก)
มาดูกันว่า พืชและเนื้อสัตว์ที่ห้ามนำเข้ามาในไต้หวัน จากข้อมูลกรมสุขอนามัยและการตรวจกักกันพืชและสัตว์ กระทรวงเกษตร ไต้หวัน ฉบับใหม่ล่าสุดในปี 2567 มีอะไรบ้าง?
1. เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์
เนื้อสัตว์ เครื่องใน และผลิตภัณฑ์แปรรูปของเนื้อสัตว์ทุกชนิด
อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีส่วนผสมจากเนื้อหรือกระดูกสัตว์
นมสด ไข่ ขนสัตว์ที่ยังไม่ผ่านการแปรรูป กระดูกและเขาสัตว์ ฯลฯ
ห้ามนำผลิตภัณฑ์เนื้อหมู อาทิ แหนม ไส้กรอกหรือกุนเชียง ฯลฯ เข้าไต้หวัน
ผักผลไม้สด ต้นกล้าและพืชสด
เมล็ดพืช ราก หัว และผลิตภัณฑ์จากพืชที่งอกได้
แมลงที่ยังมีชีวิต ไม้ ดิน วัสดุที่ใช้ในการเพาะปลูก ฯลๆ
ระวัง! การนำเข้าผักและผลไม้สด หรือส่งมาทางไปรษณีย์ มีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี ปรับไม่เกิน 3 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. คำถามที่มักจะสอบถามกันบ่อย ๆ
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อย่างมาม่า ไว ๆ นำเข้าได้ไหม? บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประกอบด้วยไขมันสัตว์ สารสกัด ไฮโดรไลเสต สารปรุงรส และผงเนื้อแห้งที่ผ่านการแปรรูป แม้จะมีความเสี่ยงต่ำที่จะปนเปื้อนเชื้ออหิวาต์แอฟริกา แต่เนื่องจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีเนื้อสัตว์หลายประเภท อยากต่อการวิเคราะห์ และในไต้หวันตามห้างไฮเปอร์มาร์เกตก็มีบะหมี่ไทยขาย จึงแนะนำอย่านำเข้าไต้หวัน แต่หากนำขึ้นเครื่องแล้ว ทำไงดี? 1. ให้ทิ้งลงถังขยะก่อนผ่านด่านตรวจศุลกากร หากต้องการนำเข้าจริง ๆ ก็ต้องสำแดงหรือแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรก่อนถูกตรวจพบ ส่วนปลากระป๋อง เนื่องจากผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยอุณหภูมิสูง สามารถนำเข้าได้ แต่หากผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์อื่นที่บรรจุในกระป๋อง แม้ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยอุณหภูมิสูง แต่ต้องนำไปวิเคราะห์ ทำให้เสียเวลาแนะนำอย่างนำเข้ามา ดีกว่า
ผลิตภัณฑ์แปรรูปจำพวกแยม อนุญาตให้นำเข้าได้ แต่ผลไม้สดนำเข้าไม่ได้ กรมสุขอนามัยและการตรวจกักกันพืชและสัตว์ ระบุชัดเจนเลยว่า ห้ามผู้โดยสารนำผลไม้สดทุกชนิด รวมถึงหมากสดเข้าไต้หวัน
ทาร์ตไข่ ขนมเค้ก นำเข้าได้ แม้ทาร์ตไข่และขนมเค้กจะมีส่วนผสมของน้ำมันวัว น้ำมันหมู แต่ผ่านการสกัดและกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยอุณหภูมิสูงและไม่มีเนื้อสัตว์
ห้ามนำเข้าเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นแบบสด แบบปรุงสุกแล้ว แบบแช่แข็งหรือบรรจุในสูญญากาศ แต่หากเป็นอาหารจำพวกสัตว์น้ำที่ผ่านกระบวนการอบแห้ง หมัก ปรุงรสและแปรรูป สามารถนำเข้าได้ อย่างปลาสลิดแห้ง ปลาหย็อง น้ำพริกกุ้ง ปลากระป๋อง ฯลฯ
การนำเข้าอาหารที่ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ จำกัดผู้โดยสารแต่ละคนนำเข้าได้น้ำหนักรวมไม่เกิน 6 กิโลกรัม ในจำนวนนี้ ข้าวสาร เห็ดแห้ง ใบชา ถั่วลิสงปรุงสุก ดอกไม้จีนแห้ง และกระเทียมปรุงสุก แต่ละรายการห้ามเกิน 1 กิโลกรัม
ข้อจำกัดการพกยาและเวชภัณฑ์เข้าไต้หวัน หน้ากากอนามัย นำเข้าได้คนละไม่เกิน 250 ชิ้น เกินจากนี้ต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานอาหารและยา ส่วนยาสามัญประจำบ้าน จำพวกยาดม บาล์มบรรเทาอาการปวด เช่นยาหม่อง เมนโทลาทั่ม ฯลฯ นำเข้าได้อย่างละไม่เกิน 12 แท่ง กระปุกหรือหลอด รวมทั้งหมดห้ามเกิน 36 แท่ง กระปุกหรือหลอด ยาที่ต้องรับประทานเป็นประจำและมีใบสั่งแพทย์ ห้ามมีปริมาณเกิน 6 เดือน หากไม่มีใบสั่งแพทย์ ห้ามเกิน 2 เดือน
บุหรี่และสุรา ผู้โดยสารที่มีอายุครบ 20 ปี สามารถนำเข้าบุหรี่จำนวน 200 มวนต่อคน หรือ ซิการ์จำนวน 25 มวน หรือ ยาสูบจำนวน 1 ปอนด์โดยได้รับยกเว้นภาษี ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้น นำเข้าได้ไม่เกิน 1 ลิตร โดยไม่จำกัดขวด
กรณีซื้อบุหรี่และสุรากลับประเทศไทย บุหรี่ไม่เกิน 200 มวนหรือยาสูบไม่เกิน 250 กรัมหรือน้ำหนักรวมทั้งหมดทุกประเภทไม่เกิน 250 กรัม ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปริมาตรไม่เกิน 1 ลิตร หากนำบุหรี่ ยาสูบ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เข้ามาเกินกว่าปริมาณที่กำหนด แนะนำหย่อนใส่กล่องที่กรมศุลกากรจัดไว้เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดี
3. ระวัง! ไต้หวันอนุญาตให้พกเงินสดเข้าหรือออกจากไต้หวัน 100,000 เหรียญไต้หวัน เงินตราต่างประเทศมูลค่าไม่เกิน 10,000 USD. เกินกว่านั้นถูกยึด
ปัญหาการเดินทางเข้าออกสนามบิน ไม่ว่าจะสนามบินนานาชาติเถาหยวนหรือสนามบินสุวรรณภูมิ ต้องเคารพกฎระเบียบและข้อห้ามในการพกพาหรือติดตัวสิ่งของต้องห้าม เงินสดและสิ่งของที่มีมูลค่า หากไม่ปฏิบัติตามจะถูกลงโทษหรือถูกยึด โดยเฉพาะเงินสด อุตส่าห์ประหยัดกินประหยัดใช้แล้วพกเงินกลับบ้านเกินกำหนดถูกยึด จะไม่สามารถขอคืนได้ เป็นเรื่องที่น่าปวดใจมาก
ก่อนหน้านี้ เคยมีแรงงานไทย 2 สามีภรรยา เดินทางมาทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งที่นครไทจง ทั้งคู่ประหยัดอดออม และโหมทำงานหนัก รายได้แต่ละเดือนนอกจากเก็บไว้ใช้บางส่วน และส่งเงินกลับบ้านเป็นทุนการศึกษาของลูกและค่าครองชีพของพ่อแม่แล้ว ยังเก็บส่วนหนึ่งไว้ในบัญชีธนาคารที่ไต้หวันด้วย เมื่อปลายปี 2565 ที่ผ่านมา แรงงานไทยทั้งคู่ได้รับอนุญาตจากนายจ้างลากลับบ้านไปเยี่ยมลูกและพ่อแม่ พกเงินสดติดตัวกลับบ้านเป็นเงินไต้หวันจำนวน 400,000 เหรียญ โดยไม่คิดที่จะใช้วิธีโอนเข้าบัญชี ปรากฏว่าขณะเดินทางผ่านด่านศุลกากร ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบ ยึดเงินสดไว้ 200,000 เหรียญ ที่เหลืออีก 200,000 เหรียญ คืนให้แรงงานไทยพกกลับไปได้คนละ 100,000 เหรียญตามกฎระเบียบ และเนื่องจากติดขั้นตอนยึดเงิน ทำให้แรงงานไทยทั้งสองต้องตกเครื่อง จำต้องซื้อตั๋วใหม่ โดยสารเครื่องบินเที่ยวต่อไป เมื่อเดินทางกลับเข้าไต้หวันช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน จึงร้องเรียนไปยังสำนักงานแรงงานไทย แต่เงิน 200,000 เหรียญที่ถูกยึด ไม่สามารถขอคืนได้ เพราะกฎระเบียบของด่านศุลกากรเขียนไว้ชัดเจน หากนำเงินสดออกจากไต้หวันเกินกว่ากำหนด จะถูกยึดโดยไม่สามารถขอรับคืนได้ ก็ทำให้แรงงานไทยทั้ง 2 รู้สึกปวดใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะอุตส่าห์อดออม กว่าจะเก็บได้ 200,000 เหรียญ เป็นเรื่องไม่ง่ายนัก นี่หากไปคนเดียวแล้วพกไป 400,000 เหรียญ ถูกยึดไป 300,000 เหรียญ คงต้องช้ำใจมากกว่านี้
เพื่อป้องกันการฟอกเงิน ไต้หวันอนุญาตให้พกเงินสดเหรียญไต้หวันเข้า-ออกประเทศได้ไม่เกิน 100,000 TWD. เงินตราต่างประเทศที่เป็นเงินสดมูลค่าไม่เกิน 10,000 USD.
หลายคนเคยถามปัญหาการนำเงินสดกลับประเทศว่านำกลับไปได้เท่าไหร่ จึงนำเรื่องนี้มาเล่ากันฟัง เพื่อเป็นการเตือนให้แรงงานไทยต้องระวัง กฎระเบียบในการนำเงินสดและทองคำเข้าออกจากไต้หวัน ทำไมถึงเข้มข้น เนื่องจากปัจจุบันการฟอกเงินของขบวนการนอกกฎหมายรุนแรงมาก กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของไต้หวันจึงกำหนดอย่างเข้มงวด อนุญาตให้พกเงินสดเหรียญไต้หวันเข้าออกนอกประเทศได้ไม่เกิน 100,000 เหรียญไต้หวัน เงินตราต่างประเทศที่เป็นเงินสดมูลค่าไม่เกิน 10,000 USD. หรือประมาณ 310,000 เหรียญไต้หวัน หากเป็นทองคำไม่ว่าจะทองแท่งหรือทองรูปพรรณ มูลค่าไม่เกิน 20,000 USD. (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันประมาณ 620,000 เหรียญไต้หวัน) ส่วนที่เกินกว่ากำหนดและไม่มีการแจ้งขออนุญาตก่อนจะถูกยึด ระเบียบศุลกากรกำหนดเลยว่า ผู้ที่แจ้งหรือสำแดง สามารถยื่นขอคืนส่วนที่เกินโดยไม่ยึดเป็นของหลวง แต่จะไม่อนุญาตให้นำออกไปเกินกว่าที่กำหนด ถ้าไม่แจ้งจะยึดเป็นของหลวงโดยไม่สามารถขอคืนได้
ไต้หวันอนุญาตให้นำเข้าหรือนำออกทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณมูลค่าไม่เกิน 20,000 USD.
แนะนำแรงงานไทย ใช้วิธีโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่เมืองไทยจะได้อัตราแลกเปลี่ยนดีกว่าแลกเป็นเงินสด แถมมีความปลอดภัย อย่าพกเงินสดติดตัวจำนวนมาก หากเกินกำหนดจะมีความผิดฐานฟอกเงินถูกยึดแล้ว ยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะตกเป็นเป้าหมายของแก๊งมิจฉาชีพด้วย
4. ข้อควรระวังสำหรับแรงงานไทยที่จะเดินทางกลับประเทศ
แรงงานไทยที่จะเดินทางกลับประเทศ มีข้อแนะนำดังนี้
1. แรงงานไทยที่เดินทางกลับประเทศ ขณะรายงานตัวที่เคาน์เตอร์สายการบิน และผ่านการชั่งน้ำหนักสัมภาระแล้ว อย่าเพิ่งเดินไปขึ้นเครื่องทันที ต้องติดตามกระเป๋าสัมภาระของตนที่เลื่อนไปตามสายพาน จนผ่านจุดตรวจความปลอดภัยด้วยเครื่องเอกซเรย์เรียบร้อยแล้ว จึงจะเข้าไปยังด่านตรวจคนขาออก เพื่อไปขึ้นเครื่องบินได้
สายการบินทั่วไป อนุญาตให้ผู้โดยสารนำสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องได้คนละ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 23 กก. เมื่อผ่านการชั่งน้ำหนักแล้ว ต้องติดตามกระเป๋าสัมภาระของตนที่เลื่อนไปตามสายพาน ผ่านจุดตรวจความปลอดภัยด้วยเครื่องเอกซเรย์เรียบร้อยแล้ว จึงจะไปขึ้นเครื่องได้
2. บริษัทการท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน (Taoyuan International Airport) เตือนว่า สิ่งของต้องห้ามที่ถูกตรวจพบในกระเป๋าสัมภาระแบบโหลดใต้ท้องเครื่องมากที่สุดหรือประมาณครึ่งหนึ่งคือ พาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) หรือแบตเตอรี่สำรองแบบพกพา รองลงมาคือถ่านไฟฉายหรือแบตเตอรี่แบบตะกั่วและแบบลิเธียมที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องใช้ไฟฟ้า ตามด้วยไฟแช็ก
เจ้าหน้าที่การท่าอากาศยาน ขอความร่วมมือมายังผู้โดยสารทุกคน ไม่ให้นำสิ่งของต้องห้ามเหล่านี้ใส่ลงไปในกระเป๋าสัมภาระแบบโหลดใต้ท้องเครื่องเป็นอันขาด หากจำเป็นต้องนำติดตัวไปด้วย กรุณาใส่ไว้ในกระเป๋าสัมภาระแบบพกติดตัวขึ้นเครื่อง เพราะจะช่วยให้ขั้นตอนการตรวจสอบสัมภาระเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพาเวอร์แบงก์หรือแบตเตอรี่สำรองสำหรับมือถือห้ามใส่กระเป๋าเดินทางโหลดใต้เครื่อง แต่ใส่กระเป๋าถือขึ้นเครื่องได้ ส่วนไฟแช็กสามารถนำติดตัวขึ้นเครื่องได้คนละ 1 อัน แต่ต้องเป็นไฟแช็กแบบธรรมดา หากเป็นไฟแช็กแบบกันลม หรือแบบไฟฟู่ ไฟพ่น ไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทั้งหมด
ควรปฏิบัติตามกฎระเบียบ จะได้ไม่ต้องมารื้อกระเป๋าจนเหงื่อแตก
3. แนะนำว่า สิ่งของที่นำกลับบ้าน ควรนำเฉพาะของที่มีความจำเป็น มีมูลค่า หาซื้อไม่ได้ในประเทศไทย และควรจะจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ป้องกันน้ำหนักสัมภาระเกินพิกัด ซึ่งต้องเสียค่าระวางสัมภาระเพิ่มขึ้น และเมื่อไม่ผ่านการตรวจความปลอดภัยแล้วต้องมารื้อออก หาสิ่งของต้องห้ามกันพัลวันจนเหงื่อแตก สุดท้ายใส่กลับเข้าที่เดิมไม่ได้อีกต่างหาก จนต้องทิ้งของบางอย่าง
4. สิ่งของต้องห้ามอื่นๆ ที่นำขึ้นเครื่องบินไม่ได้ อย่างเช่น ตะไบเล็บ กรรไกร แหนบ ทุกชนิดที่เป็นโลหะ และสิ่งของอื่นๆ ที่คล้ายกัน อาวุธทุกชนิด สนับมือ มีดดาบ ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นอาวุธที่ต้องรับการควบคุมเช่นเดียวกับอาวุธปืน อย่าพกพาหรือครอบครองเด็ดขาด ยิ่งแอบนำขึ้นเครื่องถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอาญา นอกจากนี้ยังต้องระวังของมีคม อาทิ มีด ที่ตัดเล็บ หรือของที่มีลักษณะเหมือนอาวุธทุกชนิด อาทิ ปืนเด็กเล่น หรือวัตถุไวไฟ อาทิ ไฟแช็ก ไม้ขีดไฟ น้ำมัน สเปรย์
ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ต้องรื้อกระเป๋าหาสิ่งของต้องห้ามกันวุ่น เสร็จแล้วใส่กลับเข้าไปที่เดิมไม่ได้
5. ของเหลว อาทิ แชมพู โลชั่น สเปรย์ และเจลจะได้รับอนุญาตให้เก็บไว้ในสัมภาระพกพาได้เฉพาะที่เก็บอยู่ในภาชนะที่มีขนาดไม่เกิน 100 มล. ต่อชิ้น ภาชนะเหล่านี้จะต้องใส่ไว้ในถุงพลาสติกใสที่มีซิปล็อก ปริมาตรรวมของถุงบรรจุจะต้องไม่เกิน 1 ลิตร ผู้โดยสารแต่ละคนจะได้รับอนุญาตให้ถือถุงพลาสติกนี้ขึ้นเครื่องได้คนละหนึ่งถุงเท่านั้น ถุงดังกล่าวจะต้องแยกจากสัมภาระพกพาและต้องแสดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อนำผ่านเครื่องเอกซเรย์ที่จุดตรวจสอบ
สิ่งของเครื่องใช้ที่่รื้อออกจากสัมภาระของแรงงานไทยที่เตรียมขึ้นเครื่องกลับบ้าน เนื่องจากน้ำหนักเกินพิกัด
6. ห้ามนำสนับมือและมีดดาบใส่กระเป๋าขึ้นเครื่อง! คนงานไทยรายหนึ่งกลับบ้านพกสนับมือขึ้นเครื่อง ถูกตรวจพบและถูกจับกุมทันที ข้อหานำอาวุธขึ้นเครื่องโดยไม่ได้ขออนุญาต และเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยาน ฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมอาวุธปืน กระสุนปืน วัตถุระเบิดและอาวุธมีคมของไต้หวัน ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ถูกอัยการสั่งควบคุมตัวที่เรือนจำผู้ต้องหาของสำนักงานอัยการเถาหยวน และไม่อนุญาตให้เยี่ยม ก่อนหน้านี้ เคยมีคนงานไทยรายหนึ่งซ่อนดาบซามูไรยาวประมาณ 1.5 เมตร ซ่อนไว้ในกระเป๋าเดินทาง โดนจับมาแล้ว