
Sign up to save your podcasts
Or


ให้ดูว่าใจกำลังคิดแล้วกลับมาที่กรรมฐานใหม่
ไม่ต้องดึงไม่ต้องอะไรเลยนะ
แต่ว่าถ้ามันเห็นตอนมันไหลไปได้
บางครั้งเนี่ยให้เห็น...มันจะหลุดออกมาเลย
แล้วกลับมาจะรู้สึกอย่างนี้
เมื่อกี้มาแว๊บ...อย่างนี้...รู้สึก
แล้วก็กลับมาดูการหายใจใหม่
มันจะมีอยู่ 2 แบบ ถ้าสติอ่อนจะเป็นแบบนั้น
เหมือนที่พูดซ้ำเมื่อกี้ เมื่อกี้ก็อธิบายไปแบบนั้นน่ะ
ถ้าสติมันเร็วนะมันก็จะเห็นตอนมันไหลไป
แต่ต้องดูอันนี้ให้มันเยอะๆ แล้วก็ทำให้เยอะกว่านี้หน่อย
มันไม่ผิดหรอกแต่กำลังมันยังไม่พอ
ต้องไปเติม...ทำยังไม่มากพอแบบนี้ดีกว่า
ทันตแพทย์ณัฏฐ์ ศรีวชิรวัฒน์
3 สิงหาคม 2567
ณ บ้านจิตสบาย
ที่มาคลิปเต็ม: https://youtu.be/UY0xnrTBMFU
นาทีที่ 1.05.39-1.11.58
หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/articles/nat/
ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
Website - www.jitsabuy.com
YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
LINE - @baanjitsabuy
Instagram - @baanjitsabuy
TikTok - @baanjitsabuy
ยังไม่เห็น ไม่ได้แปลว่าไม่มี
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
สวนธรรมประสานสุข จังหวัดชลบุรี
28 กรกฎาคม 2567
ณ บ้านจิตสบาย
บ้านจิตสบาย เป็นสถานที่ศึกษาธรรมภาคปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจปฏิบัติสมถะ วิปัสสนา เจริญสติปัฏฐาน ๔ ตามแนวคำสอน “มีสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง” ของหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
1. บริการของบ้านจิตสบาย
- ในบ้านแห่งนี้ มีการจัดเตรียมหนังสือธรรมะ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการภาวนา ที่ญาติธรรมสามารถขอรับได้ และมีบริการวิทยุ วีดีทัศน์สื่อธรรม ที่ทุกท่านสามารถขอยืม โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ รวมถึง “ห้องนิทรรศการของหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช” ผู้เป็นแรงบันดาลใจของการสร้างสถานที่แห่งนี้
- เจ้าหน้าที่บ้านจิตสบาย พร้อมยินดีให้คำแนะนำเกี่ยวกับ การใช้สถานที่และบริการต่างๆ ของบ้านจิตสบาย สถานที่เรียนรู้สู่ความรู้เเจ้งอริยสัจ
2. บ้านจิตสบาย เปิดให้บริการวันไหนบ้าง
- บ้านจิตสบายหยุดทุกวันจันทร์
- เวลาทำการ:
วันอังคาร – วันศุกร์ เวลา 8.30 – 16.30 น.
วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 8.30 – 17.30 น.
หมายเหตุ: เวลาและเวลาเปิด-ปิด อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามกิจกรรมของบ้านจิตสบาย
3. ติดต่อบ้านจิตสบาย
- ที่อยู่: เลขที่ 101 ถนนสุขาภิบาลบางระมาด แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 10170
- เบอร์โทรศัพท์: 02-448-3392, 080-018-3555
- อีเมล: [email protected], Line: @Baanjitsabuy
ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
Website - www.jitsabuy.com
YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
LINE - @baanjitsabuy
Instagram - @baanjitsabuy
TikTok - @baanjitsabuy
นักปราชญ์ในเมืองไทยก็ให้เหตุผลว่า
เรื่อง 5,000 ปี มันอยู่ในคัมภีร์ชั้นหลัง ในพระไตรปิฎกไม่มี
แล้วถ้าถือตามพระไตรปิฎก พระองค์ตรัสไว้หลายแห่งว่า
“ถ้ายังมีผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบอยู่
มีความเป็นอยู่โดยชอบ โลกจะไม่ว่างจากพระอรหันต์”
ไม่กำหนดเวลา เพราะฉะนั้นถ้าตอนนี้ ขณะนี้ปี 2567 นะ
ยังมีผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบโลกนี้ก็ยังมีพระอรหันต์
อย่าว่าแต่พระโสดาบัน สกทาคามี หรืออนาคามี
แล้วก็ไม่ได้เกี่ยวว่าจะต้องเป็นสุขวิปัสสกะ
หรือว่าจะเป็นผู้ที่บรรลุวิชา 3 ไม่เกี่ยวกันนะ
เพียงแต่ว่าสัดส่วนมันจะน้อย มันจะมาก ตามปกติอยู่แล้ว
พระอรหันต์ผู้ทรงฌานมีฤทธิ์สัดส่วนจะน้อยกว่าพระอรหันต์
ที่เป็นสุขวิปัสสกะตามปกติอยู่แล้ว ในสมัยพุทธกาลก็เป็นอย่างนี้
สรุปในการประชุมฝ่ายที่จะตั้งชื่องานว่ากึ่งพุทธกาลยอมรับสู้ไม่ได้
สู้เหตุผลไม่ได้ก็ยอมรับ ก็เลยต้องเป็นตั้งชื่อว่าฉลองปี 2500 เท่านั้น
ไม่ต้องบอกว่ากึ่งพุทธกาลเพราะว่าเหตุผลไปไม่ได้
คนที่เชื่อเรื่อง 5,000 ปีก็จะเริ่มสงสัยว่าพระอรหันต์น่าจะไม่มีแล้ว
สิ่งที่ยังไม่เห็นอย่าเพิ่งเชื่อว่าไม่มี
ตอน ‘ดูจิต’ ฝึกดูจิต บางคนก็...ดูกันยังไง
จิตมันเป็นนามธรรมดูยังไง ดูไม่เห็น
ก็ไม่เชื่อว่าวิธีดูจิตจะมีจริง...มีผลจริง
เห็นคุยกันก็โม้หรือเปล่า ฟุ้งซ่านหรือเปล่า
แต่พอถ้ามีครูบาอาจารย์ชี้ให้ดู ฟุ้งแล้ว...เราเห็นว่าฟุ้ง
ก็อาจจะห๊ะ...อย่างนี้ก็มีด้วยเหรอ อย่างนี้นะ
อาตมาตกใจเลยนะ ไม่ใช่ตกใจแบบตื่นเต้นนะ
ตอนที่เห็นจิตครั้งแรก จิตฟุ้งซ่านอยู่ ครูบาอาจารย์ชี้
“ฟุ้งซ่านแล้วเห็นไหมครับ” พูดเพราะด้วยนะ
ฟุ้งซ่านแล้วเห็นไหมครับ เห็นขึ้นมานะ
อุทานในใจ เอออย่างนี้ก็มีด้วยเหรอ!
เขาดูจิตอย่างนี้เองเหรอ ดูเป็น...เริ่มดูได้แล้ว
ดูครั้งแรกได้แล้ว ครั้งสอง สาม สี่ มันก็ควรจะได้ด้วย
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
สวนธรรมประสานสุข จังหวัดชลบุรี
28 กรกฎาคม 2567
ณ บ้านจิตสบาย
ที่มาคลิปเต็ม: https://www.youtube.com/live/lF95nmSIrNU
หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/articles/krt/
ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
Website - www.jitsabuy.com
YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
LINE - @baanjitsabuy
Instagram - @baanjitsabuy
TikTok - @baanjitsabuy
สมาธิแบบผิด...นั่งแล้วเครียดกับนั่งแล้วเคลิ้ม...อันนี้ผิด
นั่งแล้วเครียดคืออะไร อยากสงบก็บังคับตัวเอง
แล้วก็ปรากฏว่ามันบังคับไม่ได้ มันเผลอไป...มันหนีไป
มันฟุ้งซ่านก็หงุดหงิดกับปรากฏการณ์ที่เห็น นี่เริ่มเครียดหน่อยๆ แล้ว
พอเห็นว่าเมื่อกี้ฟุ้งไป มันไม่เห็นว่ามีจิตฟุ้งนะ มันเห็นว่าเราฟุ้ง
คนที่ภาวนาแล้วเครียด เอ้ย! เราฟุ้งไป...เอากลับมา
เห็นจิตเป็นเหมือนสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มันไม่เกิดไม่ดับ
เป็นลูกกลมๆ ลอยๆ ออกไป รีบคว้าลูกนั้นกลับมา
คว้ากลับมาแล้วปรากฏว่ามันก็ไม่อยู่ ไม่ยอมอยู่กับที่
มันก็เผลอ...เผลอไปอีก เผลอไปอีกก็รีบคว้ากลับมานะ
คว้ากลับมาแล้วก็พยายามกดข่มบังคับให้มันอยู่กับที่ให้ได้...แล้วมันก็ไม่อยู่
ภาวนาอย่างนี้จะภาวนาแล้วเครียด
อีกแบบหนึ่งคือ หลังจากภาวนาแล้วเครียด
มันเหนื่อยออกแรงคว้าจิตแล้วก็กดข่มเอาไว้
ตรงนี้ก็ออกแรงนะ ตอนกดข่มก็ออกแรง
พอหมดแรงกดข่ม...มันก็ลอยไป
อ้าว! รีบคว้าจิตกลับมา เป็นการทำงานแบบหนึ่งที่เหนื่อย
เหนื่อย...จิตก็อยากจะพัก
วิธีพักของจิตถ้าทำความสงบไม่ได้มันก็จะแอบหลับ
แอบหลับก็บางคนก็หลับเลย หลับง่ายหลับป๊อกไปเลย
บางคนยังหลับแบบมีฟอร์มคือแค่สับปะหงก
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
28 กรกฎาคม 2567
ณ บ้านจิตสบาย
ที่มาคลิปเต็ม: https://www.youtube.com/live/lF95nmSIrNU
หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/articles/krt/
ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
Website - www.jitsabuy.com
YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
LINE - @baanjitsabuy
Instagram - @baanjitsabuy
TikTok - @baanjitsabuy
จิตใสหรือขุ่น ขึ้นกับองค์ประกอบในจิต
องค์ประกอบในจิตเรียกว่า ‘เจตสิก’
เจตสิกก็มีเวทนา สัญญา สังขาร
‘เวทนา’ คือความรู้สึกสุข ทุกข์ หรือเฉยๆ
‘สัญญา’ คือความจำได้หมายรู้
‘สังขาร’ คือความปรุงแต่ง ปรุงดี ปรุงชั่ว ด้วยเจตนา
ปรุงดีก็ใส ปรุงชั่วก็ขุ่น
ขุ่นก็ขุ่นหลายแบบ...ขุ่นหลายแบบนะ
ขุ่นด้วย ‘ราคะ’ สีอาจจะหวานหน่อย
สีหวานๆ เคยเห็นไหม น้ำสีหวานๆ
ไปดูตามตู้น้ำที่เขาขายน้ำเขียว น้ำแดง น้ำเหลือง
เอ...ไม่ใช่น้ำเหลือง ไม่ใช่น้ำเหลืองดูไม่น่ากินเท่าไร...น้ำส้มนะ
แต่ถ้าขุ่นเป็นสีคล้ำดำ อันนี้ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง
กลิ่นก็ด้วยนะ กลิ่นก็คนละแบบนะ
หรือว่าอุณหภูมิ ร้อนหรือเย็น ความแตกต่างของมันมากมาย
‘จิต’ ก็เช่นเดียวกัน เวลามี ‘ราคะ’ ก็เหมือนน้ำสีสวยงาม...หวาน
มี ‘โทสะ’ ก็ขุ่น ไม่ใช่ขุ่นธรรมดา ขุ่นแล้วเดือดด้วย...เดือดพล่าน
‘โมหะ’ ก็เหมือนน้ำที่มันมัวๆ ขุ่นๆ ดำๆ
มองไม่เห็นว่าลึกหรือตื้นแค่ไหน น้ำที่เราเห็นอยู่นี่
ถ้าเราดูกิเลสออก ก็จะแยกกิเลสได้ว่าแต่ละตัวๆ ไม่เหมือนกัน
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
สวนธรรมประสานสุข จังหวัดชลบุรี
28 กรกฎาคม 2567
ณ บ้านจิตสบาย
ที่มาคลิปเต็ม: https://www.youtube.com/live/lF95nmSIrNU
หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/articles/krt/
ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
Website - www.jitsabuy.com
YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
LINE - @baanjitsabuy
Instagram - @baanjitsabuy
TikTok - @baanjitsabuy
ถ้าเราดูกิเลสออก ก็จะแยกกิเลสได้ว่าแต่ละตัวๆ ไม่เหมือนกัน
พระพุทธเจ้าเคยแสดงเอาไว้ว่า ‘อกุศลมูล คือ ราคะ โทสะ โมหะ’
3 ตัวนี้มีลักษณะแตกต่างกัน
ถ้าดูแต่ตามอภิธรรมก็จะแยกตามลักษณะ
ตามหน้าที่ที่มันมาทำ เกิดผลอะไร
มีอะไรเป็นเหตุใกล้ให้เกิด ประมาณนี้
ดูง่ายๆ ตามพระสูตร พระสูตรแสดงเอาไว้ว่า
“ราคะ มีโทษน้อย แต่ละยาก...คลายช้า”
จิตคลายจากราคะช้า หรือราคะมันมีอานุภาพอยู่กับจิตอยู่นาน
“โทสะ มีโทษมาก แต่คลายเร็ว”
คลายนะ...ค.ควาย ล.ลิง สระอา ย.ยักษ์น่ะ
คลายคือมีโทษมากแต่หายง่าย หายเร็วเมื่อเทียบกับราคะ
“โมหะ มีโทษมาก หายช้าด้วย...คลายช้า”
แต่ละตัวๆ มีลักษณะไม่เหมือนกัน
‘ราคะ’ มันจูงใจว่าถ้าสมปรารถนาแล้วน่าจะมีความสุข
เวลามีมันเนี่ยใจยังไม่รู้สึกเดือดร้อน
ก็เลยมีโทษน้อยคือกำลังฝันหวานอยู่ ก็อาจจะยังรู้สึกว่าไม่เป็นพิษเป็นภัย
จริงๆ ตอนนั้นนะถ้ามองด้วยใจของนักภาวนา
หรือของพระอริยะจะเห็นว่า...เป็นทุกข์แล้ว
แต่คนส่วนใหญ่เห็นว่าตอนนั้นกำลังมีหวัง...กำลังมีหวังอยู่
รู้สึกความหวังอย่างนี้ยังไม่เป็นทุกข์สำหรับเขา
เพราะมีหวังอยู่ว่าถ้าสมปรารถนาจะมีความสุข...แล้วก็คลายช้า
บางคนหลายชาตินะกว่าจะคลาย
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
สวนธรรมประสานสุข จังหวัดชลบุรี
28 กรกฎาคม 2567
ณ บ้านจิตสบาย
ที่มาคลิปเต็ม: https://www.youtube.com/live/lF95nmSIrNU
หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/articles/krt/
ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
Website - www.jitsabuy.com
YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
LINE - @baanjitsabuy
Instagram - @baanjitsabuy
TikTok - @baanjitsabuy
ดูเป็นขณะๆ ‘จิต’ เมื่อกี้เป็นยังไงรู้ทัน
ตอนรู้ทัน ‘ขณะที่มันมีกิเลส กับขณะที่รู้ คนละขณะกัน’ ให้ดูอย่างนี้
ถ้าดูไม่ออกก็คิดนำไปก่อน คิดนำไปก่อนว่า...
ที่เห็นเมื่อสักครู่นี้จริงๆ แล้ว สิ่งที่ถูกเห็นกับขณะที่กำลังเห็นเป็นคนละขณะกัน
วิธีที่ทำให้เห็นตัวนี้ชัดเจนคือเปรียบเทียบเป็นเวลา
จิตกินเวลานะ จิตเกิดขึ้นมาแล้วดับไปกินเวลา
แต่กินเวลาสั้นมาก จนเราไม่รู้สึกว่ามันกินเวลา
แล้วก็ไม่รู้สึกว่ามันมีการเกิดและดับ
เหมือนไฟฟ้านะแค่ 50 ครั้งต่อวินาที เราก็มองไม่ออกแล้ว
แต่จิตไวกว่านั้นอีก จิตนี้ไวกว่านั้น
อันนี้เปรียบง่ายๆ ว่า ‘จิตเกิดดับ’ ครั้งหนึ่งเท่ากับ 1 วินาที
เป็นเลขสมมตินะ จริงๆ ไม่ใช่นะ...เป็นเลขสมมติ
จิตเกิดดับครั้งหนึ่งเป็น 1 วินาที
สมมุติว่าทำสมถะ สมถะที่เราเคยทำฝึกกันมา
เช่น ดูลมหายใจ ดูลมหายใจไปเอาสักกี่วินาทีดี
ที่เคยทำ...ทำได้กี่วิ เอาว่า 10 วินาที
10 วินาที นี่ถือว่าหรูแล้วนะ
คนปกติเนี่ย 3 วินาทีก็หลงแล้ว
อยู่ 10 วินาที แล้วก็จิตไม่รับรู้กับลมหายใจนี้ตามปกติแล้ว
มันไปมีการทำงาน เช่นว่าหลงไปฟังอะไรสักอย่างหรือหลงไปคิด
หลงไปคิดนี่เป็นสภาวะที่เกิดได้บ่อยสุด
อยู่กับลมหายใจไปก็หลงไปคิด คิดเรื่องอะไรดี...
คิดถึงปลาหมอคางดำ มันไปถึงไหนแล้ว
ถึงนครสวรรค์ได้หรือยัง ถึงยัง...ยังไม่ถึง
นึกถึงปลาหมอคางดำ กำลังนึกถึงปลาหมอคางดำ
สมมุติว่านึกถึงปลาหมอคางดำไปสักอีก 10 วินาที
เป็นวินาทีที่ 20 แล้วมีจิตอีกดวงหนึ่งมาเห็นว่า อ้าว...เมื่อกี้หลงไป
ตอนที่หลงเนี่ยไม่รู้ว่าตัวเองหลง
เพราะมันรู้เรื่องปลาหมอคางดำ
แต่ตอนวินาทีที่ 21 เห็น ‘จิต’ เมื่อกี้นี้
มันจะเห็นว่าจิตเมื่อกี้นี้กำลังหลงคิดไป
ไม่ต้องไปรู้เรื่องที่คิดนะ รู้ว่าจิตเมื่อกี้นี้มันหลงคิด
วินาทีที่ 21 เกิดขึ้นมาจะเห็นว่าวินาทีที่ 20 หลงคิด
แสดงว่าวินาทีที่ 20 เป็นอดีตแล้วนะ...ใช่ไหม
วินาที 21 เป็นปัจจุบัน แล้ววินาทีที่ 21 ก็ทรงตัวอยู่ไม่ได้
เพราะว่าเวลาก็ต้องผ่านไป จิตที่รู้นี่เองก็ต้องดับด้วย
ตามธรรมชาติของจิตที่มันเกิดดับ
ฉะนั้นวินาทีที่ 21 เกิดขึ้นมาเป็นจิตรู้ขึ้นมาแล้ว
วินาทีที่ 22 จะทำอะไรต่อ คนทั่วไปก็มักจะวิพากษ์วิจารณ์
“เออ...เมื่อกี้เราเผลอคิด พอคิดถึงเรื่องหมอคางดำ
แล้วเราก็รู้ทัน อ้า...แหมดีนะเนี่ยที่รู้ไม่งั้นก็คิดยาว
ไม่งั้นก็จะคิดไปนู่นเลย ไปถึงปลาหมอ
เสร็จแล้วไปคิดถึงเรื่องโอลิมปิกไปเรื่อยเลย...”
ขณะที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์คือหลงใหม่
นึกออกไหม... มันรู้แล้วเนี่ยแล้วก็คิดต่อ
ขณะที่คิดต่อก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังหลง
เพราะมันรู้เรื่องที่กำลังคิด
อันนี้เป็นธรรมดาของคนที่ฝึกใหม่ๆ นะ
คนที่ฝึกใหม่ๆ ที่ยังไม่แม่นหลักทำสมถะ
ไปครั้งเดียวนะ 10 วินาที หลงไป 10 วินาที รู้ 1 วินาที
แล้วคิดต่ออีก 50 นาที ลืมกลับมาทำสมถะใหม่ มันมักจะเป็นอย่างนี้
‘ถ้าเรารู้หลักก็คือทำสมถะ หลงแล้วรู้ แล้วทำสมถะใหม่’
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
สวนธรรมประสานสุข จังหวัดชลบุรี
28 กรกฎาคม 2567
ณ บ้านจิตสบาย
ที่มาคลิปเต็ม: https://www.youtube.com/live/lF95nmSIrNU
หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/articles/krt/
ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
Website - www.jitsabuy.com
YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
LINE - @baanjitsabuy
Instagram - @baanjitsabuy
TikTok - @baanjitsabuy
จิตก็เป็นแบบนั้น เป็นกระแสเหมือนน้ำ
เหมือนไฟฟ้าเกิดดับเปลี่ยนแปลง
น้ำใสหรือขุ่นขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ อยู่กับน้ำ
จิตใสหรือขุ่นขึ้นกับองค์ประกอบในจิต
องค์ประกอบในจิตเรียกว่า ‘เจตสิก’
เจตสิกก็มี เวทนา สัญญา สังขาร
‘เวทนา’ คือความรู้สึกสุข ทุกข์หรือเฉยๆ
‘สัญญา’ คือความจำได้หมายรู้
‘สังขาร’ คือความปรุงแต่ง ปรุงดีปรุงชั่วด้วยเจตนา
ปรุงดีก็ใส ปรุงชั่วก็ขุ่น ขุ่นก็ขุ่นหลายแบบ
ขุ่นด้วยราคะสีอาจจะหวานหน่อย สีหวานๆ
เคยเห็นไหม น้ำสีหวานๆ ไปดูตามตู้น้ำที่เขาขาย
น้ำเขียว น้ำแดง น้ำเหลือง เอ้ย น้ำเหลืองไม่ใช่
น้ำเหลืองดูไม่น่ากินเท่าไหร่ เรียกน้ำส้ม
แต่ถ้าขุ่นเป็นสีคล้ำดำ อันนี้ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง
กลิ่นด้วยนะ กลิ่นก็คนละแบบนะ
หรือว่าอุณหภูมิร้อนหรือเย็น
ความแตกต่างของมันมากมาย จิตก็เช่นเดียวกัน
เวลามีราคะก็สีหวานเหมือนน้ำสีหวาน สีสวยงาม หวาน
มีโทสะก็ขุ่น ไม่ใช่ขุ่นธรรมดา ขุ่นแล้วเดือดด้วย เดือดพล่าน
โมหะก็เหมือนน้ำที่มันมัวๆ ขุ่นๆ ดำๆ
มองไม่เห็นว่าลึกหรือตื้นแค่ไหน น้ำที่เราเห็นอยู่นี่
ถ้าเราดูกิเลสออกก็จะแยกกิเลสได้ว่า
(กิเลส)แต่ละตัวไม่เหมือนกัน
พระพุทธเจ้าเคยแสดงเอาไว้ว่า
‘อกุศลมูล’ คือ ราคะ โทสะ โมหะ
3 ตัว มีลักษณะแตกต่างกัน
ถ้าดูตามอภิธรรมก็จะแยกตามลักษณะ
ตามหน้าที่ที่มันมาทำ เกิดผลอะไร
มีอะไรเป็นเหตุใกล้ให้เกิด ประมาณนี้นะ
ดูง่ายๆ ตามพระสูตร พระสูตรแสดงเอาไว้ว่า
ราคะมันมีโทษน้อยแต่ละยาก คลายช้า
จิตคลายจากราคะนี่ช้า
หรือราคะมันมีอานุภาพอยู่กับจิตอยู่นาน
โทสะมีโทษมากแต่คลายเร็ว
(คลาย ค.ควาย ล.ลิง สระอา ย.ยักษ์ นะ)
คือมีโทษมากแต่หายง่ายหายเร็วเมื่อเทียบกับราคะ
โมหะมีโทษมากหายช้าด้วย คลายช้า
แต่ละตัวๆ มีลักษณะไม่เหมือนกัน
ราคะมันมันจูงใจว่า ถ้าสมปรารถนาแล้วน่าจะมีความสุข
เวลามีมันนี่ ใจยังไม่รู้สึกเดือดร้อนก็เลยมีโทษน้อย
คือกำลังฝันหวานอยู่ ก็อาจจะยังรู้สึกว่าไม่เป็นพิษเป็นภัย
จริงๆ ตอนนั้นถ้ามองด้วยใจของนักภาวนา
หรือของพระอริยะจะเห็นว่าเป็นทุกข์แล้ว
แต่คนส่วนใหญ่เห็นว่าตอนนั้นกำลังมีหวังอยู่
รู้สึกความหวังอย่างนี้ยังไม่เป็นทุกข์สำหรับเขา
เพราะมีหวังอยู่ว่าถ้าสมปรารถนาจะมีความสุข
แล้วก็คลายช้า บางคนหลายชาตินะกว่าจะคลาย
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
สวนธรรมประสานสุข จังหวัดชลบุรี
28 กรกฎาคม 2567
ณ บ้านจิตสบาย
ที่มาคลิปเต็ม: https://www.youtube.com/live/lF95nmSIrNU
หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/articles/krt/
ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
Website - www.jitsabuy.com
YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
LINE - @baanjitsabuy
Instagram - @baanjitsabuy
TikTok - @baanjitsabuy
วิธีที่จะทำให้เกิด ‘จิตผู้รู้’ ขึ้นมา
คือทำอารัมมณูปนิชฌานไปก่อน
ทำสมาธิที่เราคุ้นเคยที่ทำได้นี่แหล่ะ ให้มันรวมไปก่อน
อย่างว่าพุทโธ...ก็จิตรวมอยู่กับพุทโธ ก็รวมไปก่อน
นี่ทำอารัมมณูปนิชฌานไปก่อน
แล้วตามลักษณะของจิตเลยคือ มันไม่ชอบอยู่นิ่ง
เขาเรียกว่ามันไม่มีความสุขอยู่จริงกับอารมณ์ที่เราอยู่
มันก็จะไปหาความสุขที่อื่น หาความสุขที่อื่นคือ
ภาษาโบราณเขาเรียกว่าไปเสวยอารมณ์
เหมือนเป็นราชวงศ์ยังไงก็ไม่รู้ เหมือนมีเชื้อพระวงศ์
จริงๆ ใช้ศัพท์ทั่วๆ ไปว่าเสพอารมณ์
เสพอารมณ์...จิตมากินอารมณ์นี้
จิตมากินอารมณ์คือพุทโธอยู่นี่
แล้วมันก็ไม่ชอบเท่าไรหรอก ตามตำราของคนฟุ้งซ่าน
คนฟุ้งซ่านคือมันจะหิวอารมณ์ คิดอะไรไปเรื่อยๆ
มันรู้สึกว่ามาอยู่กับอารมณ์เดิมๆ อย่างนี้มันไม่เร้าใจ
มันต้องไปคิดถึงอะไรต่างๆ นานา
ข่าวตอนนี้มีอะไรก็จะไปนึกถึงข่าวนั้น
ไม่มีข่าวอะไรก็ข้างบ้านคุยอะไรเมื่อกี้นี้ ก็นึกถึงเรื่องนั้นน่ะ
นึกถึงเรื่องราวต่างๆ ตอนนึกถึงเรื่องราวต่างๆ
นี่ก็คือ จิตมันฟุ้งซ่านไป
วิธีทำลักขณูปนิชฌานคือ ‘แค่รู้ แค่ดู ตามที่มันเป็น’
ว่าเมื่อกี้จิตมีอะไรเกิดขึ้น คือจิตฟุ้งซ่าน
เห็นจิตฟุ้งซ่านด้วยใจเป็นกลาง ไม่เข้าไปแก้ไข
ไม่ยินดีไม่ยินร้ายกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น
แต่รู้อยู่...รู้อยู่ว่ามันฟุ้ง เห็นอยู่ว่ามันมีฟุ้งซ่าน ไม่ยินดีไม่ยินร้าย
จะเกิดปรากฏการณ์อันหนึ่งคือจิตผู้รู้ อันนี้เรียกว่าลักขณูปนิชฌาน
ทำไมถึงเรียกลักขณูปนิชฌาน...
เพราะจิตอย่างนี้มันจะเห็นจิตที่ฟุ้งซ่านแสดงไตรลักษณ์
แสดงลักษณะ 3 อย่าง จึงเรียกว่าลักขณูปนิชฌาน
ลักษณะเนี่ยเราจะไปเพ่งไม่ได้ นึกออกไหม
ถ้าเพ่งไมค์เพ่งได้ เพ่งดอกไม้เพ่งได้
แต่ถ้าเพ่งลักษณะ จะไปเพ่งอย่างไร เพ่งไม่ได้ แต่มันเข้าใจได้
ประมาณว่าจิตฟุ้งไป...แล้วรู้ทัน
มันจะเห็นว่าจิตเมื่อกี้มีอยู่จริง แต่ดับแล้ว
คือมันเห็นความเป็นไป เห็นความเป็นไปของสิ่งที่รู้นั้น
ไม่ใช่แค่เห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่เห็นว่าจิตเมื่อกี้นี้เป็นไปอย่างไร
นั่นคือมีอยู่แล้ว รู้ปุ๊บ...ดับเลย มีอยู่จริงแต่รู้ปุ๊บ...ดับเลย
ต้องเห็นอย่างนี้เลยนะ ไม่ใช่แค่เห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้น
แต่การที่เห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้นด้วย ‘ใจเป็นกลาง’ ไม่เข้าไปแก้ไข
ปรากฏการณ์ที่ว่า ‘มีอยู่’ และ ‘ดับไป’ จะปรากฏขึ้นมา
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
สวนธรรมประสานสุข จังหวัดชลบุรี
28 กรกฎาคม 2567
ณ บ้านจิตสบาย
ที่มาคลิปเต็ม: https://www.youtube.com/live/lF95nmSIrNU
หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/articles/krt/
ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
Website - www.jitsabuy.com
YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
LINE - @baanjitsabuy
Instagram - @baanjitsabuy
TikTok - @baanjitsabuy
(ราคะ) พอเห็นโทษของมันก็จะคลายตัวได้ง่าย
แต่ถ้าไม่เห็นโทษนะ...คลายช้า
บางทีผ่านมากี่ชาติแล้วก็ยังคลายไม่ได้
มันอาจจะไม่ได้คลายเพราะว่าไม่ได้ถูกฆ่า
สมหวังไปเรื่อยก็ไม่คลาย มันคลายยาก...คลายช้า
ตัวที่ท่านพูดให้เป็นจุดเป้าหมายในการภาวนา
บางทีก็ใช้คำว่า ‘วิราคะ’
ให้คลายจากความยึดติดแบบมี ‘ราคะ’
เพราะมันคลายยาก
ถ้าคลายได้ก็ถือว่าเป็นบรรลุเป้าหมายขั้นหนึ่ง
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
สวนธรรมประสานสุข จังหวัดชลบุรี
28 กรกฎาคม 2567
ณ บ้านจิตสบาย
ที่มาคลิปเต็ม: https://www.youtube.com/live/lF95nmSIrNU
หรือติดตามได้ที่: https://jitsabuy.com/articles/krt/
ช่องทางการติดตามสื่อธรรมะและข่าวสารบ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ:
Website - www.jitsabuy.com
YouTube - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
Facebook - บ้านจิตสบาย สถานเรียนรู้สู่ความรู้แจ้งอริยสัจ
LINE - @baanjitsabuy
Instagram - @baanjitsabuy
TikTok - @baanjitsabuy
From the publisher's feed