
Sign up to save your podcasts
Or


ร้านหนังสือภาษาต่างประเทศในแหล่งท่องเที่ยวเช่นย่านถนนข้าวสาร-รามบุตรี เป็นหนึ่งในสถานที่ตัวอย่างที่สะท้อนวัฒนธรรมการอ่านของชาวต่างชาติและชาวไทย รวมถึงเป็นห้องเรียนวิชาวรรณกรรมคลาสสิกและร่วมสมัย, เป็นแหล่งพบปะแลกเปลี่ยนของผู้คนและหนังสือ, เป็นพิพิธภัณฑ์หนังสือและสิ่งพิมพ์แห่งศตวรรษที่ 21 ท่ามกลางยุคดิจิทัล ร้านหนังสือในแหล่งท่องเที่ยวยังเป็นศูนย์รวมเรื่องเล่าของผู้คนจากทั่วโลกที่รอนแรมพเนจรมาที่นี่
หลบมุมอ่านจะพาลัดเลาะถนนข้าวสารและซอยรามบุตรี เพื่อคุยกับ ธาตรี จินตวิจิต เจ้าของร้านหนังสือ #สาระบาน ผู้จะมาบอกเล่าประสบการณ์ มุมมองการทำร้านหนังสือภาษาต่างประเทศมานานกว่า 20 ปี ช่วงเวลาดังกล่าวเขาพบความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างที่เกิดขึ้นในวัฒนธรรมการอ่าน หนังสือ สิ่งพิมพ์ ของเทศและไทย โดยเฉพาะช่วงก่อนและหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19
“สมัยก่อนหนังสือที่ขายดีที่สุด พูดได้เลยคือหนังสือไกด์บุ๊ก หนังสือคู่มือท่องเที่ยว ปัจจุบันนี้แทบจะไม่มีใครถามหาแล้ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Lonely Planet แน่นอน หนังสือที่ขายดีตลอดคือนิยาย วรรณกรรม นักอ่านตะวันตกบางคนเป็นนักสะสม ก็จะซื้อหนังสือ ‘เจ้าชายน้อย’ และเน้นซื้อตำราอาหารไทยไปสะสม ส่วนชาวไทยบางทีมาซื้อหนังสือเพื่อไปฝึกภาษา กลุ่มนี้ก็มีอยู่เยอะ” - ธาตรี จินตวิจิต กล่าว
ประสบการณ์เข้าถึงหนังสือ สื่อเสียง และการอ่านของ แป้ง กฤติยาภรณ์ เกตุกำพล เป็นหนึ่งเสียงสะท้อนของ คนตาบอด ที่กำลังบอกกับสังคม ว่าการอ่านไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สร้างแรงบันดาลใจ ให้แง่คิดในการใช้ชีวิต เรื่องราวผ่านเรื่องเล่าของเธอ ทำให้ผู้ฟังพบความเปลี่ยนผ่านของสื่อเสียงสำหรับคนตาบอดตั้งแต่วัยอนุบาลจนถึงปัจจุบันว่ามีพัฒนาการอย่างไร การเติบโตของสื่อดิจิทัลประเภทสื่อเสียงเพียงพอสำหรับคนตาบอดหรือไม่ เสียงของเธอจะเป็นหนึ่งในการสร้างวัฒนธรรมการอ่านผ่านหนังสือเสียง ขับเคลื่อนการอ่านในกลุ่มคนตาบอด และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อให้คนหลากหลายสถานะเข้าถึงแพลตฟอร์มหนังสือและการอ่านกว้างขวางยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการอ่าน
รวมเรื่องสั้นชุด "เป็นใครสักคน" ของ จารี จันทราภา เกิดจากแนวคิดที่ว่า คน ๆ หนึ่งมีสถานะและบทบาทที่หลากหลายในสังคม เรื่องสั้นแต่ละเรื่องเป็นเรื่องของ "คน" ธรรมดาสามัญ พบเห็นได้ในการดำเนินชีวิต ฉาก เรื่องราวในรวมเรื่องสั้นชุดนี้จึงเป็นเรื่องพื้น ๆ เพื่อนำเสนอให้เห็นว่าการสร้างสรรค์งานเขียนเกิดขึ้นจากเรื่องง่าย ๆ ได้และสามารถใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารไปยังผู้อ่าน ว่าเราแต่ละคนเป็นใครสักคนอยู่แล้ว เราทุกคนปรารถนาให้คนจำ
จารี จันทราภา เริ่มต้นทำงานเขียนปี พ.ศ. 2534 เป็นนักเขียนด้วยความรักมาจนถึงปัจจุบัน ผลงานการเขียนเรื่องสั้นและนวนิยาย
(1) รวมเรื่องสั้น ได้แก่ คุยกับเฮ็มมิงเวย์, สบตากับตัวเอง, ชีวิตปกติ, ผูกพันธนาการ, สืบจากปลาทอง, ผู้บริโภคอากาศ, นิทรรศการมนุษย์, เป็นใครสักคน
(2) นวนิยาย ได้แก่ “พายุ” / “โลกไม่ได้หายไปเพราะหลับตา” ฯลฯ
จารีจะมาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับ : เส้นทางการเป็นนักเขียน, ความประทับใจต่อการใช้คำ ภาษา รูปประโยคในงานเขียนของ อาจินต์ ปัญจะพรรค์ และ วัฒน์ วรรลยางกูร, การเรียนรู้งานบรรณาธิการ, สิ่งที่วรรณกรรมควรทำ และ แนวคิดรวมเรื่องสั้น "เป็นใครสักคน"
"เด็กหญิง ดาลียา สุวรรณ์ เกิดในเดือนมกราคม 2553 เติบโตในครอบครัวมุสลิม เป็นมุสลิมมะห์ ที่คุณยายอบรมเลี้ยงดูตามวิถีอันเรียบง่ายมาตั้งแต่เด็ก เริ่มฝึกวาดรูปและเขียนประโยคสั้น ๆ ตั้งแต่เรียนชั้นอนุบาล ... อ่านวรรณกรรมเยาวชนทุกเล่มที่พ่อซื้อมาให้ เริ่มเขียนบันทึกจริงจังตอนอยู่ชั้นประถม 5 โดยมีคุณแม่และคุณยายคอยให้คำแนะนำ ผลงานความเรียงและบทกวี 'ผีเสื้อที่บินออกมาจากแสงแดด' เป็นหนังสือเล่มแรก" (ข้อความจากหนังสือ 'ผีเสื้อที่บินออกมาจากแสงแดด')
.
ผีเสื้อที่บินออกมาจากแสงแดด งานเขียนซึ่งรวบรวมและคัดสรรความเรียงและบทกวีจากสมุดบันทึกส่วนตัวพร้อมภาพวาดประกอบ เพื่อถ่ายทอดความอบอุ่น ความใกล้ชิด ความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว วิถีชีวิตของคนในชนบท
บิ๊ก ณรงค์ชัย แสงอัคคี นักเขียน กวี ยุวศิลปินไทย มีผลงานรวมบทกวีตีพิมพ์ออกมา 4 เล่มได้แก่ “ใน(นัย)โลกใบน้อย” , “สถานกาลบังคับ” , “ต้นไม้ทุกต้นเคยเป็นต้นกล้า” , “เราอาจกลัวและเพรียกถามทางกลับบ้าน” แต่ละเล่มได้รับรางวัลทางด้านวรรณกรรมประเภทกวีนิพนธ์ เขาเป็นกวีที่ถนัดเขียนฉันทลักษณ์มาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ พัฒนาการเขียนอย่างมีวินัย สม่ำเสมอ ฉันทลักษณ์ในบทกวีจึงเป็นส่วนหนึ่งของการนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตเพื่อทำสิ่งที่รักในด้านอื่น และการอ่านหนังสือกวีนิพนธ์ทำให้เขาค้นพบแรงบันดาลใจ ความเข้าใจต่อโลก ด้วยสายตาและมุมมองใหม่ ๆ ว่าความง่าย ความงาม ความลึก มาจากเรื่องราวและผู้คนที่ใกล้ตัว ซึ่งเป็น “ใน(นัย)โลกใบเล็ก” ของต้นกล้าอย่างเขายังเรียนรู้ผ่านบทกวีฉันทลักษณ์
Muay’s Diary (หมวยไดอารี่) หนังสือภาพประกอบเรื่อง ซึ่งเป็นภาพแทนอิสระทางความคิด ความขี้สงสัย อยากรู้อยากเห็น ในขณะเดียวกันก็เป็นภาพสะท้อนความทรงจำในวัยเด็ก นอกจากนี้ยังมีประเด็นทางสังคมเกี่ยวกับผลกระทบจากการเติบโตของเมืองต่อผู้ที่อยู่เดิมจนรู้สึกว่าถูกทำให้เป็นคนนอก ร้านชำที่หายไป ความเหงาของผู้สูงอายุ เรื่องราวถ่ายทอดผ่านมุมมองของ "ลิ้นจี่" วนบุษป์ ชัยประกอบ เด็กที่ฝันว่าอยากใช้ชีวิตที่สามารถวาดรูปไปได้ตลอด
.
"เริ่มแรกเลยที่จะทำให้เขาเข้าใจถึง Culture ของเรา ไม่ว่าเขาจะมาจากที่ไหน มันคือการสื่อสารทางภาพ ก่อนที่จะมีคำพูดด้วยซ้ำ คือถ้าเขาเข้าใจภาพ คำพูดถึงแม้จะเป็นความแตกต่างของ Culture เขาก็สามารถเข้าใจสิ่งที่เราวาดได้ ภาพประกอบมีพลังมาก รูปหรือภาพประกอบเป็นสิ่งที่พูดถึงเรื่องราวที่ยากจะอธิบายเป็นลายลักษณ์อักษร ความรู้สึก หรืออารมณ์ และยังเป็นภาษาเดียวที่ทั้งโลกเข้าใจได้โดยการมอง และช่วยให้ทุกคนหันกลับมาทบทวนตัวเองอีกครั้ง เหมือนการแตะเบา ๆ ที่ไหล่" - ลิ้นจี่ วนบุษป์ ชัยประกอบ
"ฟีลลิ่ง (Feeling)" วารสารการศึกษาศิลปะที่มุ่งนำเสนอความรู้ ความเข้าใจ และแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ ด้วยความมุ่งหวังให้ฟีลลิ่งเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ (creative space) ทางความคิดและจินตนาการไปยังผู้อ่านที่สนใจศิลปะ และ ผู้สนใจทั่วไป การกลับมาอีกครั้งของฟีลลิ่งหลังจากหยุดพักไป 36 ปี เป็นการกลับมาแบบสวนกระแสกับปัจจุบันในแง่ที่ว่าสื่อออนไลน์และข้อมูลบนโซเชียลมีเดียมีการเข้าถึงง่ายและรวดเร็วกว่า อย่างไรก็ตาม หนังสือแบบหยิบอ่านหรือจับต้องได้ยังมีความจำเป็น และ กองบรรณาธิการก็มีแนวคิดว่าเรื่องราวที่จะตีพิมพ์ลงในฟีลลิ่ง ควรเป็นเรื่องที่ยังไม่เคยลงในโลกออนไลน์ เพื่อให้ฟีลลิ่งเป็นช่องทางหนึ่งในการสร้างความรู้ความเข้าใจทางศิลปะอย่างง่าย ๆ เป็นรูปธรรม รวมถึงเป็นสะพานเชื่อมระหว่างศิลปะกับผู้สนใจทั่วไป และเยาวชนที่ต้องการเสพเรื่องราวทางศิลปะ และเป็นลมหายใจอีกเฮือกหนึ่งที่ปรากฏบนถนนหนังสือ
หลบมุมอ่าน ในตอนนี้ คุยกับ ดร.พิบูลย์ มังกร บรรณาธิการวารสาร "ฟีลลิ่ง" และ ผศ.ดร.สิทธิธรรม โรหิตะสุข นักเขียนประจำและกองบรรณาธิการ
"เที่ยวชุมชนวิถีฮาลาล" เป็นหนังสือนำเสนอข้อมูลท่องเที่ยวชุมชนมุสลิม 22 ชุมชนทั่วประเทศ นำเสนอตัวอย่างทริปการท่องเที่ยว ข้อมูลที่พัก และร้านอาหารฮาลาล งานศึกษาวิจัยที่นำเสนอผ่านหนังสือเล่มนี้ จะพาผู้อ่านไปทำความรู้จัก Local Halal Tourism การท่องเที่ยวชุมชนวิถีฮาลาล โอกาส ศักยภาพของการท่องเที่ยววิถีฮาลาล ในประเทศไทย เพื่อเป็นตัวเลือกการท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวมุสลิมทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงนักท่องเที่ยวทั่วไปที่สนใจในวิถีวัฒนธรรมมุสลิมท้องถิ่น
นิทรรศการ "แผลเก่า" โดย ประทีป สุธาทองไทย ศิลปินทำงานข้ามสื่อและสร้างบทสนทนาของประวัติศาสตร์ในช่วงเวลาต่าง ๆ ผ่านการจำลองภาพปกหนังสือกลายมาเป็นงานจิตรกรรม แสดงให้เห็นว่า "ปก" สามารถเป็นภาพตัวแทน ความหมาย และสื่อสารอะไรต่อคนอ่านและคนชมนิทรรศการ การนำปกกลับมาผลิตซ้ำอีกครั้ง ได้เก็บเรื่องราวของริ้วร้อย ความชำรุด ความเลือนรางของภาพ เพื่อให้ภาพของปกหนังสือแต่ละเล่ม อีกทั้งยังได้เปิดพื้นที่ให้ตีความตามการรับรู้ของแต่ละคนด้วย
.
"แผลเก่า" เป็นนิทรรศการที่สะท้อนถึงการค้นคว้าทำงานของศิลปิน การใช้เวลาท่องเที่ยวเดินทางไปในห้องสมุดต่าง ๆ การค้นพบระหว่างชั้นหนังสือ ทำให้เห็นว่าห้องสมุดมีความสำคัญต่อการทำงานศึกษาของศิลปิน การอ่านและหนังสือก็เป็นสิ่งจุดประกายให้นำไปสร้างสรรค์งานข้ามสื่อ ดังปรากฏในนิทรรศการชุด "ประเทศเล็กที่สมบูรณ์" ซึ่งจัดแสดงก่อนหน้า "แผลเก่า" โดยเป็นผลงานแสดงเดี่ยวของ ประทีป สุธาทองไทย ศิลปิน อาจารย์ และนักท่องเที่ยวห้องสมุด
น้ำใส ข้าวบ่อ นักวาดภาพประกอบ ผู้สนใจทั้งแอนิเมชันและการสร้างสรรค์คอมิกส์ ร่วมพูดคุยกับหลบมุมอ่านถึงแรงบันดาลใจ ความสนใจทำงานศิลปะ ประสบการณ์ศึกษาต่อด้านแอนิเมชั่นที่ประเทศฝรั่งเศสและระบบการศึกษาที่นั่น ผลงานบางเรื่องของน้ำใสที่นำมาคุยในรายการ เนื้อหาที่เล่าผ่านภาพ สี เส้น และปิดท้ายด้วยหนังสือแนะนำจากนักวาดภาพประกอบ ผู้หลงใหลสีชมพูและสารพัดผัก
From the publisher's feed
"เพราะหนังสือไม่ได้มีไว้ให้หลบมุมอ่านคนเดียว" พื้นที่สำหรับคนชอบอ่านและชอบแชร์ ที่จะทำให้คุณไม่ต้องไปหลบมุมอ่านหนังสืออยู่คนเดียว ชวนมาฟังและสร้างแรงบันดาลใจในการอ่านไปด้วยกันกับ นงค์ลักษณ์…

10 Listeners