1. กฎหมายคนเข้าเมืองฉบับใหม่ผ่านสภา ชาวต่างชาติอยู่เลยกำหนดวีซ่าเสียค่าปรับจาก 2,000-10,000 เหรียญ เพิ่มเป็น 10,000-50,000 เหรียญไต้หวัน ติดแบล็กลิสต์ 7 ปี
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติไต้หวันผ่านการพิจารณาร่างกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับแก้ไข มีการแก้ไขกฎระเบียบคนเข้าเมืองทั้งหมด 63 มาตรา จัดเป็นการแก้ไขเนื้อหากฎหมายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่สุดในรอบ 24 ปี โดยเน้นการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ผ่อนคลายกฎระเบียบของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่คู่สมรสชาวไต้หวันเสียชีวิตและมีบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว สามารถอยู่อาศัยในไต้หวันต่อไปได้ คุ้มครองสิทธิ์ในการอยู่กับบุตรของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่
โครงการลดหย่อนโทษสำหรับชาวต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมายจะหมดเขต 30 มิ.ย. 66 ชาวต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมายจำนวนเข้ารายงานตัวขอกลับบ้าน
ในส่วนที่เกี่ยวกับแรงงานผิดกฎหมายและชาวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่า เดิมจะต้องเสียค่าปรับเริ่มต้นที่ 2,000 หากหลบหนีหรืออยู่เลยกำหนดไม่เกิน 10 วัน จนถึงหลบหนีหรืออยู่เลยกำหนดเกิน 91 วันขึ้นไป เสียค่าปรับสูงสุด 10,000 เหรียญไต้หวัน ปรับเพิ่มเป็น 10,000 เหรียญถึง 50,000 เหรียญ พร้อมจำกัดการเดินทางเข้าไต้หวันเป็นเวลา 7 ปี
สื่อประชาสัมพันธ์โครงการลดหย่อนโทษสำหรับชาวต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมายของ สนง. ตรวจคนเข้าเมือง
นายหน้าหรือบริษัทจัดหางานที่เป็นคนกลางจัดให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไต้หวัน เพื่อทำงานที่ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์การยื่นขอวีซ่า ต้องระวางโทษปรับเพิ่มเป็น 200,000-1,000,000 เหรียญไต้หวัน ให้ที่พักพิงแก่ชาวต่างชาติเพื่อทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องเสียค่าปรับ 60,000-300,000 เหรียญ และจัดให้ชาวต่างชาติลักลอบเข้าไต้หวัน ต้องระวางโทษจำคุก 1-7 ปี ปรับ 1,000,000 เหรียญ
คู่รักชาวต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมายเข้ารายงานตัวขอกลับบ้าน
นอกจากนี้ เพื่อจะดึงดูดผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติให้เดินทางมาพำนักอาศัยและทำงานที่ไต้หวันมากขึ้น ช่วยให้ได้รับสถานะถิ่นที่อยู่ถาวรง่ายขึ้น (APRC) ที่ผ่านมา กำหนดให้ผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติและแรงงานกึ่งฝีมือ จะต้องพำนักอาศัยในไต้หวันครบ 5 ปี แต่ละปีต้องอยู่เกิน 183 วันขึ้นไป จึงจะยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวรได้ แก้เป็นภายใน 5 ปี เฉลี่ยพำนักอาศัยในไต้หวันครบ 183 วันต่อปี ก็อนุญาตให้ยื่นขอได้แล้ว และเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ชาวต่างชาติที่เดินทางมาใหม่ เดิมกำหนดให้ต้องขอบัตรถิ่นที่หรือ ARC ภายในเวลา 15 วัน ขยายเวลาออกไปเป็น 30 วัน
เจ้าหน้าที่ สตม. ประชาสัมพันธ์ผลพวงการหลบหนีเป็นแรงงานผิดกฎหมายที่โรงงานแห่งหนึ่งในนครเกาสง
2. กระทรวงแรงงานเตือน บริษัทจัดหางานลืมต่ออายุ ARC ทำให้แรงงานต่างชาติเสียสิทธิ์ มีโทษปรับสูงสุด 300,000 เหรียญ
ช่วงนี้เกิดเหตุการณ์ที่แรงงานต่างชาติร้องเรียนว่าบริษัทจัดหางานไม่ได้ต่ออายุบัตรถิ่นที่อยู่หรือ ARC ทำให้อยู่เลยกำหนด ต้องเสียค่าปรับและเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องมาใหม่ ประเด็นนี้ กระทรวงแรงงานเตือนว่า การทำหรือต่ออายุบัตร ARC เป็นหนึ่งในหน้าที่สำคัญของบริษัทจัดหางาน หากลืมหรือด้วยสาเหตุใดก็ตามเป็นเหตุให้บัตร ARC ของแรงงานต่างชาติหมดอายุ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ ต้องระวางโทษปรับ 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน
กลุ่ม NGO ประท้วงหน้า สตม. กรณีที่บริษัทจัดหางานลืมต่ออายุบัตรถิ่นที่อยู่ (ARC) ให้แก่แรงงานอินโดนีเซีย 3 คน ส่งผลให้ถูกปรับและต้องเดินทางกลับประเทศ
ตามกฎหมายการเข้าออกเมืองฉบับใหม่ แรงงานต่างชาติที่ถือบัตร ARC หมดอายุ เท่ากับอยู่เลยกำหนดวีซ่า จะถูกปรับ 10,000-50,000 เหรียญ และจะถูกส่งกลับประเทศ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเปิดเผยว่า ช่วงนี้ได้รับคำร้องเรียนจากแรงงานต่างชาติหลายราย บัตรถิ่นที่อยู่หรือ ARC หมดอายุ สาเหตุเพราะบริษัทจัดหางานที่ดูแลลืมดำเนินต่ออายุภายในเวลากำหนด ส่งผลให้ต้องเสียค่าปรับและถูกส่งกลับประเทศ เพื่อจะลดความสูญเสียดังกล่าว จึงทำหนังสือถึงกระทรวงแรงงานขอให้เพิ่มการประชาสัมพันธ์ต่อบริษัทจัดหางาน ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ในการให้บริการดูแลแรงงานต่างชาติ เตรียมเอกสารดำเนินการยื่นต่ออายุบัตรถิ่นที่อยู่หรือ ARC ภายในเวลา 1 เดือน ก่อนถึงกำหนด
กลุ่ม NGO ประท้วงหน้า สตม. กรณีที่บริษัทจัดหางานไม่ต่ออายุบัตรถิ่นที่อยู่ (ARC) ของแรงงานต่างชาติ แต่ใช้วิธีปลอมแปลงเอกสาร ให้ดูเหมือนยังไม่หมดอายุ
ด้านกระทรวงแรงงานกล่าวว่า ตามกฎหมายการจ้างงานมาตราที่ 40 วรรค 1 ข้อที่ 15 กำหนด บริษัทจัดหางานต้องดูแลให้บริการและดำเนินการตามภาระหน้าที่ หากไม่ปฏิบัติตามเป็นเหตุให้แรงงานต่างชาติและนายจ้างที่ดูแลบริการเกิดความเสียหาย จะถูกปรับต่ำสุด 60,000 เหรียญ ไม่เกิน 300,000 เหรียญ และจะถูกบันทึกความผิด ส่งผลกระทบต่อการประเมินคุณภาพการให้บริการ บริษัทจัดหางานหรืออาจถึงขั้นถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการไปเลย
กระทรวงแรงงานเตือน บริษัทจัดหางานลืมต่ออายุ ARC ทำให้แรงงานต่างชาติเสียสิทธิ์ มีโทษปรับสูงสุด 300,000 เหรียญ
กระทรวงแรงงานอนุญาตให้บริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนจากแรงงานต่างชาติได้ เมื่อมีการทำสัญญาและให้บริการจริง ในอัตรา 1,800, 1,700 และ 1,500 เหรียญต่อเดือนในปีที่ 1 , 2 และปีที่ 3 ตามลำดับ ระหว่างนี้บริษัทจัดหางานต้องให้บริการดูแลแรงงานต่างชาติ 4 รายการที่ไม่สามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้ ได้แก่
1️⃣ ต้องรับแรงงานต่างชาติเมื่อเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันครั้งแรกและส่งกลับประเทศเมื่อทำงานครบกำหนดสัญญา ไม่สามารถเก็บค่าเดินทางเพิ่มอีก
2️⃣ ต้องทำเรื่องช่วยนายจ้างยื่นขอใบอนุญาตว่าจ้าง ช่วยแรงงานต่างชาติยื่นขอใบอนุญาตทำงาน
3️⃣ ยื่นขอทำบัตรถิ่นที่อยู่หรือ ARC ให้แก่แรงงานต่างชาติภายในเวลา 15 วันนับแต่วันเดินทางถึงและต่ออายุ ARC ภายในเวลา 1 เดือนก่อนหมดอายุ
4️⃣ พาแรงงานต่างชาติไปรับการตรวจสุขภาพภายในเวลา 3 วันนับแต่วันเดินทางถึงและภายในเวลาก่อนหรือหลัง 30 วันเมื่อทำงานครบกำหนดในเดือนที่ 6, 18 และ 30
ภาพบรรยากาศการต่ออายุบัตร ARC ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งมีสำนักงานสาขาทุกเมือง
แม้บริษัทจัดหางานจะมีหน้าที่ในการดูแลเรื่องการต่ออายุบัตร ARC แต่เตือนแรงงานไทยว่า อย่าวางใจปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบริษัทจัดหางานหรือล่ามแต่เพียงฝ่ายเดียว ต้องตรวจดูบัตร ARC ของเราว่าจะหมดอายุเมื่อไหร่ หากใกล้ถึงเวลา ยังไม่เห็นมีการเคลื่อนไหวใด ๆ เราต้องเป็นฝ่ายแจ้งบริษัทจัดหางานหรือล่ามว่าได้เวลาในการต่ออายุบัตร ARC แล้วนะ แม้ปัจจุบัน บริษัทจัดหางานส่วนใหญ่จะใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมละจัดระบบบริหาร ปัญหาการลืมต่ออายุบัตร ARC จะลดน้อยลงไปมาก แต่ก็ยังปรากฏเป็นระยะ เมื่อเกิดขึ้นคนที่เสียหายคือเรา เพราะตามกฎหมาย บัตร ARC หมดอายุไม่เกิน 10 วันจะต้องเสียค่าปรับ 2,000 เหรียญ ค่าปรับใหม่ที่กำลังจะประกาศใช้เริ่มต้นที่ 10,000 เหรียญ ที่สำคัญ จะต้องเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องมาใหม่ ทำให้เสียเวลา เสียเงินทองและเสียสิทธิ์
กลุ่ม NGO ประท้วงหน้า สตม. กรณีที่บริษัทจัดหางานลืมต่ออายุบัตรถิ่นที่อยู่ (ARC) ให้แก่แรงงานอินโดนีเซีย 3 คน ส่งผลให้ถูกปรับและต้องเดินทางกลับประเทศ (ภาพจาก SETN)
3. 9 เดือนแรกปี 65 ชาวต่างชาติในไต้หวันก่อคดีอาชญากรรมถูกจับ 3,707 คน คดีเมาแล้วขับมากสุด 1,197 คน ยาเสพติด 583 คน เป็นแรงงานเวียดนาม 2,158 คน ตามด้วยแรงงานไทย 492 คน
สำนักงานตำรวจ กระทรวงมหาดไทยไต้หวันเปิดเผยสถิติชาวต่างชาติฝ่าฝืนกฎหมายและก่อคดีอาชญากรรม ช่วงระหว่างเดือนมกราคม-กันยายน 2565 พบว่า มีชาวต่างชาติก่อคดีอาชญากรรม 3,707 คน เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2564 เพิ่มขึ้น 455 คน หรือเพิ่มขึ้นในอัตราส่วน 13.99% จำนวนนี้ร้อยละ 94.77% หรือ 3,513 คนเป็นแรงงานต่างชาติจาก 4 ประเทศ ในจำนวนนี้ คดีก่ออันตรายต่อสาธารณะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีเมาแล้วขับ 1,197 คน หรือ 32.29% ตามด้วยคดียาเสพติด 583 คน ครองสัดส่วน 15.73% คดีฉ้อโกง 377 คน ครองสัดส่วน 10.17% และคดีลักทรัพย์ 371 คน ครองสัดส่วน 10.01%
9 เดือนแรกของปี 2565 แรงงานต่างชาติในไต้หวันถูกจับข้อหาก่ออันตรายต่อสาธารณะมากที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีเมาแล้วขับ มีถึง 1,197 คน หรือ 32.29%
สำนักงานตำรวจ กระทรวงมหาดไทยไต้หวันแถลงว่า 9 เดือนแรกของปี 2565 ชาวต่างชาติในไต้หวันก่อคดีอาชญากรรม และถูกจับดำเนินคดี มีทั้งสิ้น 3,707 คน ในจำนวนนี้ 3,513 คนหรือ 94.77% เป็นแรงงานต่างชาติ หากจำแนกตามสัญชาติ แรงงานเวียดนามก่อคดีอาชญากรรมมากที่สุด 2,158 คน ครองสัดส่วน 58.21% ตามด้วยแรงงานไทย 492 คนครองสัดส่วน 13.27% แรงงานอินโดนีเซีย 422 คน ครองอัตราส่วน 11.38% ส่วนแรงงานฟิลิปปินส์ก่อคดีน้อยสุด 262 คนหรือ 7.07%
แรงงานไทยเมาแล้วขับค้างจ่ายค่าปรับ 90,000 เหรียญ ถูกกรมบังคับคดีสั่งหักค่าจ้างเดือนละ 5,000 เหรียญ วอนเพื่อนแรงงานไทยระวัง อย่าซ้ำรอยตน
ประเภทของคดีอาชญากรรมที่แรงงานต่างชาติทำผิดมากที่สุดได้แก่ เป็นอันตรายต่อสาธารณะ ส่วนใหญ่เป็นคดีเมาแล้วขับ ฯลฯ มีผู้ต้องหา 1,197 คน สัดส่วน 32.29% คดียาเสพติดมาเป็นอันดับ 2 มีผู้ต้องหา 583 คน ครองสัดส่วน 15.73% ตามด้วยฉ้อโกง 377 คน ครองสัดส่วน 10.17% ลักทรัพย์ 371 คน ครองสัดส่วน 10.01% ทั้งนี้เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ คดีเป็นอันตรายต่อสาธารณะเพิ่มขึ้น 351 คน หรือเพิ่มขึ้น 41.49% คดียาเสพติดลดลง 114 คน หรือลดลง 16.36%
จำนวนผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมในกลุ่มแรงงานต่างชาติ หากคำนวณจากยอดจำนวนแรงงานของแต่ละชาติแล้ว แรงงานเวียดนามก่อคดี 0.841% แรงงานไทยก่อคดี 0.724% อินโดนีเซีย 0.164% ฟิลิปปินส์ 0.170% จะเห็นได้ว่าแรงงานไทยก่อคดีอาชญากรรมมากพอ ๆ กับแรงงานเวียดนาม ส่วนอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ก่อคดีและสร้างปัญหาน้อยสุด
แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายเมาแล้วขับไม่ยอมให้ความร่วมมือเป่าเครื่องวัดระดับแอลกอฮอล์ วิ่งหนีและยังทำท่าจะขว้างปาของใส่ตำรวจที่ไล่ตามมา ถูกยิงที่ขา
ด้านกระทรวงแรงงานไต้หวันย้ำเตือนแรงงานต่างชาติ ปัญหาเมาแล้วขับในกลุ่มแรงงานต่างชาติยังคงอยู่ในสภาพการณ์ที่รุนแรง ในแต่ละเดือนมีแรงงานต่างชาติดื่มสุราแล้วขับขี่ยานพาหนะ ประสบอุบัติเหตุหลายคดี นอกจากนี้ยังจะถูกลงโทษในข้อหาก่ออันตรายต่อสาธารณะ เมื่อถูกดำเนินคดี นอกจากเสียค่าปรับในอัตราสูงแล้ว ยังมีโทษทางอาญา ต้องถูกจำคุก เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงานมาตราที่ 73 วรรค 3 ที่ระบุว่า ชาวต่างชาติหากฝ่าฝืนกฎหมายของไต้หวันในลักษณะร้ายแรง จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน และห้ามเดินทางเข้าไต้หวันทำงานอีกตลอดชีพ และที่ผ่านมามีแรงงานต่างชาติถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน ถูกเนรเทศส่งกลับกลับประเทศ ติดบัญชีดำห้ามเข้าสู่ไต้หวันตลอดไปแล้วหลายพันคน ในจำนวนนี้ แรงงานเวียดนามมากที่สุด ตามด้วยแรงงานไทย
9 เดือนแรกปี 65 ชาวต่างชาติในไต้หวันก่อคดีอาชญากรรมถูกจับ 3,707 คน
กระทรวงแรงงานกล่าวย้ำว่า ไต้หวันดำเนินนโยบายไม่ยอมประนีประนอม หรือนโยบายยอมไม่ได้กับการเมาแล้วขับ และมีการตรวจจับอย่างเข้มงวด รวมทั้งเพิ่มโทษหนักขึ้น แรงงานต่างชาติในไต้หวัน แม้ส่วนใหญ่จะปั่นจักรยาน ขี่จักรยานไฟฟ้าหรือรถมอเตอร์ไซค์ แต่หากเมาแล้วขับ มีโทษหนักเท่ากันหมด ไม่มีกรณียกเว้น
นายสรศักดิ์ แรงงานไทยใส่หน้ากากถือปืนเด็กเล่นปล้นร้านล็อตโต้ ได้งิน 9,900 เหรียญ ถูกจับภายใน 15 ชม. เหตุเกิดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563