1. พุ่งสูงสุด! ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวัน ณ สิ้น พ.ย. 65 มีจำนวน 725,000 คน เวียดนามมากสุด แรงงานไทยกระเตื้องขึ้นเป็น 66,967 คน
หลังผ่อนคลายมาตรการควบคุมพรมแดน และยกเลิกจำกัดจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางเข้าไต้หวัน แรงงานต่างชาติที่เดินทางเข้าไต้หวันมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น กระทรวงแรงงานเปิดเผยว่า นับตั้งแต่เปิดให้นำเข้าแรงงานรอบใหม่เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 65 เป็นต้นมา จนถึงสิ้นปี 2565 ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติที่นำเข้าแล้วมากกว่า 180,000 คน จำนวนแรงงานต่างชาติที่เดินทางเข้าไต้หวันเฉลี่ยสัปดาห์ละกว่า 5,000 คน กลับสู่สภาพปกติก่อนเกิดการระบาดโควิด-19 เมื่อ 3 ปีที่แล้ว และ ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2565 ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวัน 725,367 คน ทำลายสถิติ นอกจากแรงงานต่างชาติภาคการผลิตเพิ่มขึ้นมากกว่า 500,000 คนแล้ว แรงงานต่างชาติภาคสวัสดิการสังคมก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่า 200,000 คน
แรงงานไทยเดินทางมาทำงานในไต้หวันเพิ่มขึ้น ในภาพเป็นแรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานในไซต์งานก่อสร้างเทอร์มินัล 3 สนามบินเถาหยวน (ภาพจาก บจง. Yangluck)
ข้อมูลของกระทรวงแรงงานพบว่า นับตั้งแต่เปิดให้นำเข้าแรงงานรอบใหม่เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 65 เป็นต้นมา จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2565 มีแรงงานต่างชาติเดินทางเข้าไต้หวัน 188,109 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานเวียดนามมากที่สุด 84,205 คน อันดับ 2 อินโดนีเซีย 27,973 คน ตามมาด้วยฟิลิปปินส์ 27,637 คน ส่วนแรงงานไทยช่วงระหว่างนี้ เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันแล้ว 22,772 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานในภาคสวัสดิการสังคม 28,183 คน เป็นแรงงานอินโดนีเซีย 16,162 คน ฟิลิปปินส์ 6,110 คน เวียดนาม 3,072 คนและผู้อนุบาลไทย 178 คน
นับตั้งแต่เปิดให้นำเข้าแรงงานรอบใหม่เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 65 เป็นต้นมา จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2565 มีแรงงานต่างชาติเดินทางเข้าไต้หวันแล้ว 188,109 คน
จากข้อมูลพบว่า ยอดจำนวนผู้อนุบาลในครัวเรือนสูงสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2563 อยู่ที่ 246,446 คน จากนั้นลดลงอย่างต่อเนื่องเหลือต่ำสุด 197,796 คน เมื่อเดือนกันยายน 2565 และในเดือนพฤศจิกายน 2565 กลับมาอยู่ที่หลัก 200,000 คนอีกครั้ง
ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. 65 เป็นต้นมา จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2565 มีแรงงานต่างชาติเดินทางเข้าไต้หวันแล้ว 188,109 คน เวียดนามมากที่สุด 84,205 คน ส่วนแรงงานไทยมีจำนวน 22,772 คน
สถิติของกระทรวงแรงงาน ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวัน 725,367 คน ในจำนวนนี้ แรงงานเวียดนามแซงหน้าอินโดนีเซียครองอันดับ 1 มีจำนวน 256,176 คน อินโดนีเซียตกลงมาอยู่อันดับ 2 มีจำนวน 247,115 คน ฟิลิปปินส์ 155,105 คน ส่วนแรงงานไทยอยู่อันดับ 4 มีจำนวน 66,967 คน เพิ่มขึ้น 8,000 คนเมื่อเทียบกับปี 2559
ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2565 ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวัน 725,367 คน ทำลายสถิติ
แรงงานไทยที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จะทำงานอยู่ที่นครเถาหยวน มีจำนวน 19,923 คน ครองสัดส่วนประมาณ 30% ของแรงงานไทยในไต้หวัน พื้นที่รองลงมาที่คนงานไทยทำงานอยู่มากที่สุดได้แก่ นครไทจง มีจำนวน 10,748 คน อันดับ 3 คือนครนิวไทเป 7,780 คน อันดับ 4 คือเมืองจางฮั่ว 6,482 คนและอันดับ 5 นครไถหนาน 5,902 คน
2. บริการประทับใจ! ผู้อนุบาลในครัวเรือนมาใหม่ทยอยเข้าพัก ณ ศูนย์บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ รับการอบรม 3 วัน 2 คืน ต่างแสดงความพึงพอใจในหอพักและการให้บริการ
วันขึ้นปีใหม่ 1 ม.ค. 66 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกที่เปิดใช้ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One stop service) สำหรับแรงงานต่างชาติที่เดินทางมาใหม่เป็นครั้งแรก มีผู้อนุบาลในครัวเรือนลงทะเบียนเข้าพักจำนวน 60 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้อนุบาลอินโดนีเซีย 59 คน เวียดนาม 1 คน
เมื่อ 1 ม.ค. 66 ผู้อนุบาลอินโดนีเซียชุดแรก 66 คน เดินทางถึงไต้หวัน ได้รับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จอย่างอบอุ่น (ภาพจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน)
เมื่อเดินทางมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน มีรถบัสโดยสารของศูนย์บริการเบ็ดเสร็จไปรอรับจำนวน 2 คัน รถตู้อีก 4 คัน มีล่ามประจำรถทุกคันคอยให้บริการแนะนำ เพื่อนำพาแรงงานต่างชาติไปยังศูนย์บริการเบ็ดเสร็จดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยาน Aspire Resort เขตหลงถาน นครเถาหยวน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที เมื่อเดินทางถึงรายงานตัวรับหมายเลขห้องพักเรียบร้อยแล้ว เข้าพักในห้องนอนที่มีเตียง 3- 4 เตียงขึ้นอยู่กับขนาดห้อง ซึ่งสว่าง สะอาดและน่าอยู่มาก จากนั้นในวันถัดมา เข้ารับการอบรมเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และระเบียบกฎหมายที่พึงรู้เป็นเวลา 8 ชั่วโมง รวมทั้งทำเอกสารสำคัญให้แล้วเสร็จในครั้งเดียว อย่างเช่น ยื่นขอใบอนุญาตทำงาน ใบถิ่นที่อยู่ (ARC) การเข้ากองทุนประกันภัยแรงงาน ประกันอุบัติเหตุจากการทำงานและเข้ากองทุนประกันสุขภาพ และให้ทุกคนแอดไลน์ 1955 เพื่อรับข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงแรงงาน รวมทั้งรับบริการแจ้งข้อความเป็นรายบุคคล รวมระยะเวลาที่อยู่ในศูนย์ 3 วัน 2 คืน
เมื่อแรงงานต่างชาติเดินทางถึงไต้หวัน จะมีรถบัสโดยสารของศูนย์บริการเบ็ดเสร็จไปรับที่สนามบิน (ภาพจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน)
ส่วนค่าใช้จ่ายนั้น กระทรวงแรงงานเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด และระหว่างนี้ ถือว่าอยู่ในช่วงทำงาน นายจ้างเริ่มจ่ายค่าจ้างนับตั้งแต่แรงงานต่างชาติเดินทางถึงไต้หวัน หลังจากผ่านกระบวนการอบรมครบ 3 วัน 2 คืนแล้ว เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ จะมอบหลักฐานผ่านการอบรมที่มีผลระยะ 5 ปี ใบอนุญาตทำงาน และบัตรถิ่นที่อยู่ (ARC) ให้แก่แรงงานต่างชาติทันที และจะได้รับหลักฐานเอาประกันสุขภาพผ่าน Line@ หลังสิ้นสุดการอบรมไปแล้วประมาณ 3 วัน ส่วนตัวจริงจะได้รับภายในเวลา 7 วันทำการ จากนั้นจึงจะอนุญาตให้นายจ้างรับไปตรวจสุขภาพและไปรายงานตัวยังสถานที่ทำงานต่อไปได้
เมื่อไปถึงศูนย์บริการเบ็ดเสร็จที่หลงถาน เถาหยวน เจ้าหน้าที่จะจัดห้องพักและแจกเครื่องใช้ให้ทุกคน (ภาพจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน)
ทั้งนี้ ในเบื้องต้น จะทดลองให้แรงงานต่างชาติในภาคครัวเรือนเข้ารับการอบรมก่อน หากทุกอย่างราบรื่นและเป็นไปตามที่วางแผน คาดว่าประมาณกลางปี 2566 เป็นต้นไป จะขยายครอบคลุมไปยังแรงงานภาคการผลิตและอื่นๆ ต่อไป
ที่นอนในศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ สะอาด เป็นระเบียบและน่าอยู่ แต่ละห้อง 3-4 เตียง ขึ้นอยู่กับขนาดห้อง
3. ยกเลิกแล้ว! แรงงานต่างชาติซื้อรถจักรยานไฟฟ้าและรถมอเตอร์ไซค์ ไม่ต้องแนบใบอนุญาตจากนายจ้างอีกต่อไป มีผลตั้งแต่ 3 ม.ค. 66
ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 เป็นต้นมา รถจักรยานไฟฟ้าซื้อใหม่ทุกคันจะต้องยื่นขอติดแผ่นป้ายทะเบียนและต้องซื้อประกันภัยภาคบังคับ จึงจะอนุญาตให้ขับขี่บนท้องถนนได้ และสำหรับแรงงานต่างชาติมีข้อบังคับจะต้องแนบหนังสืออนุญาตจากนายจ้าง จึงจะขึ้นทะเบียนยื่นขอแผ่นป้ายได้ มาตรการนี้ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก กรมการขนส่งทางบกไต้หวันตอบสนองด้วยการแก้ไขกฎระเบียบใหม่ ผ่านการอนุมัติของกระทรวงคมนาคมเมื่อ 30 ธ.ค. 65 ตั้งแต่ 3 ม.ค. 66 เป็นต้นไป ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติซื้อรถจักรยานไฟฟ้าจะต้องแนบหนังสืออนุญาตจากนายจ้าง ขณะเดียวกันกฎระเบียบที่บังคับให้แรงงานต่างชาติซื้อรถมอเตอร์ไซค์จะต้องแนบหนังสืออนุญาตจากนายจ้างที่ถือปฏิบัติกันมา 28 ปี ก็ยกเลิกพร้อมกัน
แรงงานต่างชาตินิยมแต่งรถหรูจนคนไต้หวันตะลึง (ภาพที่ชาวไต้หวันโพสต์ใน PTT เว็บบอร์ดชื่อดังในไต้หวัน)
กรมการขนส่งทางบกแถลงว่า นับตั้งแต่ 3 ม.ค. 66 เป็นต้นไป แรงงานต่างชาติซื้อรถจักรยานยนต์หรือจักรยานไฟฟ้าคันใหม่ ขณะยื่นขอจดทะเบียนให้เตรียมบัตรถิ่นที่อยู่ฉบับจริง ตราประทับส่วนบุคคล ใบรับรองรถจากโรงงานผลิต ใบเสร็จกำกับภาษีซื้อรถจากร้านขาย และใบประกันภัยภาคบังคับที่มีผลมากกว่า 30 วัน ไม่ต้องแนบหนังสืออนุญาตจากนายจ้างอีกต่อไป
แรงงานต่างชาตินิยมแต่งรถหรูจนคนไต้หวันตะลึง (ภาพที่ชาวไต้หวันโพสต์ใน PTT เว็บบอร์ดชื่อดังในไต้หวัน)
เนื่องจากไม่ต้องสอบใบขับขี่ ไม่ต้องจดทะเบียน อีกทั้งราคาถูก ทำให้รถจักรยานไฟฟ้านับวันได้รับความนิยมและมีจำนวนเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันอุบัติเหตุที่เกิดจากรถจักรยานไฟฟ้าก็พุ่งสูงตามไปด้วย จากสถิติของกระทรวงคมนาคม ช่วง 8 เดือนแรกของ 2565เกิดอุบัติเหตุแล้ว 5,800 คดี มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ที่มี 4,900 คดี และเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 33 ราย ประชาชนจำนวนมากสะท้อนว่า รถจักรยานไฟฟ้าเกลื่อนถนน แต่ไม่มีกฎหมายควบคุม เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว ไม่มีประกันภัยคุ้มครองผู้เสียหาย สภานิติบัญญัติจึงได้ผ่านการแก้กฎหมายการจราจรทางถนนและการลงโทษฉบับแก้ไขเมื่อ 19 เมษายน 2565 โดยจัดให้รถจักรยานไฟฟ้าอยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมายฉบับนี้ เช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ กล่าวคือต้องจดทะเบียน ติดแผ่นป้ายทะเบียนและซื้อประกันภัยภาคบังคับ แต่ไม่ต้องสอบใบขับขี่ ตั้งแต่ 30 พ.ย. 65 เป็นต้นมา
แรงงานต่างชาตินิยมแต่งรถหรูจนคนไต้หวันตะลึง (ภาพที่ชาวไต้หวันโพสต์ใน PTT เว็บบอร์ดชื่อดังในไต้หวัน)
สำหรับแรงงานต่างชาติ ตามในกฎหมายการจราจรทางถนนและการลงโทษ กำหนดซื้อรถจักรยานยนต์ จะต้องแนบใบอนุญาตจากนายจ้าง ซึ่งใช้มาเป็นเวลานานถึง 28 ปีแล้ว แต่ที่ผ่านมา เนื่องจากมีแรงงานต่างชาติจำนวนน้อยมากที่ซื้อรถจักรยานยนต์หรือมอเตอร์ไซค์คันใหม่ จึงไม่มีเสียงคัดค้าน ต่างจากรถจักรยานไฟฟ้าที่ราคาถูก ได้รับความนิยมจากแรงงานต่างชาติจำนวนมาก เมื่อกฎหมายการจราจรทางถนนและการลงโทษไม่ได้ตัดข้อกำหนดนี้ออก ทำให้การซื้อรถจักรยานไฟฟ้าต้องเป็นไปตามกฎหมายเช่นเดียวกับรถมอเตอร์ไซค์ ทำให้หลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ต่อต้าน นอกจาก ส.ส. ทนายความและองค์กร NGO แล้ว กระทรวงแรงงานก็แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าวเช่นกัน
แรงงานต่างชาตินิยมแต่งรถหรูจนคนไต้หวันตะลึง (ภาพที่ชาวไต้หวันโพสต์ใน PTT เว็บบอร์ดชื่อดังในไต้หวัน)
กลุ่มแรงงานฟิลิปปินส์ที่ซินจู๋ผู้หลงไหลแต่งรถจักรยานไฟฟ้า ตั้งชมรม Low Profile EBikers ปัจจุบันมีสมาชิกหลายร้อยคน (ภาพจากชมรม Low Profile EBikers)
กระทรวงแรงงานกล่าวว่า มาตรการบังคับให้แรงงานต่างชาติซื้อรถจักรยานไฟฟ้าคันใหม่ จะต้องได้รับอนุญาตจากนายจ้าง แตกต่างจากชาวต่างชาติทั่วไปที่สามารถซื้อเองได้เลย เป็นการเลือกปฏิบัติหรือใช้สองมาตรฐาน นอกจากนี้ยังเข้าข่ายฝ่าฝืนหลักการไม่มีกฎหมายไม่มีอํานาจและขัดกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง รวมทั้งละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิแรงงานย้ายถิ่น กระทรวงแรงงานแสดงจุดยืนจึงไม่สนับสนุนมาตรการดังกล่าว
แรงงานต่างชาติซื้อรถจักรยานไฟฟ้าและรถมอเตอร์ไซค์ ไม่ต้องแนบใบอนุญาตจากนายจ้างอีกต่อไป มีผลตั้งแต่ 3 ม.ค. 66
เมื่อเสียงต่อต้านมากขึ้น เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2565 กรมการขนส่งทางบกจึงมีการประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในที่ประชุมเห็นควรยกเลิกมาตรการดังกล่าว และเมื่อ 30 ธ.ค. 65 ที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมได้อนุมัติข้อเสนอของกรมการขนส่งทางบก ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติซื้อรถจักรยานไฟฟ้าจะต้องแนบหนังสืออนุญาตจากนายจ้าง ตั้งแต่ 3 ม.ค. 66 เป็นต้นไป ขณะเดียวกฎระเบียบที่บังคับให้แรงงานต่างชาติซื้อรถมอเตอร์ไซค์จะต้องแนบหนังสืออนุญาตจากนายจ้างที่ถือปฏิบัติกันมา 28 ปี ก็ยกเลิกพร้อมกัน
4. จับแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายเปิดให้เพื่อนร่วมชาติแทงหวยเวียดทุกวัน ตำรวจเตือน! ซื้อขายหวยต่างประเทศเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
ตำรวจปราบปรามอาชญากรรมที่เมืองไถตง ได้รับแจ้งข้อมูลนายเหงียน แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายรายหนึ่ง พร้อมกับหญิงชาติเดียวกันที่ทำงานในร้านอาหารร่วมเช่าบ้านอยู่ด้วยกันที่ตัวเมืองไถตง นายเหงียนเป็นเจ้ามือเปิดให้หญิงเวียดนามที่ทำงานในร้านอาหารและโรงงานละแวกใกล้เคียง แทงล็อตโต้อย่างหวยเวียดภาคกลางและเวียดล็อตฮานอย โดยออกรางวัลทุกวันพร้อม ๆ กับในเวียดนาม
ตำรวจที่ไถตงจับแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายเปิดให้เพื่อนร่วมชาติแทงหวยเวียดออนไลน์ ออกผลพร้อมกับที่บ้านเกิดทุกวัน
เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่ผ่านมา ตำรวจปราบปรามอาชญากรรม พร้อมด้วยตำรวจจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจู่โจมบ้านเช่าหลังดังกล่าว จับกุมนายเหงียนและนายเล แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายอีกราย ตำรวจตรวจพบในมือถือของนายเหงียนมีแอปพลิเคชันล็อตโต้เวียดนาม และรายชื่อ พร้อมจำนวนเงินที่แทงจำนวนมาก นายเหงียนให้การสารภาพว่า ตนเริ่มเปิดให้เพื่อนชาติเดียวกับแทงล็อตโต้เวียดนามทุกวัน เรียกว่าหวยเวียดภาคกลาง ตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม 2565 วิธีเล่นคือ นำหวยเวียดนามที่ออกโดยฮานอยและแต่ละจังหวัดในภาคกลางของเวียดนาม มาหมุนเวียนออกไปตามแต่ละวัน เพื่อให้มีหวยเล่นได้ครบทั้ง 7 วัน ลูกค้าแทงเกมละ 100 เหรียญ เลขมีตั้งแต่ 0-99 หากทายถูก 4 ตัว จะได้รับรางวัล 10,000-20,000 เหรียญ
ตำรวจตรวจพบในมือถือของนายเหงียนมีแอปพลิเคชันล็อตโต้เวียดนาม และรายชื่อ พร้อมจำนวนเงินที่แทงจำนวนมาก
ตำรวจจับกุมและยึดมือถือของแรงงานเวียดนามทั้ง 2 ดำเนินคดีข้อหาเล่นการพนันต่อไป พร้อมเตือนอย่าท้าทายกฎหมาย เนื่องจากสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือล็อตโต้ต่างประเทศ ไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้อขายหรือเล่นกันในไต้หวัน และถือเป็นการพนันชนิดหนึ่งซึ่งทำให้เสียการเสียงาน เสียสุขภาพและเสียอนาคต ครอบครัวแตกแยก กลายเป็นบุคคลล้มละลาย และนำไปสู่การก่ออาชญากรรม การทวงหนี้ ส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของสังคม ไม่ว่าจะชาวไต้หวันหรือต่างชาติ หากกระทำผิดกฎหมาย จะกวาดล้างอย่างเด็ดขาด
ตำรวจจับนายเหงียนข้อหาเล่นการพนัน พร้อมเตือนว่า สลากกินแบ่งรัฐบาลหรือล็อตโต้ต่างประเทศ ไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้อขายหรือเล่นกันในไต้หวัน และถือเป็นการพนันชนิดหนึ่ง