ถ้าเอ่ยถึงคำว่า เคราะห์ เราก็มักจะคิดไปทางร้ายไว้ก่อน
ถ้าเจ็บเบา ๆ หรือเสียทรัพย์ไม่มาก ก็จะได้ยินคำปลอบใจว่า ถือว่า ฟาดเคราะห์
แต่ต่อท้ายด้วยคำว่า “ร้าย” อาจจะหมายถึงเจ็บหนักหรือมากกว่านั้น
แล้วถ้าต่อท้ายด้วยคำว่า “ดี” ก็ไม่ได้แปลว่าจะดีซะทั้งหมด เคราะห์ดี ก็เหมือนมีเรื่องดีๆอยู่ในเรื่องร้ายๆ
บางคนเราเชื่อว่า เคราะห์ก็คือดวงชะตาชีวิต เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้ว เหมือนความเชื่อที่ว่า
คนเราเกิดมาครบ 6 วัน พระพรหมจะมาจารึกชะตาชีวิตลงบนหน้า ทุกคนก็จะมีชีวิตไปตามดวงชะตานั้น จะดีจะร้าย เมื่อเวลามาถึง ก็จะพบสิ่งนั้น
แต่หลายคนก็เชื่อว่า เคราะห์ เกิดจาก กรรม หรือ การกระทำในอดีต จะเป็นอดีตที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน หรือ อดีตที่ผ่านมานานแล้ว หรือ นานกว่านั้นก็ชาติก่อนๆเลย ที่ตัวเราเองก็ไม่รู้
นั่นเป็นคำอธิบายให้เราทำใจว่า สิ่งร้าย ๆ ที่เกิดขึ้น เป็นเคราะห์กรรมที่เคยทำไว้ กรรมนั้นเลยทำให้เกิดเรื่องร้าย หรือ ไม่ก็เป็นสิ่งที่พระพรหมกำหนดแล้ว คงไปฝืนลิขิตไม่ได้
แต่ถ้าลองปรับมุมมองด้านเคราะห์ในบางเรื่อง การมองเรื่องเคราะห์ในความหมายเดียวกับความเสี่ยง น่าจะทำให้เราสามารถเลี่ยงเคราะห์กรรมนั้นได้
เพราะ เคราะห์ คือ สิ่งไม่ดี ที่ยังไม่เกิดขึ้น
ความเสี่ยง คือ เหตุการณ์ที่ไม่ดี ที่อาจจะเกิดขึ้น แต่สามารถวิเคราะห์ถึง สาเหตุ และ ผลกระทบได้
ถ้าลงมือป้องกันสาเหตุที่เป็นต้นตอของความเสี่ยง โอกาสที่จะกิดเรื่องร้ายๆ ก็ลดลงหรือไม่มีโอกาสเกิดได้เลย และถ้าเตรียมการรับมือในกรณีที่เหตุการณ์ร้ายนั้นเกิดขึ้นจริง ก็สามารถลดผลกระทบลงจนเราไม่รู้สึกเดือดร้อนเลยก็ได้
เมื่อเราสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงของตัวเรา ของงานที่ทำได้ดี
เราอาจจะไม่เจอเคราะห์กรรมอีกเลยก็ได้