“....เราต้องเข้าใจธรรมะด้วย ไม่ใช่แค่ memory เก็บเอาไว้ในลิ้นชักแล้วมันมีประโยชน์อะไร ถ้าเรา memory เงินเอาไว้ เก็บเงินเอาไว้ เก็บๆๆ ไม่ต้องจ่าย มันมีประโยชน์อะไร แต่ถ้าเรา memory สติปัญญาเอาไว้อะไรเอาไว้ เรา memory เสร็จแล้ว เราก็เอามาวิจัยๆ ดินคืออะไร มันมาจากไหน น้ำคืออะไร ลมคืออะไร ไฟคืออะไร มันมีแต่ข้างนอกเหรอ ในร่างกายเราไม่มีเหรอ มันโง่เต็มที ในร่างกายเรามี ดิน มีน้ำ มีไฟ มีลม มีอากาศธาตุ มีวิญญาณธาตุอีก คือความรู้สึก ทำไมมันเรียนได้แค่นั้น ทำไมมันไม่รู้ให้จริงล่ะ ฉะนั้น understand คือรู้จริงเห็นแจ้ง มันต้องอย่างนั้น...”
“...รูปไม่เที่ยง เวทนาความพอใจ ใครๆ ก็ชอบ แต่เสร็จแล้วมันก็ไม่ที่ยง เดี๋ยวมันก็ดับไปแล้ว คือสุขเวทนา ทุกขเวทนาก็ไม่เที่ยง อาหารคำนี้อร่อยเหลือเกินเอามาเคี้ยวๆ พอรู้สึกว่าอร่อยคายออกมาเลย ดัดหลังมันเลย คายออกมาใส่ภาชณะก็ได้อะไรก็ได้ มันไม่เที่ยง เราคิดว่ามันเที่ยง มันไม่เที่ยง รูปังอนิจจัง เวทนาอนิจจา สัญญาอนิจจา สังขาราอนิจจา วิญญาณังอนิจจัง ไม่เที่ยงทั้งนั้น พวกนี้ไม่เที่ยงทั้งนั้น มันไม่เที่ยงเอามาเป็นตัวกูของกูได้ยังไง มันไม่เที่ยง ทีนี้เรารู้ว่ามันไม่เที่ยงๆ รู้ด้วย memory นั่นแหละที่เรารู้ เพราะว่าเราจำ กูรู้แล้วๆ รู้เพราะจำ แต่ไม่ได้รู้เพราะเห็นแจ้งว่ามันเป็นยังไง ...”
ข้อความตอนหนึ่งจาก พระธรรมเทศนาตอน Memory สู่ Understand รู้แจ้ง เห็นจริง
ประจำวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561
โดยหลวงพ่อเอี้ยน (พระครูวินัยธร มหาทรงศักดิ์ วิโนทโก)
ณ สำนักวิปัสสนาวังสันติบรรพต อ.เมือง จ. พัทลุง