มหาปุโรหิตที่ผ่านมาในอดีต ถูกแต่งตั้งโดยพระเจ้าสำหรับการงานที่เกี่ยวกับพระเจ้า คือนำเครื่องบรรณาการและเครื่องบูชามาถวายเพราะความบาปของคนทั้งปวงและของตัวท่านเองด้วย เพราะท่านเองก็มีความอ่อนกำลังอยู่เหมือนกันกับคนทั้งปวง พระเยซูคริสต์ก็เช่นเดียวกัน พระเจ้าได้ทรงแต่งตั้งพระองค์ขึ้นให้เป็นมหาปุโรหิตเป็นนิตย์ตามอย่างมัลคีเซเด็ค และได้นำตัวพระองค์เองเป็นเครื่องบูชามาถวายแก่พระเจ้าเพราะเหตุความผิดบาปของคนทั้งปวง (แต่ไม่ต้องถวายเพื่อตัวเองเพราะพระองค์ปราศจากความบาป - ฮร. 4:15)
ในบทนี้ยังได้บรรยายถึงขณะเมื่อพระองค์ดำรงอยู่ในรูปกายเลือดเนื้อ พระองค์ได้อธิษฐาน วิงวอนด้วยน้ำตาไหลมากมายต่อพระเจ้าเพื่อให้พ้นจากความตาย และพระเจ้าได้ทรงฟัง เพราะพระองค์ได้ทรงยำเกรง ถึงแม้ว่าพระองค์เป็นถึงพระบุตรของพระเจ้า พระองค์ยังได้เรียนรู้ที่จะนอบน้อมยอมฟังพระเจ้า โดยทนเอาความยากลำบากจนถึงความตาย พระองค์จึงกลายมาเป็นแหล่งกำเนิดแห่งความรอดนิรันดร์ให้แก่เราทั้งหลายที่เชื่อฟังพระองค์ในวันนี้
“ฉะนั้นโดยเหตุที่พระคริสต์ได้ทรงทนทุกข์ทรมานในเนื้อหนังแล้ว, ท่านทั้งหลายก็จงมีความคิดอย่างเดียวกันไว้เป็นเครื่องอาวุธด้วย เพราะว่าผู้ใดที่ได้ทนทุกข์ทรมานในเนื้อหนังก็หยุดจากการผิดแล้ว เพื่อจะไม่ประกอบชีวิตที่ยังเหลืออยู่ในเนื้อหนังตามใจปรารถนาของมนุษย์, แต่ตามพระทัยของพระเจ้า. ด้วยว่าเวลาซึ่งล่วงพ้นไปนั้น ที่ได้ประพฤติตามชอบใจคนต่างประเทศก็พออยู่แล้ว, คราวเมื่อเราทั้งหลายได้ประพฤติตามราคะตัณหา, ตามใจปรารถนาอันชั่ว. เมาน้ำองุ่น. กินเหล้าวุ่นวายกัน, กินละโมภ, และหลงไหว้รูปเคารพอันเป็นที่น่าเกลียด.” (1 เปโตร 4:1-3)