บทที่ 38-39 กล่าวถึงก่อนสามปีครึ่งหลังจะจบ จะมีสงครามครั้งใหญ่กับเยรูซาเล็ม
“แลเราจะรวบรวมบรรดาประเทศทั้งปวงให้มาทำศึกต่อเมืองยะรูซาเลม, แลเขาจะตีเอาเมืองแลจะปล้นเอาเรือนทั้งหลาย, แลเขาจะข่มขืนน้ำใจหญิงทั้งปวง, แลคนทั้งหลายในเมืองจะถูกพาไปเป็นชะเลยกึ่งหนึ่ง, แลส่วนที่เหลืออยู่นั้นจะไม่ต้องถูกฉุดออกไปจากเมือง. แลพระยะโฮวาจะเสด็จออกไปรบประเทศเหล่านั้น, เหมือนเมื่อพระองค์ได้ทำศึกในวันสงครามครั้งหนึ่ง.”
ซะคาระยา 14:2-3
“ครั้นทูตสวรรค์องค์ที่หกเป่าแตรขึ้น, ข้าพเจ้าก็ได้ยินสุรเสียงออกมาจากเชิงงอนมุมทั้งสี่แห่งแท่นทองคำนั้น ที่อยู่ฉะเพาะพระเจ้า. สุรเสียงนั้นสั่งแก่ทูตสวรรค์ที่หกที่ถือแตรนั้นว่า, “จงแก้ปล่อยทูตสวรรค์ทั้งสี่ที่ถูกมัดไว้ ณ แม่น้ำใหญ่นั้น คือแม่น้ำฟะราธ.” และทูตสวรรค์ทั้งสี่ที่เตรียมไว้สำหรับโมง, วัน, เดือน, และปีนั้นๆ ก็ถูกแก้ปล่อยไป, เพื่อมนุษย์แบ่งเป็นสามส่วน จะได้ถูกฆ่าเสียส่วนหนึ่ง. และพลทหารม้านั้นประมาณได้ยี่สิบโกฏิ ข้าพเจ้าได้ยินว่าเป็นจำนวนเท่านั้น. มนุษย์แบ่งเป็นสามส่วน ถูกฆ่าเสียส่วนหนึ่งด้วยเครื่องวิบัติ, สามอย่างนี้คือ ไฟกับควันและกำมะถันที่พลุ่งออกมาจากปากม้านั้น.”
วิวรณ์ 9:13-16, 18
“ทูตสวรรค์องค์นั้นได้ใช้เคียวเกี่ยวที่แผ่นดินโลก, แล้วได้เก็บรวบรวมผลองุ่นแห่งแผ่นดินโลก, และเทลงไปในเครื่องหีบผลองุ่นอันใหญ่. คือพระนิเคราะห์ของพระเจ้า. เขาได้เหยียบย่ำคั้นน้ำองุ่นในเครื่องหีบผลองุ่นนั้นภายนอกเมือง, และโลหิตไหลออกจากเครื่องหีบผลองุ่นนั้นท่วมถึงบังเหียนม้า, ไหลนองไปถึงเจ็ดพันสองร้อยแปดสิบเส้นเศษ”
วิวรณ์ 14:19-20
“ทูตสวรรค์องค์ที่หกนั้นได้เอาขันของตนเทลงที่แม่นํ้าใหญ่ คือแม่น้ำฟะราธและน้ำในแม่นํ้านั้นจึงแห้งไป เพื่อจะได้เตรียมมรรคาไว้สำหรับกษัตริย์องค์เหล่านั้นที่มาจากทิศตะวันออก. และข้าพเจ้าได้เห็นผีโสโครกสามตนรูปร่างราวกับกบออกจากปากพญานาค, และออกจากปากสัตว์ร้ายนั้น, และออกจากปากผู้พยากรณ์เท็จนั้น ด้วยว่าผีเหล่านั้นเป็นผีร้ายกระทำนิมิตต์ และออกไปหากษัตริย์ทั้งปวงทั่วพิภพ, เพื่อจะได้ประชุมกษัตริย์ทั้งหลายนั้นสำหรับการสงครามในวันใหญ่ของพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์. (จงดูเถิด, เราจะดอดมาเหมือนขะโมย. ผู้ที่เฝ้าระวังให้ดี, และรักษาเสื้อผ้าของตนจะเป็นสุข เกลือกว่าผู้นั้นจะเดินเปลือยกาย, และคนทั้งหลายจะได้เห็นความน่าละอายของเขา.) และเขาทั้งหลายได้ชุมนุมกันที่ตำบลหนึ่ง เรียกชื่อในภาษาเฮ็บรายว่าอะระมะเฆโดน”
วิวรณ์ 16:12-16 TH1940
“ข้าพเจ้าได้เห็นสวรรค์เปิดออก และนี่แน่ะ มีม้าขาวตัวหนึ่ง, และท่านผู้ทรงนั่งบนหลังม้านั้นมีนามว่า, “สุจริตและสัตย์จริง” และท่านได้ทรงพิพากษาและกระทำสงครามโดยยุตติธรรม. และพระเนตรของท่านนั้นดุจเปลวไฟ, และที่พระเศียรของท่านมีมงกุฎหลายมงกุฎ และท่านมีพระนามจารึกไว้ซึ่งไม่มีผู้ใดรู้จัก เว้นแต่ท่านเอง. ท่านทรงเสื้อที่จุ่มพระโลหิต และพระนามของท่านเรียกว่า พระวาทะของพระเจ้า. พลโยธาทั้งหลายที่อยู่ในสวรรค์ได้ตามท่านไปทั้งบนหลังม้าขาว, และนุ่งห่มผ้าป่านเนื้อละเอียดขาวบริสุทธิ์. มีพระแสงคมออกจากพระโอษฐ์ของท่าน, เพื่อท่านจะได้ฟันพวกนานาประเทศด้วยพระแสงนั้น. และท่านจะได้ทรงครอบครองเขาด้วยคทาเหล็ก และท่านทรงเหยียบเครื่องหีบน้ำองุ่นแห่งพระนิเคราะห์อันเฉียบขาดของพระเจ้าผู้ทรงฤทธานภาพทุกประการ. ท่านทรงมีพระนามจารึกไว้ที่เสื้อผ้า และที่ต้นพระอูรุของท่านว่า, “พระมหากษัตริย์แห่งมหากษัตริย์ทั้งปวง และเจ้านายแห่งเจ้านายทั้งปวง.””
วิวรณ์ 19:11-16 TH1940