แม้ว่าเจ้าแผ่นดินตุโรในบทนี้ที่พระเจ้าตรัสว่าเป็นแต่มนุษย์เท่านั้น แต่เรายังมองเห็นต่อไปว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังของความงดงาม ความฉลาด สติปัญญา ความรู้อันเป็นเหตุให้มีเงินทองมากมายนั้น คือซาตานนั่นเอง และชีโดนซึ่งเล็งถึงความกังวล ห่วงใยต่อการดำเนินชีวิตบนโลกนี้ และการล่อลวงของทรัพย์สมบัติ ก็เป็นเหมือนกับต้นเสี้ยนต้นหนามที่ปกคลุมไม่ให้พันธ์เมล็ดชีวิตแห่งอาณาจักรจำเริญเติบโตขึ้น
“การประดับกายของภรรยานั้น อย่าให้เป็นอย่างภายนอก คือถักผมเกล้ามวย, และใส่ปักเครื่องทองคำ, และนุ่งห่มเสื้อผ้าสวยงาม แต่จงให้เป็นอย่างที่ซ่อนไว้ในใจ, เป็นเครื่องประดับซึ่งไม่รู้เปื่อยไป, คือจิตต์ใจอ่อนสุภาพและสงบเสงี่ยม, ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่ามากจำเพาะพระเนตรพระเจ้า. ด้วยว่าพวกผู้หญิงบริสุทธิ์ครั้งโบราณนั้นที่ได้ไว้ใจในพระเจ้า ก็ย่อมได้แต่งกายและน้อมฟังสามีของตนเองอย่างนี้แหละ”
เปโตรฉะบับต้น 3:3-5
“แล้วพระองค์จึงตรัสแก่เขาทั้งหลายว่า, “จงระวังและเว้นเสียจากการโลภทั่วไป เพราะว่าชีวิตของบุคคลใดๆ มิได้อยู่ในของบริบูรณ์ซึ่งเขามีอยู่นั้น.” พระองค์จึงตรัสคำเปรียบข้อหนึ่งให้เขาฟังว่า, “ไร่นาของเศรษฐีคนหนึ่งเกิดผลบริบูรณ์เป็นอันมาก. เศรษฐีคนนั้นจึงคิดในใจว่า. เราจะทำอย่างไรดี. เพราะว่าเราไม่มีที่ที่จะเก็บผลของเรา?’ เขาจึงคิดว่า. ‘เราจะทำอย่างนี้, คือจะรื้อยุ้งฉางของเราเสีย, และจะสร้างใหม่ให้โตขึ้น, แล้วเราจะรวบรวมข้าวและสมบัติทั้งหมดของเราไว้ที่นั่น แล้วเราจะว่าแก่จิตต์ใจของเราว่า. “จิตต์ใจเอ๋ย. เจ้ามีทรัพย์สมบัติมากเก็บไว้พอหลายปี จงหายเหนื่อย. กิน. ดื่ม, และยินดีเถิด.” ’ แต่พระเจ้าตรัสแก่เขาว่า. ‘โอคนโง่. ในคืนวันนี้ชีวิตของเจ้าจะต้องเรียกเอาไปจากเจ้า. แล้วของซึ่งเจ้าได้รวบรวมไว้นั้นจะเป็นของใครเล่า?’ คนที่ส่ำสมทรัพย์สมบัติไว้สำหรับตัว. และมิได้มั่งมีจำเพาะพระเจ้าก็เป็นเช่นนั้นแหละ.””
ลูกา 12:15-21
“และพืชซึ่งหว่านกลางหนามนั้น, ได้แก่ผู้ที่ได้ยินพระวจนะ, แล้วความปรารภปรารมภ์ด้วยโลกนี้และการล่อลวงแห่งทรัพย์สมบัติก็ปกคลุมพระวจนะนั้นไว้, จึงไม่เกิดผล.”
มัดธาย 13:22