
Sign up to save your podcasts
Or


หมวดธรรม 9 ประการใน สามัญญวรรค หมวดว่าด้วยสามัญญธรรม และเขมวรรค หมวดว่าด้วยเหตุให้ตรัสเรียกว่าเขมะ
ข้อที่ 43-61 เป็นการสนทนาธรรมระหว่าง พระอุทายี และ พระอานนท์ ในหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้
ข้อที่ 43 กายสักขีสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้เป็นกายสักขี (เด่นด้านสมาธิ/ฌานสมาบัติ) ว่าด้วย "กายสักขีบุคคล" หรือ บุคคลผู้เป็นพยานด้วยนามกาย ซึ่งหมายถึงผู้ที่ใช้จิตหรือนามกายสัมผัสถูกต้องวิโมกข์ (หรือฌาน) ก่อน แล้วจึงบรรลุธรรมด้วยปัญญาในภายหลัง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ ๆ คือ โดยปริยาย(ขั้นต้น-ขั้นกลาง/ผู้ยังไม่สิ้นอาสวะ) ได้แก่ ฌาน 1-8 และ โดยนิปปริยาย (ขั้นสูงสุด/ผู้สิ้นอาสวะ) ได้แก่ ผู้ที่สามารถเข้าถึงสัญญาเวทยิตนิโรธ
ข้อที่ 44 ปัญญาวิมุตตสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้เป็นปัญญาวิมุต (ผู้หลุดพ้นด้วยปัญญา) หมายถึง ผู้ปฏิบัติที่ไม่ได้เน้นการเข้าสมาบัติลึกซึ้ง (แช่ในฌาน) แต่เป็นผู้ที่ "ใช้ปัญญาเพ่งพินิจพิจารณาเพื่อตัดขาดกิเลส" (วิป้สสนา) โดยตรง แบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ โดยปริยาย และ โดยนิปปริยาย
ข้อที่ 45 อุภโตภาควิมุตตสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้เป็นอุภโตภาควิมุต (ผู้หลุดพ้นทั้งสองส่วน / สมถะ&วิปัสสนา) หมายถึง พระอริยบุคคลผู้หลุดพ้นด้วยเจโตวิมุตติและปัญญาวิมุตติ แบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือโดยปริยายและโดยนิปปริยาย เช่นกัน
ข้อที่ 46-61 ใช้ระบบองค์ธรรมเดียวกันทั้งหมด คือ “อนุปุพพวิหาร 9” (รูปฌาน อรูปฌาน และ สัญญาเวทยิตนิโรธ) เป็นบรรทัดฐานในการอธิบายเพื่อชี้ให้เห็นว่า คำว่า นิพพาน, เขมะ, อมตะ, อภัย, ปัสสัทธิ, และนิโรธ นั้น สามารถสัมผัสได้จริงด้วยนามกายตั้งแต่ขั้นสมาธิระดับฌาน (โดยปริยาย) ไปจนถึงการสิ้นอาสวกิเลสอย่างสมบูรณ์เด็ดขาดด้วยปัญญา (โดยนิปปริยาย)
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต สามัญญวรรค เขมวรรค
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
By ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana5
11 ratings
หมวดธรรม 9 ประการใน สามัญญวรรค หมวดว่าด้วยสามัญญธรรม และเขมวรรค หมวดว่าด้วยเหตุให้ตรัสเรียกว่าเขมะ
ข้อที่ 43-61 เป็นการสนทนาธรรมระหว่าง พระอุทายี และ พระอานนท์ ในหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้
ข้อที่ 43 กายสักขีสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้เป็นกายสักขี (เด่นด้านสมาธิ/ฌานสมาบัติ) ว่าด้วย "กายสักขีบุคคล" หรือ บุคคลผู้เป็นพยานด้วยนามกาย ซึ่งหมายถึงผู้ที่ใช้จิตหรือนามกายสัมผัสถูกต้องวิโมกข์ (หรือฌาน) ก่อน แล้วจึงบรรลุธรรมด้วยปัญญาในภายหลัง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ ๆ คือ โดยปริยาย(ขั้นต้น-ขั้นกลาง/ผู้ยังไม่สิ้นอาสวะ) ได้แก่ ฌาน 1-8 และ โดยนิปปริยาย (ขั้นสูงสุด/ผู้สิ้นอาสวะ) ได้แก่ ผู้ที่สามารถเข้าถึงสัญญาเวทยิตนิโรธ
ข้อที่ 44 ปัญญาวิมุตตสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้เป็นปัญญาวิมุต (ผู้หลุดพ้นด้วยปัญญา) หมายถึง ผู้ปฏิบัติที่ไม่ได้เน้นการเข้าสมาบัติลึกซึ้ง (แช่ในฌาน) แต่เป็นผู้ที่ "ใช้ปัญญาเพ่งพินิจพิจารณาเพื่อตัดขาดกิเลส" (วิป้สสนา) โดยตรง แบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ โดยปริยาย และ โดยนิปปริยาย
ข้อที่ 45 อุภโตภาควิมุตตสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้เป็นอุภโตภาควิมุต (ผู้หลุดพ้นทั้งสองส่วน / สมถะ&วิปัสสนา) หมายถึง พระอริยบุคคลผู้หลุดพ้นด้วยเจโตวิมุตติและปัญญาวิมุตติ แบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือโดยปริยายและโดยนิปปริยาย เช่นกัน
ข้อที่ 46-61 ใช้ระบบองค์ธรรมเดียวกันทั้งหมด คือ “อนุปุพพวิหาร 9” (รูปฌาน อรูปฌาน และ สัญญาเวทยิตนิโรธ) เป็นบรรทัดฐานในการอธิบายเพื่อชี้ให้เห็นว่า คำว่า นิพพาน, เขมะ, อมตะ, อภัย, ปัสสัทธิ, และนิโรธ นั้น สามารถสัมผัสได้จริงด้วยนามกายตั้งแต่ขั้นสมาธิระดับฌาน (โดยปริยาย) ไปจนถึงการสิ้นอาสวกิเลสอย่างสมบูรณ์เด็ดขาดด้วยปัญญา (โดยนิปปริยาย)
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต สามัญญวรรค เขมวรรค
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

3 Listeners

3 Listeners

5 Listeners

2 Listeners

3 Listeners

3 Listeners

1 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners