
Sign up to save your podcasts
Or


ธรรมดากรรมกรย่อมคิดว่า เราเป็นลูกจ้าง เราจักต้องให้ได้ค่าจ้างมาก เราจักต้องไม่ประมาทฉันใด พระโยคาวจรก็ควรเป็นฉันนั้น คือควรคิดว่า เมื่อเราพิจารณากายอันประกอบด้วยธาตุ ๔ นี้เราก็เป็นผู้ไม่ประมาทเนื่องๆ มีสติสัมปชัญญะดี มีใจแน่วแน่ เมื่อเป็นอย่างนี้เราก็จักพ้นจากความเกิดแก่ เจ็บ ตาย โศกเศร้า รำพัน ไม่สบายกาย ไม่สบายใจ คับแค้นใจ เพราะฉันนั้น เราไม่ควรจะประมาท อันนี้เป็นองค์ ๑ แห่งกรรมกร ข้อนี้สมกับคำของพระสารีบุตรเถระ ว่า “ขอท่านทั้งหลาย จงพิจารณากายนี้ จงกำหนดรู้กายนี้ร่ำไป จงเห็นสภาพในกายจึงจักทำให้สิ้นทุกข์ได้”
ธรรมดามหาสมุทรย่อมไม่อยู่ร่วมกับซากศพฉันใด พระโยคาวจรก็ไม่ควรอยู่ร่วมกับราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ ลบหลู่คุณท่าน ตระหนี่ ริษยา มายา สาไถย โกหก ความคดโกง ความทุจริต กิเลสมลทินทั้งหลายฉันนั้น อันนี้เป็นองค์แรงแห่งมหาสมุทร
ธรรมดาดอกปทุมถูกลมพัดเพียงเล็กน้อยก็ไหวฉันใด พระโยคาวจรก็ควรระวังกิเลสแม้เพียงเล็กน้อย ควรเห็นโทษแม้เพียงเล็กน้อยว่าเป็นของน่ากลัวฉันนั้น อันนี้เป็นองค์ที่ ๓ แห่งดอกปทุม ข้อนี้สมกับคำของพระพุทธเจ้าว่า “ภิกษุย่อมเห็นภัยในโทษแม้เพียงเล็กน้อย แล้วถือมั่นอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย”
ธรรมดากาเห็นอาหารสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คือซากสัตว์หรือของเดน แล้วก็ป่าวร้องพวกญาติมากินฉันใด พระโยคาวจรก็ควรเป็นฉันนั้น คือเมื่อได้ลาภโดยชอบธรรมแล้ว ควรแจกแบ่งให้เพื่อนพรหมจรรย์ อันนี้เป็นองค์ ๒ แห่งกา ข้อนี้สมกับคำของ พระสารีบุตรเถระ ว่า “ถ้ามีผู้น้อมนำโภชนาหารให้แก่เรา เราก็แจกแบ่งเสียก่อนแล้วจึงฉัน”
ธรรมดาเต่าเมื่อเที่ยวไป ถ้าได้เห็นสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือได้ยินเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็หดเท้าหดหัวเข้าอยู่ในกระดองนิ่งอยู่เพื่อรักษาตัวฉันใด พระโยคาวจรก็ฉันนั้น คือเมื่ออารมณ์อันน่ารักใคร่ภายนอกปรากฏ พระโยคาวจรปิดประตูระวังสำรวมใจไว้ข้างในมีสติสัมปชัญญะรักษาสมณธรรมอยู่ อันนี้เป็นองค์ที่ ๕ แห่งเต่า ข้อนี้สมกับคำของพระพุทธเจ้าว่า “เต่าย่อมซ่อนอวัยวะทั้ง ๕ ไว้ในกระดองของตนฉันใด พระภิกษุก็ควรตั้งใจมิให้อยู่ในวิตก ไม่อิงอาศัยอะไร ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ติเตียนใครฉันนั้น”
ปัญหาเกี่ยวกับองค์แห่งกระแต ชื่อว่า กลันทกังคปัญหา
กิเลสทั้งหลาย ชื่อว่า เป็นเครื่องกำจัดคุณแห่งความเป็นสมณะ เพราะเป็นปฏิปักษ์ต่อคุณแห่งความเป็นสมณะ มีศีลเป็นต้น โดยประการที่กำเริบขึ้นแล้วก็ทำคุณแห่งความเป็นสมณะนั้นให้พินาศไป
ปัญหาเกี่ยวกับองค์แห่งไก่ ชื่อว่า กุกกุฏังคปัญหา
คำว่า ปัดกวาดลานเจดีย์ ตั้งน้ำ ฉันน้ำใช้ เป็นคำพูดแสดงถึงความเป็นผู้ไม่บกพร่องในวัตรที่ควรทำ ณ ลานเจดีย์ (เจติยังคณวัฒร) วัตรที่ควรทำต่อท่านผู้เป็นอุปัชฌาย์และอาจารย์ (อุปัชฌายวัตร, อาจริยวัตร) แห่งภิกษุ
คำว่า เข้าไปพบภิกษุผู้ใหญ่ทั้งหลาย ก็เพื่อจะถามถึงโรคภัยไข้เจ็บ ความไม่สะดวกสบายอะไรๆ ตลอดทั้งถามปัญหาในธรรมที่ตนยังไม่รู้ หรือยังสงสัย
คำว่า เข้าไปสู่สุญญาคาร คือเข้าไปสู่เรือนร้าง เรือนว่างเปล่า เพื่อประโยชน์แก่การปรารภความเพียร เจริญอธิกุศล ก็คำว่า 'สุญญาคาร' นี้ เป็นเพียงท่านกล่าวถึงเสนาสนะที่เหมาะสมแก่การปรารภความเพียรเท่านั้น
พระอริยสาวกเข้าถึงพร้อมแล้วด้วยคุณอันประเสริฐสามสิบประการ เพราะธุดงคคุณสามสิบเหล่านี้ ที่ท่านเสพมากแล้ว เสพเนือง ๆ แล้ว สั่งสมให้เต็มรอบแล้วในกาลก่อนฉันนั้นแล คุณอันประเสริฐสามสิบประการเป็นไฉน
ท่านผู้ทำให้บริสุทธิ์ด้วยธุดงค์เหล่าใด เข้าไปสู่มหาสมุทร คือ นิพพานแล้ว ย่อมเล่นธรรมมีอย่างมาก, ย่อมใช้สมาบัติทั้งแปด คือ รูปสมาบัติสี่ อรูปสมาบัติสี่ ย่อมถึงซึงฤทธิ์มีอย่างต่าง ๆ ทิพยโสตธาตุ ปรจิตตวิชชา บุพเพนิวาสานุสสติ ทิพยจักษุ และความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งปวง ธุดงค์เหล่านี้นั้น มีสิบสามประการ
โล่เพื่ออันบังท่อนไม้ก้อนดิน ไม้ค้อน ศรและหอก อาจารย์เพื่ออันพร่ำสอน มารดาเพื่ออันเลี้ยง กระจกเพื่ออันส่องดู เครื่องประดับเพื่ออันงาม ผ้าเพื่ออันปกปิด บันไดเพื่ออันขึ้นไป คันชั่งเพื่ออันชั่งของ มนต์เพื่ออันร่าย อาวุธ เพื่ออันห้ามความคุกคาม ประทีปเพื่ออันบรรเทาความมืด ลมเพื่ออันยังความร้อนกระวนกระวายให้ดับหาย ศิลปศาสตร์เพื่ออันสำเร็จการเลี้ยงชีพ ยาดับพิษเพื่ออันรักษาชีวิต บ่อเกิดเพื่ออันเกิดแห่งรัตนะ รัตนะเพื่ออันประดับ อาชญาเพื่ออันไม่ก้าวล่วง อิสริยะเพื่ออันให้เป็นไปในอำนาจ ฉันใด; ธุดงคคุณก็เพื่ออันงอกขึ้นแห่งพืช คือ สามัญคุณเพื่ออันเผาเครื่องหม่นหมองคือกิเลส เพื่ออันนำกำลังคือฤทธิ์มา เพื่ออันผูกสติสังวรไว้ เพื่ออันถอนความสงสัยสนเท่ห์ เพื่ออันนำความอยากน้ำคือตัณหาเสีย เพื่ออันกระทำความยินดีในอภิสมัย เพื่ออันออกไปจากโอฆะสี่ เพื่ออันระงับพยาธิ คือ กิเลส เพื่ออันได้สุข คือ นิพพาน
From the publisher's feed

59 Listeners