
Sign up to save your podcasts
Or


ในธรรมนครของพระพุทธเจ้านั้น มีแต่บุคคลผู้วิเศษทั้งนั้น คือมีแต่พระธรรมกถึก พระวินัยธร พระผู้ทรงพระสูตร พระผู้ทรงพระอภิธรรม พระผู้ทรงชาดก พระผู้ทรงนิกายทั้ง ๕ พระผู้สมบูรณ์ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา ยินดีในโพชฌงคภาวนา เป็นพระวิปัสสนา เป็นผู้ประกอบประโยชน์ของตน และผู้อยู่ในป่าช้า ผู้อยู่ตามลอมฟาง ผู้ถือธุดงค์ต่างๆ ผู้ได้สำเร็จมรรคผลคุณวิเศษต่างๆ ทั้งนั้น ผู้ปราศจากราคะ โทสะ โมหะ ไม่มีอาสวะ ไม่มีตัณหา ไม่มีอุปาทาน ย่อมอยู่ในธรรมนคร
ศีลรัตนะ สมาธิรัตนะ ปัญญารัตนะ วิมุตติรัตนะ วิมุตติญาณทัสสนรัตนะ ปฏิสัมภิทารัตนะ โพชฌงครัตนะ อันทำให้โลกทั้งสิ้นสว่างไสว ศีลรัตนะ นั้นได้แก่อะไร...ได้แก่ปาฏิโมกข์สังวรศีล อินทรีย์สังวรศีล อาชีวปาริสุทธิศีล ปัจจยสันนิสิตศีล จูฬศีล มัชฌิมศีล มฺหาศีล มรรคศีล ผลศีล สมาธิรัตนะ นั้นได้แก่ สมาธิอันมีทั้งวิตกวิจาร ๑ สมาธิอันไม่มีวิตกมีแต่วิจาร ๑ สมาธิอันไม่มีทั้งวิตกวิจาร ๑ สุญญตสมาธิ ๑ อนิมิตตสมาธิ ๑ อัปปณิหิตสมาธิ ๑ ภิกษุได้แก้วคือสมาธินี้แล้ว ย่อมกำจัด กามวิตก พยาบาทวิตก วิหิงสาวิตก เสียได้กำจัดมานะ อุทธัจจะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา กิเลสทั้งปวงเสียได้ สิ่งเหล่านั้นไม่ติดค้างอยู่ในใจเหมือนกับน้ำไม่ติดอยู่ใบบัวฉะนั้น
อริยสัจ ๔ คือทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เพราะผู้รู้แจ้งอริยสัจ ๔ แล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง มีความเกิดเป็นทุกข์ เป็นต้น เป็นอันว่าบุคคลเหล่าใดถูกพิษงูแล้ว ดื่มยาแก้พิษงูของพระพุทธเจ้าคือพระธรรม บุคคลเหล่านั้นก็สิ้นพิษงู
เมื่อลมพัดเอากลิ่นดอกไม้ไปถึงไหน ก็หอมไปถึงนั้น แต่ว่าหอมไปได้ตามลมเท่านั้น หอมทวนลมไปไม่ได้ ส่วนกลิ่นธรรมของพระพุทธเจ้า ย่อมหอมไปได้ทั้งตามลมและทวนลม ด้วยเหตุนี้ก็ควรรู้ด้วยอนุมานว่าพระพุทธเจ้ามีอยู่ ขอได้โปรดใส่พระทัยว่าคนทั้งหลายได้กลิ่นหอมมาตามลม ก็รู้ด้วยอนุมานว่าเป็นกลิ่นหอมดอกไม้ฉันใด ผู้มีปัญญาทั้งหลายได้กลิ่นหอมคือศีล ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้แล้ว ก็รู้ได้ด้วยอนุมานว่าพระพุทธเจ้าผู้เยี่ยมมีอยู่ ขอถวายพระพร อาตมภาพไม่อาจแสดงให้สิ้นสุดกำลังของพระพุทธเจ้าได้ด้วยเหตุตั้งพัน จะอ้างเหตุอย่างไรก็ได้ เพราะว่าพระคุณธรรมของพระพุทธเจ้ามีมากหาประมาณมิได้ ข้อนี้เปรียบเหมือนช่างดอกไม้ผู้ฉลาดเมื่อดอกไม้มีอยู่มาก จะร้อยให้เป็นดอกไม้อย่างไรก็ได้ฉันนั้น
อนุมานได้ว่า 'นายช่างผู้สร้างพระนครนี้ เป็นผู้ฉลาดทีเดียว' ดังนี้ ฉันใดก็ดี, พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเป็นผู้ไม่มีผู้ใดเสมอ เป็นผู้เสมอด้วยบุคคลผู้หาใครเสมอมิได้ เป็นผู้ไม่มีบุคคลผู้เสมอเปรียบ เป็นผู้หาใคร ๆ เช่นด้วยพระองค์มิได้ เป็นผู้อันบุคคลไม่พึงชั่ง ไม่พึงนับ ไม่พึงประมาณ เป็นผู้มีพระคุณอันนับไม่ได้ เป็นผู้ถึงซึ่งความเปี่ยมแห่งพระคุณ เป็นผู้มีปัญญาเครื่องเห็นหาที่สุดมิได้ เป็นผู้มีพระเดชานุภาพหาที่สุดมิได้ เป็นผู้มีพระวิริยะหาที่สุดมิได้ เป็นผู้มีพระกำลังหาที่สุดมิได้ เป็นผู้ถึงแล้วซึ่งความเปี่ยมแห่งพระพุทธพล พระองค์ยังมารพร้อมด้วยเสนาให้ปราชัยแล้วทรงทำลายซึ่งข่ายคือทิฏฐิแล้ว ยังอวิชชาให้สิ้นไปแล้ว ให้วิทยาเกิดขึ้นแล้วทรงไว้ซึ่งคบเพลิงกล่าวคือพระธรรม ถึงแล้วซึ่งความเป็นผู้ตรัสรู้เญยยธรรมทั้งปวง มีสงครามอันผจญชนะแล้ว ได้ทรงสร้างพระนคร กล่าวคือ พระธรรมไว้ ฉันนั้นนั่นเทียวแล
นิพพาน เป็นที่ซึ่งความทุกข์ทั้งหลายเข้าไปไม่ถึง อยู่พ้นกฎของไตรลักษณ์ ไม่มีการเวียนว่ายตายเกิด ไม่มีแก่เจ็บตาย เที่ยงแท้แน่นอน ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เป็นบรมสุข เกิดขึ้นด้วยอำนาจการปฏิบัติธรรม
บุคคลที่ปฏิบัติเป็นสัมมาปฏิบัติกระทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพานนั้น ทำให้แจ้งพระนิพพานที่เกิดแล้วก็ได้ที่ยังมิได้บังเกิดก็ได้ หรือจะว่าให้พระนิพพานบังเกิดขึ้นแล้ว จึงกระทำให้แจ้งก็ได้
เอกันตสุขนิพพานปัญหา - พระนิพพานเป็นสุขโดยส่วนเดียว หรือว่าเจือด้วยทุกข์
นิพพาน เป็น “สันติสุข” คือ สุขที่เกิดจากการพ้นกิเลส คือ ไม่มีกิเลสเกิดอันเป็นนิโรธสัจ ได้แก่ ความสุขที่เป็นความพ้นทุกข์ นิพพานไม่ใช่สุขที่เกิดจากการเสวยอารมณ์ หรือไม่ใช่สุขที่เกิดจากการดื่มด่ำ แต่เป็นสุขที่พ้นจากกิเลส พ้นจากความเป็นขันธ์ เรียกว่า "สันติสุข"
แก่นจันทน์แดงเป็นของที่หาได้ด้วยยากฉันใด, นิพพานก็เป็นของที่หาได้ด้วยยาก ฉันนั้น, นี่เป็นคุณที่หนึ่ง
ธรรมนครของพระพุทธเจ้านั้น มีแต่บุคคลผู้วิเศษทั้งนั้น คือมีแต่พระธรรมกถึก พระวินัยธร พระผู้ทรงพระสูตร พระผู้ทรงพระอภิธรรม พระผู้ทรงชาดก พระผู้ทรงนิกายทั้ง ๕ พระผู้สมบูรณ์ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา ยินดีในโพชฌงคภาวนา เป็นพระวิปัสสนา เป็นผู้ประกอบประโยชน์ของตน และผู้อยู่ในป่าช้า ผู้อยู่ตามลอมฟาง ผู้ถือธุดงค์ต่างๆ ผู้ได้สำเร็จมรรคผลคุณวิเศษต่างๆ ทั้งนั้น ผู้ปราศจากราคะ โทสะ โมหะ ไม่มีอาสวะ ไม่มีตัณหา ไม่มีอุปาทาน ย่อมอยู่ในธรรมนคร ผู้ไกลจากกิเลส ผู้พ้นจากิเลส ผู้เจริญฌาน ผู้มีเครื่องนุ่งห่มเศร้าหมอง ผู้ยินดีอยู่ในป่าก็มีอยู่ในธรรมนครทั้งนั้น ผู้ไม่นอนได้แต่นั่ง ผู้อยู่ในป่าช้า ผู้มีแต่ยืนกับเดิน ผู้ใช้ผ้าบังสุกุลก็อยู่ในธรรมนครทั้งนั้น ผู้ใช้เฉพาะไตรจีวรมีพระธรรมขันธ์เป็นที่ ๔ ผู้ยินดีในอาสนะเดียว ผู้รู้แจ้ง ก็อยู่ในธรรมนครทั้งนั้น
From the publisher's feed

58 Listeners