
Sign up to save your podcasts
Or


ธุดงคคุณเป็นการถึงแสดงสมถะวิปัสสนา มรรคผลนิพพาน เพื่ออันโลกสรรเสริญชมเชย และกระทำให้งามมาก ๆ เพื่ออันปิดอบายทั้งปวงเสีย เพื่ออันขึ้นสู่ยอดภูเขาแล้วด้วยหิน คือ สามัญประโยชน์ เพื่ออันวางจิตที่คดโกงไม่เสมอเสีย เพื่ออันกระทำการสาธยายธรรมที่ควรเสพและไม่ควรเสพให้สำเร็จประโยชน์ เพื่ออันคุกคามศัตรูตอบคือกิเลสทั้งปวง เพื่ออันกำจัดมืดคืออวิชชา เพื่ออันให้ความกระวนกระวายร้อนพร้อมคือไฟสามอย่างดับ เพื่ออันให้สมาบัติอันละเอียดสุขุมสำเร็จ เพื่ออันตามรักษาสรรพสามัญคุณทั้งสิ้นไว้ เพื่ออันเกิดขึ้นแห่งรัตนะอันประเสริฐคือโพชฌงค์ เพื่ออันประดับชนผู้โยคาวจร เพื่ออันไม่ก้าวล่วงสันติสุขอันเป็นอนวัชชสุขอันละเอียดสุขุมเพื่ออันเป็นไปในอำนาจแห่งอริยธรรม คือ สามัญคุณทั้งสิ้น ฉันนั้นแล ธุดงคคุณอันหนึ่ง ๆ เพื่อความบรรลุคุณเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
พระอรหัตผลของผู้ใคร่ต่อธรรม สติปัฏฐานสี่ สัมมัปปธานสี่ อิทธิบาทสี่ อินทรีย์ห้า พละห้า โพชฌงค์เจ็ด อริยาษฎางคิกมรรคแปด ของบุคคลนั้น ย่อมถึงความเป็นของเจริญบริบูรณ์, บุคคลนั้น ย่อมบรรลุสมถะและวิปัสสนา, การปฏิบัติเพื่ออธิคมของบุคคลนั้น ย่อมน้อมไปรอบ, คุณธรรมทั้งปวงคือสามัญผลสี่ปฏิสัมภิทาสี่ วิชชาสาม อภิญญาหก สมณธรรมทั้งสิ้น ย่อมเป็นเครื่องประกาศแห่งบุคคลนั้น, บุคคลนั้น ย่อมอภิเษกด้วยเศวตฉัตร คือ วิมุตติ เปรียบเหมือนราชภัฏทวยหาญพร้อมทั้งชาวแว่นแคว้น ชาวนิคมชาวชนบท ย่อมบำรุงบำเรอพระมหากษัตริญืผู้ได้มุรธาภิเษกแล้ว
ดอกบัวมีชาติอันสูงแต่เดิมเกิดมา เพราะเป็นของเจริญยิ่งและบริสุทธิ์ เป็นของสนิท เป็นของอ่อน เป็นของน่าอยากได้ เป็นของมีกลิ่นหอม เป็นที่รัก อันบุคคลปรารถนา มิได้เปื้อนด้วยน้ำตม ประดับด้วยกลีบและเกสรและฝักอันละเอียด อันหมู่ภมรส้องเสพ เนื่องด้วยน้ำอันเย็น ฉันใด, พระอริยสาวกเข้าถึงพร้อมแล้วด้วยคุณอันประเสริฐสามสิบประการ เพราะธุดงคคุณสามสิบเหล่านี้ ที่ท่านเสพมากแล้ว เสพเนือง ๆ แล้ว สั่งสมให้เต็มรอบแล้วในกาลก่อนฉันนั้นแล
บุคคลใด เป็นผู้ควร เหมาะ เป็นผู้มักน้อย สันโดษ มีจิตสงัด ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ มีความเพียรปรารภแล้ว ยอบตน ไม่โอ่อวด ไม่หลอกลวง ไม่เห็นแก่ท้อง ไม่มุ่งลาภยศความสรรเสริญเป็นผู้มีศรัทธาบวชด้วยศรัทธา อยากพ้นจากชราและมรณะ สมาทาน ธุดงคคุณ ด้วยรำถึงว่า ‘เราจักยกย่องพระศาสนา’ ดังนี้ บุคคลนั้นย่อมควรซึ่งอันบูชาทวีคูณ คือ เป็นผู้เป็นที่รัก เป็นที่ยังใจให้เจริญแห่งเทพดาและมนุษย์ทั้งหลาย และเป็นผู้อันเทพดาและมนุษย์ทั้งหลายปรารถนา, เป็นราวกะดอกมะลิซ้อนและมะลิวัน เป็นที่ปรารถนาของผู้อาบแล้ว ชโลมทาแล้ว
ธุดงคคุณเป็นของมีอุปการมาก และเป็นของบรรเทาความกระวนกระวายความเร่าร้อนทั้งปวง เป็นของบรรเทาความไม่ยินดี เป็นของบรรเทาภัย เป็นของบรรเทาภพ เป็นของบรรเทากิเลส เป็นของบรรเทามลทิน เป็นของบรรเทาความโศก เป็นของบรรเทาทุกข์ เป็นของบรรเทาราคะ เป็นของบรรเทาโทสะ เป็นของบรรเทาโมหะ เป็นของบรรเทามานะ เป็นของบรรเทาทิฏฐิ เป็นของบรรเทาสรรพอกุศล ธรรม เป็นของนำมาซึ่งยศ เป็นของนำมาซึ่งความเกื้อกูล เป็นของนำมาซึ่งความสุข เป็นของกระทำความสำราญ เป็นของกระทำปีติ เป็นของกระทำความเกษมจากโยคะ เป็นของไม่มีโทษ เป็นของมีสุขที่ปรารถนาเป็นวิบาก เป็นกองแห่งคุณ เป็นตะล่อมแห่งคุณ เป็นของมีคุณจะประมาณจะนับไม่ได้ เป็นของประเสริฐ เป็นของเลิศแห่งบุคคล ผู้ใคร่ความหมดจดพิเศษ ด้วยประการฉะนี้แล
ธุดงคคุณเปรียบเหมือนปฐพี เพราะเป็นที่ตั้งแห่งผู่มุ่งความบริสุทธิ์และเปรียบเหมือนน้ำ เพราะเป็นเครื่องชำระกิเลสมลทิน เปรียบเหมือนไฟ เพราะเป็นเครื่องเผากิเลสทั้งปวง เปรียบเหมือนลม เพราะเป็นเครื่องพัดเอามลทินคือกิเลสไป เปรียบเหมือนยาแก้พิษงู เพราะเป็นเครื่องแก้ความเจ็บไข้คือกิเลสเปรียบเหมือนดังน้ำอมฤต เพราะทำลายกิเลสทั้งปวง เปรียบเหมือนนา เพราะเป็นที่งอกขึ้นแห่งคุณของสมณะทั้งปวง เปรียบเหมือนแก้วมโนหรจินดา เพราะให้สำเร็จสมบัติตามความปรารถนา เปรียบเหมือนเรือ เพราะให้ข้ามฟากคือสงสารได้ เปรียบเหมือนเครื่องป้องกันภัย เพราะทำให้เกิดความเบาใจแก่ผู้กลัวชรามรณะเปรียบเหมือนมารดา เพราะเป็นผู้อนุเคราะห์ ซึ่งผู้กำจัดกิเลสแห่งทุกข์ เปรียบเหมือนบิดา เพราะทำให้เกิดผลแห่งความเป็นสมณะ เปรียบเหมือนมิตร เพราะไม่ทำให้ผิดพลาด จากการแสวงหาคุณธรรม
“ธรรมวินัยอันพระตถาคตเจ้าประกาศไว้แล้ว มีผู้เปิดเผยจึงสว่างไสว เมื่อปิดก็ไมีสว่างไสว” แล้วตรัสไว้อีกว่า “พระปาฏิโมกข์และพระวินัยทั้งสิ้น เป็นของอันภิกษุทั้งหลายปกปิดแล้ว” ดังนี้ ถ้าบุคคลได้ความรู้ความเข้าใจในพระพุทธศาสนา เปิดพระวินัยบัญญัติไว้ จะทำให้งามดี การศึกษา การสำรวมในพระวินัยบัญญัติและศีลคุณ อาจารบัญญัติ อรรถรส ธรรมรส วิมุตติรส จะปรากฏรุ่งเรืองขึ้น ถ้าคำว่า “เปิดพระธรรมวินัยไว้ จะรุ่งเรืองดี” เป็นคำถูก คำว่า “ให้ปกปิดพระวินัยไว้” เป็นของถูก คำว่า “ให้เปิดพระธรรมวินัยจึงจะรุ่งเรืองดี” ก็เป็นของผิด ปัญหานี้ก็เป็นอุภโตโกฏิ ควรแก้ไข ”
ท่านผู้มีราคะ โทสะ โมหะไปปราศ หาอาสวะมิได้ มิได้เป็นทาสแห่งตัณหา ไม่มีอุปาทานเหล่านั้น ย่อมอยู่ในธรรมนคร ท่านผู้มีปัญญามั่งคง ทรงธุดงคปฏิบัติ ถือเป็นวัตรอยู่ในป่ามีผ้าครอบเศร้าหมอง จิตปองนักในที่สงัดเหล่านั้น ย่อมอยู่ในธรรมนคร
ภิกษุผู้มีการแทงตลอดพระธรรมเทศนาอันยิ่งใหญ่ ผู้มีการจำแนกการแสดงอารมณ์ที่ช่ำชอง พูดถึงฝั่งแห่งสิกขาคุณ ขอถวายพระพร ภิกษุผู้เห็นปานฉะนี้ เรียกว่า วิสสุตธัมมิกะ (ผู้มีธรรมปรากฏ) ในธรรมนครของพระผู้มีพระภาค
ใครคนใดคนหนึ่ง จะถามปัญหาเราในปฏิภาณปฏิสัมภิทา เราจะกล่าวปฏิภาณตามสมควรแก่ปฏิภาณแก่เขา จะกล่าวอุปมาตามสมควรแก่อุปมา จะกล่าวรสตามสมควรแก่รส จะกระทำทำให้หมดความสงสัย จะกระทำความคลางแคลงให้ว่างเว้นไป จะกระทำให้ยินดีด้วยคำตอบปัญหา ขอถวายพระพร นี้เรียกว่า แก้วคือปฏิสัมภิทาของพระผู้มีพระภาค
From the publisher's feed

58 Listeners