
Sign up to save your podcasts
Or


ถ้าพระพุทธเจ้ายังทรงยินดีต่อการบูชาอยู่ก็ยังไม่ชื่อว่าปรินิพพาน ยังเกี่ยวข้องอยู่กับโลก ยังติดอยู่ในโลก ยังสาธารณะอยู่กับโลกการบูชาพระพุทธเจ้าก็ไม่เป็นหมัน ยังมีผลอยู่ ถ้าพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับโลกแล้ว หลุดพ้นไปจากภพทั้งปวงแล้ว การบูชาพระพุทธเจ้าก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะผู้ปรินิพพานแล้ว ย่อมไม่รู้จักยินดีต่อสิ่งใด การบูชาพระพุทธเจ้าผู้ไม่รู้จักยินดีก็เป็นหมัน ไม่มีผลอันใด
ทรงสมาทานวัตรบท 8
คุณของอาจารย์มีอยู่ ๒๕ ประการ ดังที่ว่านี้ ขอพระผู้เป็นเจ้าจงประพฤติชอบต่อโยม ด้วยคุณธรรมเหล่านี้ ศิษย์ผู้เป็นเช่นโยมนี้หาได้ยาก ความสงสัยใหญ่ได้มีอยู่แก่โยมเพราะ " เมณฑกปัญหา "คือปัญหาอันเปรียบดัวยแพะชนกัน สมเด็จพระภควันต์ได้ทรงแสดงไว้แล้ว ต่อไปข้างหน้าจักมีการถือผิดกัน ทะเลาะกันในเมณฑกปัญหานั้น อาจารย์ผู้ถูกปรวาที ( ฝ่ายตรงข้าม ) ไต่ถาม เมื่อรู้ก็จะแก้ได้ จะจำแนกแจกเนื้อความได้ จักทำลายปัญหาที่เป็นข้อเป็นปมออกได้ ต่อไปข้างหน้าพระภิกษุผู้เหมือนกับพระผู้เป็นเจ้าจักหาได้ยาก ขอพระผู้เป็นเจ้าจงให้จักษุ ให้ปัญหาแก่โยมไว้ เพื่อจะข่มเสียซึ่งคำที่เป็นเสี้ยนหนามต่อพระศาสนา
สติ เป็นสภาพที่ระลึกรู้ลักษณะของสิ่งที่กำลังปรากฏ ขณะเห็นมีอะไรปรากฏ ขณะกำลังนั่ง มีเห็นไหม มีได้ยินไหม มีคิดนึกไหม ถ้ากำลังรับประทานอาหาร มีรสปรากฏไหม ถ้ากำลังพูด ระลึกรู้ลักษณะของนามและรูปในขณะนั้นได้ไหม อย่าให้ความข้องใจหรือความสงสัยมากั้นว่า เจริญสติปัฏฐานไม่ได้ ในขณะที่กำลังนั่ง เห็นก็มี ได้ยินก็มี ถ้าสติเกิดขึ้นในขณะนั้นระลึกรู้ลักษณะของสิ่งที่กำลังปรากฏ ขณะนี้กำลังนั่ง ทางตาก็เห็น ทางหูก็ได้ยิน ทางกายก็อาจจะมีความรู้สึก กระทบเย็นบ้าง ร้อนบ้าง รู้เย็นบ้าง รู้ร้อนบ้าง ก็เป็นของจริงตามปกติ ทุกอย่างเป็นสังขารธรรม อาศัยเหตุปัจจัยเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป
“พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ผู้เสมอกับพระพุทธเจ้า ผู้ไม่มีผู้เสมอเหมือน ผู้อันเทพยดา มนุษย์ทั้งหลายสักกการบูชาแล้วนั้น ย่อมไม่ทรงยินดีต่อสักการบูชาเลย อันนี้เป็นธรรมดาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย”
เมณฑกปัญหา (คือปัญหาสองแง่ ) อันเป็นปัญหาที่แก้ไขยาก ด้วยถ้อยคำที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้เป็นปริยาย ( คือโดยอ้อม) ก็มี ตรัสไว้โดยอรรถะ ( คือมีความหมายลึกซึ้ง ) ก็มี เป็นคำของพระสาวกก็มีอยู่ ความหมายของถ้อยคำเหล่านั้นเป็นของรู้ได้ยาก เปรียบเหมือนแพะชนกัน นานไปเบื้องหน้า จะเกิดวิววาทกันในถ้อยคำเหล่านั้น เราควรจักให้พระนาคเสนเลื่อมใสต่อเราแล้ว ให้กล่าวแก้ซึ่ง เมณฑกปัญหา คือปัญหาอันอุปมาดับแพะชนกันให้แจ้งไว้ ปัญหาที่แก้ยากเหล่านั้น
ข้อประพฤติปฏิบัติหรือการเจริญสติปัฏฐาน ก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าในมหาสติปัฏ-ฐานสูตร หรือว่าสูตรอื่นๆ จะต้องพิจารณาไตร่ตรอง เพราะเหตุว่าเป็นอรรถอันลึก ไม่ใช่เป็นสิ่งที่จะรู้ง่าย ผู้ที่เป็นพุทธศาสนิกชนที่จะประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ไม่ควรที่จะยึดถือความเห็นของตน ถึงแม้ว่าจะได้ฟัง ได้ศึกษา หรือว่าได้ฟังตามๆ กันมา ได้เชื่อตามๆ กันมาอย่างนั้น เป็นเวลาที่นานสักเท่าใดแล้วก็ตาม ก็ไม่ควรที่จะยึดถือในความเห็นอันนั้นว่า เป็นความเห็นที่ถูกต้องแล้ว เพราะเหตุว่าความเห็นนั้นอาจจะผิดก็ได้ ไม่ใช่ว่าเมื่อฟังตามๆ กันมา หรือว่าเชื่อตามๆ กันมาแล้ว ความเห็นที่ได้ฟัง ได้เชื่อตามๆ กันมานั้นจะต้องถูกเสมอไป และบุคคลในครั้งนี้ก็ไม่ต่างกับบุคคลในสมัยพุทธกาล มีตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า ไม่ควรจะยึดถือในความเห็นของตน ถึงแม้ว่าจะได้เคยศึกษาหรือว่าเคยเชื่อเช่นนั้นตามๆ กันมามากแล้ว
ผู้ปฏิบัติธรรมและได้บรรลุมรรคผลแล้วนั้นย่อมจะชี้แจง บอกทางปฏิบัติได้ถูกต้องกว่าผู้ที่เพียงรู้ขั้นปริยัติเท่านั้น ที่ท่านธรรมรักขิตเถระกล่าวอย่างนั้น เพราะท่านได้เห็นปฏิภาณของท่านพระจุฬาภยเถระ แล้วก็คงจะได้ทราบว่า ท่านพระจุฬาภยเถระนั้นเป็นพระโสดาบันแล้ว
การแสดงธรรมกับมาคัณฑิยปริพาชกในขณะนั้นไม่พอ เหมือนกับหมอ ถึงแม้ว่าจะมีความชำนาญ แต่ว่าผู้นั้นไม่หาย ก็เป็นความลำบากแก่หมอ แต่ถ้าหมอนั้น ทำยาถอนให้อาเจียน ยาถ่ายให้ลง ยาหยอด ยาหยอดซ้ำ ยานัตถ์ เขาอาศัยยานั้นแล้ว มองเห็น
อธิศีล ก็คือ การเจริญสตินั่นเอง ถ้ารักษาศีลเฉยๆ แต่คิดว่า เป็นตัวตนที่กำลังวิรัติ หรือว่ากำลังประพฤติตามศีลที่ได้สมาทานหรือที่ได้ตั้งใจจะรักษา ไม่รู้ว่าเป็นสภาพของนามธรรม ไม่รู้ลักษณะของนามและรูปที่กำลังปรากฏในขณะนั้น ก็ไม่ชื่อว่า อธิศีล
พระวินัยปิฎก ปริวาร ว่าด้วยไม่ถึงฉันทาคติ มีข้อความว่า คำว่า ไม่พึงถึงฉันทาคตินั้น ความว่า เมื่อถึงฉันทาคติ ถึงอย่างไร ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ คิดว่าท่านผู้นี้เป็นอุปัชฌาย์ของเรา เป็นอาจารย์ของเรา เป็นสัทธิวิหาริกของเรา เป็นอันเตวาสิกของเรา เป็นผู้ร่วมอุปัชฌาย์ของเรา เป็นผู้ร่วมอาจารย์ของเรา เป็นผู้เคยเห็นกันมากับเรา เป็นผู้เคยร่วมคบกันมากับเรา หรือท่านผู้นี้เป็นญาติสาโลหิตของเราดังนี้ เพื่ออนุเคราะห์ผู้นั้น เพื่อตามรักษาท่านผู้นั้น จึงแสดงอธรรมว่าธรรม แสดงธรรมว่าอธรรม แสดงอวินัยว่าวินัย แสดงวินัยว่าอวินัย
From the publisher's feed

58 Listeners